คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 558
ตอนที่ 1115 อาณาจักรอูซุน
เมื่อซาหยวนกินอิ่มแล้ว ไป๋จื่อถึงจะถามเขา “เจ้ามาที่เกาะนี้ได้อย่างไร” นี่เป็นเกาะร้างที่ไม่มีใครรู้จักอย่างแท้จริง เกาะร้างที่ไม่มีใครจุดไฟ ไม่เช่นนั้นซาหยวนคงไม่มีทางหมดสติอยู่กลางพงหญ้า
ซาหยวนใช้ผ้าหยาบเช็ดปาก ถอนใจเสียงหนึ่ง จากนั้นก็เงยหน้ามองดวงดาวเต็มท้องฟ้า “ข้าเป็นชาวอูซุน เกาะร้างแห่งนี้อยู่ห่างจากอาณาจักรอูซุนมาก ข้าถูกนำมาทิ้งไว้ที่นี่”
ไป๋จื่อไม่เข้าใจ “ถูกนำมาทิ้งไว้ที่นี่? เพราะอะไรกัน หากคนผู้นั้นต้องการทำร้ายเจ้า สังหารเจ้าทิ้งเสียก็สิ้นเรื่องแล้ว เหตุใดต้องนำเจ้ามาทิ้งไว้ที่นี่ด้วย”
ซาหยวนถอนหายใจอีกเสียงหนึ่ง สีหน้าขมขื่น “พี่ชายแท้ๆ ของข้า พวกเขาตีข้าจนสลบ จากนั้นก็ทิ้งข้าให้อดตายอยู่ที่นี่ เพราะพวกเขาเป็นพี่น้องแท้ๆ กับข้ากระมัง เลยไม่ลงมือสังหารข้าทิ้ง แต่เลือกทิ้งข้าไว้ที่เกาะร้างแห่งนี้แทน พวกเขารู้ว่าด้วยความสามารถของข้าแล้ว ข้าไม่มีทางรอดกลับไปอย่างแน่นอน” พวกเขามีกันสามคน เขาเป็นน้องชายคนเล็ก พี่ใหญ่และพี่รองล้วนเป็นยอดฝีมือในการต่อเรือ เรือที่พวกเขาต่อถือว่าดีที่สุดในอาณาจักรอูซุน ส่วนเขาซาหยวนกลับต่อไม่ได้แม้กระทั่งเรือเล็ก...
ทว่าบิดาเห็นว่าเขามีหัวการค้า ต่อให้เขาต่อเรือไม่เป็นก็คิดจะมอบโรงต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดของตระกูลซ่างอีให้เขาดูแล
พี่ใหญ่และพี่รองไม่ยอม ซาหยวนเล่าว่าพวกเขาถกเถียงกันนานมาก ทว่าบิดาก็ไม่ยอมเปลี่ยนความตั้งใจ
อีกหนึ่งเดือนก็จะถึงวันที่เขาต้องรับช่วงต่อโรงต่อเรือแล้ว
เพื่อป้องกันไม่ให้วันนั้นมาถึง พี่ใหญ่และพี่รองจึงคิดกำจัดเขา
แต่ถึงอย่างไรเสียความสัมพันธ์พี่น้องที่ยาวนานหลายปีก็ยังคงอยู่ พวกเขาทำใจสังหารน้องชายไม่ลง จึงคิดวิธีนี้ขึ้นมา และทิ้งเขาไว้ที่เกาะร้างแห่งนี้
บริเวณใกล้เคียงกับเกาะร้างแห่งนี้มีตาพายุ เรือหาปลาไม่อาจมาตกปลาที่นี่ เขาอยากกลับไปจึงเป็นไปไม่ได้
ไป๋จื่อฟังเขาเล่าเรื่องแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิดหวัง เพราะนางหวังว่าจะติดเรือของเขาออกไปได้...แต่เขากลับน่าเวทนายิ่งกว่าพวกนางเสียอีก
“พี่ใหญ่และพี่รองของเจ้าล้วนต่อเรือเป็น แต่เหตุใดเจ้าต่อไม่เป็นกัน” นางถาม
ซาหยวนหยิบฟืนขึ้นมาโยนเข้ากองไฟ ดวงตาจับจ้องไฟที่กำลังเต้นเร่า ในลูกตาสีฟ้าปรากฎให้เห็นความขมขื่น
บางความทรงจำก็หอมหวาน แต่บางความทรงจำกลับเป็นความเจ็บปวด เจ็บปวดเสียจนแทบจะฉีกทึ้งหัวใจได้
“ท่านย่าเป็นคนเลี้ยงข้าจนเติบใหญ่ ข้าสนิทกับท่านย่าที่สุดตั้งแต่ยังเด็ก ตอนเด็กๆ ท่านพ่อบังคับให้ข้าเรียนต่อเรือ ข้าจึงเรียนตามพวกพี่ๆ แต่อยู่มาวันหนึ่ง...”
เขาไม่มีวันลืมวันนั้นได้เลย จู่ๆ เชือกที่แขวนเรือลำใหญ่ก็ขาดผึง เขาและพวกพี่ชายล้วนอยู่บนเรือลำนั้น
พวกพี่ชายอายุมากกว่าจึงวิ่งเร็วกว่า ส่วนเขายังเด็ก อีกทั้งหวาดกลัว วิ่งไปได้สองก้าวก็ล้มลงบนพื้นแล้ว เป็นย่าที่พุ่งตัวเข้ามาปกป้องเขา ใช้ร่างกายสตรีที่อ่อนแอกำบังตัวเขาเอาไว้
ย่าตาย ส่วนเขามีชีวิตรอด
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็ไม่อยากไปโรงต่อเรืออีก แม้กระทั่งไม่อยากเห็นกระบวนการต่อเรือที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์
บิดาก็ไม่บังคับเขา เขาจึงกลายเป็นคนเดียวในตระกูลซ่างอีที่ต่อเรือไม่เป็น
แต่เขาเข้าใจเรื่องการค้าขายดีมาก แม้หลายปีนี้จะไม่ได้ต่อเรือเลย แต่กลับใช้หัวสมองอันชาญฉลาดสร้างกำไรให้ตระกูลซ่างอีไม่น้อย
ไป๋จื่อคิดไม่ถึงเลย ซาหยวนที่ภายนอกแข็งแกร่งสมเป็นชายชาตรีจะมีอดีตเช่นนี้ ตอนที่เขาเอ่ยถึงย่า ในดวงตาของเขาเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ทำให้ไป๋จื่อรู้สึกร่วมไปด้วยอย่างมาก
“ข้าเชื่อว่าท่านย่าของเจ้ายังคงอยู่บนท้องฟ้า นางหวังว่าเจ้าจะลืมอดีตที่น่าเศร้าและเจ็บปวดเหล่านั้น ใช้รอยยิ้มที่สดใสที่สุดโอบกอดวันพรุ่งนี้ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแทนนะ”
ซาหยวนยิ้มขื่น “ไหนเลยจะมีวันพรุ่งนี้ พวกเราไม่มีแม้กระทั่งเรือ จะออกจากที่นี่ไปได้อย่างไร”
……….
ตอนที่ 1116 เจ้าพายเรือเป็นหรือไม่
หรือว่าจะต้องอยู่บนเกาะนี้ไปตลอดชีวิต อย่างนั้นก็อยู่มิสู้ตายแล้ว
ทว่าตอนนี้ตรงหน้ามีไป๋จื่อเพิ่มขึ้นมา เขารู้สึกว่าพรุ่งนี้อาจจะไม่ทรมานเช่นนั้นแล้วก็ได้
ไป๋จื่อกลับกล่าวว่า “พวกเราจะต้องออกจากที่นี่ พวกเราออกไปได้แน่”
ซาหยวนเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง เขายิ้มว่า “เจ้าไม่ได้บอกว่าสามีจะมารับเจ้าพรุ่งนี้หรอกหรือ”
ไป๋จื่อยิ้มเก้อเขิน “ความจริงพวกข้าเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ใด แล้วเขาจะมารับพวกข้าได้อย่างไรกัน”
ซาหยวนเลิกเรียวคิ้วน่ามองขึ้น ถามว่า “เจ้ามีสามีจริงๆ หรือ” เขารู้สึกไม่เชื่ออยู่บ้าง แม้เด็กสาวตรงหน้าจะทำอะไรคล่องแคล่วและรอบคอบ แต่ดูอย่างไรใบหน้านี้ของนางก็เป็นเพียงแม่นางน้อยคนหนึ่ง แม่นางน้อยที่อายุน้อยเพียงนี้จะมีสามีแล้วจริงๆ หรือ
ไป๋จื่อเห็นเขาสงสัย จึงกล่าวว่า “แม้จะยังไม่ได้แต่งงาน แต่จะช้าหรือเร็วอย่างไรพวกข้าก็ต้องแต่งงาน” นางเพียงอยากบอกเขาว่าตนเองเป็นคนที่มีชื่อเสียงด่างพร้อยแล้ว
ซาหยวนเข้าใจในทันที “เจ้าหมายถึงคู่หมั้นหรือ”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ใช่ ข้ามีคู่หมั้นแล้ว”
บัดนี้ซาหยวนรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่เขาไม่ได้ผิดหวังมาก รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ หายไป และไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีก เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน
เสี่ยวชิงรู้สึกว่าตนเองเหมือนเป็นคนใบ้ ได้ยินเสียงแท้ๆ แต่กลับเหมือนเป็นคนใบ้คนหนึ่ง...ทั้งสองคนสนทนากันอยู่ตลอดเวลา แต่นางกลับฟังไม่รู้เรื่องเลยสักคำ
จู่ๆ ฟ้าก็สว่าง ตอนนี้ซาหยวนถึงจะพบกล่องยาของไป๋จื่อ ตัวกล่องเป็นสีเงิน รูปทรงสี่เหลี่ยมได้สมมาตร ดูไปแล้วคล้ายกับกล่องที่ใช้ในอาณาจักรอูซุนอย่างมาก แต่กล่องนี้ประณีตและงดงามมากกว่า
“กล่องที่แผ่นดินจงหยวนของพวกเจ้าเป็นเช่นนี้หมดเลยหรือ” ความจริงแล้วเขานึกได้เรื่องหนึ่ง พวกนางถูกพายุพัดมาที่เกาะนี้ไม่ใช่หรือ หากถูกพายุพัดมา แล้วจะนำกล่องติดตัวมาได้อย่างไร
ไป๋จื่อตอบว่า “ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก กล่องมีเป็นร้อยเป็นพันรูปแบบ”
ซาหยวนมีสีหน้าแตกตื่น “แค่กล่องก็มีรูปแบบมากมายถึงเพียงนั้นเลยหรือ” เขามองไปที่เสื้อผ้าของไป๋จื่อ ผ้าที่งดงามเช่นนี้ เขาไม่เคยเห็นที่อาณาจักรอูซุนมาก่อน เสื้อผ้าของเขาก็นับว่าเป็นสินค้าราคาแพงในอาณาจักรอูซุนแล้ว
เขาจึงอดเกิดความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นต่อแผ่นดินจงหยวนที่พวกนางพูดถึงไม่ได้
หากมีโอกาส เขาจะต้องไปดูที่แผ่นดินจงหยวนสักครั้ง ว่าที่นั่นเป็นสถานที่เช่นไรกันแน่
ซาหยวนมาที่นี่ได้หลายวันแล้ว เรียกได้ว่ารู้จักเกาะขนาดเล็กแห่งนี้เป็นอย่างดี เขารู้ว่าบนเกาะมีมะพร้าวและสาลี่ แต่เขาปีนต้นไม้ไม่เป็น อยากกินก็เก็บไม่ถึง ถึงได้หมดสติอยู่กลางพงหญ้าเช่นนี้
ทั้งสามคนกลับไปที่ชายหาด มองทะเลที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา พากันถอนหายใจอยู่หลายเสียง
ไป๋จื่อหันไปมองซาหยวน ถามว่า “เจ้าพายเรือเป็นหรือไม่”
ซาหยวนพยักหน้า “เป็น แม้จะไม่คล่องมาก แต่พายไปข้างหน้าได้ก็ใช้ได้แล้ว”
“หากให้เรือกับเจ้าลำหนึ่ง เจ้าจะออกจากที่นี่และหาทางกลับอาณาจักรอูซุนได้หรือไม่” ไป๋จื่อถามอีก
“แม้ก่อนหน้านี้จะไม่เคยมาที่นี่ แต่ข้าก็รู้จักทิศทางคร่าวๆ แล้ว น่าจะไปได้” ซาหยวนว่า
ไป๋จื่อกัดฟัน หันกายไปหยิบเรือยางออกมาจากในกล่องยา แล้วจึงบอกกับซาหยวน “ข้ามีเรือ พวกเราอาจจะไปจากที่นี่ได้”
หากจะกลับไปจงหยวนต้องใช้เรือขนาดใหญ่ แต่หากอยู่บนเกาะนี้ เกรงว่าจะไม่มีวันต่อเรือขนาดใหญ่ได้
มีเพียงไปที่อาณาจักรอูซุนโดยเร็ว เช่นนั้นอาจจะได้เจอเรือขนาดใหญ่ที่ออกเรือไปค้าขายและยอมให้พวกนางร่วมทางไปด้วย
“นี่คือเรือที่เจ้าพูดถึงหรือ” ซาหยวนอยากหัวเราะ แต่ก็กลัวว่าจะเสียมารยาท จึงกลั้นหัวเราะไว้อย่างเต็มที่
ไป๋จื่อนำท่อเป่าลมออกมา ก่อนจะเป่าลมเข้าเรือยางทีละนิด ทีละนิด
สิ่งของเล็กๆ เริ่มขยายใหญ่ขึ้น ซาหยวนตกใจจนแทบจะอ้าปากค้าง มันคืออะไรกัน ขยายใหญ่เองได้ด้วยหรือนี่ อีกทั้งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อีกต่างหาก...