คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 531

#531คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1061 จวนชุ่ยหลิ่ว

ความจริงแล้วไป๋จื่อไม่อยากซื้อภาพวาดนี้...ทว่าทนฉู่เยี่ยนโน้มน้าวไม่ไหว จึงตอบตกลงไปในที่สุด

ไม่รู้ว่าหลังจากเมิ่งหนานได้รับภาพเหมือนของเจ้าแม่กวนอิมแล้วจะมีสีหน้าอย่างไร...

...

ชานเมือง จวนชุ่ยหลิว

“คุณชาย พวกเราล้วนอยู่ที่นี่มานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว ควรจะไปแล้วนะขอรับ”

ซ่งหลางนั่งพิงอยู่บนเก้าอี้โยก หลับตาตากแสงอาทิตย์ เมื่อได้ยินเสียงของลุงหยวนแล้ว เขาไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้น เพียงตอบรับเสียงเบา “ยังจัดการไม่เสร็จสิ้น จะไปที่ใดเล่า”

ลุงหยวนกล่าวว่า “คุณชาย กว่าจะหนีมาไม่ใช่เรื่องง่าย จะตกอยู่ในความเสี่ยงอีกไม่ได้นะขอรับ”

ซ่งหลางแค่นหัวเราะเบาๆ “อยากได้อะไรสักอย่าง เจ้าก็ต้องเสียอะไรไปบ้างสิ”

“แต่ว่า...” ลุงหยวนอยากโน้มน้าวอีก แต่ซ่งหลางกลับพูดแทรกขึ้นก่อน “ข้ามีแผนในใจแล้ว เจ้าไม่ต้องพูดมากหรอก”

ลุงหยวนถอนใจเสียงหนึ่ง ก่อนจะหมุนกายออกไป

หลังจากเสียงฝีเท้าของลุงหยวนหายไป ในที่สุดซ่งหลางก็ลืมตา ดวงตาสีดำแบ่งแยกสีขาวชัดเจน จ้องมองก้านต้นไผ่ที่พริ้วไหวตามสายลม

ต้นไผ่สีเขียวดูสดชื่น ลมเอื่อยเย็นสบาย มองไปทางไหนก็มีชีวิตชีวาไปทั้งหมด

ในดวงตาที่มีแต่ความดำมืดก่อนหน้านี้ บัดนี้มีสีสันขึ้นมาแล้ว

เด็กสาวผู้นั้นสบายดีหรือไม่นะ

จะช้าหรือเร็วอย่างไรเขาก็ต้องไป ทว่าแต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่คิดอยากไป

เขาอยากพานางไปด้วย ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพานางไปด้วยกัน

ชีวิตนี้อีกยาวไกล หากคนอย่างนางอยู่เคียงข้างเขา ชีวิตของเขาจะโดดเดี่ยวเพียงใด

หลังจากเกิดเรื่อง เขาปิดกั้นตัวเอง ทำให้ตัวเองกลายเป็นคนไร้ความรู้สึกและเลือดเย็น ราวกับเขาลอยอยู่กลางมหาสมุทรอันหนาวเหน็บที่คอยดึงเขาดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ

การปรากฏตัวของนางเหมือนกับเป็นฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้าย ค่อยๆ ดึงเขาจากในมหาสมุทรที่เย็นยะเยือดและไร้ขอบเขต ขึ้นไปบนฝั่งทีละเล็ก ทีละน้อย

เขากลับมามีความอบอุ่นของมนุษย์อีกครั้ง ได้พบเห็นแสงตะวันอีกครั้ง

ส่วนนางคือเชือกที่ผูกรอบเอวของเขา มีนางอยู่ด้วย เขาไม่มีทางจมลงสู่มหาสมุทรนั้นอีก แต่หากนางไม่อยู่ด้วย เขาก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร และไม่อยากรู้ด้วยเช่นกัน

ความวุ่นวายในเมืองหลวงสงบลงแล้ว นางทำในสิ่งที่ควรทำและทำได้ไปหมดแล้ว

เช่นนั้นก็ถึงเวลาที่นางควรจะตามเขาไปแล้วกระมัง

ได้ยินมาว่าคุณชายสกุลเมิ่งกำลังจะแต่งงานกับอี๋ผิงจวิ้นจู่แล้ว

วันที่จัดพิธีแต่งงาน ทั่วทั้งเมืองหลวงต้องคึกคักอย่างแน่นอน

ไป๋จื่อรู้จักกับคุณชายเมิ่งผู้นั้น นั่นหมายความว่านางก็จะไปร่วมงานมงคงในวันนั้นด้วยสินะ

ช่างเป็นวันที่ดีจริงๆ!

ซ่งหลางยิ้มที่มุมปากเบาๆ ภายในดวงตาทอประกายชัดเจน

ข้ารับใช้ที่คอยท่าอยู่ข้างนอกเห็นดังนั้นก็ประหลาดใจมาก คุณชายไม่ได้อารมณ์ดีขนาดนี้มานานเท่าไรแล้ว เขาคิดเรื่องดีอะไรขึ้นได้ใช่หรือไม่

...

วันที่แปด เดือนสี่ วันมงคลสมรส

จากวันที่สู่ขอจนถึงวันแต่งงาน ใช้เวลาไม่ถึงสองเดือน อาจจะดูรีบร้อนไปบ้าง แต่โชคดีที่คุณหนุ่มสาวทั้งสองไม่ได้มีความคิดเห็นอื่นใด

ฮูหยินเมิ่งเป็นคนกำหนดวันแต่งงาน นางเห็นว่างานมงคลจะสำเร็จแล้ว ในใจย่อมร้อนรน ด้วยกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น จึงเลือกฤกษ์งามยามดีที่ใกล้ที่สุด เมื่อตกลงกับจวิ้นอ๋องเฟยได้แล้วก็กำหนดวันในทันที

วันนี้ก็รอเพียงเจ้าสาวเข้าจวนมาเท่านั้น รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

“ฮูหยิน แขกเหรื่อส่งรายการของขวัญล่วงหน้ามาแล้ว ท่านดูหน่อยนะเจ้าคะ” แม่บ้านส่งสมุดขนาดเล็กไปถึงมือของฮูหยินเมิ่ง

ฮูหยินเมิ่งพยักหน้า วางจอกชาในมือลง แล้วเปิดสมุดบันทึกรายการของขวัญออกดู

ภายในนั้นเขียนรายชื่อแขกที่ส่งของขวัญมาให้ด้วย ขุนนางน้อยใหญ่ในเมืองหลวงและจากนอกเมืองหลวง ขอเพียงเรียกได้ว่าเป็นคนใหญ่คนโตในราชสำนัก ส่วนใหญ่ล้วนมาร่วมงานทั้งสิ้น

สายตาของนางพลันสะดุดอยู่ที่จุดหนึ่ง นางจ้องมองตรงนั้นอยู่นานโดยไม่ละสายตา ก่อนที่จู่ๆ จะเอ่ยขึ้นว่า “ข้าอยากดูของขวัญที่ไป๋จื่อส่งมาสักหน่อย”

.......................

ตอนที่ 1062 กวนอิมประทานบุตร

แม่บ้านรีบร้อนออกไป ผ่านไปไม่นานก็ประคองม้วนภาพวาดม้วนหนึ่งกลับมา

“แค่รูปภาพหรือ มีอย่างอื่นอีกหรือไม่” ฮูหยินเมิ่งถาม

“มีแค่รูปภาพเจ้าค่ะ ไม่มีอย่างอื่นแล้ว” แม่บ้านพยักหน้าก่อนจะตอบ

“เปิดออก!” ฮูหยินเมิ่งทำหน้าเคร่ง จ้องมองม้วนภาพวาดในมือของแม่บ้านด้วยสายตาเย็นชา

แม่บ้านเปิดภาพวาดออกตามคำสั่ง ม้วนภาพวาดค่อยๆ ถูกกางออกทีละน้อย เป็นภาพกวนอิมประทานบุตรหรือนี่

ฮูหยินเมิ่งมองภาพเจ้าแม่กวนอิมอยู่เนิ่นนานนัก กว่าจะดึงสติดลับมาได้ น่ะ...เด็กสาวเช่นนาง เหตุใดมองของสิ่งนี้ให้กับผู้อื่นเป็นของขวัญเล่า

นางหมายความว่าอย่างไรกันแน่

แม่บ้านผู้นั้นเห็นสีหน้าของฮูหยินแล้ว รีบกล่าวว่า “ฮูหยิน มอบสิ่งนี้ให้ย่อมดีกว่าอย่างอื่นอยู่แล้ว ฮูหยินใจกว้างหน่อยเถอะนะเจ้าคะ”

ก็จริงของนาง มอบสิ่งนี้ให้ย่อมดีกว่าอย่างอื่น หากมอบสิบของที่มีค่าและประณีตอะไรให้ เมิ่งหนานจะไม่นั่งมองมันทั้งวันเลยหรือ หากเห็นสิ่งของแล้วนึกถึงคนให้ เช่นนั้นก็ใช้ชีวิตยากแล้ว

หากเป็นของสิ่งนี้ เขาไม่มีทางเชยชมมันทั้งวันหรอกกระมัง เมื่อคิดเช่นนั้นแล้วก็คิดว่าของสิ่งนี้ดีทีเดียว

“รับไว้ อีกเดี๋ยวคุณชายกลับมาก็ส่งไปให้เขา”

แม่บ้านตอบรับ แล้วนำสิ่งของออกไป

วันนี้ฮูหยินเมิ่งอารมณ์ดีมาก ดื่มชาที่มีรสขมก็รู้สึกหวานอยู่ดี

...

“อาอู่ เจ้าเหม่ออะไรอยู่” โจวกังเข้ามาใกล้ เห็นอาอู่นั่งงันอยู่ข้างๆ ใจลอยไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ สายตาก็เลื่อนลอยด้วย

อาอู่ดึงสติกลับมา รีบกล่าวว่า “มะ ไม่มีอะไร”

ไหนเลยโจวกังจะเชื่อ จึงเลิกคิ้วเอ่ย “ช่วงนี้เจ้าเป็นอย่างนี้เสมอเลย เหมือนมีเรื่องหนักอกหนักใจ สีหน้าสับสนวุ่นวาย ต้องมีเรื่องอะไรในใจแน่ๆ รีบเล่าให้ข้าฟังเถอะ”

“ไม่ๆๆ ข้าไม่ได้มีเรื่องในใจ ไม่มีจริงๆ” อาอู่ส่ายหน้าอย่างหนัก

โจวกังกล่าวอีกว่า “หรือว่าเจ้ามีอนุลับหลังน้องสะใภ้ แต่กลัวว่าน้องสะใภ้จะจับได้ ก็เลยปิดบังเอาไว้ใช่หรือไม่” ก่อนหน้านี้ก็มีรองแม่ทัพคนหนึ่งในกองทัพที่เป็นเช่นอาอู่ ต่อมาสอบถามดูแล้วถึงค่อยรู้ว่ากังวลใจเพราะอนุตั้งท้อง...

อาอู่รีบโบกมือ “พี่ใหญ่ ท่านอย่าได้พูดมั่ว เรื่องนี้ไม่มีมูล หากแพร่สะพัดออกไป ต่างคนต่างก็ใส่สีตีไข่ เรื่องที่ไม่จริงก็จะกลายเป็นจริงได้ อย่ารังแกข้าเลยขอรับ”

“เช่นนั้นก็พูดมาตามตรงเถอะ แท้จริงแล้วเจ้ากังวลใจด้วยเรื่องอะไร” โจวกังตบบ่าของเขาอย่างแรง

อาอู่ลังแลอยู่นานมาก และลำบากใจอยู่นานมากเช่นกัน เรื่องนี้เหมือนกับเป็นภูเขาที่กดทับหัวใจของเขาอยู่ พูดไม่ได้ อธิบายไม่ได้ แต่ตอนนี้โจวกังถามขึ้นมา เขาก็มีความคิดที่อยากจะระบายออกมาโดยเร็วจริงๆ

เขากัดฟันและลากโจวกังออกจากลานฝึกไป ที่นี่คนมากมาย เดินกันไปมา พูดไปย่อมไม่สะดวก

ทั้งสองคนนั่งลงใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง รอบข้างไม่มีใครแล้ว ถือเป็นสถานที่ที่ดีในการกระซิบคุยกัน

“ดูท่าทางเจ้าลับๆ ล่อๆ หรือว่ามีเรื่องใหญ่เทียมฟ้าที่ปิดบังพวกข้าอยู่” โจวกังถาม

อาอู่ถอนใจเสียงหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงขรึม “เป็นเรื่องใหญ่เทียมฟ้าจริงๆ ขอรับ ท่านดูนี่สิ” เขาหยิบสมุดปกหนังสีเหลืองเข้มเล่มเล็กออกมาจากในอกเสื้อ กระดาษภายนั้นไม่เหมือนกับที่เขาใช้โดยทั่วไป ตัวหนังสือก็เล็กละเอียด ทว่ายังพออ่านตัวหนังสือส่วนใหญ่ได้อยู่

เดิมทีควรจะคืนสมุดเล่มนี้ให้ไป๋จื่อแล้ว แต่เขาก็กลัวว่าของสิ่งนี้วางอยู่ข้างกายไป๋จื่อ วันไหนจิ้นอ๋องอาจจะเห็นเข้า เช่นนี้เรื่องราวต้องย่ำแย่แน่นอน เขาจึงเก็บซ่อนมันไว้กับตัวตลอด ไม่ได้บอกใครทั้งนั้น จะกินก็ไม่ได้ จะนอนก็ไม่หลับ วันๆ เอาแต่กลัดกลุ้มเรื่องนี้

โจวกังอ่านไปได้สักพักก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป “ที่เขียนอยู่ข้างในนี้คืออะไร เหตุใดข้าอ่านอย่างไรก็ไม่รู้เรื่อง เจ้าอ่านรู้เรื่องหรือไม่”

“ข้าอ่านอย่างอื่นไม่เข้าใจหรอกขอรับ” อาอู่กล่าว “แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าอ่านเข้าใจ คนที่เขียนสิ่งเหล่านี้คือบุรุษคนหนึ่ง”

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 531