คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 552
ตอนที่ 1103 ท่าเรือออกทะเล
ฉู่เยี่ยนดีใจจนแทบบ้า ก่อนจะหยิบภาพวาดออกมาอีกใบหนึ่ง “แม่นางผู้นี้เล่า พวกเจ้าเคยเห็นหรือไม่”
พนักงานพยักหน้า “แม่นางผู้นี้แหละขอรับ ทั้งสองคนมาด้วยกัน พาคนมาด้วยอีกสองคน เป็นสาวใช้คนหนึ่งกับชายชราคนหนึ่ง เหมือนจะเป็นข้ารับใช้ของพวกเขานะขอรับ”
อาอู่ก็เข้ามาใกล้เช่นกัน “ตอนนั้นแม่นางผู้นี้เป็นอย่างไรบ้าง นางมีความสุขหรือไม่ ได้พูดอะไรบ้างหรือไม่”
พนักงานคิดดูก่อนจะตอบ “ไม่อาจพูดได้ว่าแม่นางผู้นี้รู้สึกอย่างไร บอกไม่ได้ว่ามีควาทุกข์ และบอกไม่ได้ว่าไม่มีความสุขเช่นกัน เพราะนางไม่พูดจาและดูผอมมากกว่าในรูปเหมือนเสียอีก เหมือนจะไม่สบายขอรับ”
เจ้าของร้านเข้ามาใกล้บ้าง “จริงด้วย ดูท่าทางนางไม่ค่อยสบาย ยามเดินเหินต้องให้สาวใช้ประคองอยู่ตลอด”
ฉู่เยี่ยนหันไปมองเจ้าเมืองหนิว “เจ้าเมืองหลิว คนที่รับผิดชอบการเข้าออกที่ท่าเรือ ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด”
ไหนเลยเจ้าเมืองหนิวจะกล้าเฉยชา เขานำทางฉู่เยี่ยนและอาอู่ไปหาผู้ดูแลท่าเรือเจียงเป่ยด้วยตัวเองในทันที
ผู้ดูแลเพิ่งจะเข้านอนไม่ทันไร พลันมีเสียงเคาะประตูที่ทั้งถี่และแรงดังมา เขารีบคลุมเสื้อคลุม แล้วตะโกนออกไปว่า “ใครน่ะ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว”
ผู้คุ้มกันข้างๆ ใต้เท้าหนิวตะโกนตอบ “เจ้าเมืองหนิวมา ยังไม่เปิดประตูอีกรึ”
เจ้าเมืองหนิว? ดึกมากแล้ว เจ้าเมืองหนิวมาหาเขาทำไมกัน
ทว่าผู้ดูแลก็ไม่กล้าชักช้า เปิดประตูให้เจ้าเมืงหนิวเข้ามาทันที
ด้านหลังของเจ้าเมืองหนิวตามมาด้วยคนอีกสองคน พวกเขามีสีหน้าคร่ำเคร่ง คล้ายกับเป็นกังวลอย่างมาก ทว่านัยน์ตากลับคมกริบเหมือนกับคมดาบ ยาทั้งคู่กวาดสายตามองเขา เขารู้สึกเจ็บหน้าเหมือนโดนบาดเลยทีเดียว
“ท่านนี้คือจิ้นอ๋อง เขามาเพื่อ...”
เจ้าเมืองหนิวยังไม่ทันเล่าสถานการณ์ อาอู่ก็เดินไปถึงหน้าผู้ดูแล กางภาพวาดในมือออก “เจ้าเคยเห็นคนผู้นี้หรือไม่”
ผู้ดูแลจ้องมองดูแล้วก็พูดโพล่งออกมา “นี่ไม่ใช่คุณชายซ่งที่ออกจากท่าเรือไปในคืนนี้หรือ”
อาอู่ตกใจมาก “ออกเรือไปในคืนนี้? พวกเขาไปแล้วรึ”
ผู้ดูแลพยักหน้า “ไปแล้ว ฟ้ามืดได้ไม่เท่าไรก็ไป น่าจะไปได้สามชั่วยามแล้วละ”
ตอนนี้ผู้ดูแลหัวใจเต้นแรงมาก คิดในใจว่าคุณชายซ่งผู้นี้หนีความผิดอะไรหรือไม่ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ เพราะเขาสูงส่ง สง่างาม อ่อนโยนและมีมารยาทกับผู้คน ชัดเจนว่าเป็นพฤติกรรมของคุณชายตระกูลใหญ่ นอกเสียจากเรื่องที่ดึงดันจะออกเรือในคืนนี้แล้ว ก็มองไม่ออกจริงๆ ว่าเขาทำผิดที่ตรงไหน
สีหน้าของฉู่เยี่ยนไม่น่ามองอย่างมากในทันที เขาสืบเท้าเข้ามาคว้าคอเสื้อของผู้ดูแล เอ่ยด้วยโทสะว่า “เหตุใดเจ้าไม่รั้งเขาไว้ พวกเจ้าไม่ได้จดหมายราชการจากราชสำนักหรือไร”
ผู้ดูแลเอ่ยในใจว่าแย่แล้ว หลายวันนี้มีเขาได้รับจดหมายราชการจากราชสำนักจริงๆ แต่เขายุ่งมากจึงไม่ได้อ่านดูอย่างละเอียด ตอนนี้จดหมายยังคงอยู่บนโต๊ะทำงาน ยังไม่ได้เปิดผนึกเลยด้วยซ้ำ
หรือว่าคุณชายซ่งจะหนีความผิดจริงๆ แย่แล้ว
ฉู่เยี่ยนข่มโทสะอย่างหนัก กล่าวกับผู้ดูแลว่า “เรือไปทางไหน เจ้ารู้หรือไม่”
แต่ผู้ดูแลส่ายหน้า “เรียนท่านอ๋อง ข้าน้อยไม่รู้ขอรับ”
เมื่อเจ้าเมืองหนิวได้ฟังดังนั้นก็ตกใจไม่น้อย ยกเท้าขึ้นเตะผู้ดูแลครั้งหนึ่งอย่างมีน้ำโห “อะไรกัน เรือสินค้าที่เทียบท่าต้องการจะออกเรือ ไม่ใช่ว่าต้องรายงานจุดหมายปลายทางต่อไปด้วยหรือไร”
ผู้ดูแลรีบกล่าว “คุณชายซ่งบอกว่าจะไม่เทียบท่าเรือถัดไปแล้ว จึงไม่จำเป็นจะต้องรายงาน เจ้าพนักงานเลยไม่ได้ถามมากความขอรับ”
ฉู่เยี่ยนหลับตาลง ในสมองปรากฏแผนภาพอาณาเขตแคว้นฉู่และรอบข้าง ที่นี่คือท่าเรือเจียงเป่ย ท่าเรือถัดไปคือท่าเรือออกทะเล หลังจากท่าเรือออกทะเลไปแล้วจะเข้าสู่อาณาเขตของทะเล มันเป็นอาณาเขตร่วมที่ไม่ได้รับการปกครองจากแคว้นใด เมื่อเรือสินค้าออกจากท่าเรือออกทะเลไป คิดจะตามหาเขาย่อมเป็นเรื่องยากยิ่งกว่ายาก
“ตามไปตอนนี้จะยังทันหรือไม่” ฉู่เยี่ยนถามผู้ดูแล
……….
ตอนที่ 1104 เรือล่ม
ผู้ดูแลมองอากาศข้างนอก สีหน้าเป็นกังวล “ออกเดินทางในอากาศเช่นนี้ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เรือของคุณชายซ่งก็มีความเป็นไปได้แปดเก้าส่วนที่จะเกิดอุบัติเหตุ ท่านอ๋องอย่าได้เสี่ยงเลยขอรับ”
ทันทีที่ฉู่เยี่ยนได้ยินดังนั้น เขาก็ยิ่งร้อนใจเหมือนมีไฟแผดเผา “พูดอะไรของเจ้า รีบเตรียมเรือ ข้าจะออกจากท่าเดี๋ยวนี้”
เจ้าเมืองหนิวตกใจมาก จะทำอย่างไรดี หากเกิดอะไรขึ้นกับจิ้นอ๋องหลังจากเดินเรือออกจากที่นี่ อย่าว่าแต่ชีวิตของเขาเจ้าเมืองหนิวเลย สกุลหนิวทั้งสกุลต้องมอดม้วยไปด้วยกันแน่
แต่หากไม่ปล่อยให้เขาไป เกรงว่าตนจะต้องตายในทันที
หลังจากชั่งน้ำหนักดูแล้ว ในที่สุดเขาก็พยักหน้า กล่าวกับผู้ดูแลว่า “ยังไม่รีบไปเตรียมเรืออีก เจ้าคุ้นเคยกับการเดินทางทางน้ำมากที่สุด ให้คนที่เชี่ยวชาญการเดินเรือติดตามจิ้นอ๋องไปด้วย จำไว้ว่าต้องคุ้มครองความปลอดภัยของจิ้นอ๋อง”
ผู้ดูแลจนใจ ใครใช้ให้อีกฝ่ายเป็นมีตำแหน่งเหนือกว่าเขา ส่วนอีกคนก็เป็นถึงจิ้นอ๋อง เขาไม่สามารถปฏิเสธได้โดยสิ้นเชิง
เหมือนตอนนี้ฝนจะตกแรงขึ้นแล้ว ผู้ดูแลจัดเตรียมเรือลำที่ใหญ่ที่สุด เป็นเรือรบที่ก่อนหน้านี้ใช้ต่อสู้กับโจรสลัด เนื่องจากมีขนาดใหญ่ จึงต้านคลื่นลมได้มากกว่าเรือลำอื่นๆ
แม้จะต้องเดินเรือฝ่าพายุ แต่เรือรบลำนี้ก็มหัศจรรย์เป็นอย่างไร ใบเรือขยับรับลมทุกเมื่อ จึงแล่นเร็วกว่าเรือสินค้าทั่วไปมากนัก
ผิวแม่น้ำกระเพื่อมเพราะฝนตกหนัก ข้างหน้ามืดสนิทไปทั้งฝืน มองอะไรไม่เห็นทั้งนั้น คนบังคบเรือได้แต่อาศัยประสบการณ์เดินหน้าต่อไป
ฉู่เยี่ยนเป็นกังวลใจมาก ไม่อาจสงบใจลงไปพักผ่อนอยู่ใต้ท้องเรือได้ เอาแต่ยืนตากฝนอยู่บนดาดฟ้าเรือ
อาอู่โน้มน้าวอย่างไรฉู่เยี่ยนก็ไม่ยอม จนเขาอยากจะตีหัวลากอีกฝ่ายลงไป
ผู้ดูแลกลัวว่าจิ้นอ๋องจะตากฝนจนล้มป่วย จึงมอบเสื้อกันฝนและงอบให้เขาสวม ก่อนจะตะโกนเสียงดังว่า “ท่านอ๋อง เรือของพวกเราแล่นเร็วมาก ต้องตามเรือของคุณชายซ่งทันก่อนฟ้าสางแน่ ท่านอ๋องไม่ต้องกังวลใจนะขอรับ”
ฉู่เยี่ยนรู้ว่าเรือแล่นเร็วมาก เขาไม่กังวลเลยสักนิดว่าจะตามไม่ทัน เขารู้ว่าต้องตามทันแน่นอน แต่ตอนนี้เขาว้าวุ่นใจเพราะฝนตกแรงมาก เกรงว่าเรือของซ่งหลางจะรับการจู่โจมของพายุฝนเช่นนี้ไม่ไหว เขาไม่กล้าคิดต่อไปอีกเลย
แม่น้ำทั้งลึกและกว้างใหญ่ ต่อให้มีคนเดินเรือที่เชี่ยวชาญอยู่บนเรือมากมาย เมื่อถึงเวลาที่วุ่นวายขึ้นมา ใครจะไปช่วยแม่นางน้อยที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับพวกเขากัน
เขากำเสื้อตรงหน้าอกจนแน่น เจ็บปวดหัวใจจนหายใจไม่ออก
ล้วนต้องโทษเขาที่ตอนนั้นไม่ลืมความโกรธแค้น หากเขาลืมเรื่องราวในอดีตไปได้ และอยู่ที่หมู่บ้านหวงถัวร่วมกันนาง ไหนเลยจะเกิดเรื่องมากมายขึ้นเช่นนี้
หากเกิดอะไรขึ้นกับไป๋จื่อจริงๆ...ไม่ ไม่มีทาง นางต้องไม่เป็นอะไร
เขารู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ ราวกับมีใครใช้มีดแทงมัน
“ท่านอ๋อง เป็นอะไรไปขอรับ” อาอู่ยืนอยู่ข้างหลังเขาตลอด ครั้นเห็นเขาแปลกๆ ไปจึงรีบก้าวเข้าไปถาม
ฉู่เยี่ยนมุ่นคิ้ว แยกไม่ออกแล้วว่าหยดน้ำบนใบหน้าคือเหงื่อหรือหยดน้ำฝน
“ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไร”
อาอู่ร้อนใจจะตายแล้ว “ท่านยังบอกว่าไม่เป็นไรอีกหรือ” เขาจับแขนของฉู่เยี่ยนเอาไว้ ลากอีกฝ่ายเข้าไปในตัวเรืออย่างอดไม่ได้ “ท่านอ๋อง หากท่านไม่ถนอมร่างกายของตัวเองแล้วล้มป่วยไป จากนั้นแล้วจะตามหาไป๋จื่ออย่างไรขอรับ”
ขณะนี้อาอู่ค้นหาเสื้อผ้าแห้งๆ มาชุดหนึ่ง ก่อนจะช่วยฉู่เยี่ยนเปลี่ยนเสื้อผ้า ทว่าบนใบหน้าของฉู่เยี่ยนกลับยังคงขาวซีดจนน่ากลัว
ฉู่เยี่ยนพลิกมือ ขับแขนของอาอู่ไว้ “ข้ารู้สึกได้ ข้าเหมือนจะรู้สึกได้”
อาอู่ไม่เข้าใจ “อะไรหรือขอรับ ท่านรู้สึกได้ถึงอะไร”
“เกิดเรื่องแล้ว ต้องเกิดเรื่องกับจื่อเอ๋อร์แล้วแน่ๆ ข้าเจ็บหัวใจมาก เจ็บเหลือเกิน...” เขากุมหน้าอก บัดนี้เจ็บจนหายใจไม่ออกแล้วจริงๆ
ทันใดนั้นผู้ดูแลก็ถลันเข้ามา กล่าวกับฉู่เยี่ยนว่า “ท่านอ๋อง ข้างหน้ามีเรืออยู่ลำหนึ่ง เหมือนจะเป็นเรือของคุณชายซ่งขอรับ” สีหน้าของผู้ดูแลดูไม่ค่อยดีเท่าไร