คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 550

#550คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1099 หนึ่งวาจาออกจากปาก สี่อาชายากตามกลับคืน!

นางวางซาลาเปาทอดที่เหลือลง ทว่าไม่สะดวกจะคายสิ่งที่อยู่ในปากออกมา จึงค่อยๆ เคี้ยวและกลืนมันลงไป

ซ่งหลางไม่อยากยกตะเกียบขึ้นโดยสิ้นเชิง แต่บนใบหน้ากลับไม่ได้มีสีหน้าไม่พอใจแต่อย่างใด ยังคงยิ้มเรียบๆ ด้วยซ้ำ

เมื่อไป๋จื่อวางตะเกียบลงแล้ว ซ่งหลางถึงจะเรียกพนักงานและเจ้าของร้านเพื่อถามว่า “นี่คือซาลาเปาทอดที่อร่อยที่สุดในเมืองเจียงเป่ยแล้วหรือ”

พนักงานผู้นั้นมีสีหน้าจริงจัง “นั่นย่อมแน่นอน ซาลาเปาหลิวจี้ของพวกเขาเป็นที่หนึ่งในเจียงเป่ย ใครๆ ก็รู้ทั้งนั้น”

ซ่งหลางถามพนักงานและเจ้าของร้านอีกว่า “พวกเจ้าเคยกินมันบ้างหรือไม่”

“ไม่เคยกิน” พนักงานส่ายหน้าอย่างตรงไปตรงมา “ข้าวิ่งวุ่นทั่วร้าน เช็ดโต๊ะอยู่คนเดียว ไหนเลยจะมีเวลากินมัน”

จากนั้นซ่งหลางก็มองไปทางเจ้าของร้าน “เจ้าเล่า?”

สีหน้าของเจ้าของร้านดูอึดอัดใจอยู่บ้าง ชัดเจนว่าเขาเคยกินมัน “เคยกินอยู่ เพียงแต่มันมีราคาแพงเกินไป กินเยอะไม่ได้”

ลุงหยวนกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “แพงเกินไป? หากเป็นสิ่งที่แพงจริงๆ เหตุใดยกมามากมายถึงเพียงนี้เล่า เจ้านายของพวกข้าดูเหมือนคนที่กินได้มากถึงเพียงนั้นหรือ”

เจ้าของร้านยิ้มเจื่อน “ลูกค้า นี่เป็นกฎของร้านเรา ไม่ว่าจะมากันกี่คนก็จะได้ปริมาณเท่ากันทั้งหมด”

ซ่งหลางกล่าว “ในเมื่อพวกเจ้าล้วนบอกว่านี่เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในเมืองเจียงเป่ย เช่นนั้นวันนี้ข้าจะมอบรางวัลให้พวกเจ้า ขอเพียงพวกเจ้ากินทั้งหมดนี้ได้ที่นี่ ข้าจะมอบเงินรางวัลให้คนละสิบตำลึงเงิน เป็นอย่างไร”

พนักงานผู้นั้นได้ยินก็ตาเป็นประกายวิบวับ

“จริงหรือขอรับ” เขาทำงานเป็นพนักงานมาหนึ่งปีเต็ม ได้เงินรวมกันแล้วเพียงห้าตำลึงเงินเท่านั้น วันนี้ได้พบคนร่ำรวย ได้กินซาลาเปาทอดไม่ว่า ยังจะได้เงินรางวัลอีกต่างหาก นี่ช่างเป็นเรื่องดีที่เหมือนกับมีขนมเปี๊ยะไส้เนื้อตกลงมาจากฟ้าจริงๆ

ซ่งหลางพยักหน้า “หนึ่งวาจาออกจากปาก สี่อาชายากตามกลับคืน!”

เขาพูดพลางขยิบตาให้ลุงหยวน

ลุงหยวนหยิบก้อนเงินออกมาจากในถุงเงินสองก้อน ก้อนละสิบตำลึง ก่อนจะวางลงบนโต๊ะอย่างแรง

ซ่งหลางกล่าวอีกว่า “แต่หากพวกเจ้ากินไม่หมด ข้าก็ไม่อาจมอบเงินรางวัลให้ได้ และพวกเจ้าก็ไม่อาจรับเงินค่าอาหารเช่นกัน เป็นอย่างไร”

เจ้าของร้านลังเลอย่างมาก เขารู้รสชาติของซาลาเปาทอด เกรงว่าเขาจะกินไม่ลงแม้แต่ลูกเดียว แล้วจะกินมากถึงเพียงนั้นได้อย่างไร ทว่าเงินสิบตำลึงนั่นส่องแสงแยงตาเขาเหลือเกิน เขาตัดใจยอมแพ้ไม่ลง จึงกำลังเถียงกับตนเองอยู่ในใจ

พนักงานรีบดึงแขนเสื้อของเจ้าของร้าน “เจ้าของร้าน โอกาสดีเช่นนี้เหตุใดท่านยังลังเลอยู่ได้อีก รีบตอบรับสิขอรับ” เขาอยากตอบตกลงแล้ว แต่เขาไม่มีสิทธิ์กินอาหารโดยไม่จ่ายเงิน อย่างไรก็ต้องให้เจ้าของร้านเอ่ยปากก่อนถึงจะใช้ได้

และซาลาเปาสี่สิบลูกนี้ เขาคนเดียวไหนเลยจะกินหมด ต้องใช้คนสองคนช่วยกันกินแล้ว

เจ้าของร้านจำรสชาติของซาลาเปาทอดไม่ได้แล้ว รู้เพียงว่ามันไม่อร่อย แต่เขาคิดว่าต่อให้ไม่อร่อยอย่างไร หลับตากลืนมันลงไปเพื่อเงินสิบตำลึงก็น่าจะได้กระมัง!

ดังนั้นเจ้าของร้านจึงพยักหน้า รับข้อเสนอของซ่งหลาง

ซ่งหลางโบกมือ “ทั้งสองคนนั่งลงเถอะ” จากนั้นเขาก็ยื่นมือไปหยิบซาลาเปาที่ไป๋จื่อกัดไปก่อนหน้านี้ แล้ววางลงตรงหน้าตนเอง สิ่งที่ไป๋จื่อกินไปแล้ว ย่อมไม่อาจให้พวกเขามายุ่งได้

เจ้าของร้านและพนักงานนั่งลงแล้ว พวกลูกค้าภายในร้านเห็นดังนั้นก็ล้อมเข้ามามุงดู พวกเขาอยากจะดูว่าทั้งสองคนจะกินอาหารที่เอาไปโม้กันว่าอร่อยที่สุดในเจียงเป่ย แต่ความจริงแล้วยากจะกระเดือกลงคอไปได้มากเท่าไรกันเชียว

พนักงานคีบซาลาเปาทอดลูกหนึ่งใส่ปาก ขนาดของมันไม่ใหญ่มาก เทียบเท่ากำปั้นของเด็กอายุสองสามขวบเท่านั้น

ชายหนุ่มอย่างเขากินลูกแล้วลูกเล่าจึงไม่ใช่เรื่องยาก

เขาคิดว่าซาลาเปาทอดจะต้องแป้งบาง ไส้เยอะ ชุ่มฉ่ำ และกลิ่นหอมฉุย เพราะซาลาเปาทอดที่เขาเคยกินก่อนหน้านี้มีรสชาติเช่นนั้น

……….

ตอนที่ 1100 กินอิ่มแล้วหรือ

ทว่าเมื่อกัดลงไปแล้ว เขาพลันตาลอยในทันที ข้างในไม่มีไส้ก็ช่างเถอะ แป้งไม่บางก็ยังรับได้ แต่เหตุใดมันถึงแข็งปานนี้ แม้กระทั่งยังไม่สุกอีกต่างหาก มารดาเขาสิ จะกินเข้าไปได้อย่างไรกัน

กว่าจะเคี้ยวหนึ่งลูกหมดได้ใช้เวลาอยู่เนิ่นนาน กระนั้นกลืนอย่างไรก็กลืนไม่ลง

ไม่นานนักเขาก็ดื่มน้ำชาในกาบนโต๊ะจนเกลี้ยง แต่ยังเคี้ยวอาหารเต็มปากนั่นไม่หมดสักที

กินแค่ลูกเดียวยังเปลืองพลังชีวิตถึงเพียงนี้ แล้วจะกินอีกสามสิบลูกได้อย่างไร

เขาหันไปมองเจ้าของร้าน พบว่าเจ้าของร้านก็ไม่ได้มีสภาพดีไปกว่าเขาเท่าไร น่าเวทนายิ่งกว่าด้วยซ้ำไป...เพราะถึงอย่างไรเจ้าของร้านก็อายุมากแล้ว...

ซ่งหลางยิ้มถามว่า “เป็นอะไรไป กินอิ่มแล้วหรือ”

เจ้าของร้านอยากพูดว่ายังไม่อิ่ม ทว่าแค่อ้าปากก็เรอออกมาเสียแล้ว

“ดูท่าจะกินอิ่มแล้วจริงๆ พวกเจ้ากินไปแค่สองลูกเท่านั้นเองนะ”

สีหน้าของเจ้าของร้านย่ำแย่เป็นอย่างมาก พนักงานผู้นั้นเหมือนจะเข้าใจแล้วเช่นกันว่าเหตุใดคุณชายผู้นี้ถึงได้เดิมพันเช่นนี้ ที่แท้ก็แค่อยากบอกพวกเขาว่าสิ่งของนี้ไม่อร่อยเพียงใด แต่พวกเขาก็ยังยกมาให้ในปริมาณมาก มากจนถึงขั้นทำให้คนโมโห

“ในเมื่อพวกเจ้ากินแค่สองลูกก็อิ่มแล้ว เหตุใดต้องยกมาให้พวกข้าถึงสี่สิบลูกด้วย กลัวว่าพวกข้าออกไปแล้วจะยังอยากซื้ออาหารอย่างอื่นอีก จึงจงใจเตรียมไว้มากๆ หรือ” ซ่งหลางยิ้มขณะพูดอยู่ตลอดเวลา น้ำเสียงก็ไม่เนิบช้า ไม่เร่งร้อน ราวกับว่าพูดเรื่องทั่วๆ ไปกับพวกเขา

เจ้าของร้านอยากตอบว่าใช่ แต่ก็รู้สึกว่าหน้าไม่อายเกินไปจึงไม่ได้พูดอะไร

พนักงานก็วางซาลาเปาลงเช่นกัน แม้เขาจะอยากได้เงินสิบตำลึงมาก แต่ซาลาเปาพวกนี้อาจจะคร่าชีวิตเขาก็ได้ หากตายแล้วจะนำเงินไปทำอะไรได้เล่า

ลุงหยวนเก็บเงินกลับไปแล้ว ฝ่ายซ่งหลางลุกขึ้นยืน กล่าวกับเจ้าของร้านว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกข้าขอตัวก่อน”

เจ้าของร้านและพนักงานล้วนหน้าแดง ไม่กล้ารั้งให้เขาอยู่ต่อ ทำได้เพียงมองทั้งสองคนเดินจากไปอย่างเชื่องช้า

พวกลูกค้าในร้านลุกฮือขึ้นมาแล้ว ไม่มีใครยอมจ่ายเงินค่าซาลาเปาทอด เรื่องราววุ่นวายมาก อีกทั้งมีคนลงไม้ลงมืออีกต่างหาก ทำร้ายเจ้าของร้านและพนักงานจนบาดเจ็บ เรื่องไปถึงหูศาลาว่าการ

ซ่งหลางพาไป๋จื่อออกจากร้านซาลาเปาทอดหลิวจี้ ทว่าก็ไม่ได้รีบร้อนไปขึ้นรถม้า เดินเลียบถนนชุนฟางไปเรื่อยๆ ก่อนจะพบร้านซาลาเปาทอดร้านหนึ่งตั้งอยู่ไม่ไหล

ร้านนี้เล็กมาก ข้างในมีโต๊ะวางอยู่สองสามตัวเท่านั้น แต่กลับมีลูกค้านั่งอยู่จนเต็ม ข้างนอกมีคนซื้อซาลาเปาทอดแล้วไม่มีที่นั่ง ต่างก็ยืนกินอยู่ข้างนอกทั้งอย่างนั้น แต่ละคนหน้าตายิ้มแย้ม

เถ้าแก่ที่กำลังยุ่งเปิดฝาหม้อออก กลิ่นหอมสายหนึ่งลอยมาเตะจมูก เป็นกลิ่นหอมที่ทำให้คนท้องร้องได้

ที่แท้ของอร่อยเป็นสิ่งที่ต้องค้นพบด้วยตนเอง

ซ่งหลางกล่าวกับลุงหยวนว่า “ซื้อไปจำนวนหนึ่ง พวกเรานำไปกินบนรถม้าเถอะ” เขาพูดจบแล้วก็พูดเสริมอีก “ซื้อให้มากหน่อย เจ้ากับเสี่ยวชิงก็ต้องกินด้วยเช่นกัน นำไปแบ่งพวกพี่น้องบนเรือด้วย”

บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของลุงหยวนพลันมีแต่รอยยิ้ม รอยตีนกายับย่นจนแทบจะหนีบแมลงวันตายได้แล้ว

ไม่ใช่เพราะเขาเห็นแก่กิน เพียงแต่รู้สึกว่าคุณชายน้อยของพวกเขาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนหลังจากสกุลเจอกับหายนะ บัดนี้คล้ายกับค่อยๆ กลับมาเป็นคนเดิมแล้ว

หากไป๋จื่อทำให้คุณชายกลับมาเป็นคนเดิมได้จริงๆ ต่อให้ต้องมีชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ พวกเขาก็ยินดี

เมื่อออกจากถนนชุนฟาง ไป๋จื่อหันกลับไปมองครั้งหนึ่ง มองไปยังร้านซาลาเปาทอดหลิวจี้ที่กำลังวุ่นวายอย่างหนัก

ไม่รู้ว่าเรื่องวุ่นวายในครั้งนี้ถึงหูศาลาว่าการแล้ว จะทิ้งเบาะแสเกี่ยวกับนางไว้ได้บ้างหรือไม่

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 550