คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 522

#522คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1043 แย่แล้ว เป็นหวัดแล้ว

เธอพยักหน้าน้อยๆ ไม่ได้พูดอะไร

ความรู้สึกรักลึกซึ้งแบบนี้ เธอควรจะตอบแทนยังไงดี

ตอนนี้ยังไม่หมดช่วงเวลากลางคืน เขาจึงนั่งพูดคุยกับเธออยู่ที่ข้างเตียง ฟังเธอเล่าเรื่องสนุกๆ ที่เกิดขึ้นในโลกฝั่งนั้น

ที่แท้...เธอก็มีครอบครัวที่นั่น ได้รับรู้ความรู้สึกของการถูกรัก

ที่แท้...เธอก็ยังคงเป็นหมอรักษาผู้ป่วยอยู่ที่นั่น ไม่เคยลืมปณิธานแรกเริ่มของตัวเอง

ที่แท้...ชีวิตของเธอที่นั่นก็มีสีสันกว่าที่นี่มากทีเดียว

นั่นเป็นชีวิตที่เธอต้องการมาโดยตลอด

มันคงจะเป็นเหตุผลที่เธอไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อไปสินะ

เมื่อค่ำคืนนี้จบลง เธอผล็อยหลับไป สิ่งของเหล่านั้นค่อยๆ หายไปจากตรงหน้าเขาทีละชิ้น

บนโลกนี้มีเรื่องมหัศจรรย์พรรค์นี้อยู่ด้วยเหรอเนี่ย ถ้าเขาจับมือเธอไว้ เขาจะตามเธอไปได้หรือเปล่า

ทันทีที่คิดได้ดังนั้น เขายื่นมือไปจับมือเธอไว้โดยที่ไม่ลังเล จับข้อมือเธอไว้จนแน่นขนัด

ทว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ยาเหล่านั้นยังคงหายไปจากตรงหน้า ส่วนเขายังคงอยู่ในห้องนี้เหมือนเดิม

...

ไป๋จื่อลืมตาขึ้น มองเห็นสีขาวเหมือนท้องปลาบนท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างพอดิบพอดี ไม่ได้มืดสลัวอีกต่อไปแล้ว

นางรีบก้มหน้าลง สิ่งของเหล่านั้นยังคงถูกนางกอดเอาไว้ในอกดังเดิม ประกอบไปด้วยยาปริมาณมาก และแท็บเล็บที่หลินหยางยัดใส่ให้

สิ่งของนี้เป็นที่น่าตื่นตะลึงของโลกใบนี้ ยิ่งหน้าจอซึ่งเคยปรากฏต่อหน้าคนมากมายในสวนชิงเฟิงเสียอีก นางจะซ่อนมันอย่างไรดี

ไป๋จื่อเพิ่งลุกขึ้นได้ไม่ทันไร นางก็จามออกมาถึงสามสี่ครั้ง รู้สึกคัดจมูก คันคออีกต่างหาก

แย่แล้ว เป็นหวัดแล้ว...

นางเป็นหวัดครั้งสุดท้ายเมื่อไรกันนะ

น่าจะเป็นตอนที่อยู่ที่หมู่บ้านหวงถัวกระมัง ตอนนั้นนางมีไข้เพราะถูกตีอย่างหนักด้วย

ปรากฏว่าในคืนเดียวกันนั้น หูเฟิงไปจัดการเจ้าเมืองผู้นั้น อีกทั้งเผาโกดังของพวกเขาด้วย

นางหัวเราะขึ้นมาเบาๆ เมื่อลงจากเตียงแล้วก็ซ่อนแท็บเล็ตไว้ จากนั้นค่อยเริ่มจำแนกยา นางถือโอกาสตอนนี้ยังเป็นหวัดไม่หนักมาก ทำ ‘สารสร้างเซลล์’ ออกมาโดยเร็วที่สุด

วันนี้ทั้งวันนางหมกตัวอยู่แต่ในห้อง วุ่นวานจนถึงเย็นย่ำก็นับว่าสกัดสารสร้างเซลล์ได้สำเร็จ นางทำส่วนหนึ่งขึ้นเพื่อการทดลองก่อน เผื่อว่าไม่สำเร็จ จะได้ไม่เสียยาแผนปัจจุบันที่ล้ำค่าไปโดยเปล่าประโยชน์

สาวใช้เคาะประตูจากข้างนอก “คุณหนู จิ้นอ๋องมาเจ้าค่ะ ตอนนี้กำลังสนทนากับนายใหญ่ที่โถงหน้า บอกว่าอีกเดี๋ยวจะมาพบคุณหนูเจ้าค่ะ”

ไป๋จื่อรีบกล่าวว่า “อย่าเพิ่งให้เขาเข้ามา ข้าจะไปพบเขาเอง”

นางเก็บข้าวของในห้องเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบยาที่ทำไว้ดีแล้วออกจากห้องไป

เมื่อลมหนาวข้างนอกพัดมา นางก็ยิ่งรู้สึกคัดจมูกมากขึ้นเรื่อยๆ และกระแอมอีกสองเสียง

“คุณหนู เป็นอะไรไปเจ้าคะ ไม่สบายหรือ” สาวใช้เห็นนางเป็นเช่นนั้นก็ถามด้วยความกังวล

ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่เป็นไร แค่ได้รับลมหนาวนิดหน่อย อีกเดี๋ยวกินยาก็ดีขึ้นแล้ว”

สาวใช้พยักหน้า ดูท่าจะไม่เป็นอะไรจริงๆ คุณหนูเป็นถึงหมอเทวดาเชียวนะ ลมหนาวทำอะไรนางไม่ได้หรอก

ไป๋จื่อไปถึงโถงหน้าแล้ว หูเฟิงกำลังคุยกับตงฟางมู่อย่างออกรสชาติ ราวกับพูดถึงเรื่องที่น่าดีใจบางอย่าง บนใบหน้าของทั้งคู่มีแต่รอยยิ้ม

นางก้าวเท้าเดินเข้าไป “กำลังคุยอะไรกันอยู่หรือ สนุกกันจนไม่รู้ตัวว่าข้ามาเลยหรือ”

หูเฟิงหันไปมองนาง เห็นนางหน้าแดงผิดปกติ อีกทั้งสีหน้าก็ดูเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน เสียงแหบเล็กน้อย ราวกับเป็นหวัดอย่างไรอย่างนั้น

เขารีบลุกขึ้นไปหานาง ก่อนจะยื่นมือไปหมายจะจับมือของนางไว้ แต่กลับได้ยินเสียงกระแอมเบาๆ ของตงฟางมู่ดังมากจากข้างหลัง เขาจนใจมาก ทำได้เพียงชักมือกลับ “เจ้าเป็นอะไรไป เป็นหวัดหรือ”

ไป๋จื่อส่ายหน้า กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ไม่เป็นไร เป็นหวัดนิดหน่อยเท่านั้น” จากนั้นนางก็กล่าวอีกว่า “ข้ากำลังตามหาเจ้าอยู่ ตอนนี้ข้าทำยาเสร็จแล้ว ตอนนี้สามารถใช้ได้แล้ว แต่ข้าไม่รู้ว่าประสิทธิภาพของยาเป็นอย่างไร ต้องหาคนจำนวนหนึ่งมาทดสอบก่อน”

หูเฟิงดีใจมาก “หมายความว่ามีทางช่วยชีวิตสามพันคนนั้นแล้วหรือ”

.......................

ตอนที่ 1044 ทดสอบ

ไป๋จื่อส่ายหน้า “ตอนนี้ยังพูดยากอยู่ ต้องดูประสิทธิภาพของยาก่อน หากไม่เหนือความคาดหมายก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่อย่างไรก็ต้องทดสอบก่อน”

ตงฟางมู่ก็ลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้น “เจ้าทำยาที่ใช้กับข้าเมือก่อนหน้านี้แล้วหรือ” เขารู้สึกผิดที่หลานสาวใช้ยากับเขาก่อนเสมอมา ส่วนชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์เหล่านั้นกลับต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย

เด็กสาวพยักหน้า “ทำแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่ทำไม่เยอะ หากมันใช้ได้ผลก็จะให้พวกหมอหลวงทำด้วยกัน ถึงตอนนี้ก็จะทำได้ในปริมาณมากเจ้าค่ะ”

หูเฟิงกล่าวขึ้นว่า “เจ้าเป็นหวัดแล้ว นำยามาให้ข้าเถอะ ข้าจะให้หมอหลวงไปฉีดยาให้ผู้ป่วย ส่วนเจ้าก็ไปพักผ่อนเสีย”

ไหนเลยไป๋จื่อจะยอม หากนางไม่ได้ฉีดยานี้เข้าไปในร่างกายของผู้ป่วยด้วยตัวเอง มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยด้วยตาตัวเอง แล้วนางจะนอนหลับลงได้อย่างไร

“เอาอย่างนี้ดีกว่า” ตงฟางมู่เอ่ย “เจ้าไปหาผู้ป่วยมาสองคน ส่งตัวพวกเขามาที่คฤหาสน์ตงฟาง แล้วให้จื่อเอ๋อร์ทำการรักษาพวกเขาที่นี่”

นับเป็นความคิดที่ดีทีเดียว หูเฟิงไปจัดการตามนั้นทันที ไม่นานนักก็พาเด็กสาวอายุสิบห้าปีกลับมาสองคน

พาบุรุษกลับมาย่อมไม่ดี เด็กสาวเช่นนี้เหมาะสมที่สุด

ครอบครัวของเด็กสาวตามมาด้วยเช่นนี้ อยากมองดูอย่างใกล้ชิด

เมื่อได้ยินว่าเป็นยาใหม่ ที่นำตัวบุตรสาวของพวกเขามาก็เพื่อทำการทดสอบ ทีแรกพวกเขาจึงไม่ยินยอมนัก ไป๋จื่อเองไม่ได้บังคับ ปล่อยให้พวกเขาเลือกตามที่ใจต้องการ

ไป๋จื่อตรงไปตรงมาเช่นนี้ พวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนความคิด ด้วยเกรงว่าหากยานี้ใช้ได้ผล ทว่าพวกเขาปฏิเสธไปแล้ว หลังจากนี้คงยากจะได้ใช้ยานี้อีก ในที่สุดพวกเขาก็กัดฟัน ตกลงใช้ยา

หลังจาก ‘สารสร้างเซลล์’ ถูกฉีดเข้าไปในร่างกายแล้ว เพียงแค่หนึ่งชั่วยามเท่านั้น เด็กสาวสองคนก็เริ่มมีไข้ในระดับที่แตกต่างกัน ใช้ยาลดไข้แล้วก็ไม่ดีขึ้น

อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ครอบครัวของทั้งสองคนต่างก็ร้อนใจมาก ร้องไห้ขอให้ไป๋จื่อคิดหาหนทางกันยกใหญ่

หูเฟิงอยู่ข้างๆ ตลอด เห็นคนเหล่านั้นส่งเสียงดังโดยไม่มีเหตุผลก็โมโหหนัก “ขืนพวกเจ้าพูดมากอีก ก็พาคนไสหัวกลับไปเสีย”

เขามีตำแหน่งใหญ่ ฐานะเป็นถึงองค์ชาย กลิ่นอายอันสูงศักดิ์ที่ปิดบังอย่างไรก็ไม่มิดลุกโชน ยามเขาไม่พูดจาก็มีท่าทางข่มขวัญอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเวลาโมโหเลย

สตรีสองคนไม่กล้าส่งเสียอีก เพียงมองหูเฟิงด้วยความกลัว

หูเฟิงกล่าวอีกว่า “พวกเจ้ารู้จักแต่เป็นห่วงบุตรสาวของตนเอง ไยไม่มองที่หมอไป๋บ้าง เพื่อช่วยบุตรสาวของพวกเจ้า นางไม่ได้นอนเลยทั้งคืน พวกเจ้าดูสภาพของนางเถอะ นางแจ่มใสกว่าบุตรสาวของพวกเจ้ามากหรือไม่”

บัดนี้สตรีสองคนเพิ่งจะมองไป๋จื่อ นางเท้าคางอยู่บนเก้าอี้ หัวคิ้วขมวดมุ่น หน้าตาเหมือนคนไม่สบาย สีหน้าแดงระเรื่อเหมือนกับบุตรสาวของพวกนางไม่มีผิด

ที่แท้หมอก็ไม่สบายเช่นกัน แต่กลับฝืนร่างกายทำการรักษาให้บุตรสาวของพวกนาง อีกทั้งไม่มีปริปากบ่น และคุณหนูไป๋ผู้นี้ยังอายุน้อยกว่าบุตรสาวของพวกนางอีก

ทั้งสองคนก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด ไม่กล้าบ่นอีกแม้แต่ครึ่งคำ

ภายในห้องสงบลงแล้ว ไป๋จื่อถอนใจเบาๆ เสียงหนึ่ง แล้วช้อนสายตามองไปทางสตรีสองคนนั้น นางเอ่ยเสียงเรียบว่า “ข้าเข้าใจความรู้สึกของพวกเจ้า ข้าไม่กล่าวโทษพวกเจ้าหรอก เพียงแต่ผู้ป่วยต้องการความสงบเช่นกัน”

พวกนางพยักหน้าหงึกหงัก ไม่กล้าส่งเสียงอะไรออกมาอีก แม้แต่ยามที่เดินไปทางเตียงผู้ป่วยก็ผ่อนฝีเท้าให้เบาหวิว

ยามฟ้าสาง ในที่สุดไข้ของเด็กสาวสองคนก็ลดลง ชีพจรมั่นคงขึ้นมาก ดูท่าทางยานี้จะใช้ได้ผล การเป็นไข้ก็เป็นเพียงกระบวนการหนึ่งของเซลล์มีชีวิตกินเซลล์ที่ตายไปแล้ว

เด็กสาวสองคนฟื้นขึ้น สีหน้าสดใสกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

“ท่านแม่ ที่นี่คือที่ใด” เด็กสาวสวมชุดสีเขียวมรกตถามมารดาของนาง

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 522