คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 561
ตอนที่ 1121 อาหลู่
สีหน้าของคนพวกนั้นขณะมองซาหยวนมีแต่ความหวั่นเกรงอย่างชัดเจน เหมือนกับสีหน้าของชาวบ้านแคว้นฉู่ยามเห็นโอรสสวรรค์
หรือว่าซาหยวนจะไม่ใช่แค่พ่อค้าชาวอูซุน
ผ่านไปครู่หนึ่ง มีสตรีนางหนึ่งนำซาหยวนและพวกไป๋จื่อไปที่บ้านไม้หลังหนึ่ง
ในบรรดาบ้านไม้ทุกหลัง บ้านไม้หลังนี้นับว่าค่อนข้างใหญ่ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น การมาถึงของพวกเขาก็ยังคงทำให้บ้านไม้แน่นขนัดเป็นอย่างยิ่ง
ในบ้านไม้มีกลิ่นแปลกๆ ที่ไม่อาจมองข้ามได้สายหนึ่ง มันทั้งฉุนและเหม็น แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่ทำให้คนอาเจียนออกมา
ไป๋จื่อมีสีหน้าเป็นปกติ ไม่ขมวดคิ้วแม้สักนิด นางมองบุรุษตัวใหญ่ที่เข้ามาจากข้างนอกด้วยสายตาเรียบเฉย
บุรุษผู้นั้นสวมกระโปรงใบไม้ ด้านหลังของเขาตามมาด้วยสตรีนางหนึ่ง นางแตกต่างกับสตรีคนอื่นที่นี่ เพราะนางสวมเสื้อผ้าชุดหนึ่ง เป็นชุดกระโปรงสีถ่าน ตรงเอวห้อยเชือกถักเส้นหนึ่ง
ไป๋จื่อมองเสื้อผ้าชุดนั้น เนื้อผ้าแตกต่างกับเสื้อผ้าของซาหยวนอย่างเห็นได้ชัด เหมือนจะเป็นผ้าจากแคว้นฉู่มากกว่า รูปแบบก็เหมือนกันมาก บนเสื้อผ้ามีรูอยู่หลายรู ทว่าไม่มีการปะชุนใดๆ อีกทั้งดูแล้วเหมือนจะเป็นเสื้อผ้าของบุรุษเสียมากกว่า
นางพิจารณาเสื้อผ้าของสตรีนางนั้น สตรีนางนั้นก็จ้องมองเสื้อผ้าของไป๋จื่อเช่นกัน ในดวงตาฉายแววประหลาดใจ
ชัดเจนว่านางสนใจเสื้อผ้าที่ไป๋จื่อสวมอยู่เป็นอย่างมาก
ฝ่ายบุรุษนั่งขัดสมาธิลงตรงหน้าซาหยวนและไป๋จื่อ ก่อนจะทำท่าทางหนึ่งให้ซาหยวน คล้ายกับว่าเป็นมารยาทของพวกเขาที่นี่ พร้อมทั้งยิ้มยิงฟันขาวเสียด้วย
ซาหยวนกล่าวกับไป๋จื่อว่า “เขาเป็นผู้ปกครองเกาะนี้ อาหลู่”
ไป๋จื่อพยักหน้าและยิ้มให้อีกฝ่าย ถือเป็นการทักทายแล้ว
บุรุษผู้นั้นเอ่ยภาษาอูซุน ไม่นับว่าคล่องปากมาก แต่ก็พอจะสื่อสารกับพวกเขาได้
“คนในเผ่าบอกข้าว่าพวกเจ้าถูกพายุพัดมาที่นี่หรือ แล้วเรือของพวกเจ้าเล่า”
ไป๋จื่อมองซาหยวนครั้งหนึ่ง ซาหยวนรู้กัน จึงตอบกลับไปว่า “เรือของพวกข้าแตกเพราะพายุไปแล้ว พวกข้าเกาะแท่นไม้ลอยมาที่นี่”
อาหลู่พยักหน้า อีกทั้งไม่สงสัย เขารู้ว่าทิศทางนั้นมีตาพายุที่รุนแรงอย่างยิ่งแห่งหนึ่ง เกิดเรือแตกขึ้นได้ง่ายมาก พวกเขารอดมาได้นับว่ามหัศจรรย์ยิ่ง
ซาหยวนเอ่ยว่า “ขอเพียงพวกเจ้ายินดีส่งพวกข้ากลับอูซุน ข้าจะตอบแทนพวกเจ้าอย่างงาม”
อาหลู่กำลังจะตอบ สตรีที่อยู่ด้านหลังเขาสะกิดเขาเบาๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูเขาเสียงเบา
สตรีนางนั้นจงใจลดเสียงลง แต่ถึงอย่างไรที่นี่ก็มีพื้นที่กว้างมาก พวกไป๋จื่อจึงได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจน
เป็นภาษาถิ่น ไป๋จื่อฟังไม่รู้เรื่อง นางจึงมองไปทางซาหยวน
ซาหยวนก้มหน้า กระซิบที่ข้างหูไป๋จื่อบ้าง ทว่าเสียงเบายิ่งกว่าสตรีนางนั้น “ภรรยาของอาหลู่ขอเพิ่มเสื้อผ้าเช่นพวกเจ้าในค่าตอบแทนด้วย”
ไป๋จื่อเข้าใจในทันที มุมปากยกโค้งเล็กน้อย โชคดีที่นางนำชุดมาด้วยหลายชุด ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายคว้าเสื้อผ้าบนตัวนางเข้าแล้วจะทำอย่างไร
นี่เป็นครั้งแรกที่ซาหยวนอยู่ใกล้นางขนาดนี้ ใกล้เสียจนจมูกโด่งๆ ของเขาแทบจะชนกับศีรษะของนาง กลิ่นหอมจางๆ สายหนึ่งเตะจมูกเขา ทำให้เขาพลันใจเต้นแรงขึ้นมา
เขาอยากชิมริมฝีปากสีดอกท้อนั้นเสียจริงๆ
ไป๋จื่อคล้ายกับรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของซาหยวน จึงถอยห่างไปถึงข้างๆ เสี่ยวชิงในทันที
คราวนี้ซาหยวนถึงได้รู้ตัว รีบเหยียดตัวตรง ต่อว่าตนเองว่าเลวนัก นางตัวเล็กขนาดนี้ อีกทั้งเป็นเพียงแม่นางน้อยเท่านั้น เขาเกิดความคิดอัปมงคลเช่นนี้กับนางได้อย่างไร อยากตบหน้าตนเองสักสองฉาดยิ่งนัก
อาหลู่ตกลงกับภรรยาเรียบร้อยแล้ว จึงกล่าวกับซาหยวนว่า “สามวันหลังจากนี้ เรือประมงลำเดียวบนเกาะของพวกข้าจะไปส่งปลาที่อูซุน ข้ารับปากให้พวกเจ้าร่วมทางไปด้วยกัน เพียงแต่นอกจากค่าตอบแทนแล้ว ภรรยาของข้ายังอยากได้เสื้อผ้าเช่นที่แม่นางผู้นั้นสวมอยู่ด้วย”
……….
ตอนที่ 1122 ทำน้ำแกงปลา
ไป๋จื่อพยักหน้าให้ซาหยวน เขาจึงกล่าวว่า “ตกลง!”
เมื่อนัดแนะกันอย่างราบรื่นแล้ว อาหลู่ก็เชิญพวกเขากินข้าวด้วยกัน อาหารกลางวันของพวกเขาเรียบง่ายมาก มีแค่น้ำสะอาดและปลาย่าง
พวกเขาสามคนกินอาหารย่างจนเอียนจะแย่ เมื่อเห็นปลาย่างแล้วจึงอยากอาเจียน ไม่มีความอยากอาหารเลยสักนิด
ไป๋จื่อเห็นหม้อเหล็กใบหนึ่งวางอยู่ในมุมบ้าน เป็นหม้อเหล็กที่ขึ้นสนิมแล้ว
นางขอยืมหม้อใบนั้นจากอาหลู่ หลังจากขัดล้างจนสะอาดแล้วก็ใช้มันต้มน้ำใบหนึ่ง แล้วใส่ผักป่าที่หาได้จากพงหญ้าละแวกนี้มาต้มเป็นน้ำแกงปลาหม้อหนึ่ง
น่าเสียดายที่นอกจากเกลือแล้วก็ไม่มีเครื่องปรุงอื่นใดอีก ไม่เช่นนั้นน้ำแกงปลาหม้อนี้จะอร่อยยิ่งกว่านี้อีก
กลิ่นหอมของน้ำแกงปลาดึงดูดคนมากมาย พวกเขาล้วนยกชามมาที่บ้านของอาหลู่ ไป๋จื่อกินไปเพียงครึ่งชามเท่านั้น พริบตาเดียวก็หมดเกลี้ยงแล้ว...
ไม่นานนักคนที่กินน้ำแกงปลาไปแล้วเหล่านั้นก็มอบปลาที่บ้านตนเองให้ไป๋จื่อ และมีสตรีวัยหลางคนเก็บผักป่าชนิดเดียวกับที่เพิ่งกินไปในน้ำแกงปลามาด้วย พร้อมทั้งมองไป๋จื่อด้วยใบหน้าคาดหวัง
อาหลู่กล่าวกับไป๋จื่อว่า “พวกนางอยากเรียนวิธีการทำน้ำแกงปลา และถามว่าเจ้าจะสอนพวกนางได้หรือไม่”
ไม่ยาก เดิมทีนางก็ยังกินไม่อิ่ม ต้มน้ำแกงปลาอีกสักรอบก็สิ้นเรื่อง
ตั้งเตา ต้มน้ำ ใส่วัตถุดิบและเครื่องปรุง เพียงเท่านั้นก็ส่งกลิ่นหอมแล้ว
น้ำแกงปลาเป็นอาหารที่ทำง่ายที่สุด โชคดีที่เมื่อครู่นางทำน้ำแกงปลา หากเป็นพระกระโดดกำแพง นางเกรงว่าทั้งชีวิตนี้คงจะไปจากเกาะนี้ไม่ได้แล้ว
ความสามารถในการเรียนรู้ของสตรีวัยกลางคนพวกนี้ด้อยกว่าที่ไป๋จื่อจินตนาการไว้ แค่น้ำแกงปลาหม้อเดียว พวกนางใช้เวลาเรียนนานถึงหนึ่งวันเต็มๆ แล้วก็ยังทำตามไม่ได้...
ตกกลางคืน พวกซาหยวนและไป๋จื่อเข้าไปในบ้านไม้ร้าง เจ้าของบ้านไม้หลังนี้ออกทะเลไปแล้วก็ไม่ได้กลับมา ภรรยาของเขาไปอยู่กับคนอื่นแล้วเช่นกัน ปล่อยบ้านให้ทิ้งร้าง ทว่าก็พอให้พวกเขาพักอยู่พอดิบพอดี
บนเกาะมีอากาศร้อนอบอ้าว แม้จะเป็นบ้านไม้ที่มีรอยรั่วทั้งสี่ด้าน ทว่าก็ไม่ทำให้พวกเขารู้สึกหนาว
ซาหยวนเอ่ยว่า “พวกเจ้านอนข้างในเถอะ ข้าจะนอนข้างนอกเอง หาที่วางกล่องให้ดีๆ แม้อาอู่จะไม่มีเจตนาชิงไป แต่ก็ยากจะรับรองว่าบนเกาะนี้จะมีคนจิตใจไม่ดีหรือไม่”
ไป๋จื่อพยักหน้า ให้เสี่ยวชิงวางกล่องไว้ข้างกาย ครั้นเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของซาหยวนนอนลงที่หน้าประตู พวกนางก็รู้สึกวางใจลงไม่น้อย
อาจจะเพราะเหนื่อยมาก ไม่นานนักไป๋จื่อก็หลับไป อีกทั้งยังฝันอีกต่างหาก นางฝันเห็นตนเองและเสี่ยวชิงกลับไปที่แคว้นฉู่ ทว่าแคว้นฉู่ในเวลานั้นเปลี่ยนไปมากแล้ว
ฉู่เยี่ยนขึ้นเป็นฮ่องเต้ แต่งกับสตรีคนอื่นและแต่งตั้งนางเป็นฮองเฮา เขาจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าไป๋จื่อเป็นใคร
นางพลันตกใจตื่น เบิกตาโพลง เห็นเงาดำตะคุ่มๆ ปรากฏอยู่ข้างนอกบ้านไม้
ซาหยวนหลับสนิท จึงไม่รู้ตัวว่ามีคนเข้ามาให้ เงาร่างนั้นสูงใหญ่ ทว่าก้าวขาข้ามตัวซาหยวนได้อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะลอดกายเข้ามาในบ้านไม้
ไป๋จื่อเขย่าร่างเสี่ยวชิงอย่างแรง
เสี่ยวชิงเป็นผู้ที่ฝึกวรยุทธ์ ปฏิกิริยาตอยสนองว่องไวอย่างยิ่ง นางลืมตาขึ้นแล้วก็ดีดตัวลุกขึ้นทันที กล่าวด้วยโทสะว่า “ใคร”
เสียงของเสี่ยวชิงปลุกซาหยวนที่นอนขวางอยู่หน้าประตูแล้ว
บุรุษผู้นั้นจับจ้องไปยังกล่องตรงมุมบ้านอย่างไม่ละสายตา ทว่าถูกคนจับได้แล้ว จึงพุ่งตัวไปที่กล่องนั้นอย่างไม่คิดชีวิต
เสี่ยวชิงตาไว ฝีเท้าไว นางคว้ากล่องนั้นไว้ในมือได้ก่อน
บุรุษผู้นั้นโมโหเป็นอย่างยิ่ง เหวี่ยงหมัดใส่เสี่ยวชิงในทันที
ซาหยวนกระโจนเข้ามา ใช้ร่างกายของตนเองกระแทกบุรุษผู้นั้นอย่างแรง
กำปั้นของบุรุษผู้นั้นไม่ได้กระแทกใส่เสี่ยวชิง กล่องไม่ได้ถูกแย่งไป เขาอับอายจนเกิดเป็นความโกรธอย่างอดไม่อยู่ จึงพลิกมือขึ้นเหวี่ยงกำปั้นใส่ซาหยวนแทน
ซาหยวนไม่มีประสบการณ์การต่อสู้ จึงคิดไม่ถึงโดยสิ้นเชิงว่าบุรุษผู้นี้จะตอบสนองไวปานนี้