คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 528
ตอนที่ 1055 บังเอิญ?
สายตาเย็นชาของเมิ่งหนานมองไปยังหนานเจียงจวิ้นอ๋องเฟยกับอี๋ผิงจวิ้นจู่ จากนั้นเขาก็หลุบตาลง แล้วก้าวเข้าไปคารวะด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ฝ่ายอี๋ผิงจวิ้นจู่คารวะตอบ
“หนานเอ๋อร์ วันนี้ข้ามาทำบุญที่วัดต้าฝู ไม่คิดเลยว่าจะได้พบจวิ้นอ๋องเฟยและจวิ้นจู่ ช่างมีวาสนาต่อกันยิ่งนัก”
เมิ่งหนานยิ้มเรียบๆ ไม่ได้ต้อบความ
ฮูหยินเมิ่งเอ่ยอีกว่า “บังเอิญเหลือเกิน พวกข้าล้วนมาขอพรให้ลูกๆ ได้พบคู่ครองที่ดี เจ้าว่าบังเอิญหรือไม่เล่า”
‘บังเอิญสิ แน่นอนว่าบังเอิญมาก ยังมีเรื่องบังเอิญกว่านี้ได้อีกหรือ’ เมิ่งหนานยิ้มขื่นอยู่ในใจ
จากนั้นฮูหยินมิ่งก็พูดอีก “เจ้ามาสายนัก ชาที่จวิ้นจู่ชงมีรสชาติเลิศล้ำมาก ทำเอาข้ารู้สึกว่าชาที่ดื่มไปหลายสิบปีมานี้ช่างเสียเปล่านัก”
ไม่ว่าฮูหยินเมิ่งจะพูดอะไร เมิ่งหนานก็เพียงยิ้มจางๆ ตอบรับเพียงไม่กี่คำ ท่าทางห่างเหินยิ่งนัก
ทว่ายิ่งบุรุษมีท่าทีเช่นนี้ สตรีก็ยิ่งชอบพอ
บุรุษชอบสตรีที่คาดเดาไม่ได้ สตรีก็เป็นเช่นนั้น
อี๋ผิงจวิ้นจู่เห็นเขามีท่าทางนิ่งเฉย ในใจจึงพลันเกิดความสงสัย
บางครั้งความสงสัยก็เปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่ง ต่อไปนางจะเสียใจหรือไม่ ที่วันนี้เกิดความสงสัยเช่นนี้ขึ้น
ระหว่างทางกลับเมืองหลวง ฮูหยินเมิ่งไม่ได้หยุดพูดเลย
“หนานเอ๋อร์ เจ้าว่าอี๋ผิงจวิ้นจู่เป็นอย่างไร”
เมิ่งหนานเลิกคิ้ว “เป็นอย่างไรอะไรหรือขอรับ”
ฮูหยินเมิ่งแค่นหัวเราะ “เจ้าอย่ามาไขสือ ตอบมาตามตรงเถอะ”
ตรงหน้าของเมิ่งหนานปรากฏใบหน้าของคนอีกคนหนึ่ง ในใจรู้สึกขมขื่นนัก “ก็แค่พบกันเพียงครั้งเดียว ยังไม่ได้สนทนากันเลยสักคำ จะตัดสินอะไรได้อย่างไร”
“เหตุใดจะตัดสินไม่ได้” ฮูหยินเมิ่งว่า “แค่เจ้าพูดออกมาว่าผ่านหรือไม่ก็เท่านั้น”
เมิ่งหนานส่ายหน้า “ไม่ผ่าน!”
ฮูหยินเมิ่งเริ่มมีน้ำโห “เด็กคนนี้นี่ เจ้าเป็นอะไรของเจ้า ก่อนหน้านี้พูดเรื่องแต่งงานกับเจ้า เจ้าก็เอาแต่พูดว่าตอนนี้เรื่องไท่จื่อยังไม่ชัดเจน ขุนนางใหญ่ในราชสำนักต่างก็เลือกข้าง แต่งงานในตอนนี้ไม่เป็นผลดีกับสกุลเมิ่ง ได้ ข้าจะฟังพวกเจ้าสองพ่อลูก เทียบเชิญที่ฮูหยินของเหล่าขุนนางพวกนั้นส่งมา ข้าจะปฏิเสธไปทั้งหมด เจียงหนานอ๋องผู้นี้เป็นน้องชายคนเล็กของฮ่องเต้ ถึงจะเป็นอ๋องรักสบายที่มีความสำเร็จเพียงน้อยนิด แต่ถึงอย่างไรก็เป็นราชนิกูล เกี่ยวดองกับพวกเขาแล้วก็ไม่เลวกระมัง เหตุใดเจ้าบอกว่าไม่ผ่านได้”
เมิ่งหนานหันไปมองข้างนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์ระหว่างทางถอยหลังหายไปเรื่อยๆ หากย้อนเวลากลับไปได้เหมือนกันจะดีเพียงใดกันนะ
“ท่านแม่ ท่านถามข้าว่าผ่านหรือไม่ ข้าก็บอกท่านตรงๆ ว่าไม่ผ่าน ข้าไม่ผิดนะขอรับ”
ฮูหยินเมิ่งแค่นเสียงเย็น “คราวนี้ข้าจะไม่ฟังเจ้าแล้ว เรื่องนี้ตกลงตามนี้ ข้ารออีกสองสามปีไม่ไหวแล้ว” ร่างกายของนางทรุดโทรมลงเรื่อยๆ ต้องกินยาอยู่เสมอ ต่อให้ไม่ได้ล้มป่วยก็เหมือนกับล้มป่วยอยู่ดี
ไม่รู้เหมือนกันว่านางจะทนไปได้อีกนานเท่าไร นางอยากได้หลานชายจนแทบบ้าแล้ว ทว่าบุตรชายคนนี้กลับไม่รีบร้อน
เมิ่งหนานไม่ได้มองนาง “ในเมื่อท่านตัดสินใจแล้ว แล้วจะถามข้าทำไมขอรับ”
ฮูหยินเมิ่งพินิจคำพูดของบุตรชาย จู่ๆ ก็ตาเป็นประกาย “เจ้าหมายความว่าข้าจัดการได้เลยใช่หรือไม่”
ทว่าเมิ่งหนานไม่ตอบ เขารู้สึกไม่ชอบใจอย่างมาก ไม่รู้ว่าควรจัดกสนอย่างไรดี
หากได้แต่งงานกับสตรีอีกคนหนึ่งแล้วปลดเปลื้องตนเองออกมาได้ เขาก็ควรจะลองดูสักครั้ง
เพียงแต่นี่จะเป็นการทำผิดต่อสตรีนางนั้นเกินไปหรือไม่
ไม่คัดค้านคำพูดของฮูหยินเมิ่ง นั่นเท่ากับยอมรับโดยดุษณี บุตรชายยอมรับแล้ว
นางคิดเอาไว้อยู่แล้ว มีบุรุษคนใกไม่ชอบพอสตรีอย่างอี๋ผิงจวิ้นจู่บ้าง บุตรชายของนางก็ไม่เป็นข้อยกเว้น
แม้ไป๋จื่อจะงดงามเหนือกว่าอี๋ผิงจวิ้นจู่ ทว่าความอ่อนหวานของอี๋ผิงจวิ้นจู่ไม่ใช่สิ่งที่ไป๋จื่อจะเทียบได้เลย
.......................
ตอนที่ 1056 คุณหนูแขวนคอ
วันที่สามหลังจากกลับจากวัดต้าฝูง ในเมืองหลวงมีข่าวลือแพร่สะพัด ว่าสกุลเมิ่งต้องการเกี่ยวดองกับขวนหนานเจียงอ๋องแล้ว
ทั่วทั้งสกุลเจิ้งมีแต่โทสะที่ยากจะระงับไว้ โดยเฉพาะฮูหยินเจิ้ง นางอยากจะบุกไปที่สกุลเมิ่งใจจะขาด เพื่อชี้หน้าต่อว่าฮูหยินเมิ่งและเมิ่งหนานเสียยกหนึ่ง
ใต้เท้าเจิ้งถอนใจยาวๆ เสียงหนึ่ง “ข้าคาดเดาเรื่องนี้เอาไว้อยู่แล้ว หากพวกเราสกุลเมิ่งยังเป็นเหมือนในอดีตก็น่าจะยังมีโอกาส แต่ตอนนี้...”
ตอนนี้เขาเสียผู้สนับสนุนอย่างเซียวอ๋องไปแล้ว แม้แต่ความน่าเชื่อถือในราชสำนักก็ค่อยๆ ลดลงด้วย สกุลเจิ้งสายอื่นๆ ที่เคยสนับสนุนกันก่อนหน้านี้หลบหน้าหนีหาย สกุลเจิ้งในวันนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
“แย่แล้วเจ้าค่ะๆ นายท่าน ฮูหยิน คุณหนูนางแขวนคอตายเจ้าค่ะ”
ฮูหยินเจิ้งตกใจจนเป็นลมหมดสติไปในทันที ส่วนนายท่านเจิ้งถามสาวใช้ว่า “ช่วยลงมาได้หรือไม่”
สาวใช้รีบพยักหน้า “ช่วยลงมาแล้วเจ้าค่ะ”
ใต้เท้าเจิ้งพลันตบหน้าสาวใช้นางนั้น “แล้วพูดจาเช่นนั้นทำไม อยากให้คนตกใจตายหรือไม่” เขาพูดพลางมองตาขวางไปยังเหล่าสาวใช้ในเรือน “ระวังปากของพวกเจ้าไว้ให้ดี หากกล้าพูดอะไรข้างนอกจวนแม้แต่ครึ่งคำ ข้าจะดึงลิ้นของพวกเจ้าออกมาเสีย”
เหล่าสาวใช้ต่างก็คุกเข่าลง ร่างกายสั่นเทา พากันบ่นว่าซวยแล้ว แต่เหตุใดต้องให้พวกนางได้ยินด้วยเล่า
เมื่อรู้เรื่องนี้แล้ว เมื่อฮูหยินฟื้นขึ้นมา พวกนางต้องถูกตัดลิ้นไปขายแน่นอน
“ยังมีใครรู้อีกหรือไม่” ใต้เท้าเจิ้งถามสาวใช้คนนั้นอีก
คราวนี้สาวใช้ถึงดึงสติดลับมา แผ่นหลังมีแต่เหงื่อเย็นๆ เต็มไปหมด นางเพิ่งรู้ตัวว่าโดนตบหน้าอย่างไม่เป็นธรรม แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าดีนักที่แค่โดนตบหน้า นับว่านายท่านเมตตานางแล้ว
สาวใช้เข่าอ่อน คุกเข่าลงพร้อมกับน้ำตา “คนในเรือนล้วนรู้เจ้าค่ะ ตอนนี้ไปเชิญหมอมาแล้ว”
ใต้เท้าเจิ้งโมโหไม่น้อย จึงหันไปยกน้ำชาเย็นชืดบนโต๊ะ แล้วสาดใส่หน้าของฮูหยิน คราวนี้นางต้องฟื้นอย่างแน่นอน
“เอาแต่เป็นลม เจ้าทำอะไรเป็นบ้าง เรื่องในเรือนหลังต้องให้ข้าจัดการเองหรือไร”
ฮูหยินเจิ้งมองสามี ตัวแข็งทื่อ “เสวี่ยเอ๋อร์ เสวี่ยเอ๋อร์ของข้า...”
ใต้เท้าเจิ้งแค่นหัวเราะ “นางยังไม่ตาย เจ้ายังไม่รีบไปอีก”
เมื่อได้ยินว่าบุตรียังมีชีวิตอนู่ ฮูหยินเจิ้งก็สงบใจลงได้ รีบร้อนตามสาวใช้ไปที่เรือนชิงเสวี่ย
ภายในเรือนวุ่นวายยกใหญ่ ตอนนี้ฮูหยินเจิ้งใจเย็นลงแล้ว นางอาศัยอำนาจของฮูหยินแห่งจวนนี้ ออกคำสั่งในทันที ไม่นานนักหญิงชราและสาวใช้ที่เป็นงานก็ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
ส่วนนางเข้าไปดูเจิ้งหรูเสวี่ยในเรือน
เสวี่ยเอ๋อร์นอนอยู่บนเตียง ดวงตาคู่งามเหม่อมองจ้องขื่อเรือน บนคอระหงส์ที่บางและขาวละเอียดมีรอยช้ำเตะตา น่าหวั่นกลัวยิ่งนัก
ฮูหยินเจิ้งปรี่ไปที่หน้าเตียงของบุตรี ก่อนจะกอดนางไว้และเริ่มร้องไห้ “เด็กโง่ เจ้าคิดไม่ตกได้อย่างไร”
ในที่สุดเจิ้งหรูเสวี่ยก็กะพริบตา จากนั้นนางก็หันไปมองมารดา อ้าปาก ทว่าเสียงพูดกลับแหบพร่าอย่างยิ่ง
“ท่านแม่ ข้ารอเขามาตั้งนานขนาดนี้แล้ว แต่เขากลับแต่งงานกับสตรีอื่นได้อย่างไร”
ฮูหยินเจิ้งกล่าวทั้งน้ำตา “พวกสกุลเมิ่งใจร้าย เจ้าทำเช่นนี้ไม่คุ้มหรอก เสวี่ยเอ๋อร์เอ๋ย เจ้ายังมีพ่อและแม่ ยังมีน้องสาวอีกสองคนนะ”
เจิ้งหรูเสวี่ยพลัยจับมือของมารดา กล่าวพร้อมกับร้องไห้เช่นกัน “ท่านแม่ ท่านไปเจรจาอีกสักครั้ง ถือโอกาสที่ตอนนี้การแต่งงานยังไม่เกิดขึ้น อาจจะมีโอกาสก็ได้นะเจ้าคะ”
ทว่าฮูหยินเจิ้งส่ายหน้า “เด็กโง่ ไหนเลยจะยังมีโอกาสอีก วันนี้อำนาจของสกุลเจิ้งพวกเราตกต่ำ พวกเขาไม่เห็นพวกเราในสายตาอีกแล้ว”