คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 533
ตอนที่ 1065 เวลาและพื้นที่
มิติหมายถึงเวลาและพื้นที่
แต่หากจะต้องพูดให้ละเอียด นางจะต้องเริ่มพูดจากที่ไหน ตัวนางเองก็อธิบายไม่ได้เช่นกัน
“มันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มาก ข้าเองก็อธิบายไม่ได้ แต่สรุปว่าเดิมทีข้าคือไป๋จื่อจากอีกโลกใบหนึ่ง ข้าเกิดอุบัติเหตุบางอย่างที่โลกใบนั้นขณะเดินทางข้ามมิติ และได้เข้ามาที่โลกนี้ในตอนนี้โดยบังเอิญ ไป๋จื่อที่ถูกหญิงชราและหลิวซื่อตีตายที่สกุลไป๋ในวันนั้นตายไปแล้วจริงๆ”
“ก่อนจะเกิดใหม่อีกครั้ง เป็นไป๋จื่ออีกคนหนึ่ง”
ฉู่เยี่ยนมองนางด้วยใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นอยู่ตลอด จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “ดังนั้น เจ้าก็อาศัยร่างไร้วิญญาณเกิดใหม่อีกครั้งหรือ”
อืม...พูดอย่างนั้นก็ถูกต้อง และทำให้คนเข้าใจได้ง่ายยิ่งกว่า แค่ก็ออกจะ...น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง...เกินไปหน่อย
“จะคิดอย่างนั้นก็ได้กระมัง” นางพยักหน้า
ฉู่เยี่ยนกลืนน้ำลายอย่างหนัก เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่สมุดบนโต๊ะและถามว่า “หลินหยางผู้นั้น เขาอยู่ที่ใดหรือ”
ไป๋จื่อเอ่ย “เขาอยู่ที่โลกอีกใบหนึ่ง ยังคงเป็นเช่นนั้น”
“เขาชอบเจ้าใช่หรือไม่” จากตัวหนังสือมากมายของคนผู้นั้น เขาพอจะรู้สึกได้
ทว่าไป๋จื่อพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา “ใช่ เขาชอบข้า ข้าไม่มีญาติที่โลกใบนั้น มีเขาเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวเท่านั้น เขาดีกับข้ามาก”
เป็นเพียงแค่เพื่อนหรือ เขาอยากถามคำถามนี้ แต่เขาก็เก็บคำถามนี้เอาไว้ กลัวได้ยินคำตอบที่ไม่อยากได้ยิน
“ดังนั้นที่จู่ๆ เจ้าก็เป็นวิชาแพทย์ และวิชาแพทย์ของเจ้าก็มักจะเป็นเอกลักษณ์เสมอ อีกทั้งยังนำสิ่งของหน้าตาแปลกๆ เหล่านั้นออกมาใช้ จริงสิ สิ่งของเหล่านั้นมาได้อย่างไร”
ไป๋จื่อตอบทันที “ล้วนเป็นสิ่งของที่มาจากโลกใบนั้นของพวกข้า มันแปลกก็จริง แต่กลับเป็นสิ่งของที่ดีที่ใช้ช่วยชีวิตคน ถึงข้าจะกลายเป็นไป๋จื่อที่โลกใบนั้น ทว่าไป๋จื่อที่อีกโลกหนึ่งกลับยังไม่ตาย”
นางเล่าเรื่องราวให้ละเอียดขึ้นไปอีกขั้น และพูดถึงเรื่องที่จิตวิญญาณกลับไปที่โลกเดิมในคืนวันพระจันทร์เต็มเดือน
ฉู่เยี่ยนตกใจจนลูกตาของตนเองแทบจะถลนออกมาแล้ว “หมายความว่าเจ้าจะกลับไปได้ทุกเดือน สิ่งของพวกนั้นมาจากที่นั่นทั้งหมดเลยหรือ” มิน่าเล่า...มิน่าเล่านางไม่ได้ไปไหนแท้ๆ แต่กลับมีสิ่งของที่แปลกแต่มหัศจรรย์อยู่เสมอ
เขาคิดถึงคืนหนึ่ง คืนนั้นนางตกจากเนินเขาไปพร้อมกับเขา และคืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงพอดี จู่ๆ นางก็หลับไปเหมือนกับคนตายอย่างไรอย่างนั้น เสียงหัวใจเต้นก็แผ่วเบาจนเกือบจะไม่เหลือ
ที่แท้นางในตอนนั้นก็เป็นคนตรายคนหนึ่ง หากนางไม่กลับมา ก็จะเท่ากับนางตายใช่หรือไม่
หรือทุกเดือนนางจะต้องตายหนึ่งครั้ง
ไหนเลยไป๋จื่อจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เมื่อเห็นเขามีท่าทางเช่นนั้น นางก็พาลคิดว่าเขายังไม่เชื่อ จึงลุกขึ้นปลดกลอนตู้ ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตออกมา
“เจ้าอยากดูมาโดยตลอด ตอนนี้ข้าจะให้เจ้าดูแล้ว”
ฉู่เยี่ยนดึงสติกลับมา จ้องมองสิ่งของนั้นและถามว่า “นี่ก็คือสิ่งของจากโลกใบนั้นของพวกเจ้า?”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ถูกต้อง”
“มันคืออะไร” เขาถาม ในใจคิดอะไรไว้มากมาย หรือว่ามันจะเป็นกล่องใส่ของใบหนึ่ง ไม่ถูกต้องๆ มันบางขนาดนั้น จะไปใส่อะไรได้ กระจกหรือ ก็ยังไม่ใช่อีก แม้มันจะสะท้อนเงาคนได้ แต่ก็ไม่ได้ชัดเจนเท่าไรนัก
“นี่คือคอมพิวเตอร์” นางกดปุ่มเปิดเครื่อง บนหน้าจอสีดำขลับปรากฏตัวหนังสือภาษาอังกฤษแถวหนึ่ง จากนั้นหน้าจอก็สว่างวาบขึ้นมา
เขาลุกขึ้นยืน ชี้ไปที่รูปภาพบนหน้าจอ “น่ะ นี่มัน...”
“นี่คือข้า ข้าที่โลกใบนั้น” แม้จะเป็นใบหน้าของไป๋จื่อ แต่นางกลับเติบใหญ่ ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าในตอนนี้
นางหยิบแท็บเล็ตขึ้น แล้วกดชัตเตอร์ถ่ายภาพฉู่เยี่ยนที่กำลังตกตะลึง บนหน้าจอปรากฏรูปภาพของเขาในทันที
“เจ้าดูนี่สิ” นางวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ ชี้ไปที่บุรุษบนหน้าจอพลางกล่าว
.......................
ตอนที่ 1066 เขาก็คือหลินหยาง
น่ะ...นี่ไม่ใช่ตัวเขาเองหรอกหรือ
เขารู้สึกเวียนศีรษะอยู่บ้าง ทำอะไรไม่ถูกอยู่ชั่วครู่
ของสิ่งนี้คืออะไรกันแน่
ไป๋จื่อเปิดอัลบั้มภาพ ภายในนั้นมีทุกหยาดหยดของชีวิตที่ผ่านมา
นางไม่เคยรู้เลยว่า ตอนที่นางตั้งใจเรียนหนังสือ ตอนที่ทำงาน ตอนที่เหม่อลอย หรือแม้กระทั่งตอนที่นอนกลางวันเป็นอย่างไร
หากหลินหยางไม่ได้มอบแท็บเล็ตเครื่องนี้ให้นาง นางก็ไม่มีวันรู้ได้เลย ว่าหลินหยางแอบถ่ายรูปนางไว้มากมายขนาดนี้
“นี่คือสถานที่ที่ฉันเรียน สถานที่ที่ฉันทำงาน สถานที่ที่ฉันกินข้าว สถานที่ที่ฉันเดินเล่น...”
ความตื่นตกใจของฉู่เยี่ยนค่อยๆ สงบลง ความประหลาดใจในดวงตาเริ่มหายไป ภายในดวงตาที่ดำและหยั่งลึกปรากฏประกายที่พูดไม่ออก อธิบายไม่ได้
ที่แท้ก็มีอีกโลกหนึ่งอยู่จริงๆ
จู่ๆ นิ้วมือที่ขยับหน้าจอก็หยุดลง นางชี้ไปยังบุรุษที่ยืนอยู่ข้างกายนางบนหน้าจอ “เขาก็คือหลินหยาง”
สายตาของฉู่เยี่ยนจ้องมองบุรุษผู้นั้น เขาสวมเสื้อผ้าแปลกๆ ทั้งตัว แต่กลับน่ามองอย่างน่าประหลาด ครั้นยืนข้างกายไป๋จื่อแล้วทำให้เขารู้สึกหึงหวงยิ่งนัก...เชอะ ขัดตายิ่งนัก ตนเหนือกว่าเขาเห็นๆ
รูปร่างของหลินหยางดีมาก เป็นชายหนุ่มรูปงามตามแบบฉบับอย่างยิ่ง เขายิ้มอย่างเบิกบานใจ เป็นเพราะไป๋จื่อยืนอยู่ข้างๆ เขาใช่หรือไม่”
“สถานที่ที่พวกเจ้าใช้ชีวิตช่าง...มีเอกลักษณ์จริงๆ...” เขาไม่รู้ว่าควรอธิบายสถานที่นั้นอย่างไร นึกถึงเพียงคำว่ามีเอกลักษณ์เท่านั้น หากได้ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดลอดเช่นนั้นจะรู้สึกอย่างไรกันนะ
นางปิดแล็บท็อบแล้ว กล่าวกับฉู่เยี่ยนว่า “นี่ก็คือเรื่องราวที่ข้าต้องการสารภาพกับเจ้า ข้าพูดไปทั้งหมดแล้ว เจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่”
ฉู่เยี่ยนยักไหล่ “ข้าไม่มีอะไรจะพูด ในสายตาของข้า เจ้าก็คือเจ้า ข้าไม่สนว่าเจ้าจะมาจากที่ใด เจ้าก็คือว่าที่ภรรยาของข้าอยู่วันยันค่ำ ไป๋จื่อ เรื่องนี้ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง”
แม้เขาจะไม่ชอบหน้าหลินหยางผู้นั้นทีเดียว แต่เห็นแก่ที่อีกฝ่ายไม่มีทางปรากฏขึ้นได้ตลอดกาล ก็เท่ากับว่าตอนนี้เขาไม่มีคู่แข่ง
ไป๋จื่อประหลาดใจอยู่บ้าง ปฏิกิริยาของฉู่เยี่ยนอยู่เหนือความคาดหมายของนาง เขาไม่คิดมากหน่อยเลยหรือ อย่างไรเสียนางก็เป็นคนที่มีอดีตอันน่าตื่นตะลึงนะ
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง นางกล่าวขึ้นว่า “หลินหยางหวังว่าข้าจะกลับไปได้ เขากำลังคิดหาทางช่วยข้าที่อยู่ทางนู้น หากข้าที่อยู่ทานู้นหายดีแล้ว ข้าที่อยู่ทางนี้ก็จะไม่มีตัวตนอยู่อีก”
รอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่เยี่ยนค่อยๆ แข็งค้าง ไป๋จื่อจึงกล่าวอีก “ที่ข้าป่วยหนักก่อนหน้านี้ อาการสาหัสไม่ได้เป็นเพราะป่วยเป็นไข้รากสาดน้อย แต่เป็นเพราะหลินหลางกำลังใช้ยาตัวใหม่กับข้าที่อยู่ทางนู้นต่างหาก”
ฉู่เยี่ยนหน้าถอดสี “หมายความว่าเขาใช้ยากับเจ้าที่อยู่ทางนู้น แต่ส่งผลถึงเจ้าที่อยู่ทางนี้หรือ”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ใช่ ข้าเองก็ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด แต่นี่เป็นเรื่องจริง หลายวันนั้นที่ข้าหลับไม่ได้สติ ข้าได้ยินเสียงพวกเจ้าพูดพร้อมๆ กัน เสียงของเขาและเสียงของเจ้า”
เรื่องนี้เหนือจินตนาการเกินไปแล้ว เขายังต้องการเวลาทำความเข้าใจ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เขาต้องคิดหาทางให้ไป๋จื่อตัดขาดกับโลกที่อยู่ทางนู้นโดยสิ้นเชิง เช่นนี้แล้วไป๋จื่อถึงจะอยู่ที่นี่ได้ ไป๋จื่อของเขา ใครก็ห้ามพาตัวนางไป
จะชักช้าไม่ได้แล้ว ตอนนี้เขาต้องไปถามความโหรให้ละเอียด
หากมีใครที่นี่จะช่วยเขาได้ เช่นนั้นก็ต้องเป็นโหรอย่างแน่นอน
คนที่รอบรู้ที่สุดในแคว้นฉู่ กระจ่างแจ้งเรื่องวรรณกรรม วัฒนธรรม และถูมิศาสตร์ รู้สิ่งที่คนอื่นไม่รู้ เคยได้ยินสิ่งที่คนอื่นไม่เคยได้ยิน
เขาลุกขึ้นพูดกับไป๋จื่อ “ข้ามีธุระ ต้องกลับก่อนแล้ว เจ้าพักผ่อนเถอะ หากข้าว่างแล้วจะมาหาเจ้าอีก”
ไป๋จื่อยังไม่ทันได้พยักหน้า เขาก็รีบร้อนหมุนกายออกไปแล้ว
เด็กสาวมองเงาหลังของเขาหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถอนใจเบาๆ เสียงหนึ่ง “เขาต้องลำบากใจมากกระมัง สตรีที่ชอบพอเป็นคนแปลกๆ เช่นนี้”