คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 555

#555คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1109 ลมพัด

เสี่ยวชิงไม่เข้าใจ “อยู่ดีๆ จะให้มีลมพัดไปทำไมเจ้าคะ”

“เจ้าช่างเขลานัก พวกเราติดอยู่ที่นี่ หากไม่มีลม ตลอดชีวิตนี้ของพวกเราก็ไม่มีทางถึงฝั่งได้ เจ้าอยากหิวน้ำตายหรือ” ดวงตะวันเหนือทะเลร้อนแรงเป็นที่สุด ตากแดดไม่กี่ชั่วโมงก็กระหายน้ำจนทนไม่ไหวแล้ว อย่าว่าแต่ต้องตากแดดอยู่ตั้งหลายวันเลย

เสี่ยวชิงเข้าใจในทันที “อ้อ เป็นเช่นนี้นี่เอง!”

ไม่รู้เหมือนกันว่าไป๋จื่อโชคดี หรือว่าเป็นเพราะเหตุผลอื่น ไม่นานนักบนผิวทะเลที่เดิมสงบไร้คลื่นกลับมีลมพัดขึ้นมาจริงๆ...ไม่ใช่แค่ลม ยังมีพายุฝนอีกต่างหาก

ทั้งสองคนไม่กล้าประมาท รีบหาอะไรมาตักน้ำ

ตอนกลางวันมีฝนตกลงมาอยู่ตลอด พวกนางก็ตักน้ำอยู่ตลอดเช่นกัน ป้องกันไม่ให้สะสมน้ำจนมากเกินไป หากเรือล่มก็ไม่ใช่เรื่องดีแล้ว

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเหนื่อย เสี่ยวชิงพลันชี้ไปยังที่ไกลออกไป “แม่นางดูสิเจ้าคะ ตรงนั้นไม่ใช่แผ่นดินหรอกหรือ”

ไป๋จื่อตั้งใจมองดู จริงด้วย เป็นแผ่นดินจริงๆ มันเป็นเกาะแห่งหนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่ามีคนอาศัยอยู่บนนั้นหรือไม่

ตอนนี้ไม่ว่าบนนั้นจะมีคนหรือไม่ พวกนางก็จำเป็นต้องขึ้นฝั่ง มีแต่ขึ้นฝั่งแล้วเท่านั้นถึงจะมีโอกาสหาน้ำสะอาดไว้ดื่ม ไม่เช่นนั้นพวกนางต้องตายอย่างแน่นอน

ลมพัดไปทางเกาะนั้นพอดี เรือเล็กของพวกนางจึงถูกพัดไปทางนั้นเช่นเดียวกัน

เดิมทีลมทะเลไม่หนาวเย็น ทว่าตอนนี้พวกนางตัวเปียก เมื่อลมพัดมาทีไร ทั้งสองคนต่างก็ตัวสั่นงันงก

โชคดีที่เสื้อผ้าบนตัวหนาพอดู ต่อให้เปียกอย่างไร ก็ไม่ได้มีสภาพดูไม่ได้เหมือนเวลาเสื้อผ้าเปียกในยามฤดูร้อน

ลมอ่อนลงเรื่อยๆ ฝนเริ่มหยุดแล้ว ทว่าเรือเล็กอยู่ห่างจากฝั่งเพียงไม่ถึงสองร้อยเมตร หากอีกสักพักลมพัดไปทางอื่น พวกนางก็อย่าหวังว่าจะได้ขึ้นฝั่งอีกเลย

ไป๋จื่อถามเสี่ยวชิงว่า “เจ้าว่ายน้ำเป็นหรือไม่”

เสี่ยวชิงส่ายหน้า “ข้าว่ายน้ำไม่เป็นเจ้าค่ะ ไม่เคยลงน้ำเลยด้วยซ้ำ”

จากนั้นไป๋จื่อก็ลุกขึ้น มองทะเลสีมรกตและมีคลื่นกระเพื่อมข้างนอก ก่อนจะเตรียมกระโจนตัวกระโดดลงไป

เสี่ยวชิงรีบดึงนางไว้ “ท่านคิดจะทำอะไร”

“ข้าต้องลงไปดันเรือ” ไป๋จื่อว่า “ลมสงบแล้ว คลื่นใหญ่ก็ไม่มีแล้ว หากตอนนี้พวกเราไม่เข้าฝั่ง เกรงว่าต่อจากนี้คงไม่มีโอกาสอีก”

เสี่ยวชิงส่ายหน้า “ไม่ได้ๆ ไม่ได้เด็ดขาด หากท่านลงน้ำไป เมื่อขึ้นฝั่งแล้วเจอบุรุษจะทำอย่างไรเจ้าคะ”

ไป๋จื่อชี้ไปที่ข้างหลังของนาง ยิ้มว่า “วางใจเถอะ ข้านำเสื้อผ้ามาด้วยหลายชุด รูปร่างของพวกเราคล้ายกัน อีกเดี๋ยวเจ้าก็เปลี่ยนใส่สักชุดนะ”

ต่อให้เป็นช่วงเวลาที่คับขันที่สุด นางก็ยังคงนำข้าวของที่เตรียมไว้เป็นอย่างดีติดตัวมาด้วย

ไป๋จื่อพูดจบแล้วก็กระโดดลงทะเล แล้วว่ายน้ำไปที่ด้านหลังเรืออย่างคล่องแคล่ว นางเตะขาเล็กๆ ของตนเองไปพลาง ออกแรงดันเรือเล็กไปใกล้ฝั่งไปพลาง

ระยะทางสองร้อยหมี่ จะบอกว่าไกลก็ไกล จะบอกว่าไม่ไกลก็ไม่ไกล ไม่ถึงสองนาทีก็เดินถึงแล้ว แต่หากว่ายน้ำจะต่างออกไป นางไม่เพียงแค่ว่ายน้ำ แต่ยังต้องดันเรือลำหนึ่งไปข้างหน้าด้วย ค่อนข้างกินแรงมากทีเดียว

เสี่ยวชิงมองแล้วก็รู้สึกร้อนใจ อยากจะกระโดดลงไปบ้างจริงๆ ช่วยไป๋จื่อผ่อนแรงไม่มากก็น้อย

อย่างไรนางก็คิดไม่ถึงเลย คุณหนูที่มีฐานะเช่นไป๋จื่อจะเก่งกาจเหมือนกับบุรุษ บอกว่าจะกระโดดก็กระโดด น้ำทะเลเย็นจะตายไป

เพียงสองร้อยหมี่เท่านั้น แต่ไป๋จื่อกลับใช้เรี่ยวแรงเกือบทั้งหมด ร่างกายที่เดิมทีไม่ค่อยมีแรงเพราะหิวมานาน ตอนนี้หลังจากเท้าเตะทรายในน้ำแล้ว ในที่สุดนางก็ถอนหายใจเสียงยาว หากระยะทางเพิ่มมากกว่านี้อีกร้อยหมี่ นางไม่รู้เลยจริงๆ ว่าตนจะฝืนต่อไปได้อีกหรือไม่

เสี่ยวชิงเห็นไป๋จื่อยืนได้แล้ว นางจึงกระโดดลงน้ำบ้าง เพื่อช่วยไป๋จื่อดันเรือเล็กขึ้นฝั่งอีกแรง

ทั้งสองคนยืนอยู่บนหาดทราย มองท้องฟ้าที่เพิ่งถูกน้ำฝนชะล้าง ลมทะเลพัดเอื่อยๆ เย็นสบายยิ่งนัก ความรู้สึกที่เท้าสัมผัสพื้นดินเช่นนี้ ช่างดีเสียจริงๆ

……….

ตอนที่ 1110 ปล่อยลม

หลังจากพักอยู่ครู่หนึ่งแล้ว ไป๋จื่อลุกขึ้นยืนมองไปรอบๆ บนหาดทรายแห่งนี้มีเปลือกหอยกระจัดกระจายอยู่ กิ่งไม้ก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป ป่าและต้นหญ้าที่อยู่ไกลออกไปสูงเทียบเท่าคนคนหนึ่ง มองอย่างไรก็ไม่เหมือนสถานที่ที่มีคนอาศัยอยู่

นางบอกกับเสี่ยงชิงว่า “พวกเราปล่อยลมเรือกันก่อนเถอะ นี่เป็นเรือชูชีพของพวกเรา จะปล่อยมันไว้ตรงนี้ไม่ได้ ข้าไม่วางใจ” มีแค่นำมันติดตัวไปด้วย นางถึงจะวางใจ

เสี่ยวชิงไม่เข้าใจ “ปล่อยลมคืออะไร” นางแม้กระทั่งไม่รู้ว่าเรือลำนี้มาจากที่ไหน

สิ่งของหน้าตาแปลกๆ เช่นนี้ มีแค่แม่นางไป๋ที่จะนำออกมาได้กระมัง นางยังจำได้ว่าคุณชายตกใจเพียงใดตอนที่เห็นข้าวของในกล่องของไป๋จื่อ

ไป๋จื่อไม่ได้ตอบนาง เพียงหยิบห่อผ้าออกมาจากในกล่อง ในนั้นใส่เสื้อผ้าสองสามชุดและเครื่องประดับทองเอาไว้จำนวนหนึ่ง

นางหยิบชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนส่งให้เสี่ยวชิง “สีนี้เหมาะกับเจ้า รีบเปลี่ยนใส่เถอะ” ส่วนนางเองหยิบชุดปักลายดอกเหมยสีขาวบนเนื้อผ้าสีเขียว

ทั้งสองคนหลบอยู่ตรงหัวเรือเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

ไป๋จื่อนำห่อผ้าและกล่องออกมาจากในเรือ จากนั้นก็หาจุกเป่าลม นางเปิดจุกออก แล้วใช้เครื่องมือพิเศษขนาดเล็กกระทุ้งเข้าไป เสียงปล่อยลมดังขึ้นในทันที ตัวเรือเริ่มหดเล็กลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเนื้อแล้ว

ภาพเช่นนี้แสนจะธรรมดาในสายตาคนยุคปัจจุบันเช่นไป๋จื่อ แต่ในสายตาของคนยุคโบราณเช่นเสี่ยวชิง มันมหัศจรรย์เสียจนเหมือนได้มองคนธรรมดาใช้เวทมนตร์อย่างไรอย่างนั้น...

“จะ จู่ๆ มันหดเล็กลงได้อย่างไร นี่มันเรื่องอะไรกัน” เสี่ยวชิงถลาไปข้างหน้า ใช้มือคว้าเรือยางที่กำลังหดเล็กลงอย่างต่อเนื่อง สีหน้าสับสนเป็นอย่างยิ่ง

เรือหดเล็กลงเช่นนี้ แล้วต่อจากนี้จะให้พวกนางสองคนโดยสารได้อย่างไร

ไป๋จื่อยิ้มว่า “ท่อเป่าลมที่เจ้าให้ข้ายังอยู่นะ ไม่ต้องกลัว หากจะใช้ก็ค่อยเป่าลมใส่มันเท่านั้นเอง”

นางพูดง่ายนัก แต่เสี่ยวชิงกลับไม่เข้าใจเลยสักนิด

ระหว่างที่สนทนากัน เรือยางกลายเป็นสิ่งของนุ่มนิ่มกองหนึ่งแล้ว

ไป๋จื่อเรียกเสี่ยวชิง ใช้มือกดเรือเล็กอย่างต่อเนื่อง เพื่อดันลมที่เหลืออยู่ออกไป

หลังจากไม่มีลมเหลือแล้ว เรือยางก็มีขนาดเท่ากับผ้ากันเปื้อนผืนหนึ่งเท่านั้น ไป๋จื่อพับเก็บมันอย่างตั้งอกตั้งใจ แล้วยัดเก็บมันใส่ในกล่อง

“มะ มันเป็นอะไรกันแน่ เหตุใดเดี๋ยวใหญ่เดี๋ยวเล็กได้ตามใจชอบ เหมือนกับเวทมนตร์ในนิทาน แม่นาง ท่านไม่ใช่เทพเซียนหรอกกระมัง”

ไป๋จื่อหัวเราะ “เด็กโง่ นี่ไหนเลยจะเป็นเวทมนตร์ ก็แค่วัสดุที่ใช้ทำเรือลำนี้พิเศษมาก เจ้าไม่เคยเห็นมาก่อน จึงรู้สึกมหัศจรรย์ใจมาก แต่ว่าพวกข้า...” นางพูดแล้วก็ปิดปาก เมื่อรู้สึกสบายใจก็ง่ายนักที่จะพูดโพล่งอะไรออกมา

“ช่างเถอะ ไม่พูดแล้ว พวกเราไปกันเถอะ” นางปิดกล่อง กำลังจะยกมันขึ้น

เสี่ยวชิงแรงเยอะกว่า เห็นดังนั้นแล้วจึงยกกล่องขึ้นมาเอง “ข้ายกเองเจ้าค่ะ!”

ไป๋จื่อไม่ไปแย่งนาง จากสภาพในตอนนี้ นางยังไม่มีแรงจะยกกล่องหนักขนาดนี้จริงๆ แค่เดินเหินเองได้ก็ไม่เลวแล้ว

ทั้งสองคนหมุนกายมุ่งหน้าไปทางป่า อันดับแรกต้องตามหาน้ำ เมื่อเจอน้ำแล้วค่อยหาอาหาร ไม่อาจปล่อยให้ตนเองกระหาวยน้ำตายหรือหิวตายได้ รักษาชีวิตไว้ก่อนค่อยคิดเรื่องอื่น

ไป๋จื่อถือมืดผ่าตัดเอาไว้ น่าเสียดายที่ปืนพกกระบอกนั้นไม่มีกระสุน ไม่เช่นนั้นไหนเลยจะต้องถือมืดผ่าตัดเช่นนี้

เสี่ยวชิงมีกริชอยู่กับตัว อีกทั้งยังเป็นวรยุทธ์ นางจึงเดินนำอยู่ข้างหน้าไป๋จื่อ

ป่าแห่งนี้ไม่มีความแตกต่างอะไรกับป่าทั่วไป หญ้ารก ต้นไม้เยอะ ความแตกต่างเดียวก็คือต้นไม้ที่นี่ล้วนเป็นต้นไม้ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมริมทะเล อย่างเช่น ต้นมะพร้าว

และยังมีต้นสาลี่ทองที่ออกผลแล้วด้วย

ไป๋จื่อเคยกินสาลี่ทองแล้ว มันหวานมาก แต่ตัวลำต้นค่อนข้างสูง สูงกว่าต้นมะพร้าวเสียอีก อยากจะเก็บมากินจึงยากยิ่งกว่ายาก

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 555