คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 566
ตอนที่ 1131 เรื่องน่าอายของตระกูล
ซาหยวนไม่ได้เปิดโปงเขาต่อหน้าทุกคน ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องน่าอายของตระกูล หากมีข่าวลือออกไปคงไม่ใช่เรื่องดี
ซาลู่เห็นซาหยวนไม่พูดเรื่องนั้นก็พลันใจเย็นลง จากนั้นเขามองไปทางด้านหลังของซาหยวน ก่อนจะมีสีหน้าตื่นตะลึง “พวกเขาเป็นใครกัน”
ซาหยวนตอบเขาเสียงเรียบ “พวกเขาเป็นเพื่อนของข้า”
ซาลู่คล้ายกับสนใจพวกไป๋จื่ออย่างมาก อยากเข้าใกล้อีกสักหน่อย เพื่อมองพวกนางให้ชัดเจนอีกสักนิด แต่ซาหยวนกลับขวางเขาเอาไว้ “พวกเขาเป็นเพื่อนของข้า ได้โปรดเกรงใจกันหน่อย”
ซาลู่ถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างจนใจ “ซาหยวน เจ้าเครียดเกินไปแล้ว ข้าก็แค่อยากทักทายพวกเขาก็เท่านั้นเอง”
ซาหยวนเพียงแค่นเสียงเบาๆ ไม่ได้ตอบความ
ซาลู่เอ่ยอีกว่า “พวกเขาดูไม่เหมือนคนอาณาจักรอูซุน มาจากที่ไหนกันแน่”
“แผ่นดินจงหยวน เจ้าเคยได้ยินหรือไม่” ซาหยวนตอบ
ซาลู่เลิกคิ้ว “แผ่นดินจงหยวนจริงๆ หรือ มีสถานที่ที่เรียกว่าแผ่นดินจงหยวนจริงๆ หรือนี่”
ไป๋จื่อเห็นเขาเป็นเช่นนั้นก็ถามในทันที “เจ้ารู้จักแผ่นดินจงหยวนด้วยหรือ”
ซาลู่พยักหน้า จากนั้นก็ส่ายหน้า ยิ้มว่า “ข้าเพียงเคยได้ยินเท่านั้น ยังคิดว่าคนผู้นั้นโม้ไปเรื่อย บนโลกนี้จะมีสถานที่เช่นนั้นได้อย่างไร แต่ตอนนี้ข้าว่าเขาพูดความจริงแล้วละ”
ซาหยวนมองไป๋จื่อที่อยู่ตรงหน้า นางท่าทางอายุเพียงสิบสามสิบสี่ปี ร่างกายไม่นับว่าสูงชะลูด แต่กลับผอมบางมาก ผมยาวเหยียดตรงสีดำขลับยาวปกคลุมแผ่นหลังของนาง ชัดเจนว่ายาวถึงเอวเลยทีเดียว
เหมือนกับที่คนผู้นั้นว่าไว้ สตรีจากแผ่นดินจงหยวนล้วนผอมแห้ง ไม่ได้มีส่วนโค้งเว้าเหมือนสตรีอาณาจักรอูซุน
คนผู้นั้นบอกอีกว่า เสื้อผ้าที่ชาวจงหยวนสวมใส่มีเนื้อผ้าที่เรียบลื่นราวกับผิวของสตรี สีสันสดสวย มีลวดลายมากมาย และมีคนปักลายบนผืนผ้าด้วย ภาพที่ปักออกมาก็สมจริงราวกับมีชีวิตอีกต่างหาก
และผ้าเช่นนั้นไม่ได้มีแต่คนรวยเท่านั้นที่ใส่ได้ ต่อให้เป็นชาวบ้านตามชนบท ขอเพียงมีเงินก็สามารถซื้อมาใส่ได้
ไม่เหมือนอาณาจักรอูซุนของพวกเขา ของดีล้วนมีไว้เพื่อเพียงไม่กี่ตระกูล สิ่งที่พวกชาวบ้านกินและใช้ล้วนเป็นสินค้าชั้นล่างที่คนรวยไม่ต้องการแล้ว
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเชื่อ เพียงคิดว่ามันเป็นคำลวงที่ปั้นแต่งออกมาเท่านั้น
แต่วันนี้ได้เห็นสตรีสองคนที่น้องสามพากลับมา เขาก็จำต้องเชื่อแล้ว
ทันใดนั้น หมอที่ตรวจอาการให้นายท่านออกมาจากข้างในแล้ว พ่อบ้านจึงรีบเรียกหมอย่าอันเข้ามา
หมอย่าอันมักจะตรวจโรคให้พวกเขาตระกูลซ่างอี จึงย่อมรู้จักซาหยวน ครั้นเห็นเขากลับมาแล้ว บนใบหน้าก็ปรากฏความปีติเช่นกัน “ซาหยวนกลับมาแล้ว ดียิ่งนัก เมื่อครู่นายท่านซ่างอีพร่ำถึงเจ้าไม่หยุดเลย”
ซาหยวนร้อนใจมาก อยากพบปู่ในทันที แต่ก็อยากฟังการวินิจฉัยของหมอย่าอันเสียก่อน “ท่านปู่เป็นอย่างไรบ้าง”
ย่าอันเก็บรอยยิ้ม ถอนใจเสียงหนึ่ง “ไม่ดีมาก วันนี้เริ่มเป็นไข้แล้ว หากไม่เป็นไข้ก็อาจจะดีกว่านี้บ้าง ทว่าตอนนี้...” เขาส่ายหน้า ไม่รู้ว่าควรพูดต่อไปอย่างไรดี
เดิมทีนายท่านซ่างอีก็ร่างกายไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ล้มป่วยครั้งนี้จึงทำให้เขาอ่อนแอถึงขีดสุด ทีแรกเห็นทิศทางที่ดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ใครเล่าจะรู้ว่าคืนวานเขาออกไปตามลม วันนี้จึงเริ่มเป็นไข้แล้ว
“กินยาลดไข้แล้วหรือยัง” ซาหยวนถาม
ย่าอันพยักหน้า “กินแล้ว ทว่าไม่ได้ผล นายท่านซ่างอีอายุมากแล้ว ข้าไม่กล้าใช้ยานี้มากเกินไป เกรงว่าเขาจะรับไม่ไหว แต่หากใช้น้อยก็จะออกฤทธิ์ไม่มาก จัดการได้ยากยิ่งนัก”
ซาหยวนหันไปถามไป๋จื่อ “เจ้ามีวิธีหรือไม่”
ไป๋จื่อยังไม่เห็นผู้ป่วย ย่อมไม่อาจพูดอะไรได้ ทำได้แค่พูดว่า “ข้าต้องพบผู้ป่วยก่อนถึงจะบอกได้”
ซาหยวนจึงนำพวกไป๋จื่อเข้าไปทันที
……….
ตอนที่ 1132 หมอย่าอัน
คราวนี้ย่าอันถึงจะสังเกตเห็นไป๋จื่อและเสี่ยวชิง จึงรีบถามพ่อบ้านที่อยู่ข้างๆ ว่า “พวกนางเป็นใครกัน เหตุใดซาหยวนถึงได้ถามสตรีนางนั้นว่ามีวิธีหรือไม่ นางก็เป็นหมอเหมือนกันหรือ”
พ่อบ้านส่ายหน้า “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ซาหยวนบอกว่าพวกเขามาจากแผ่นดินจงหยวน เจ้ารู้จักแผ่นดินจงหยวนหรือไม่”
ย่าอันทำสีหน้างุนงง “อะไรคือแผ่นดินจงหยวน ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อน” เขารู้สึกประหลาดใจมาก สตรีนางนั้นเป็นหมอจริงๆ อย่างนั้นหรือ
เขาที่ควรจะกลับไปแล้วจึงวกกลับไปที่ห้องนอนของนายท่านซ่างอี
นายท่านซ่างอีกินยาของย่าอันไปแล้ว ตอนนี้กำลังหลับสนิท ซาหยวนเข้าไปแล้วก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมาเช่นกัน
ไป๋จื่อทำการตรวจให้เขาเล็กน้อย เป็นเช่นที่หมอผู้นั้นพูดจริงๆ เขากำลังเป็นไข้ อีกทั้งไข้ก็ไม่ยอมลดด้วย น่าจะประมาณสามสิบเก้าองศา
ความดันเลือดก็สูงมาก และมันคือสาเหตุหลักที่นายท่านล้มป่วยกระมัง
หลานชายคนเล็กสุดที่รักหายตัวไป ทำให้เขาร้อนใจจนความดันโลหิตพุ่งขึ้นสูง ไม่ได้มีอาการเส้นเลือดในสมองแตกหรืออาการอย่างอื่นก็นับว่าโชคดีมากแล้ว
“เป็นอย่างไรบ้าง” ซาหยวนถาม
ไป๋จื่อหยิบห่อเข็มออกมาแล้ว แต่กลับไม่ลงมือ นางกันไปมองหมอย่าอันที่ยืนอยู่ที่ปลายเตียง จากนั้นก็กล่าวกับซาหยวนว่า “ข้าอยากยืนยันยาที่หมอท่านนี้ให้ปู่ของเจ้ากิน”
เมื่อหมอย่าอันได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว โมโหขึ้นมา “เจ้าหมายความว่าอย่างไร สงสัยว่ายาของข้ามีปัญหาอย่างนั้นหรือ”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว ข้าเพียงอยากให้นายท่านใช้ยาอย่างอื่นด้วย เจ้าก็รู้ว่ายาบางตัวไม่อาจใช้ร่วมกันได้ ก่อนที่ข้าจะให้ยา ย่อมต้องรู้ก่อนว่าก่อนหน้านี้เขากินยาอะไรลงไป”
หมอย่าอันเข้าใจในทันที ที่แท้นางก็มีเจตนาเช่นนี้
ความโมโหบนใบหน้าของเขาหายไปโดยพลัน ก่อนจะหมุนกายไปวางล่วมยาที่ทำจากไม้ในมือลงบนโต๊ะหนังสือ แล้วหยิบขวดกระเบื้องขนาดเล็กออกมาจากข้างใน
เขากอบขวดยาส่งให้ไป๋จื่อ “นี่เป็นยาที่ข้าให้นายท่านซ่างอีกิน”
ไป๋จื่อรับขวดยามาเปิดออกดู ข้างในมีของเหลวสีดำ มองไม่ออกว่าเป็นอะไร ดมดูแล้วมีกลิ่นฉุนมาก เป็นกลิ่นที่พิเศษและแปลกสายหนึ่ง และเป็นกลิ่นที่ไม่คุ้นเคยสำหรับนางด้วย
อาจจะเป็นสมุนไพรท้องถิ่นของพวกเขา นางไม่เคยพบมาก่อน ย่อมแยกแยะไม่ออกว่าเป็นอะไร
“เป็นอย่างไร” ย่าอันเลิกคิ้วมองนาง ในแววตามีการถากถางอยู่เข้มข้น นี่เป็นยาลดไข้ที่เขาทำขึ้นเอง ได้ผลชะงัดนัก
เขาร่ำเรียนวิชาแพทย์มากจากบิดา เริ่มเรียนมาตั้งแต่อายุหกขวบ เมื่อเรียนครบสิบปีเต็มแล้ว บิดาถึงจะให้เขารักษาโรคให้คนอื่น จนบัดนี้รักษาโรคให้คนมาเกือบสิบปีแล้ว ถือได้ว่ามีชื่อเสียงอยู่บ้าง
ดังนั้นเมื่อเห็นแม่นางน้อยที่เรียกตนเองว่าหมออย่างไป๋จื่อ เขาจึงนึกดูถูกอยู่บ้าง ด้วยไม่เชื่อโดยสิ้นเชิงว่านางจะมีความสามารถจริงๆ
ไป๋จื่อส่งขวดยาคืนไป ถามเรียบๆ ว่า “ข้าแยกแยะยาชนิดนี้ไม่ออก รบกวนเจ้าบอกข้าหน่อย ว่ายาชนิดนี้คืออะไร”
ย่าอันยิ่งนึกดูถูกนางมากยิ่งขึ้น มุมปากยกยิ้ม “นี่เป็นยาลดไข้ที่ข้าเสียเวลาไปสองปีถึงจะคิดค้นออกมาได้ ตอนนี้เจ้าอยากให้ข้าบอกตัวยากับสูตรยาให้เจ้ารู้น่ะหรือ”
ไป๋จื่อชะงักไปเล็กน้อย เพราะนางคิดไม่ถึงว่าความเห็นแก่ตัวของคนตะวันตกจะตรงไปตรงมายิ่งกว่าคนตะวันออกเช่นนี้
ซาหยวนกำลังจะเอ่ยเตือน แต่ไป๋จื่อกลับแย่งพูดขึ้นเสียก่อน “ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ข้าไม่ต้องใช้ยาก็ลดไข้ให้นายท่านได้”
ย่าอันย่อมไม่เชื่อ เขาหัวเราะอย่างเย็นชาเสียงหนึ่ง “อายุยังน้อยเท่านี้กลับกล้าพูดโม้แล้วหรือ หากทำไม่ได้เจ้าจะทำอย่างไร”
ดวงตาสีดำขลับของไป๋จื่อกลอกไปมา ก่อนจะยิ้มพร้อมกับยักคิ้ว “หากข้าทำไม่ได้ ข้าจะหายไปจากตรงหน้าทุกคนในทันที ไม่มาที่นี่อีกตลอดกาล” นางหันไปมองย่าอัน “แต่หากข้าทำได้ เมื่อมีใครในตระกูลซ่างอีล้มป่วย ต้องให้ข้าเป็นคนรับผิดชอบรักษา เป็นอย่างไร เจ้ากล้าพนันกับข้าหรือไม่”