คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 560
ตอนที่ 1119 เกาะอาลา
แสงไฟพวกนั้นมาจากเตาถ่านที่คนใช้ส่องแสงนั่นแหละ
“นั่นคืออาณาจักรอูซุนหรือ” ไป๋จื่อถาม
ซาหยวนส่ายหน้า “ไม่ใช่หรอก อาณาจักรอูซุนใหญ่กว่านี้มาก อีกทั้งไม่ใช่เกาะ แต่เป็นแผ่นดินที่ติดกับทะเลต่างหาก”
“แล้วมันเป็นที่ใดกัน เจ้าเคยไปหรือไม่” นางรู้สึกกังวลอยู่บ้าง ทางตะวันตกในเวลานี้มีเผ่าโบราณกินคนอยู่ทั่วไป หากตกไปอยู่ในกำมือของคนพวกนั้น นางก็ไม่กล้าจะคิดต่อไปเลยจริงๆ
ซาหยวนเงยหน้ามองดาวที่อยู่บนท้องฟ้า วางแผนและนึกถึงตำแหน่งอย่างเต็มที่ ก่อนที่จู่ๆ เขาจะยิ้มขึ้นว่า “หากข้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็นเกาะอาลานะ”
ไป๋จื่อชะงัก “เกาะอาลา?” พระเจ้าช่วย อาหรับไม่ใช่ทะเลทรายหรอกหรือ มันมาอยู่บนเกาะได้อย่างไร
ซาหยวนส่ายหน้า “ไม่ใช่อาหรับ เป็นเกาะอาลาต่างหาก ท่านพ่อเคยพาข้ามาที่ส่งเรือที่นี่ แม้จะเคยมาแค่ครั้งเดียว แต่ข้าจำที่นี่ได้ ต้องเป็นที่นี่แน่นอน”
“คนที่นี่กินคนหรือไม่” ไป๋จื่อถามอย่างระมัดระวัง
ทันทีที่ได้ยินดังนั้น ซาหยวนก็หลุดหัวเราะออกมา “เจ้าคิดอะไรอยู่ คนที่นี่จะกินคนได้อย่างไรกัน พวกเขาไม่กินเนื้อสัตว์ด้วยซ้ำไป กินแค่ปลา ผัก และผลไม้เท่านั้น”
ไป๋จื่อถอนใจโล่งอก หัวเราะอย่างโง่งม “ไม่กินก็ดีแล้ว อย่างนั้นข้าก็ไม่กลัวแล้วละ”
ที่นางกลัวที่สุดในตอนนี้ก็คือเจอเผ่าโบราณนี่แหละ
นางเคยอ่านวิทยานิพนธ์จำนวนหนึ่ง เผ่าโบราณทางตะวันตกไม่เพียงกินคนที่จับมาจากข้างนอก หากหิวจนทนไม่ไหว แม้แต่ครอบครัว ลูกของตัวเองก็กินได้ทั้งนั้น
แค่คิดก็ขนลุกขนพองแล้ว
ทั้งสามคนเร่งพายเรือไปข้างหน้า หลังจากเทียบท่าแล้ว พวกเขาก็อาศัยตอนที่ท้องฟ้ามืดมิด ปล่อยลมเรือเล็กและเก็บมันอย่างรวดเร็ว เผื่อว่าคนอื่นเห็นเข้าแล้วจะรู้สึกอยากได้มัน
ไม่ว่าจะเป็นทางตะวันออกหรือตะวันตก คนก็เป็นเหมือนกันทั้งหมด
เมื่อเก็บเรือเล็กเรียบร้อย ท้องฟ้าก็เริ่มสว่างขึ้นแล้ว จนกระทั่งตอนนี้ซาหยวนถึงจะพบว่าเกาะนี้ไม่ค่อยเหมือนกับเกาะอาลาในความทรงจำของเขาเท่าไร
มันดูเหมือน แต่ก็ดูไม่เหมือน ทำเอาเขาสับสนในทันที
“ตกลงแล้วใช่เกาะอาลาหรือไม่” ไป๋จื่อถาม
ซาหยวนส่ายหน้า “มองจากไกลๆ ดูเหมือน แต่ตอนนี้ขึ้นมาบนเกาะแล้วกลับไม่เหมือนเสียอย่างนั้น”
“เพราะเจ้าไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว ทิวทัศน์จึงเปลี่ยนไปบ้างใช่หรือไม่” ไป๋จื่อเริ่มรู้สึกหวั่นใจแล้ว
ซาหยวนเองก็ไม่แน่ใจ “พูดยาก พวกเราไปดูก่อนค่อยว่ากันเถอะ”
ทั้งสามคนกำลังเดินไปข้างหน้า ทว่ายังเดินไปไม่ถึงสิบก้าว จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงประหลาดสายหนึ่ง ครั้นมองตามเสียงไป พวกเขาเห็นสตรีสวมกระโปรงทำจากใบไม้ สีผิวคล้ำ เปลือยท่อนบนมองพวกเขาด้วยความแตกตื่น อ้าปากร้องเสียงดังอยู่ตลอด แต่ฟังไม่ออกแม้แต่ครึ่งประโยคว่าหมายความว่าอะไร
ไป๋จื่อร้องในใจว่าแย่แล้ว...นี่เป็นการแต่งกายของคนดึกดำบรรพ์อย่างเห็นได้ชัด พวกเขาไม่มีทางเจอคนดึกดำบรรพ์กินคนหรอกกระมัง...
ซาหยวนวิ่งไปถึงตรงหน้าสตรีผิวคล้ำ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาพูดอะไร ผ่านไปสักพักสตรีนางนั้นก็หมุนกายรีบวิ่งไป
เขากลับมาที่ข้างกายของไป๋จื่อกับเสี่ยวชิง กล่าวกับพวกนางว่า “ที่นี่ไม่ใช่เกาะอาลา เกาะอาลาอยู่ข้างหน้า แต่ชาวเกาะที่นี่ไปมาหาสู่กับเกาะอาลาเสมอ น่าจะไม่ไกลกันมาก”
ไป๋จื่อถามทันที “เมื่อครู่เจ้าพูดอะไรกับนาง เหตุใดข้าฟังไม่เห็นรู้เรื่องเลยสักคำ”
ซาหยวนยิ้ม “มันเป็นภาษาท้องถิ่น เจ้าไม่ใช่คนที่นี่ ย่อมฟังไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว แต่ที่เจ้าพูดภาษาอูซุนได้ ข้าเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน”
ไป๋จื่อวางใจแล้ว ขอเพียงไม่ใช่เผ่ากินคนก็พอ เมื่อครู่นี้นางตกใจไม่น้อยเลยจริงๆ
เสี่ยวชิงดึงเสื้อของไป๋จื่อ ถามเสียงเบาว่า “แม่นาง เหตุใดสตรีนางนั้นถึงได้ผิวคล้ำนัก แถมยังไม่สวมเสื้อผ้าอีกต่างหาก”
……….
ตอนที่ 1120 ไม่ใช่คนเลว
ไป๋จื่อตอบเสียงเบาเช่นกัน “ที่นี่เป็นเกาะขนาดเล็ก ขาดแคลนวัตถุดิบ คนที่นี่ก็ไม่ได้มีวัฒนธรรมเหมือนที่แผ่นดินจงหยวนของพวกเรา พวกเขาทำเสื้อผ้าแบบพวกเราไม่เป็นโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากใส่เสื้อผ้า เพียงแต่ไม่มีเสื้อผ้าให้ใส่ นี่เป็นความเคยชินของพวกเขาเลย เจ้าอย่าได้ดูถูกพวกเขาเชียว”
เสี่ยวชิงไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้ สถานที่ที่ทำเสื้อผ้าไม่ได้...บนโลกนี้ยังมีสถานที่เช่นนี้อยู่อีกหรือ
แต่แม่นางพูดเช่นนี้ นางย่อมวางใจลงได้
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
ซาหยวนกล่าวกับไป๋จื่อว่า “พวกเจ้าไม่ต้องกลัว พวกเขาไม่ใช่คนเลว”
ไป๋จื่อพยักหน้า “มีเจ้าอยู่ ข้าไม่กลัวอยู่แล้ว”
ซาหยวนพลันหัวใจเต้นแรง สายตาที่เขามองไป๋จื่อลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ มุมปากเขายกโค้งเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มจางๆ แต่กลับถูกซ่อนไว้ใต้หนวดเคราที่ดกดำ
ไม่นานเท่าไรนักสตรีนางนั้นก็กลับมาอีกครั้ง พาบุรุษมาด้วยหลายคน
บุรุษก็เหมือนกับวสตรี สวมกระโปรงใบไม้เท่านั้น
ตอนที่เห็นซาหยวน นัยน์ตาของพวกเขาฉายความตื่นเต้นอย่างชัดเจน แต่ตอนที่เห็นไป๋จื่อและเสี่ยวชิง แววตากลับมีความแตกตื่นและตกใจเพิ่มขึ้นมา
โดยเฉพาะตอนที่เห็นเสื้อผ้าบนตัวของพวกนาง แววตานั้นมีความประหลาดใจเพิ่มขึ้นมาก
ซาหยวนสนทนากับพวกเขาหลายประโยค จากนั้นพวกเขาก็พาซาหยวนและพวกไป๋จื่อเดินไปบนทางเดินเล็กๆ
สองฝั่งของทางเดินล้วนเป็นหญ้ารก ส่วนทางเดินนี้เกิดจากการที่คนเหยียบย่ำไปมา
ทางแคบมาก เดินได้เพียงคนเดียวเท่านั้น หญ้ารกที่ของข้างทางก็สูงมาก ด้วยส่วนสูงของไป๋จื่อและเสี่ยวชิงแล้ว พวกนางมองไม่เห็นทิวทัศน์ข้างนอกโดยสิ้นเชิง
เสี่ยวชิงพึมพำ “ที่นี่ล้วนเป็นที่ราบ แต่เหตุใดมีทางเดินเพียงเส้นเดียวกัน ขยายทางเดินหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร แล้วรถม้าจะวิ่งได้อย่างไรกัน”
ไป๋จื่อตอบนาง “นี่นี่ไม่ใช่แผ่นดินจงหยวน เกรงว่าพวกเขาจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถม้าคืออะไร มีทางให้เดินได้ก็เดินเถอะ ไม่ต้องคิดอะไรมาก และไม่ต้องร้องขออะไรกับพวกเขาด้วย ไม่ชินแค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ เดี๋ยวเดินต่อไปเรื่อยๆ ก็จะชินเอง”
เมื่อการค้าขายทางทะเลเปิดกว้าง โลกทั้งใบก็จะรุ่งเรืองขึ้นเอง
หลังจากผ่านทางเดินที่ยาวเหยียดไปแล้ว ตรงหน้าก็กว้างขึ้นมาก มันเป็นพื้นที่ราบทั้งผืน บ้านไม้ที่สร้างจากท่อนซุงและกิ่งมีอยู่ให้เห็นทั่วบริเวณ
มีเด็กน้อยเล่นสนุกอยู่บนพื้นดิน และมีสตรีกำลังก่อไฟย่างปลาอยู่ข้างๆ กองไฟ
ครั้นเห็นพวกเขาเข้ามา ทุกคนก็หยุดทุกสิ่งที่ทำอยู่ในมือ สายตาแทบจะทุกคู่ล้วนตกอยู่ที่ไป๋จื่อและเสี่ยวชิง
โดยเฉพาะสตีวัยกลางคนและหญิงสาวเหล่านั้น พวกนางมองเสื้อผ้าของไป๋จื่อและเสี่ยวชิงโดยไม่ละสายตา แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉาและความประหลาดใจ
ส่วนสายตาของบุรุษพวกนั้นล้วนจับจ้องที่กล่องยาในมือของเสี่ยวชิงเขม็ง
เสี่ยวชิงรู้สึกเครียดเกร็งมาก มือซ้ายที่ว่างอยู่กำลังคิดจะหยิบกริชออกมา ทว่าไป๋จื่อห้ามไว้เสียก่อน
ไป๋จื่อส่ายหน้าให้นาง เอ่ยเสียงเบาว่า “ไม่ต้องกลัว ไม่เป็นไรหรอก” นางไม่พบเจตนาร้ายในสายตาของคนพวกนี้
เสี่ยวชิงรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงไม่กล้าสบายใจ และยังคงมองกลุ่มคนที่ล้อมเข้ามาหาพวกเขาด้วยความระแวดระวัง
ร่างกายสูงใหญ่ของซาหยวนบดบังร่างเล็กกะทัดรัดของไป๋จื่อและเสี่ยวชิงเอาไว้ พลางใช้ภาษาถิ่นสนทนากับหัวหน้าคนที่นี่อย่างคล่องแคล่ว
ไป๋จื่อมองแผ่นหลังกว้างๆ ของบุรุษตรงหน้า พาให้คิดถึงตอนที่ยังอยู่ในหมู่บ้านหวงถัว ฉู่เยี่ยนก็เป็นเช่นนี้ ตอนที่นางต้องการความช่วยเหลือ เขาคือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านางเสมอ ใช้ร่างกายของเขาเองต้านทานลมฝนให้กับนาง
ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ฉู่เยี่ยนจะเป็นอย่างไรบ้าง ตงฟางมู่ต้องร้อนใจจนแทบบ้าไปแล้วกระมัง หากมารดาทั้งสองคนรู้ว่านางหายตัวไป นางไม่รู้เลยว่าพวกนางจะกังวลใจขนาดไหน
นางต้องกลับไปโดยเร็วที่สุด!