คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 523
ตอนที่ 1045 ไข้รากสาดน้อย
สตรีนางนั้นร้องไห้อยู่ข้างๆ เอ่ยเสียงสะอื้นว่า “ที่นี่คือคฤหาสน์ตงฟาง ซู่เอ๋อร์ เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”
เด็กสาวยกริมฝีปากที่แห้งผากขึ้น “ข้าสบายดีทีเดียว เพียงแต่ยังคงไม่ค่อยมีแรง ท่านแม่ ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
ตอนนี้มีสาวใช้ยกยาเข้ามาแล้ว “นี่เป็นยาบำรุงกำลังชั้นดีที่คุณหนูของข้าสั่งเอาไว้ รีบดื่มตอนที่ยังร้อนเถอะ!” สาวใช้ส่งยาให้มารดาของนาง ก่อนจะกล่าวอีกว่า “คุณหนูของข้าบอกไว้ว่ามอบสูตรยานี้ให้พวกเจ้าเลย กินสักครึ่งเดือนก็หายแล้ว”
“จะหายดีเหมือนกับเมื่อก่อนเลยหรือไม่” นางถาม
สาวใช้ส่ายหน้า “คุณหนูบอกว่าไม่มีทางฟื้นตัวกลับมาได้เหมือนเก่า แต่หากบำรุงร่างกายอย่างดี ก็ย่อมฟื้นฟูกลับมาได้เจ็ดแปดส่วนแล้ว”
สตรีสองคนต่างก็พยักหน้า “ฟื้นฟูกลับมาได้เจ็ดแปดส่วนก็ดีแล้ว ดีกว่าเป็นคนที่ไม่มีแรงเลย” พวกนางยังคิดว่าบุตรสาวจะไม่รอดเสียแล้ว นี่เท่ากับรอดชีวิตมาได้ แล้วพวกนางจะไม่ดีใจได้อย่างไร
“คุณหนูไป๋เล่า พวกข้ายังไม่ได้ขอบคุณนางเลย” พวกนางถามสาวใช้
สาวใช้ถอนใจเสียงหนึ่ง สีหน้าเป็นกังวลทีเดียว “คุณหนูของพวกข้าไม่สบาย ท่านอ๋องบอกว่านางหลอมยาช่วยชีวิตจนล้มป่วย ตอนนี้สลบไปแล้ว อีกสักพักหมอหลวงจะมาดูอาการ เกรงว่าจะมาพบพวกเจ้าไม่ได้แล้วละ”
สตรีสองคนยิ่งรู้สึกผิด เมื่อวานพวกนางเอะอะโดยวายโดยไม่มีเหตุผลไปเช่นนั้น
ตอนที่หมอหลวงสวี่มาถึง ไป๋จื่อยังคงไม่ฟื้น หน้าแดงจัดยิ่งกว่าเดิม หน้าผากก็ร้อนลวกมากด้วย
หูเฟิงเห็นหมอหลวงสวี่ชักมือที่จับชีพจรกลับไปแล้ว จึงรีบถาม “เป็นอย่างไรบ้าง”
หมอหลวงสวี่ถอนใจเสียงหนึ่ง ขมวดคิ้วโดยที่ไม่หันหน้ากลับไป “ไข้รากสาดน้อย[footnoteRef:1]ขอรับ เหตุใดเป็นเช่นนี้ไปได้” [1: ไข้รากสาดน้อย หรือ ไข้ไทฟอยด์ (Typhoid fever; Enteric fever) เป็นการเจ็บป่วยที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Salmonella enterica serovar Typhi พบได้ทั่วโลกโดยติดต่อผ่านทางการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ป่วย โดยเชื้อแบคทีเรียก่อโรคนี้จะเจาะทะลุผนังลำไส้แล้วถูกจับกินโดยเซลล์แมโครฟาจ (macrophage) จากนั้นเชื้อ Salmonella typhi จะเปลี่ยนโครงสร้างตัวเองเพื่อดื้อต่อการทำลายและสามารถหลบหนีออกจากแมโครฟาจได้ กลไกดังกล่าวทำให้เชื้อดื้อต่อการทำลายโดยแกรนูโลไซต์ ระบบคอมพลีเมนต์ และระบบภูมิคุ้มกัน จากนั้นเชื้อก่อโรคจะกระจายไปทั่วร่างกายผ่านทางน้ำเหลืองขณะที่อยู่ในเซลล์แมโครฟาจ ทำให้เชื้อเข้าสู่ระบบเรติคูโลเอนโดทีเลียม (reticuloendothelial system) และไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย]
“ไข้รากสาดน้อย? ไม่ใช่เป็นหวัดหรือ” หูเฟิงไม่เข้าใจ
“ไข้รากสาดน้อยไม่เหมือนกับเป็นหวัด” หมอหลวงสวี่ส่ายหน้า “โรคนี้ร้ายแรงมาก ต้องรับมืออย่างระมัดระวัง หากไม่ระมัดระวังก็อาจจะสูญเสียชีวิตไปได้”
หูเฟิงร้อนใจแล้ว เขาคว้าคอเสื้อของหมอหลวงสวี่ “เจ้าล้อเล่นกระมัง แค่เป็นหวัดเพียงเล็กน้อย จะคร่าชีวิตคนได้อย่างไร”
หมอหลวงสวี่กล่าวว่า “ไม่ใช่หวัดขอรับ เป็นไข้รากสาดน้อย ความหนาวบุกเข้าไปในร่างกายของนาง ยาแก้หวัดธรรมใช้ไม่ได้โดยสิ้นเชิง”
“เช่นนั้นจะทำอย่างไร” หูเฟิงรีบถาม
ฝ่ายหมอหลวงสวี่มองไป๋จื่อที่ยังคงไม่ได้สติ กล่าวว่า “ข้ามีสูตรยาหนึ่ง เมื่อนางใช้ไปแล้วจะฟื้นขึ้นมาได้ แต่ควรจะรักษาอย่างไร ข้าคิดว่านางรู้ดีกว่าข้า ถึงตอนนั้นค่อยฟังว่านางจะว่าอย่างไรดีกว่าขอรับ”
หูเฟิงพยักหน้าทันที “เช่นนั้นก็รีบเขียนใบสั่งยาเถอะ”
หมอหลวงสวี่เขียนใบสั่งยา แล้วให้สาวใช้ไปเจียดยามาต้มทันที
หม้อยาภายในห้องยังคงอยู่ ที่มุมห้องวางข้าวของไว้กองหนึ่ง กลิ่นแปลกๆ สายหนึ่งตลบอบอวลอยู่ในอากาศ หมอหลวงสวี่ได้กลิ่นแล้วก็ถาม “นี่กลิ่นอะไรหรือขอรับ”
“น่าจะเป็นกลิ่นยากระมัง เจ้าแยกไม่ออกหรือ” เขาไม่เชี่ยวชาญเรื่องยา แยกไม่ออกนับว่าปกติ ทว่าหมอหลวงสวี่แยกไม่ออกได้อย่างไร
หมอหลวงสวี่ตั้งใจดมอยู่สองรอบ สุดท้ายก็ส่ายหน้า “แยกไม่ออกขอรับ กลิ่นนี้แปลกมาก ไม่ใช่วัตถุดิบสมุนไพรชนิดใดที่ข้าเคยได้กลิ่นมาก่อนเลย”
สายตาของหูเฟิงตกลงบนตู้ในมุมห้อง ภายในลิ้นชักซ่อนสิ่งของหน้าตาแปลกๆ เอาไว้ เขาเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปดึงลิ้นชักออก พบว่าข้างในใส่กล่องสีเหลี่ยมไว้มากมาย บนกล่องสี่เหลี่ยงมีรูปภาพและตัวหนังสือ คล้ายกับของที่นางเคยนำออกมาก่อนหน้านี้มาก
แท้จริงแล้วนางนำของพวกนี้มาจากที่ใด
นางอยู่ที่เมืองหลวงตลอดแท้ๆ ส่วนก่อนหน้านี้นางก็อยู่ที่หมู่บ้านหวงถัวตลอดเช่นกัน ไม่ได้ออกไปที่อื่นโดยสิ้นเชิง แล้วของพวกนี้มาได้อย่างไร
หมอหลวงสวี่เข้ามาใกล้ๆ บ้าง ทว่าหูเฟิงรีบปิดลิ้นชักในทันที
.......................
ตอนที่ 1046 ใบสั่งยาสำหรับไข้รากสาดน้อย
“มีอะไรหรือขอรับ” หมอหลวงสวี่ถาม
หูเฟิงส่ายหน้า “ไม่มีอะไร ก็แค่ยาที่นางหลอมเป็นปกติ”
หมอหลวงสวี่ย่อมสนใจยาที่ไป๋จื่อหลอมเป็นปกติอย่างมาก เพียงแต่หูเฟิงไม่คิดจะให้เขามองดูมันเลยสักครั้ง เขาเอ่ยขอไม่ได้ ทำได้แค่ถอยไปอย่างเงียบๆ
เมื่อหมอหลวงสวี่เดินไปแล้ว หูเฟิงก็เปิดลิ้นชักอีกอันหนึ่งออก ข้างในนั้นนอกจากกล่องยาที่ถูกยัดไว้จนเต็มแล้ว ยังมีสิ่งของหน้าตาประหลาดอีกอย่างหนึ่งด้วย มันมีรูปทรงสี่เหลี่ยมยาวๆ ด้านบนเป็นสีดำ ด้านล่างเป็นสีเงิน พร้อมด้วยปุ่มทรงกลม มันคืออะไรกัน
เขาคิดจะหยิบมันออกมาดู กลับพบว่าหมอหลวงสวี่ก็มองมาทางนี้เช่นกัน จึงข่มความใคร่รู้เอาไว้ แล้วปิดลิ้นชักไว้ดังเดิม
ของบางอย่างไม่เหมาะจะนำออกมาตามใจชอบ
ข้างกายนางมักจะมีสิ่งของแปลกๆ อยู่เสมอ เป็นสิ่งของที่ยากจะเข้าใจได้
รอไม่มีใครอยู่แล้วค่อยมาดูอีกครั้งก็ยังไม่สาย
พวกสาวใช้ต้มยาละนำมาถึงที่เรือนแล้ว ก่อนจะป้อนใส่ปากไป๋จื่อทีละคำ
ไม่นานนักไป๋จื่อก็ฟื้น ไม่เพียงฟื้นเท่านั้น ยังอเจียนออกมาครั้งหนึ่งอีกต่างหาก
แม้สาวใช้จะประคองกะละมังอยู่ข้างๆ แต่กลับทำอะไรไม่ทันอยู่บ้าง ได้แต่มองน้ำยาสีดำเหล่านั้นออกมาจากปากของไป๋จื่อเท่านั้น
หูเฟิงร้อนใจแล้ว เขาถลึงตามองหมอหลวงสวี่ “เจ้าให้นางกินยาอะไร เหตุใดถึงอาเจียนออกมาเช่นนี้”
หมอหลวงสวี่ลูกครางเบาบางของตนเอง ยิ้มว่า “นางเป็นไข้รากสาดน้อย กินอะไรล้วนอาเจียนออกมา แม้แต่ยาก็ไม่เว้น”
หูเฟิงรับผ้าเปียกหมาดๆ มาจากสาวใช้ บัดนี้เขาไม่สนใจเรื่องเพศชายหญิงอีกแล้ว เขานั่งลงที่ขอบเตียง แล้วยื่นมือกอดนางไว้ในอ้อมอก เพื่อเช็ดมุมปากให้นางอย่างเบามือ
เห็นไป๋จื่อหน้าซีดเผือดเช่นนี้ เขาเจ็บปวดใจจนมันแทบจะแหละสลายอยู่แล้ว
เพื่อจัดการเศษสวะอย่างฉู่เฟิง จื่อเอ๋อร์ของเขาต้องทนทรมานจนมีสภาพเช่นนี้
“ข้าไม่เป็นไร” นางยิ้มเล็กน้อย งดงามราวกับดอกไม้เบ่งบานในเดือนสาม ที่หากได้แตะต้องก็พร้อมจะร่วงโรย
“ยังบอกว่าไม่เป็นไรอยู่อีก ดูสภาพของเจ้าในตอนนี้สิ เหนื่อยล้าจนแทบจะแย่อยู่แล้ว”
ดวงหน้าของนางเล็กลงยิ่งกว่าเดิมอีก
ไป๋จื่อหันไปมองหมอหลวงสวี่ “ท่านมาแล้ว ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ”
หมอหลวงสวี่กล่าวว่า “แม้ข้าจะมีประสบการณ์รักษาไข้รากสาดน้อย แต่ก็ยังอยากดูว่าเจ้าจะมีสูตรยาที่ดีกว่าหรือไม่ จึงใช้ยาทำให้เจ้าตื่นขึ้นมาก่อน”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ข้ามีสูตรยาดีสำหรับรักษาไข้รากสาดน้อยจริงๆ ก่อนหน้านี้ข้าประมาทเกินไป คิดว่าตนเองเป็นหวัดธรรมดา จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นไข้รากสาดน้อย”
“ผู้รักษาคนอื่นมักจะไม่ดูแลตัวเอง หมอก็เป็นเช่นนี้แหละ” หมอหลวงสวี่กล่าว
เด็กสาวเขียนใบสั่งยาสำหรับไข้รากสาดน้อย หมอหลวงสวี่มองดูแล้ว มันคล้ายกับใบสั่งยาของเขาเองถึงแปดส่วน เพียงแต่แตกต่างกันที่สมุนไรสองสามชนิดเท่านั้น
ปริมาณก็แตกต่างกันด้วย เพื่อให้เห็นผลโดยตรง ใบสั่งยาของไป๋จื่อจึงมีปริมาณมากกว่า ออกฤทธิ์แรงกว่า เร็วกว่า ทว่าก็อาจจะไม่เป็นประโยชน์อะไร โดยเฉพาะกับคนที่ร่างกายอ่อนแอ
เหล่าสนมในวังเหล่านั้น แต่ละคนไม่ต่างอะไรกับดอกไม้ สูตรยาของเขาย่อมอ่อนโยนกว่า พวกนางไม่อยากใช้ยาแรงอยู่แล้ว
หมอหลวงสวี่ส่งใบสั่งยาให้หมอตี๋ที่อยู่ข้างๆ ให้เขาไปเจียดยามาต้มด้วยตัวเอง ยารักษาไข้รากสาดน้อยนี้ไม่เหมือนยาอื่น ปริมาณก็มากเป็นพิเศษ ให้สาวใช้ที่ไม่รู้เรื่องยาต้มก็ไม่เท่าให้หมอตี๋ต้มเอง
หมอตี๋รีบร้อนออกไปแล้ว ไป๋จื่อจึงให้หูเฟิงหยิบยาแผนปัจจุบันที่เตรียมไว้ดีแล้วก่อนหน้านี้ออกมาจากในตู้ ก่อนจะเขียนวิธีใช้และปริมาณลงไปอย่างชัดเจน
“หมอหลวงสวี่ ข้าขอมอบหมายการสกัดยาพวกนี้ให้ท่านแล้ว สภาพของข้าในตอนนี้เกรงว่าจะช่วยอะไรไม่ได้ มีแต่จะสร้างความลำบาก” ไป่จื่อส่งรายการให้หมอหลวงสวี่ด้วยสีหน้ารู้สึกผิด