คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 556

#556คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1111 มะพร้าว

เสี่ยวชิงเงยหน้ามองต้นมะพร้าว ถามว่า “นั่นคืออะไรหรือเจ้าคะ กินได้หรือไม่”

ไป๋จื่อพยักหน้า “กินได้ แต่ไม่รู้ว่าจะเก็บลงมาได้หรือไม่”

“ได้สิเจ้าคะ ข้าทำได้” เสี่ยวชิงรีบเอ่ย “ถึงข้าจะว่ายน้ำไม่เป็น แต่ข้าปีนต้นไม้ได้ ท่านรอสักครู่นะ ข้าจะเก็บลงมาสักสองลูก”

เสี่ยวชิงวางกล่องยาลง ยกชายกระโปรงขึ้นมาเกี่ยวตรงเอว จากนั้นก็ปีนขึ้นต้นไม้ไปอย่างปราดเปรียว นางกอดลำต้นปีนขึ้นไป ทีแรกยังง่ายๆ สบายๆ อยู่ ทว่าตอนท้ายเริ่มช้าลงแล้ว

ไป๋จื่อกลัวว่านางจะตกลงมา จึงเรียกจากด้านล่าง “หากปีนไม่ไหวแล้วก็ช่างเถอะ เจ้าลงมาดีกว่า”

ไหนเลยเสี่ยวชิงจะยอม “ข้าทำได้เจ้าค่ะ”

ต้นไม้ต้นนี้ไม่ค่อยเหมือนกับต้นไม้ที่นางเคยปีน มันไม่มีจุดใดให้เหยียบ และไม่มีจุดใดให้จับเช่นกัน ต้องอาศัยกำลังแขนและขาตะกายขึ้นไปทีละนิด

โชคดีที่นางเป็นวรยุทธ์อยู่บ้าง พื้นฐานดีมาก ไม่เช่นนั้นคงจะปีนขึ้นไปไม่ได้จริงๆ

เสี่ยวชิงปีนขึ้นไปอย่างยากลำบาก ย่อมไม่อาจเก็บมะพร้าวแค่สองลูก จึงเก็บมะพร้าวทุกลูกบนต้นลงมาทั้งหมด

“กินได้จริงๆ หรือเจ้าคะ” เสี่ยวชิงนั่งยองลงข้างๆ พลางมองไป๋จื่อใช้กริชแทงมะพร้าวครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าก็ไม่เห็นมีอะไรออกมา

“มาแล้วๆ เจ้าดูสิ” ไป๋จื่อเปิดฝาแข็งๆ ชิ้นหนึ่งออก มีน้ำมะพร้าวใสๆ ไหลออกมาแล้ว

ครั้นเห็นเสี่ยวชิงมีสีหน้าไม่มั่นใจ ไป๋จื่อจึงยกมะพร้าวขึ้นดื่มเสียอึกหนึ่ง ในที่สุดลำคอที่แห้งผากก็ชุ่มฉ่ำเหมือนกับได้ตากฝน

ไม่หวาน แต่กลับชุ่มคอมาก

เห็นไป๋จื่อดื่มแล้ว เสี่ยวชิงจึงกระตือรือร้นอยากลองบ้าง รีบรับมะพร้าวมาดื่มอึกหนึ่ง รสชาติของมันดีกว่าน้ำเปล่า นางเอ่ยด้วยความปีติว่า “ไม่เลวเลย มีเจ้านี่แล้ว พวกเราไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีน้ำกินแล้วเจ้าค่ะ”

ทั้งสองคนกะเทาะมะพร้าว ดื่มน้ำมะพร้าวที่อยู่ข้างใน จากนั้นก็กินเนื้อมะพร้าวไปด้วย คราวนี้ถึงจะได้รู้สึกอิ่มเสียเจ็ดหรือแปดส่วน

ไป๋จื่อกระเทาะมะพร้าวอีกสองลูก ก่อนจะนำถุงเลือดสำหรับใช้แล้วทิ้งมาใส่น้ำมะพร้าวไว้จนเต็มสองถุง ลอกเนื้อมะพร้าวออกมา แล้วถึงเรียกเสี่ยวชิงให้ออกเดินทาง

เสี่ยวชิงเห็นไป๋จื่อเดินได้เหมือนปกติจึงรู้สึกแปลกๆ ก่อนหน้านี้นางไม่ได้สังเกต แต่ตอนนี้สังเกตเห็นแล้ว

“แม่นาง ท่าน...ถอนพิษแล้วหรือ” นางจำได้ว่าไป๋จื่อถูกพิษกระดูกอ่อนหลวมของคุณชาย ร่างกายไร้เรี่ยวแรงตลอดเวลา เหตุใดจู่ๆ ถึงหายดีแล้วเล่า

ไป๋จื่อยิ้มจาง “วิชาแพทย์ของคุณชายเจ้ายอดเยี่ยมมาก ข้าไป๋จื่อก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา เขาวางยาพิษได้ ข้าย่อมถอนพิษได้เช่นกัน”

ที่แท้นางก็แสร้งทำเป็นอ่อนแอ เพื่อที่จะเอาตัวรอดได้สักวันหนึ่ง

เสี่ยวชิงยิ่งเลื่อมใสในตัวแม่นางที่อายุน้อยกว่านางตรงหน้านี้ ไป๋จื่อทำอะไรล้วนใจเย็น เรียบร้อย ไม่รีบร้อน รอบคอบ แต่ก็ใจกล้า ยากจะจินตนาการจริงๆ ว่าหากนางเป็นบุรุษ...

ในที่สุดนางก็เข้าใจว่าเหตุใดคุณชายของนางแสนดีปานนั้น แต่แม่นางไป๋กลับไม่ยอมชายตาแล

ที่แท้ไม่ใช่เพราะไป๋จื่อใจแข็ง แต่ว่าคุณชายไม่คู่ควรกับนางจริงๆ

ทั้งสองคนออกเดินทางอีกครั้ง ผ่านพงหญ้าที่รกชัฏ พวกนางต่างก็ระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ด้วยกลัวว่าจะมีงูพิษหรือหนอนพิษอะไรโผล่ออกมา

บนเกาะเป็นสถานที่ที่มีสัตว์มีพิษง่ายที่สุดแล้ว

“แม่นางดูนี่สิ มาเร็ว...” เสี่ยวชิงหยุดเดิน ไป๋จื่ออยู่ห่างจากนางมากกว่าสิบก้าว ถึงอย่างไรเรี่ยวแรงของทั้งสองคนก็ไม่เท่ากัน ถึงแม้ไป๋จื่อจะไม่ได้ถืออะไรอยู่ในมือ แต่ก็ไม่อาจมีแรงเท่าเสี่ยวชิงที่ฝึกวรยุทธ์เป็นประจำ

เมื่อได้ยินเสียงของเสี่ยวชิง ไป๋จื่อถึงค่อยเร่งฝีเท้าตามไป ในพงหญ้าตรงหน้ามีคนนอนอยู่ ผมสีทองเป็นลอน มีหนวดเคราเต็มหน้า ผิวขาวมาก มองจากดวงตาที่ปิดสนิทอยู่ น่าจะเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง

ไป๋จื่อร้องว่า OMG อยู่ในใจ เป็นไปไม่ได้กระมัง นางไม่มีทางลอยมาไกลขนาดนี้ การแต่งกายของคนตรงหน้า บวกกับทรงผมของเขา ชัดเจนเป็นว่าชาวอังกฤษยุคโบราณ

……….

ตอนที่ 1112 เกาะร้าง

ยุคนี้อาจจะไม่เรียกว่าประเทศอังกฤษ แต่ก็เป็นคนอังกฤษนั่นแหละ...

“แม่นาง เขาเป็นคนใช่หรือไม่ ไม่มีทางเป็นสัตว์ประหลาดกระมัง!”

เสี่ยวชิงรู้สึกกลัวอยู่บ้าง เพราะนางไม่เคยเห็นคนเช่นนี้มาก่อน

ไป๋จื่อยิ้มเล็กน้อย “แน่นอนว่าเป็นคน เพียงแต่สถานที่ที่เขาอาศัยอยู่ไม่เหมือนกับพวกเรา จึงมีหน้าตาที่แตกต่างกับพวกเราอย่างมาก ไม่ต้องกลัว พวกเราแค่ผ่านมาเห็นเท่านั้น เขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้”

ไม่ใช่ว่านางชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน หากคนที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้ล้วนเป็นชาวต่างชาติเช่นนี้ และนางคิดจะอยู่ที่นี่สักหลายวันแล้วค่อยติดเรือใครสักคนออกจากที่นี่ไป อันดับแรกก็ต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนบนเกาะนี้เสียก่อน โอกาสดีมาอยู่ตรงหน้าแล้ว

นางลากเสี่ยวชิงที่ไม่ยินยอมไปข้างหน้า นั่งยองลงข้างๆ บุรุษผู้นั้น ก่อนจะลองจับชีพจรที่คอและทดสอบลมหายใจที่จมูก เขายังคงมีลมหายใจอยู่ เพียงแต่อ่อนแรงมากก็เท่านั้นเอง

ชีพจรอ่อนมาก เรียกว่าใกล้จะไม่มีชีพจรก็ว่าได้

กระนั้นอัตราการเต้นของหัวใจยังคงปกติดี ไม่มีเค้าลางว่าถูกพิษ ดูท่าทางจะเกิดจากการขาดน้ำและอาหารขั้นรุนแรง

อีกด้านหนึ่งของเขาเป็นทางที่เขาเดินออกมา มันรกร้างเป็นอย่างยิ่ง รกร้างยิ่งกว่าทางที่พวกนางเดินมาเสียอีก เขาน่าจะไม่พบอะไรสักอย่าง ไม่เช่นนั้นก็ไม่น่าจะมาล้มลงในพงหญ้าเช่นนี้

หรือว่าบนเกาะนี้ไม่มีใครอาศัยอยู่เลย เป็นเกาะร้างเกาะหนึ่งจริงๆ อย่างนั้นหรือ

“ยังมีชีวิตอยู่หรือเจ้าคะ” นางถาม

ไป๋จื่อพยักหน้า “ยังมีชีวิตอยู่ นำถุงน้ำมะพร้าวมา เขาน่าจะหิวจนเป็นลม”

เสี่ยวชิงรู้สึกเสียดายมาก นางเสียแรงไปตั้งมากมายกว่าจะเก็บมะพร้าวลงมาได้ มอบให้คนแปลกหน้ากินเช่นนี้ นางรู้สึกเสียดายจริงๆ

แต่แม่นางเอ่ยปากแล้ว นางจำเป็นต้องเชื่อฟัง

ไป๋จื่อประคองชายหนุ่มผมทองขึ้น รับน้ำมะพร้าวที่เสี่ยวชิงส่งมาให้ แล้วยัดหลอดใส่ปากชายหนุ่ม ก่อนจะบีบมะพร้าวใส่ปากเขาทีละหยด

ไม่รู้เหมือนกันว่าชายหนุ่มสลบมานานเท่าไรแล้ว ทว่าตอนนี้กลับมีความรู้สึกอยู่บ้าง รู้จักกลืนน้ำมะพร้าวด้วย ทว่ายังคงไม่ได้สติดังเดิม

หลังจากป้อนน้ำมะพร้าวไปได้ครึ่งถุง ไป๋จื่อก็เงยหน้ามองสีท้องฟ้าแล้วเอ่ยกับเสี่ยวชิงว่า “ใกล้จะมืดแล้ว ข้าว่าตรงนี้ไม่เลวเลย คืนนี้พวกเราพักกันที่นี่เถอะ พรุ่งนี้ค่อยวางแผนกันใหม่”

เสี่ยวชิงพยักหน้า จากนั้นนางก็ไปหากิ่งไม้รอบๆ มามากมาย

ข้าวของที่นี่มีไม่มาก ทว่ามีฟืนและหญ้ามีมากเป็นพิเศษ จะเผาอย่างไรก็ได้

“แม่นาง ไม่มีหินเหล็กไฟแล้วจะจุดไฟอย่างไร” นางมองกองฟืนอย่างงุนงง

ไป๋จื่อควานหาไฟแช็กจากในกล่องยา และคว้าหญ้าแห้งมาจุดไฟ

เสี่ยวชิงเห็นดังนั้นก็ชะงักค้าง...แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก แม่นางผู้นี้ของนางเป็นเช่นนี้แหละ มีข้าวของประหลาดมากมาย ต่อให้ถามแล้วแม่นางอธิบาย นางก็ไม่มีทางฟังเข้าใจได้

ไฟสว่างโชติช่วง เห็นไฟเช่นนี้แล้วอยากกินเนื้อย่างสักมื้อจริงๆ!

ไป๋จื่อจัดหญ้าแห้งกองหนึ่งอยู่ข้างๆ กองไฟ วันนี้นางเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ดวงตาที่เมื่อล้าแทบจะฝืนทนไม่ไหว กำลังคิดจะนอนลง

แต่จู่ๆ เสี่ยวชิงก็ยื่นมือมาจับนางเอาไว้ ดึงนางไปที่ข้างหลังตนเองอย่างแรง เห็นเพียงแสงที่หนาวยะเยือก กริชปักลงที่กองหญ้าแห้ง เสียงฟ่อสายหนึ่งดังขึ้น ไป๋จื่อมองแสงไฟด้วยความเบิกบานใจ มันเป็นงูเขียวตัวอ้วนและยาวตัวหนึ่งนี่เอง

งูตัวนี้นำเนื้อมาส่งหรือนี่ มันรู้ได้อย่างไรว่านางกำลังอยากกินเนื้อ

เสี่ยวชิงเอ่ย “อันตรายเจ้าค่ะ!”

“งูชนิดนี้ไม่มีพิษ หากถูกมันกัดอย่างมากก็แค่เจ็บเท่านั้น ไม่มีทางเป็นอันตรายอะไร เนื้องูชนิดนี้ทั้งสดและดี เพียงพอให้พวกเรากินสักมื้อ” ไป๋จื่อว่า

เสี่ยวชิงพลันรู้สึกขยะแขยง งูน่าเกลียดจะตายไป นางจะกินมันเข้าไปได้อย่างไร

ทว่าตอนที่เนื้องูย่างของไป๋จื่อส่งกลิ่นหอมฉุย ความรู้สึกขยะแขยงของนางก็ไม่รู้ว่าลอยหายไปที่ใดแล้ว

แม้จะไม่ได้ใส่เครื่องปรุงอะไร แต่ได้กินเนื้อในเวลานี้มันช่างแสนวิเศษ ต่อให้มีคนจ่ายเงินหนึ่งตำลึงทองเพื่อแลกกับมัน นางก็ไม่มีทางแลกเป็นอันขาด

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 556