คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 536

#536คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1071 จีตั้นปิ่ง

ไป๋จื่อก้มหน้าลง บนใบหน้ามีรอยยิ้มจางๆ ทว่าไหล่ของนางกลับสั่นเล็กน้อย ชัดเจนว่านางอดทนทรมานอย่างมาก หรือว่าเมื่อคืนเขาจะคลั่งเพราะฤทธิ์สุราจริงๆ และทำเรื่องอะไรที่ไม่ควรทำลงไป

เมื่อนึกถึงตอนที่ตื่นมาอยู่บนเตียงเดียวกันกับเมิ่งหนาน เขาก็พลันรู้สึกไม่ดีในทันที

ตงฟางมู่เอ่ยปากแล้ว “ตั้งแต่ที่พวกเจ้าสองคนเข้าประตูคฤหาสน์ตงฟางมาเมื่อคืน ก็เอาแต่กอดกันกลมเกลียว ไม่ว่าใครก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากกัน เหมือนกับสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันอย่างไรอย่างนั้น จิ๊...ทากาวเอาสินะ!”

เขาพูดพร้อมกับแสดงสีหน้ารังเกียจ

สีหน้าของเมิ่งหนานและฉู่เยี่ยนแดงเถือกเหมือนตับหมู มิน่าเล่าเมื่อเช้าถึงได้ตื่นขึ้นมาบนเตียงเดียวกัน พวกเขาคงไม่ได้...ไม่ได้...

ไป๋จื่อเห็นพวกเขากระอักกระอ่วน จึงรีบเข้าไปไกล่เกลี่ย “ดื่มเข้าไปมาก สติจึงไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จึงทำอะไรไปโดยที่ไม่รู้ตัวอยู่บ้าง เรื่องนี้ยากนักจะหลีกเลี่ยงได้ โชคดีที่ไม่ได้เกินเลยอะไร เพียงกอดกันเท่านั้น”

นางไม่ได้อธิบายอะไรมาก เพราะยิ่งอธิบายมากเท่าไร สีหน้าของทั้งสองคนนั้นก็ยิ่งไม่สู้ดีขึ้นเท่านั้น

เมิ่งหนานอยากจะแทรกแผ่นดินหนี แต่ก็ไม่อยากตัดใจไปเช่นนี้ โอกาสนี้ไม่ใช่ว่าจะมีได้ทุกวัน

ฉู่เยี่ยนถลึงตามองเมิ่งหนาน “เหตุใดเจ้ายังไม่ไปอีก ยังเสียหน้าไม่พอหรือไร”

แม้จะถูกฉู่เยี่ยนพูดใส่เช่นนี้ แต่เมิ่งหนานกลับตรงไปตรงมาขึ้นมาก ในเมื่อเรื่องราวเกิดขึ้นไปแล้ว เช่นนั้นวุ่นวายใจต่อไปก็”ม่มีประโยชน์ มิสู้กินอาหารเช้ามือนี้อย่างมีความสุข แล้วค่อยพูดเรื่องนี้ในภายหลังก็ยังไม่สาย

“ข้าหิวแล้ว หากจะไปก็ต้องกินก่อนแล้วค่อยไป” เขานั่งลงข้างๆ ตงฟางมู่ ก่อนจะรับผ้าเปียกที่สาวใช้ส่งให้มาเช็ดมือ

อาหารเช้าบนโต๊ะล้วนเป็นสิ่งที่เขาชอบกิน และเป็นสิ่งที่เขาฝันอยากกินในทุกวัน

จีตั้นปิ่ง มันฝรั่งผัดเผ็ด เกี๊ยวทอด เกี๊ยวนึ่ง และโจ๊กข้าวที่ต้มได้หอมและข้นอย่างยิ่ง

ไม่นับว่าหรูหรา แต่กลับเป็นอาหารที่ทำให้เขาอยากอาหารมากที่สุด

จินเสี่ยวอันมองแล้วก็กลืนน้ำลายอย่างหนัก ทว่าเพราะมีตงฟางมู่อยู่ด้วย เขาไม่กล้านั่งลง ทำได้เพียงยืนมองเฉยๆ อยู่อย่างนั้น

ไป๋จื่อกล่าวกับจินเสี่ยวอันว่า “ท่านเองก็นั่งลงเถอะ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันเสียหน่อย”

จินเสี่ยวอันซาบซึ้งใจมาก เขาเป็นเพียงผู้คุ้มกันคนหนึ่ง ทว่าก็เป็นเหมือนพี่น้องในสายตาของคุณชาย ส่วนในสายตาของเขา เขาเป็นเพียงแค่ข้ารับใช้คนหนึ่งเท่านั้น มีเพียงไป๋จื่อที่ไม่เคยเห็นเขาเป็นคนอื่นเลย

ตงฟางมู่มองตาขวางใส่จินเสี่ยวอัน “ให้นั่งก็นั่งสิ พวกข้าสกุลตงฟางไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากมาย ทว่าวาจาของหลานสาวข้าก็คือกฎ เจ้าเข้าใจหรือไม่”

ในอดีตตงฟางมู่กรีฑาทัพอยู่หลายปี กลิ่นอายรอบกายน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเสียงของเขาดังขึ้น ไหนเลยจินเสี่ยวอันจะกล้าขัด จึงหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ในทันที

ตงฟางมู่เห็นคนหนุ่มหลายคนปรองดองกันแล้ว เขาถึงได้ลุกขึ้นยืน “ข้ากินอิ่มแล้ว ตอนนี้จะออกไปเดินเล่นสักหน่อย พวกเจ้าก็กินข้าวเถอะ”

เมื่อเงาร่างของตงฟางมู่หายไปแล้ว จินเสี่ยวอันพลันถอนใจด้วยความโล่งอก ทว่าเขาเพิ่งดึงสติกลับมาได้ไม่ทันไร จีตั้นปิ่งภายในจานก็เหลือเพียงชิ้นเดียวแล้ว...

เมื่อกินอาหารเช้าเสร็จ ไป๋จื่อรั้งให้เมิ่งหนานดื่มชาด้วยกันก่อน ฝ่ายเมิ่งหนานต้องการเช่นนี้อยู่แล้ว ย่อมไม่ปฏิเสธ

ฉู่เยี่ยนที่เดิมทีต้องไปตรวจตรากองทัพเห็นดังนั้น เขาจึงไม่ยอมไปไหนเช่นกัน ตามไปดื่มชากับพวกเขาที่โถงข้าง

“ช่วงนี้ฮูหยินเมิ่งสบายดีหรือไม่” นางถาม

“ดีทีเดียว โชคดีที่มียาของเจ้า” เขาเอ่ยเสียงเรียบ สายตาจดจ่ออยู่ภายในขอบเขตสามชุ่นข้างหน้าตนเอ

ไป๋จื่อพยักหน้า “เช่นนั้นก็ดี เดิมทีข้าอยากไปเยี่ยมสักหน่อย แต่เกรงว่าฮูหยินจะไม่พอใจ จึงไม่เคยได้ไปที่สกุลเมิ่งเลย”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ในใจของเมิ่งหนานรู้สึกผิดอย่างมาก เรื่องนี้ไป๋จื่อได้รับความไม่เป็นธรรม มารดาสร้างเรื่องโดยที่ไม่มีเหตุผลอย่างแท้จริง แต่เขาจะพูดอะไรได้เล่า อย่างไรเสียก็เป็นมารดาของเขา

.......................

ตอนที่ 1072 น้ำลายแห่งความสิ้นหวัง

“จื่อเอ๋อร์ เรื่องเมื่อคราวก่อน...”

ไป๋จื่อขัดจังหวะเขา ยิ้มว่า “ล้วนเป็นอดีตไปแล้ว มารดาของข้าเป็นเพียงผู้ป่วยของข้าเท่านั้น ข้าไม่ได้ใส่ใจอะไร”

เขายิ้มขื่น จริงของนาง มารดาของเขาเป็นเพียงผู้ป่วยคนหนึ่งก็เท่านั้น นางย่อมไม่มีทางใส่ใจ

“เมิ่งหนาน อี๋ผิงจวิ้นจู่เป็นสตรีที่ไม่เลว ข้าขอให้พวกท่านมีความสุข แก่เฒ่าไปด้วยกัน”

เมิ่งหนานพยักหน้า ความทุกข์บนใบหน้าค่อยๆ จางหาย ความสง่างามแต่เดิมกลับคืนมา “ขอบคุณ พวกข้าจะมีความสุขอย่างแน่นอน”

ฉู่เยี่ยนกล่าวต่อ “จื่อเอ๋อร์ เจ้าไม่รู้จักอี๋ผิงจวิ้นจู่ผู้นั้น แล้วรู้ได้อย่างไรว่านางเป็นสตรีที่ดี นางอาจจะเป็นสตรีชั่วร้ายก็ได้”

ไป๋จื่อมองตาขวางใส่เขา “อย่าพูดมั่ว แม้ข้าจะไม่เคยพบอี๋ผิงจวิ้นจู่ แต่ท่านตาเคยพบนางมาก่อน ข้าถามท่านตามาแล้ว”

ที่แท้ก็เป็นเคนที่อาจารย์เคยพบ อาจารย์บอกว่าดี เช่นนั้นก็ย่อมต้องดีอย่างแน่นอน

เขาพลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงยิ้มถามว่า “คุณชายเมิ่ง เจ้าได้รับของขวัญที่จื่อเอ๋อร์ให้เจ้าแล้วหรือยัง”

สีหน้าที่เป็นปกติของเมิ่งหนานในตอนแรก พลันมีความวางตัวไม่ถูกขึ้นมาในที “ได้รับแล้ว”

“เป็นอย่างไร”

“ดีทีเดียว!”

เขาจะพูดอะไรได้อีกเล่า

ฉู่เยี่ยนยิ้มอย่างลำพองใจ “นั่นย่อมแน่นอนอยู่แล้ว ข้าช่วยเลือกเองกับมือ จะไม่ดีไปได้อย่างไร”

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง เมิ่งหนานว่าอยู่แล้วเชียว ไป๋จื่อจะมอบภาพวาดเช่นนั้นให้กับเขาได้อย่างไร เป็นผลงานของฉู่เยี่ยนนี่เอง

ไป๋จื่อมองตาขวางใส่ฉู่เยี่ยนอีกครั้งหนึ่ง แล้วหันไปพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกันเมิ่งหนานว่า “ข้าเตรียมของขวัญไว้ให้ท่านอีกชิ้นหนึ่งด้วย” กล่าวจบแล้วนางก็สั่งสาวใช้ในโถง

ไม่นานนักสาวใช้ก็นำสมุดเล่มหนึ่งมาจากในเรือนของนาง และส่งมันถึงมือของเมิ่งหนานโดยตรง

“นี่เป็นสูตรอาหารที่ข้าเขียนเอง วันหน้าข้าไม่อาจทำอาหารให้ท่านกินอีกได้แล้ว ภายในนี้ล้วนเป็นสูตรอาหารที่ท่านชอบกิน ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ ก็นับว่าคล้ายคลึงกันเจ็ดแปดส่วนแล้ว”

เมิ่งหนานเปิดสมุดอ่านดู บัดนี้รู้สึกอบอุ่นใจยิ่งนัก ถึงมันจะเป็นสิ่งของที่ไม่มีราคาแพงอะไร ทว่าก็ล้ำค่ากว่าสมบัติอัญมณีใดๆ เป็นร้อยเท่า

ฉู่เยี่ยนรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง ทว่าก็นึกถึงเรื่องที่เมิ่งหนานขวางเสือให้ไป๋จื่อโดยไม่สนใจตนเอง เขาพลันยิ้มออกมา ช่างเถอะ ขอเพียงคนผู้นี้เก็บความรู้สึกของตัวเองไว้ได้ พวกเขาก็ยังเป็นเพื่อนกันได้

เมื่อออกจากคฤหาสน์ตงฟาง เมิ่งหนานรู้สึกโล่งใจมาก อย่างน้อยหลังจากนี้เขาก็สามารถเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่พิเศษนี้อย่างตรงไปตรงมา ถึงจะเป็นเพียงความรู้สึกของการรักข้างเดียวก็ตามที

...

พริบตาเดียวเท่านั้น วันที่แปด เดือนสี่มาถึงแล้ว

วันนี้เป็นวันมงคง เมฆลอยจางๆ ท้องฟ้าสีสันสดใน ลมกลางฤดูใบไม้ผลิพัดเอื่อย พาให้คนรู้สึกเย็นกายอยู่เป็นระลอก

เมืองหลวงในวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ คนแต่งงานมากมาย แต่ที่ดึงดูดความสนใจที่สุดย่อมต้องเป็นการแต่งงานของคุณชายเมิ่งและอี๋ผิงจวิ้นจู่

เมิ่งหนานตัวสูง หล่อเหลาเอาการ เขาสวมชุดมงคลทั้งตัว บังคับอาชาสีขาวนำอยู่ข้างหน้าขบวนรับเจ้าสาว

เหล่าสตรีข้างทางได้เห็นดังนั้นก็ตะลึงตาค้าง เกือบจะปล่อยให้น้ำลายแห่งความสิ้นหวังไหลลงมาต่อหน้าสามีของตนเอง

“ได้ยินมานานแล้วว่าคุณชายเมิ่งเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ คิดไม่ถึงเลยว่าจะรูปหล่อปานนี้”

“ไอ้หยา...เหตุใดสวรรค์ไม่ยุติธรรมเช่นนี้ ไม่เห็นมอบหน้าตารูปหล่อและฐานะทางบ้านที่ดีให้ข้าบ้างเลย ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ มอบสามีที่ฉลาดอ่านหนังสือให้ข้าก็ถือว่าพอใช้ได้ ทว่าก็ทำอะไรอย่างอื่นไม่เป็นอยู่ดี ข้าไปแต่งเป็นภรรยาให้เขาได้อย่างไรกัน”

“อิจฉาอี๋ผิงจวิ้นจู่จริงๆ ได้แต่งให้กับบุรุษเช่นนี้ หากข้าได้ไปปรนนิบัติคุณชายเมิ่ง อย่าว่าแต่เป็นอนุเลย ให้เป็นสตรีอุ่นเตียงข้าก็ยอม”

อี๋ผิงจวิ้นจู่ที่อยู่ในเกี้ยวได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างไร้เสียง คนพวกนี้พูดจาอะไรไม่รู้จักลดเสียงเสียบ้าง ไม่กลัวคนได้ยินหรืออย่างไร ขณะที่มีเสียงตีกลองดังอึกทึกเช่นนี้ นางยังได้ยินอย่างชัดเจน ไม่ต้องพูดถึงคนที่อยู่รอบข้างพวกนางเลยด้วยซ้ำ

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 536