คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 547
ตอนที่ 1093 สตรีปากร้ายข้างถนน
อี๋ผิงจวิ้นจู่คิดไม่ถึงว่าเมิ่งหนานจะฉีกหน้านางเช่นนี้ ก่อนหน้านี้เขายังให้นางเห็นหน้า ทว่าตอนนี้เขาไม่ให้นางเห็นหน้าด้วยซ้ำ ไม่แม้กระทั่งจะชายตาแลนาง
นางโมโหจนตาแดง จากนั้นก็ปรี่ไปถึงตรงหน้าของเมิ่งหนาน เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสามี
ทว่าดีร้ายอย่างไรเมิ่งหนานก็เคยฝึกวรยุทธ์ จะปล่อยให้นางตบหน้าตนเองได้อย่างไร เขาใช้วิชาตัวเบาหลบเลี่ยง พลางยิ้มเย็นว่า “นี่คือสิ่งที่จวนหนานเจียงจวิ้นอ๋องสั่งสอนให้หรือ ปากเอาแต่บอกว่าผู้อื่นไม่ได้รับการอบรม เจ้าไม่มองตัวเองในตอนนี้หน่อยรึ แตกต่างอะไรกับสตรีปากร้ายข้างถนนกัน”
อี๋ผิงจวิ้นจู่คว้าน้ำเหลว ร่างกายเสียสมดุล เกือบจะล้มลงบนพื้น จนตรอกนัก เมิ่งหนานเหน็บแนมนางถึงเพียงนี้ ทำเอานางโมโหจนแทบจะคลั่งอยู่แล้ว
“ดีเหลือเกินเมิ่งหนาน เพิ่งจะแต่งงานกันไม่ทันไรเจ้าก็กล้าทำกับข้าถึงเพียงนี้แล้ว อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าในใจเจ้าชอบพอไป๋จื่อที่ถูกลักพาตัวไป ตอนนี้หาตัวนางไม่พบ เจ้าต้องร้อนรนจนยากจะสงบใจได้ เลยโยนโทสะนี้มาใส่ข้าใช่หรือไม่ เจ้าคิดว่าจวนหนานเจียงจวิ้นอ๋องของพวกข้ารังแกง่ายนักหรือ”
“หากเจ้าเก่งจริงก็ไปสู่ขอไป๋จื่อผู้นั้นสิ จะมาสู่ขอข้าทำไม ในเมื่อตอนนี้ข้าแต่งให้เจ้าแล้ว เจ้าก็อย่าได้คิดถึงสตรีนางนั้นอีก ไม่เช่นนั้น...”
เมิ่งหนานแค่นเสียง “ไม่เช่นนั้นจะทำไม? เจ้าจะทำอย่างไร” จวนหนานเจียงจวิ้นอ๋อง ฟังจากชื่อแล้วดูดีจริงๆ เป็นถึงราชนิกูลทีเดียว
แต่หากพูดขึ้นตามความจริงแล้วก็ดูดีเพียงแค่ชื่อเท่านั้น ในมือไร้อำนาจ ฮ่องเต้ไม่สนใจ หากสนใจจริงๆ จะได้แค่ตำแหน่งจวิ้นอ๋องหรือ
เมื่อเขาย้อนถามเช่นนี้ อี๋ผิงจวิ้นจู่ก็พลันเสียกิริยา ไม่เช่นนั้นจะทำไม? นางไม่รู้จริงๆ ว่าทำอะไรได้บ้าง หรือควรจะทำอย่างไรดี
ปกติแล้วนางวางอำนาจบาตรใหญ่อยู่ในจวนจวิ้นอ๋อง ทว่าไม่เคยแสดงท่าทีเช่นนั้นข้างนอก คิดไม่ถึงเลยว่าบนโลกนี้จะมีคนที่ไม่ไว้หน้านางอี๋ผิงจวิ้นจู่ และมีคนที่กล้าต่อปากต่อคำกับนางเช่นนี้
ตอนนี้เมิ่งหนานต่อปากต่อคำกับนาง ทำเอานางไม่รู้ว่าควรจะตอบโต้อย่างไรดี
แยกทาง? ไม่ แยกทางไม่ได้เด็ดขาด นางต้องเสียหน้าเป็นแน่
เมิ่งหนานไม่อยากเห็นหน้านาง จึงหันไปกล่าวกับใต้เท้าเมิ่งว่า “ท่านพ่อ ข้าจะไปสอบถามที่จวนของหมอหลวงจางสักหน่อย ดูว่าหมอหลวงจางจะกลับมาเมื่อไรกันแน่”
ใต้เท้าเมิ่งพยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน เจ้าไปเถอะ” ดูท่าทางวันนี้เมิ่งหนานจะไม่ไปที่จวนหนานเจียงจวิ้นอ๋องแล้ว
หากเมื่อครู่นี้อี๋ผิงจวิ้นจู่พูดจามีมารยาทสักหน่อย ไม่ยื่นมือออกมาหมายจะตบหน้าเมิ่งหนาน เขาอาจจะยื่นมือเข้าช่วยนางก็เป็นได้ ทว่าตอนนี้เขาไม่อยากช่วยนางแล้ว
อี๋ผิงจวิ้นจู่โมโหจนพูดไม่ออก ทำได้เพียงมองสามีของตนเดินหายไปจากตรงหน้า โดยที่ไม่หันหน้ากลับมามองนางเช่นกัน
หรือวันนี้นางจะต้องกลับบ้านเดิมคนเดียวจริงๆ หากเรื่องนี้ถูกพูดออกไป ต่อไปนางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางก็ยกกระโปรงตามเมิ่งหนานไป จนกระทั่งถึงซุ้มดอกไม้กลับไม่เห็นวี่แววของเมิ่งหนานเลยแม้แต่ครึ่ง
...
หลังจากฉู่เยี่ยนออกจากวัง เขาก็ขี่ม้าออกจากเมืองหลวงไป ห้อตะบึงไปยังจังหวัดซิ่นหยาง
จังหวัดซิ่นหยางห่างจากทางน้ำของเมืองหลวงถึงแปดร้อยลี้ ต้องเดินเรือนานถึงสองวันครึ่ง ส่วนขี่ม้าใช้เวลาเพียงหนึ่งวันครึ่ง
ฉู่เยี่ยนตามอาอู่ทันระหว่างทาง จึงร่วมทางกันเร่งฝีเท้าไปที่เมืองซิ่นหยาง
กรมทรัพยากรน้ำได้รับประกาศอยู่ก่อนแล้วว่าให้ตรวจสอบเรือสินค้าที่ผ่านไปมา เพื่อตามหาตัวเด็กสาวอายุสิบสามสิบสี่ปีคนหนึ่ง
เมื่อไปถึงจังหวัดซิ่นหยางแล้ว ฉู่เยี่ยนไม่ได้ส่งคนไปบอกกล่าวเจ้าเมือง แต่ไปถามสถานการณ์จากกรมทรัพยากรน้ำก่อน
การมาเยี่ยมเยียนอย่างกะทันหันทำให้เขาได้เห็นภาพที่ทำให้รู้สึกโมโหเป็นอย่างยิ่ง เหล่าเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบเหล่านั้นไม่ได้ขึ้นไปตรวจสอบบนเรือจริงๆ ทว่าเลือกตรวจสอบเรือสินค้าลำที่มอบประโยชน์ให้กับตนได้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นเช่นนั้น
……….
ตอนที่ 1094 ภาพวาด
อาอู่โมโหจนอยากสังหารคนทิ้ง จึงก้าวไปข้างหน้า ถามว่า “พวกเจ้ารับสินบนกันเป็นเรื่องธรรมดาเช่นนี้ ไม่กลัวใต้เท้าเจ้าเมืองของพวกเจ้าลงโทษหรืออย่างไร”
เจ้าพนักงานที่กำลังยัดเงินใส่อกเสื้อชำเลืองมองอาอู่ เห็นเขาสวมเสื้อผ้าหยาบธรรมดา อีกอย่าง กะลาสีบนเรือที่ไหนจะบ่นถึงความอยุติธรรมของเจ้านายบ้าง
“ลงโทษ?” เจ้าพนักงานหัวเราะเสียงเย็น “ใครจะลงโทษกัน ใต้เท้าเจ้าเมืองน่ะหรือ เจ้าไร้เดียงสาจริงๆ หรือว่าโง่กันแน่ เจ้าคิดว่าเงินที่พวกข้ารับไว้เหล่านี้ ใต้เท้าเจ้าเมืองไม่รู้หรือ เจ้าคิดว่าเงินเหล่านี้ล้วนเข้ากระเป๋าของพวกข้าหรือ”
ฉู่เยี่ยนข่มโทสะไว้อย่างหนัก เอ่ยเสียงขรึมว่า “เจ้าจำคำพูดของเจ้าเอาไว้แล้วกัน”
คราวนี้เจ้าพนักงานมองเห็นฉู่เยี่ยนที่อยู่ข้างหลังอาอู่แล้ว กลิ่นอายของคนผู้นี้สูงส่งเหนือธรรมดา ทำให้เขาพลันรู้สึกหวั่นใจ กล่าวในใจว่าคนผู้นี้มาจากที่ใดกัน เหตุใดท่าทางน่าเกรงขามเช่นนี้
“สองวันนี้มีเรือสินค้ามาจากเมืองหลวงหรือไม่” ฉู่เยี่ยนถาม
เจ้าพนักงานเก็บท่าทีโอหังตอนที่อยู่ต่อหน้าอาอู่ไปแล้ว “เจ้าถามทำไม เรื่องพวกนี้จะบอกให้ใครรู้ตามใจชอบไม่ได้หรอกนะ” แม้จะไม่มีท่าทีโอหังแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะส่ายหางให้ใครก็ได้
ฉู่เยี่ยนส่งสายตาให้อาอู่ ฝ่ายอาอู่หยิบป้ายคำสั่งออกมาจากในอกเสื้อทันที แล้วยกขึ้นใส่หน้าเจ้าพนักงาน
ต่อให้เจ้าพนักงานไม่มีความรู้มากเพียงใด ก็ต้องรู้ว่าป้ายคำสั่งตัวอักษรสีม่วงชนิดนี้หมายความว่าอย่างไร
มีเพียงราชนิกูลเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ครอบครอบป้ายคำสั่งตัวอักษรสีม่วง และบนป้ายคำสั่งสลักตัวอักษร ‘จิ้น’ เอาไว้
ป้ายคำสั่งของราชนิกูล อีกทั้งด้านบนสลักตัวอักษรจิ้นเอาไว้ ป้ายคำสั่งนี้ย่อมแทนตัวจิ้นอ๋อง
เจ้าพนักงานขาอ่อนในทันที ทรุดลงคุกเข่าตรงหน้าอาอู่และฉู่เยี่ยน
“ข้าน้อยสมควรตาย ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ ท่านอ๋องและใต้เท้าไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยขอรับ”
ฉู่เยี่ยนแค่นเสียงเย็น “ไว้ชีวิตเจ้าย่อมได้ ข้าจะให้โอกาสเจ้าทำความดีทดแทนความผิดด้วย บอกมา หลายวันมานี้มีเรือสินค้ามาจากเมืองหลวงหรือไม่”
เจ้าพนักงานพยักหน้าเหมือนตำกระเทียมในทันที “มีขอรับ มีเรือสินค้ามาจากเมืองหลวงอยู่บ้าง”
“มีอะไรน่าสงสัยหรือไม่” ฉู่เยี่ยนถามอีกครั้ง
“ไม่มีอะไรน่าสงสัยเลยขอรับ” เจ้าพนักงานรีบส่ายหน้า แต่เขาไม่พูดความจริง ต่อให้มีจริงๆ แล้วเขาจะพูดได้หรือ พูดไปแล้วเขายังจะรักษาหัวไว้บนบ่าได้หรือไม่
“เจ้าได้ตรวจสอบเรือสินค้าพวกนั้นหรือไม่” ฉู่เยี่ยนยังคงถามต่อไป
เจ้าพนักงานไม่เคยคิดว่าเขาจะมาเห็นการเก็บเงินเมื่อครู่นี้ หากตอนนี้พูดว่าตรวจสอบทั้งหมด เขาไม่มีทางเชื่อแน่นอน มิสู้บอกไปตามความจริงยังจะดีเสียกว่า ไม่แน่ว่าอาจจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้
“เรียนท่านอ๋อง ข้าน้อยโลภมาก ตรวจเรือเพียงบางลำเท่านั้น”
“พบตัวสตรีบ้างหรือไม่” เขาหยิบภาพวาดออกมาจากในอกเสื้อ สตรีในภาพวาดก็คือไป๋จื่อนั่นเอง
นางงดงามยิ่งนัก ยามแย้มยิ้มจะปรากฏให้เห็นลักยิ้มที่ข้างแก้ม
เจ้าพนักงานส่ายหน้า “ไม่พบขอรับ” เขาไม่พบจริงๆ สตรีที่งดงามปานนี้ หากได้เห็นย่อมไม่มีทางลืม
เขาจำได้ว่าหลายวันมานี้มีเรือผ่านมาไม่น้อย แต่เรือที่มาจากเมืองหลวงกลับน้อยยิ่ง ทั้งหมดตรวจค้นไปเพียงสองลำ ล้วนเป็นเรือประมงทั่วไป เรือค้าขายที่บรรทุกสินค้ามาเต็มลำมักจะมีเจ้าของที่ร่ำรวย ยอมจ่ายสินบนนิดหน่อยอยู่แล้ว เขาไม่ได้ขึ้นไปบนเรือเลยด้วยซ้ำ จะไปพบสตรีที่งดงามปานนั้นได้อย่างไร
“นำไปให้คนอื่นดูหน่อย ถามพวกเขาว่าพบบ้างหรือไม่” อาอู่กล่าว
เจ้าพนักงานรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น ขายังคงสั่นอยู่เลย