คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 532
ตอนที่ 1063 เข้าใจผิด
โจวกังชะงักไปครู่หนึ่ง ขณะที่กำลังตื่นตกใจอยู่นั้น อาอู่ก็กล่าวขึ้นอีกว่า “บันทึกของเขาน่าจะเป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวัน แต่จะแย่ก็ตรงที่ภายในเรื่องราวที่เขาบันทึกไว้เหล่านั้น ทุกหน้าล้วนมีแต่อาชื่อ ราวกับว่าพวกเขารู้จักกันมานานแล้ว แม้กระทั่งใช้ชีวิตร่วมกันมาแล้วหลายปี นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อาจื่อเพิ่งอายุสิบสามปีเท่านั้น อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านหวงถัวมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยออกจากที่นั่นเลย แต่หากคนที่ปรากฏอยู่ในสมุดไม่ใช่อาจื่อ เช่นนั้นแล้วสมุดมาอยู่ในมืออาจื่อได้อย่างไร”
ฝ่ายโจวกังถามว่า “แล้วเจ้าได้มันมาอย่างไร เหตุใดมันถึงมาอยู่ที่เจ้า”
อาอู่จึงเล่าเรื่องที่สวนชิงเฟิงให้อีกฝ่ายฟัง ตั้งวันนั้นเป็นต้นมา ของสิ่งนี้ก็อยู่กับเขาตลอด
ไม่รู้เหมือนกันว่าอาจื่อลืมหรือไม่ว่าใส่ใจ ถึงไม่ได้ไม่เคยถามมันเลย
โจวกังปิดสมุดบันทึก รู้สึกว่ามันลวกมืออยู่บ้าง อยากจะโยนทิ้งมันลงแม่น้ำเสียจริงๆ
“ข้ารู้สึกว่าควรจะให้ท่านอ๋องดู” โจวกังคิดก่อนจะเอ่ยปาก
อาอู่รีบแย่งสมุดคืนมา เอ่ยพร้อมทำหน้านิ่งๆ “ไม่ได้ ไม่ได้โดยเด็ดขาด หากให้ท่านอ๋องเห็นมันเข้า แล้วท่านอ๋องจะคิดอย่างไร อาจื่อไม่ใช่คนเช่นนั้น แต่จะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร” ในสายตาของเขา เขายืนอยู่ข้างอาจื่อเสมอ ตอนที่อยู่ในหมู่บ้านหวงถัว เขาเห็นอาจื่อเป็นเสมือนญาติ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง
ทว่าโจวกังไม่เหมือนกัน แม้โจวกังจะซาบซึ้งในตัวไป๋จื่อมาก แต่กลับเป็นแค่ความซาบซึ้ง ไม่เหมือนกับอาอู่
มุมมองของทั้งสองคนไม่เหมือนกัน ย่อมมีความเห็นกันคนละด้านอยู่แล้ว
มืออาอู่พลันว่างเปล่า ด้านกลังมีคนเพิ่มมาโดยที่ไม่รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เขารีบหันกลับไปในทันที พบว่าคนที่ถือสมุดอยู่ก็คือจิ้นอ๋อง
ฉู่เยี่ยนหาความสงบเงียบเสมอ จึงหลบอยู่บนต้นไม้ตลอดเวลา หลายวันนี้มาเขานอนไม่ค่อยหลับ เมื่อครู่รู้สึกง่วงอยู่บ้าน จึงขึ้นไปงีบหลับอยู่บนต้นไม้
คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนขณะสะลึมสะลือ ทำให้เขาตื่นเต็มตาในที่สุด
เขาพลิกอ่านสมุดดูทีละหน้า อ่านไปได้ประมาณสิบกว่าหน้าก็อ่านต่อไปไม่ไหวแล้ว ก่อนจะปิดสมุดอย่างแรง
อาอู่คุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าจิ้นอ๋อง “ท่านอ๋อง ต้องมีเรื่องอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ ท่าน...”
ทว่าอาอู่ยังพูดไม่ทันจบ ฉู่เยี่ยนก็จากไปพร้อมลมสายหนึ่ง หายไปอย่างไม่เห็นร่องรอย
อาอู่ลุกขึ้นยืน ถลึงตามองโจวกังราวกับกำลังบ่น “ล้วนต้องโทษท่าน!”
โจวกังถอนใจเสียงหนึ่ง ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี เขาเองก็รู้สึกกังวลใจเช่นกัน จึงรีบรั้งอาอู่ไว้ “พวกเราตามไปดูกันดีกว่า ขออย่ามีอะไรเกิดขึ้นเลย”
อาอู่ส่ายหน้า “เรื่องนี้พวกเราเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ หากท่านอ๋องจริงจังกับอาจื่อ เขาย่อมต้องเชื่อนาง หากเขาไม่จริงจังกับอาจื่อ แยกทางกันเร็วหน่อยก็ดีเหมือนหัน”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” โจวกังเลิวคิ้วมองอีกฝ่าย
อาอู่หมุนกายเดินไปด้วยความกลัดกลุ้ม ไม่สนใจอีกต่อไป
...
ทางด้านฉู่เยี่ยนไปถึงคฤหาสนืตงฟางด้วยความกลัดกลุ้ม ไป๋จื่อและตงฟางมู่กำลังเดินเล่นอยู่ในสวน สองตาหลานสนทนากันอย่างมีความสุข ก่อนที่จู่ๆ ฉู่เยี่ยนจะบุกเข้ามา
ดูจากท่าทางร้อนใจและเหงื่อที่แตกเต็มหน้าแล้ว ไป๋จื่อจึงถามว่า “เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้น”
สายตาของนางเลื่อนลงด้านล่าง เหลือบเห็นสิ่งของที่อยู่ในมือของเขาแล้ว มันคุ้นตามากจนไม่รู้จะคุ้นอย่างไรได้อีก
นี่ไม่ใช่ไดอารีของหลินหยางหรอกหรือ มันมาอยู่ที่เขาได้อย่างไร นางหามันอยู่ตั้งนานก็หาไม่เจอ ทีแรกคิดว่านางลืมทิ้งไว้ในมุมไหนสักแห่ง สุดท้ายไปอยู่กับเขาหรือนี่
เดาได้เลยว่าฉู่เยี่ยนอ่านมันแล้ว เขาถึงได้มีท่าทางเช่นนี้
หัวใจของไป๋จื่อร่วงผล็อย รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหายไปเช่นกัน
เรื่องบางเรื่องนางไม่อยากพูด ถึงอย่างไรเสียก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจถึงปานนั้น
แต่ตอนนี้เหมือนจะถึงเวลาที่จำเป็นต้องพูดแล้ว
หากพูดไปแล้ว เขาจะเข้าใจนางหรือไม่
.......................
ตอนที่ 1064 มิติคืออะไร
นางกล่าวกับตงฟางมู่ว่า “ท่านตา ข้ากับฉู่เยี่ยนมีเรื่องต้องคุยกัน ท่านกลับไปรอในเรือนก่อนนะเจ้าคะ”
ตงฟางมู่เห็นลูกศิษย์มีท่าทางเช่นนั้น รู้ได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องสำคัญอย่างแน่นอน อีกทั้งเป็นเรื่องที่ให้เขารู้ไม่ได้อีกต่างหาก แม้ในใจจะรู้สึกสงสัย แต่กลับไม่อยากทำให้พวกเขาลำบากใจ จึงพยักหน้า “ตกลง พวกเจ้าไปเถอะ แต่อย่าอยู่ด้วยกันนานเกินไปเชียว ถึงอย่างไรเสียก็ยังไม่ได้แต่งงานกัน หากมีข่าวลือออกไปเกรงว่าจะไม่ดี”
หลังจากตงฟางมู่ไปแล้ว ไป๋จื่อก็หมุนกายเดินไปที่เรือนของตนเอง
ฉู่เยี่ยนตามอยู่ข้างหลังนางเงียบๆ พลางมองเงาหลังที่เหยียดตรงมากขึ้น แต่ก็ยังคงบอบบาง เขาอ้าปากอยู่หลายครั้ง แต่กลับพูดอะไรไม่ออก
เขาจะพูดออกไปอย่างไรดี
ถามว่าเด็กสาวที่อยู่ในบันทึกเป็นนางหรือไม่
เช่นนั้นไร้มารยาทเกินไป
เมื่อมาถึงในเรือนแล้ว ไป๋จื่อให้เหล่าสาวใช้ออกไปทั้งหมด ส่วนนางนำทางฉู่เยี่ยนกลับเข้าไปในห้อง
ทั้งสองคนตรงหน้าโต๊ะ ฉู่เยี่ยนวางสมุดปกเหลืองลง “อาอู่บอกว่ามันคือของเจ้า”
ไป๋จื่อพยักหน้า “เป็นของข้า”
“ตัวหนังสือที่อยู่ข้างใน เจ้าเป็นคนเขียนเช่นกันใช่หรือไม่” แต่ลายมือนั้นไม่ใช่ลายมือของนางอย่างชัดเจน
ทันใดนั้นไป๋จื่อส่ายหน้า “ข้ามาได้เป็นคนเขียน แต่เพื่อนของข้าเป็นคนเขียน เขาชื่อว่าหลินหยาง เจ้าของเดิมของสมุดเล่มนี้คือเขา”
หลินหยาง?
หลินหยาง...สองตัวอักษรที่เขียนอยู่บนปกรองนั่นหรือ
ตอนที่นางพูดชื่อหลินหยางออกมา ท่าทางของนางทั้งผ่อนคลาย ทั้งสนิทสนมเป็นอย่างยิ่ง
“เขาเป็นใคร” เขาไม่รู้ว่าถามคำถามนี้ออกมาได้อย่างไร แต่สุดท้ายก็ถามออกมาแล้ว
“เขาเป็นเพื่อนของข้า เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาหลายปีมาก นับเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของข้า”
“แต่...เจ้าอยู่ที่หมู่บ้านหวงถัวตลอดไม่ใช่หรือ หลินหยางผู้นี้ไม่ใช่คนของหมู่บ้านหวงถัว แท้จริงแล้วเขาเป็นใครกันแน่” เรื่องราวที่เขียนอยู่ในบันทุก เขาไม่อาจทำความเข้าใจได้เลย เพราะมันชัดเจนว่ามันไม่เหมือนกับชีวิตของพวกเขาที่นี่โดยสิ้นเชิง
ไป๋จื่อยังไม่ทันได้ตอบ ฉู่เยี่ยนก็ถามว่า “ไป๋จื่อที่ถูกเอ่ยถึงในนั้นอยู่เรื่อยๆ ใช่เจ้าหรือไม่”
“เป็นข้าเอง” ไป๋จื่อพยักหน้า สีหน้าราบเรียบจนน่าประหลาดใจ “ข้าก็คือไป๋จื่อคนนั้น”
ฉู่เยี่ยนมองไป๋จื่อที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าตกใจ เขาไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี ในใจความแต่ความสับสน
นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ เขายิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ไม่แน่ใจในสถานการณ์นี้เลยสักนิด
ไป๋จื่อเอ่ยว่า “เรื่องบางเรื่อง เดิมทีข้าอยากเก็บให้มันเน่าสลายไปในใจ แต่ในเมื่อมีวันนี้แล้ว ข้าก็ไม่อยากปิดบังเจ้าอีกต่อไปเช่นกัน เปิดเผยซึ่งกันและกัน ยอมรับความจริง ฉู่เยี่ยน ข้าจะบอกความจริงทุกอย่าง”
เขายกน้ำชาเย็นชืดบนโต๊ะขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด มุมปากเปื้อนใบชาสองใบ มือที่วางจอกชาลงสั่นเทาเล็กน้อย
นางหยิบใบชาออกจากมุมปากของเขา ยิ้มจางๆ ว่า “เจ้าไม่ต้องเครียดเกร็งถึงเพียงนั้น ข้าไม่ใช่ปีศาจหรือสัตว์ประหลาดอะไร เพียงแต่แย่ที่มันออกจะประหลาดสักหน่อย”
“ฉู่เยี่ยน เจ้าเชื่อหรือไม่ว่านอกจากโลกใบนี้ ยังมีโลกอื่นอยู่อีก เป็นโลกที่แตกต่างกับที่นี่โดยสิ้นเชิง”
“เจ้าหมายถึงออกจากมหาสมุทรหรือ” เขาจำได้ว่าเคยอ่านบันทึกเล่มหนึก บอกว่ามีคนเดินเรือออกทะเลไป จากนั้นได้พบเจอพายุและถูกพัดไปยังดินแดนที่ไม่คุ้นเคย คนที่นั่นไม่เหมือนกับคนที่นี่โดยสิ้นเชิง ผมสีทอง ตาสีเขียว รูปร่างสูงใหญ่ พูดภาษาที่แตกต่างออกไป ใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่ ไม่ใช่ออกจากมหาสมุทร แต่เป็นโลกอีกใบหนึ่ง อีกมิติหนึ่ง”
ฉู่เยี่ยนฟังไม่เข้าใจโดยสิ้นเชิง จึงมองนางด้วยสีหน้างุนงง ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อไป และนางจะพูดอะไรที่น่าตกใจออกมาได้อีก
“ข้าชื่อว่าไป๋จื่อ เป็นไป๋จื่อจากอีกมิติหนึ่ง ด้วยความบังเอิญบางอย่าง ข้ากลายเป็นไป๋จื่อของมิตินี้ พูดอย่างนี้เจ้าเข้าใจหรือไม่”
ฉู่เยี่ยนส่ายหน้าอีกครั้ง “มิติคืออะไร”