คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 545
ตอนที่ 1089 จวิ้นจู่บ้าอำนาจ
“ก็ตามแต่ใจพวกเขาเถอะพ่ะย่ะค่ะ อย่างไรเสียก็เป็นความคิดของพวกเขาเอง ไม่ใช่ความคิดของลูก อยากจะควบคุมก็ควบคุมไม่ได้อยู่แล้ว” เดิมทีฉู่เยี่ยนไม่ใช่คนที่โหยหาอำนาจ หากไม่พบตัวไป๋จื่อ เขานั่งตำแหน่งฮ่องเต้ไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร มีอำนาจของฮ่องเต้แล้ว แต่กลับปกป้องคนที่ตนเองอยากจะปกป้องไม่ได้ เช่นนั้นตำแหน่งฮ่องเต้นี้จะมีความหมายอะไร
“เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าเป็นถึงโอรสของสกุลฉู่ เป็นว่าที่ฮ่องเต้ของแคว้นฉู่ ต้องการสตรีคนใดก็ได้ทั้งสิ้น เหตุใดถึงไม่ปล่อยวางจากสตรีนางนี้” ตั้งแต่ไป๋จื่อเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของฉู่เฟิง เขาก็มีความคิดต่างๆ นานาต่อไป๋จื่อ หากไม่ใช่เพราะนางเป็นหลานสาวของตงฟางมู่ เขาคงจะเอาชีวิตนางเพราะเรื่องในครั้งนั้นไปแล้ว
วันนี้นางหายตัวไปถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุด เสาะหาสตรีที่เหมาะสมให้กับเยี่ยนเอ๋อร์สักคน จะมีหรือไม่มีความสามารถก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญก็คือต้องเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อม เหมาะสมที่จะได้เป็นฮองเฮา
“นอกจากไป๋จื่อแล้ว ลูกไม่ต้องการใครทั้งนั้น” ฉู่เยี่ยนยังคงยืนกราน สีหน้าหนักแน่นยิ่งนัก เรื่องนี้เหมือนจะไม่มีความจำเป็นต้องพูดกันอีก
ฮ่องเต้ถอนหายใจยาวเสียงหนึ่ง เหตุใดโอรสของเขาคนนี้ถึงนิสัยไม่เหมือนเขาเอาเสียเลย
หากฉู่เฟิงอยู่ เขาจะต้อง...ฮ่องเต้ถอนหายใจอีกเสียงหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ ฉู่เฟิงถูกลดฐานะเป็นสามัญชนแล้ว ไม่มีทางได้เข้าเมืองหลวงอีกตลอดกาล ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ฉู่เฟิงเป็นอย่างไรบ้าง
“หากเสด็จพ่อไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ลูกขอทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ยกมือขึ้น คิดจะรั้งโอรสเอาไว้ ทว่าเขาก็ไตร่ตรองอีกครั้งหนึ่ง หากฝืนรั้งเยี่ยนเอ๋อร์ไว้เช่นนี้ต่อไป เขาจะต้องเกลียดตนเองเป็นแน่ มิสู้ให้เขาไป จะพบตัวไป๋จื่อหรือไม่ถือเป็นลิขิตสวรรค์แล้ว
มือที่ยกขึ้นค่อยๆ วางลงในที่สุด
...
จวนสกุลเมิ่ง
ตั้งแต่วันงานแต่งงาน เมิ่งหนานไม่เคยเหยียบเข้าเรือนหอเลยสักครั้ง ทำเอาอี๋ผิงจวิ้นจู่ร้อนใจเหมือนมีไฟสุมทรวง ในที่สุดวันนี้นางก็ทนไม่ไหวแล้ว ถลันไปถึงตรงหน้าของฮูหยินเมิ่ง
“ท่านแม่ ข้าเพิ่งแต่งงานแท้ๆ แต่สามีกลับไม่กลับมาที่จวนหลายวันแล้ว ใครข้างนอกเห็นเข้าจะไม่กลายเป็นเรื่องน่าหัวร่อหรือ” ท่าทีของอี๋ผิงจวิ้นจู่ไม่นับว่าเกรงใจเท่าไร นี่เป็นวิธีการพูดจาโดยปกติของนาง
และนี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่หนานเจียงจวิ้นอ๋องไม่ให้นางออกไปร่วมงานสังคม เพราะนิสัยของนางไม่ได้สง่างามเหมือนกับภายนอกเช่นนั้น
เกิดเป็นจวิ้นจู่ได้รับความสะดวกสบายมาตั้งแต่เล็ก ได้รับการเยินยอจากผู้คน จึงกลายเป็นนิสัยบ้าอำนาจไปในที่สุด
ต่อให้คนที่อยู่ตรงหน้าเป็นแม่สามีของนาง นางก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไรนัก
ฮูหยินเมิ่งมองลูกสะใภ้ด้วยความประหลาดใจ ท่วงท่าของนางยังคงเหมือนเดิม ทว่าท่าทีและน้ำเสียงยามพูดจา แววตาที่มองผู้อื่นกลับเปลี่ยนเป็นคนละคน นี่คืออี๋ผิงจวิ้นจู่ผู้เรียบร้อยและรู้จักมารยาทที่ได้พบกันในวัดต้าฝูจริงๆ หรือ
“นี่เจ้ากำลังถามข้าหรือ” ฮูหยินเมิ่งเป็นนายหญิงของจวนมาหลายปี บัดนี้นางจึงมีน้ำโหเช่นกัน นางจะปล่อยให้ลูกสะใภ้ทำกิริยาเช่นนี้ต่อหน้านางได้อย่างไร หัวใจของนางพลันมีกองไฟกองใหญ่ คล้ายกับพ่นไฟออกมาจากปากได้ในทันใด
“ข้าไม่พบสามี ก็ย่อมต้องมาถามความกับท่านแม่อยู่แล้ว อย่างไรเสียสามีก็เป็นบุตรชายของท่านแม่ ไม่ถามท่านแม่แล้วจะไปถามใคร”
นี่นางกำลังต่อว่าบุตรชายนางไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน และต่อว่านาง แม่สามีคนนี้ว่าไม่อบรมสั่งสอนบุตรชายของตนเองหรือ
“บุรุษไม่เข้าห้องของเจ้า นั่นก็เป็นเพราะเจ้าไม่มีความสามารถเอง หรือว่าต้องให้แม่อย่างข้าไปมัดเขาโยนเข้าไปในห้องด้วย” ในเมื่อลูกสะใภ้ฉีกหน้านางก่อน เช่นนั้นแล้วนางมีอะไรต้องเป็นกังวลอีก หากอยากพูดจาไม่น่าฟัง นางนี่แหละที่พูดได้เป็นกระบุง
อี๋ผิงจวิ้นจู่พลันหน้าแดง ใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะ “พวกท่านรวมหัวกันรังแกข้า ข้าจะกลับบ้านเดิม” เดิมทีวันนี้ก็เป็นวันที่นางจะกลับบ้านเดิมได้แล้ว
สองสามวันก่อนเขาไม่มา นางทนได้ แต่วันนี้แล้วเขาก็ยังคงไม่ปรากฏตัว แล้วนางจะทนต่อไปได้อย่างไร
………
ตอนที่ 1090 แกล้งป่วยหลอกเขา?
ฮูหยินเมิ่งมุ่นคิ้ว คราวนี้ถึงนึกได้ว่าวันนี้เป็นวันกลับบ้าน เมิ่งหนานช่างไม่เชื่อฟังจริงๆ เลย สองวันก่อนหน้านี้น่ะช่างเถอะ เพราะมีเหตุผลว่าต้องตามหาคน แต่วันนี้อย่างไรก็ควรกลับมากระมัง อี๋ผิงจวิ้นจู่เดินกระฟัดกระเฟียดไปแล้ว ฮูหยินเมิ่งเริ่มรู้สึกปวดศีรษะ จากนั้นก็เริ่มรู้สึกเสียดายขึ้นมา นางรีบร้อนหาเจ้าสาวเช่นนี้ให้เมิ่งหนานถึงเพียงนี้ได้อย่างไร
อย่างไรเสียอี๋ผิงจวิ้นจู่ผู้นี้ก็เป็นถึงจวิ้นจู่ เป็นราชนิกูล ตีไม่ได้ ต่อว่าไม่ได้ ถึงแม้นางจะมีนิสัยเช่นนี้ก็ตาม แล้วต่อจากนี้นางจะดูแลเรือนหลังอย่างไร
ยิ่งคิด ฮูหยินเมิ่งก็ยิ่งปวดศีรษะ
“ฮูหยินเป็นอะไรไปเจ้าคะ เชิญหมอมาดีหรือไม่เจ้าคะ” สาวใช้ถาม
ฮูหยินเมิ่งพยักหน้า “เชิญหมอเถอะ หลายวันนี้ข้าปวดหัวมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไร แล้วก็ส่งคนไปตามหาคุณชายด้วย ให้เขารีบกลับมา วันนี้เป็นวันที่เจ้าสาวจะกลับบ้านแล้ว จะชักช้าไม่ได้”
คนของสกุลเมิ่งเฝ้าอยู่ที่ประตูเมือง และได้พบกับคุณชายของเขาจริงๆ ครั้นเห็นคุณชายจูงม้าเข้าเมืองมา เขาก็รีบขวางเอาไว้ในทันที “คุณชาย ท่านกลับมาแล้ว”
เมิ่งหนานเห็นว่าเป็นข้ารับใช้จากที่จวน จึงถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ”
“ฮูหยินเชิญท่านกลับไป บอกว่าวันนี้เป็นวันกลับบ้าน ให้ท่านและฮูหยินน้อยกลับจวนหนานเจียงจวิ้นอ๋องด้วยกันขอรับ”
เมื่อเมิ่งหนานนึกถึงอี๋ผิงจวิ้นจู่ ในใจของเขาพลันเกิดโทสะ วันนั้นเขาไปสอบถามกับอี๋ผิงจวิ้นจู่ด้วย ถามว่าเหตุใดจู่ๆ นางถึงอยากพบไป๋จื่อ และถามนางว่าเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของไป๋จื่อหรือไม่
แต่นางกลับพูดอย่างลำพองใจว่า หากไป๋จื่อไม่ถูกลักพาตัวไป จุดจบของไป๋จื่อจะยิ่งน่าเวทนากว่านี้
กลับกลายเป็นว่าสตรีที่มารดาลงแรงกายแรงใจเลือกมามีนิสัยเช่นนี้ เขาไม่อยากชายตาแลนางอีกแม้แต่ครั้งเดียว
กลับบ้าน? เฮอะ ให้นางกลับไปคนเดียวเถอะ
เมิ่งหนานย่อมไม่กลับจวน แต่มุ่งหน้าไปยังจวนจิ้นอ๋อง ด้วยอยากถามว่าทางฝั่งจิ้นอ๋องมีเบาะแสอะไรบ้าง
หากหาตัวไป๋จื่อไม่พบ เขาไม่มีทางให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต
ยามที่หน้าประตูจวนของจิ้นอ๋องเอ่ยกับเมิ่งหนานว่า “คุณชายเมิ่ง ท่านอ๋องออกจากจวนไปนานแล้ว จะกลับมาเมื่อใดข้าน้อยก็ไม่ทราบเลยขอรับ”
เมิ่งหนานพลันรู้สึกดีใจ รีบถาม “มีเบาะแสแล้วหรือ”
ยามส่ายหน้า “ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ หากคุณชายเมิ่งร้อนใจ เช่นนั้นก็ลองไปถามแม่ทัพโจวที่หน่วยป้องกันและลาดตระเวน เขาน่าจะรู้นะขอรับ”
เมิ่งหนานเร่งไปยังหน่วยป้องกันและลาดตระเวน ข้ารับใช้ของสกุลเมิ่งก็ตามมาถึงแล้ว “คุณชาย แย่แล้วขอรับ ฮูหยินหมดสติไปแล้ว นายท่านให้ท่านรีบกลับไปขอรับ”
ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในสมองของเมิ่งหนาน ก็คือมารดาแกล้งป่วยหลอกเขาใช่หรือไม่
“หมดสติจริงๆ หรือ” เขาจ้องใบหน้าข้ารับใช้
ชายหนุ่มผู้นั้นพลันเหงื่อตก กังวลใจไม่หาย “คุณชาย คราวนี้หมดสติจริงๆ ขอรับ หลังจากฮูหยินและฮูหยินน้อยวิวาทกันแล้ว ฮูหยินก็บอกว่าปวดศีรษะมาก ให้คนไปเชิญหมอมา ทว่าหมอยังมาไม่ถึง ฮูหยินก็หมดสติไปแล้วขอรับ”
เมิ่งหนานกันไปมองทางหน่วยป้องกันและลาดตระเวน ลังเลใจเป็นอย่างยิ่ง จะไปที่หน่วยป้องกันและลาดตระเวนดี หรือจะกลับบ้านดี
“คุณชาย รีบกลับไปเถอะขอรับ” ชายหนุ่มผู้นั้นเร่ง “อย่าให้นายท่านและฮูหยินร้อนใจเลย”
เมิ่งหนานถอนหายใจยาวๆ เสียงหนึ่ง สุดท้ายแล้วเขาก็ทำถึงขั้นเดียวกับฉู่เยี่ยนไม่ได้
เขาคิดว่าจะอุทิศตนให้ไป๋จื่อ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อาจปล่อยวางครอบครัวของตนเองได้
“กลับไปก่อนเถอะ!” ในที่สุดเมิ่งหนานก็หันหัวม้า มุ่งหน้ากลับไปทางจวนสกุลเมิ่ง
ตอนนี้หมอกำลังจับชีพจรให้ฮูหยินเมิ่ง ขนคิ้วสีดอกเลาขมวดเข้าหากัน สีหน้าคร่ำเคร่งเป็นอย่างยิ่ง
“ฮูหยินเลือดลมย่ำแย่มาก ทั้งขาดช่วงและอ่อนล้า ควรจะพักผ่อนฟื้นกำลัง ไม่อาจเหนื่อยหรือโมโหจนเกินไปได้”
ใต้เท้าเมิ่งมองภรรยาที่บัดนี้มีสีหน้าดำคล้ำ ลมหายใจกระชั้น พลางถามว่า “เลือดลมแค่ขาดช่วงและอ่อนล้าหรือ มีอย่างอื่นอีกหรือไม่” เพราะอาการของฮูหยินเหมือนกับตอนที่โรคปัสสาวะร่วงกำเริบอย่างมาก