คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 551

#551คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1101 ในน้ำชามีอะไร

นางคิดอะไร ซ่งหลางล้วนรู้ ต่อให้ทิ้งเบาะแสไว้ได้แล้วอย่างไร

เมื่อจิ้นอ๋องมาถึงที่นี่ เรือของพวกเขาก็คงหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว

ความแตกต่างระหว่างการเดินทางทางน้ำและทางบกต่างกันตรงนี้ ไม่มีทางจับร่องรอยทางน้ำได้อย่างถูกต้องเลย

เมื่อพ้นท่าเรือเจียงเป่ยแห่งนี้ไป ท่าเรือต่อไปก็เป็นท่าเรือสุดท้ายของแคว้นฉู่แล้ว ขอเพียงเขาไม่เทียบท่า มุ่งหน้าผ่านไปโดยตรง เช่นนั้นก็เท่ากับออกจากอาณาเขตของแคว้นฉู่โดยสมบูรณ์

แต่ที่น่าแปลกก็คือ เขาบอกว่าจะกลับไป ไป๋จื่อกลับไม่ได้พูดอะไรมากเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่คิดจะถ่วงเวลาเสียด้วยซ้ำ ว่าง่ายเสียจนเขาประหลาดใจ

ยิ่งนางว่าง่ายเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ แท้จริงแล้วนางคิดอะไรอยู่กันแน่

“เจ้าไม่อยากเดินเล่นอีกสักหน่อยหรือ” ซ่งหลางถาม

สายตาของไป๋จื่อมองออกไปข้างนอกหน้าต่างรถม้าตลอดเวลา มองทิวทัศน์ที่ผ่านไป บัดนี้นางคิดถึงทิวทัศน์ของเมืองชิงหยวนในตอนนั้น

ที่นี่รุ่งเรืองไม่สู้เมืองหลวง แต่กลับรุ่งเรืองกว่าเมืองชิงหยวนไม่รู้ตั้งกี่เท่า

ทุกครั้งที่นึกถึงเมืองชิงหยวน นางจะรู้สึกคิดถึงเป็นพิเศษ วันที่เรียบง่ายที่สุดผ่านไปแล้ว ไม่มีทางหวนกลับมาอีก

นางกลับไปที่นั่นไม่ได้แล้ว

“ไม่มีอะไรน่าเดิน กลับเถอะ” นางไม่ได้หันไปมองซ่งหลาง เพียงตอบเสียงเรียบ

เสี่ยวชิงส่งซาลาเปาทอดที่ไม่ร้อนลวกมือแล้วให้ไป๋จื่อ “แม่นาง กินได้แล้วเจ้าค่ะ”

ไป๋จื่อพยักหน้า รับซาลาเปาลูกนั้นมากัดเบาๆ น้ำจากไส้เนื้อที่อุ่นและหอมไหลผ่านลิ้นลงไปสู่ลำคอ แป้งที่ทอดมาอย่างบางกรอบนั้นยิ่งกัดก็ยิ่งหอม ไม่เลวเลยจริงๆ

นางกินรวดเดียวสามลูก

เมื่อออกจากเรือลำนั้น กินอะไรแล้วก็ไม่ได้อาเจียนออกมาอีก ซ่งหลางเห็นแล้วจึงรู้สึกหิวเช่นกัน กินรวดเดียวหกลูก พาให้รู้สึกอิ่มอยู่แปดส่วน

ทันทีที่ขึ้นเรือไป ความรู้สึกเวียนศีรษะพลันกลับมาอีกครั้ง อากาศข้างในนี้ไม่ได้สดชื่นเหมือนข้างนอก อีกทั้งมืดสลัว แม้กระทั่งจุดตะเกียงถึงแปดดวงแล้วก็ยังสว่างสู้ข้างนอกไม่ได้

นางเกลียดที่นี่จริงๆ

เสี่ยวชิงยกน้ำชาเข้ามา ไป๋จื่อกวาดสายตามองจอกชาที่ประณีตนั้น เอ่ยว่า “วางลงเถอะ อีกเดี๋ยวข้าค่อยกิน”

หลังจากเสี่ยวชิงวางจอกชาลงบนโต๊ะเล็กๆ ข้างเตียงแล้วก็ไม่ได้ไปไหน เพียงยืนอยู่อย่างนั้นเงียบๆ ไม่พูดจา

ไป๋จื่อลอบยิ้มเย็น นางรู้อยู่แล้วว่าซ่งหลางจะต้องใส่อะไรลงไปในน้ำชาแน่นอน ปากบอกว่ายาถอนพิษมีฤทธิ์สองชั่วยาม แต่ความจริงแล้วจะวางยานางอีกครั้งหลังจากสองชั่วยามต่างหาก

นางรู้ว่าหากไม่ดื่มชานี้เสี่ยวชิงจะไม่มีทางไปไหน จึงกำผ้าเช็ดหน้าผืนสี่เหลี่ยมไว้ในฝ่ามือ ก่อนจะลงจากเตียงเพื่อยกจอกชาขึ้น เดินเล่นไปพลาง ‘ดื่มชา’ ไปพลาง

บัดนี้นางเทชาครึ่งจอกใส่ผ้าเช็ดหน้าแล้ว

จากนั้นนางก็วางจอกชาลงบนโต๊ะ แล้วยัดผ้าเช็ดหน้าไว้ในแขนเสื้อ

เสี่ยวชิงก้าวเข้ามารับจอกชาออกจากห้องไป ซ่งหลางคอยท่าอยู่ข้างนอกเห็นภายในจอกเหลือน้ำชาอยู่เพียงแค่ครึ่งเดียวจึงค่อยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

ยากระดูกอ่อนหลวมที่เขาทำเป็นพิเศษนี้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เมื่ออยู่ในน้ำชาแล้ว ต่อให้เป็นไป๋จื่อก็ไม่มีทางแยกออก

แม้เขาจะวางแผนทุกอย่างเอาไว้แล้ว แต่เขาลืมว่าถึงไป๋จื่อจะแยกไม่ออกว่าในน้ำชามีอะไร แต่นางก็เดาได้ว่าเขาจะทำอะไร

พวกเขาไม่คิดจะเทียบท่าเรือถัดไป จึงต้องเตรียมข้าวของจำเป็นที่ท่าเรือนี้ให้เพียงพอ

อาหารกล่องแล้วกล่องเล่าถูกยกขึ้นบนเรือ ใกล้เวลาโพล้เพล้แล้วถึงจะเตรียมของเสร็จ

เดิมทีอากาศดีไม่หยอก แต่จู่ๆ ก็มีลมพัดโหม ท้องฟ้ามืดครึ้ม ราวกับพายุฝนกำลังจะมาถึง

ว่ากันว่าอากาศเช่นนี้ไม่เหมาะจะออกเรือ แต่ซ่งหลางก็ยังคงออกคำสั่งให้ออกเรืออยู่ดี จะค้างคืนที่นี่เสี่ยงเกินไป ใครเล่าจะรู้ว่าจิ้นอ๋องจะตามมาถึงเมื่อไร เขาอาจจะตามมาถึงในคืนนี้ก็ได้ เสี่ยงไม่ได้เด็ดขาด

……….

ตอนที่ 1102 พ่อค้าต่างถิ่นที่ผ่านไป

ท่าเรือเจียงเป่ยแทบจะมีเรือจอดอยู่จนเต็ม เรือของซ่งหลางเป็นเรือสินค้าลำเดียวที่ออกจากท่าเรือในคืนนี้

ผู้ดูแลท่าเรือโน้มน้าวอยู่นาน แต่เรือก็ยังคงออกจากท่าไปอยู่ดี

“ลมกรรโชกปานนี้ เกรงว่าจะเจอโชคร้ายแล้ว!” ผู้ดูแลมองเรือลำใหญ่หายไปในม่านราตรี เอ่ยพลางถอนใจเสียงยาว

คืนนั้นเอง ฉู่เยี่ยนและอาอู่มาถึงเจียงเป่ยแล้ว บัดนี้ลมพัดแรงมาก ตรงท่าเรือจึงมีแต่เรือ ไม่มีคนอยู่เลย

อาอู่เอ่ยว่า “ท่านอ๋อง พวกเราไปสอบถามที่ศาลาว่าการเจียงเป่ยเถอะขอรับ”

ตอนนี้ไม่มีใครอยู่บนท่าเรือเลยสักคน ต่อให้พวกเขารออยู่ที่นี่ก็ไม่เจอใครให้ถามไถ่ ไปให้ที่ศาลาว่าการออกตามหาคนยังอาจจะเร็วกว่าพวกเขาปิดตาตามหาอยู่ที่นี่

ฉู่เยี่ยนพยักหน้า “ดีเหมือนกัน ไปที่ศาลาว่าการเถอะ”

ทั้งสองคนห้อม้า เร่งไปที่ศาลาว่าการโดยตรง

คิดไม่ถึงเลยจริงๆ มืดขนาดนี้แล้ว ทว่าในศาลาว่าการกลับจุดไฟสว่างโร่ ภายในโถงมีคนคุกเข่าอยู่เยอะทีเดียว คล้ายกับกำลังไต่สวนคดีอยู่

ศาลวุ่นวายมาก ฝ่ายหนึ่งก็พูดมีเหตุผล อีกฝ่ายหนึ่งก็พูดมีเหตุผลเช่นกัน

ไม่มีใครยอมใครเลยแม้สักส่วน

ใต้เท้าไต่สวนคดีปวดศีรษะมาก ด้วยไม่รู้ว่าควรจะจัดการคดีนี้อย่างไรดี จึงได้แต่ปล่อยให้พวกเขาวิวาทกัน หวังว่าพวกเขาจะหาข้อสรุปออกมาได้

ทันใดนั้นเจ้าพนักงานก็รายงานว่า “ใต้เท้า จิ้นอ๋องมาขอรับ กำลังรออยู่ข้างนอก”

ใต้เท้าเจ้าเมืองที่กำลังมึนงงพลันตาตั้ง “เจ้าว่าอะไรนะ”

เจ้าพนักงานรีบกล่าว “ใต้เท้า ข้าน้อยบอกว่าจิ้นอ๋องมาขอรับ ตอนนี้เขากำลังรออยู่ข้างนอก”

ความง่วงของเจ้าเมืองหนิวพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย บนใบหน้าประกฎแววตะลึงลาน เขาโยนไม้เรียกสติในมือลงบนโต๊ะดัง ‘ปัง’ เสียงดังกังวานทำให้เสียงเอะอะเบื้องล่างเงียบลงโดยพลัน

ขณะนี้ฉู่เยี่ยนและอาอู่เข้ามาแล้ว กล่าวกับเจ้าเมืองหนิวที่นั่งอยู่ข้างหลังโต๊ะว่า “เอะอะเสียงดังยิ่งนัก เจ้าเมืองหนิวช่างเป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ที่ได้รับความรักจากประชาชน ดึกแล้วก็ยังไม่พักผ่อน ยังคงไต่สวนคดีอยู่เลยหรือนี่”

เขายืนมองอยู่ข้างนอกครู่หนึ่งแล้ว เห็นใต้เท้าหนิวสัปหงกขณะไต่สวนคดี คนเบื้องล่างวิวาทกันจนถึงเพียงนั้น เขากลับหลับได้ลง แค่มองก็รู้แล้วว่าปกติแล้วเขาเกียจคร้านเพียงใด

เจ้าเมืองหลิวยิ้มเจื่อน แม้วาจานี้จะไม่ได้แปลกอะไร แต่เหตุใดเขาถึงรู้สึกว่ามันผิดปกติ แต่ผิดปกติตรงไหนกัน ตอนนี้สมองของเขาคิดอะไรไม่ออกเลย

“ไม่ทราบเลยว่าจิ้นอ๋องจะมาเยือน ข้าน้อยไม่ได้ออกไปต้อนรับ ขอท่านอ๋องลงโทษด้วย!” เจ้าเมืองหลวงรีบลงจากศาล แล้วเดินไปคุกเข่าทำความเคารพที่ตรงหน้าจิ้นอ๋อง

จิ้นอ๋องโบกมือ “ไม่ต้องมากพิธี ไต่สวนคดีต่อไปเถอะ ข้าอยากจะดูสักหน่อย” เขาได้ยินว่าเรื่องราวเกี่ยวกับการค้าขายและรังแกลูกค้า มีคนหนึ่งพูดถึงลูกค้าโต๊ะหนึ่งว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เขารู้สึกสนใจทีเดียว อีกทั้งรู้สึกว่าลูกค้าโต๊ะนั้นคุ้นๆ อยู่บ้าง

การกระทำนั้นไม่เหมือนกับการกระทำของคนเจียงเป่ย

ฉู่เยี่ยนเดินไปถึงตรงหน้าพนักงานผู้นั้น ถามว่า “ลูกค้าที่บอกว่าจะให้เงินสิบตำลึง ขอเพียงพวกเจ้ากินซาลาเปาทอดจนหมด ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด รู้ที่อยู่ของเขาหรือไม่”

พนักงานผู้นั้นส่ายหน้า “พวกเขาไม่ใช่คนท้องถิ่น น่าจะเป็นพ่อค้าที่ผ่านมา ตอนนี้น่าจะออกจากที่นี่ไปแล้วขอรับ”

“พวกเขามีลักษณะอย่างไร เจ้าจำได้หรือไม่” ฉู่เยี่ยนถาม

ฝ่ายพนักงานพยักหน้า “ย่อมจำได้ขอรับ เป็นหนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรี บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ หล่อเหลา ส่วนสตรีงดงามมาก ยากนักจะจำไม่ได้”

ฉู่เยี่ยนรีบนำภาพวาดของซ่งหลางออกมาจากในอกเสื้อ ส่งให้พนักงานดู “เจ้าดูสิ ใช่เขาหรือไม่”

พนักงานกำลังมองดู เจ้าของร้านที่อยู่ข้างๆ ก็เข้ามาใกล้ด้วย เขาร้องในทันที “เขานี่แหละ เป็นเขา เรื่องในวันนี้ต้องโทษเขา หากไม่ใช่เพราะเขา พวกข้าจะถูกชาวบ้านรุมประนามเช่นนี้ได้อย่างไร”

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 551