คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 535
ตอนที่ 1069 เมาแล้ว
ทั้งสองคนไปยังร้านสุราที่ค่อยมีชื่อเสียงร้านหนึ่ง พวกเขาต่างก็เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก ทว่าสุรากลับมารสชาติดีเกินคาด อาหารก็รสชาติไม่เลวเช่นกัน
ทีแรกไม่มีใครพูดจากันเลยสักคน เพียงแต่นั่งร่ำสุราอย่างเงียบๆ เมื่อสุราดอกท้อที่หวานล้ำตกถึงท้องสักสองจอกได้ บนใบหน้าของพวกขาล้วนเต็มไปด้วยความเมามาย วาจาก็เริ่มหลั่งไหล
“เจ้าจะแต่งงานอยู่แล้ว แต่ยังยืนเหม่อมองอยู่นอกบ้านของสตรีอื่น เจ้าคิดอะไรอยู่กันแน่ หากพวกขี้นินทาในเมืองหลวงเห็นเข้า พวกเขาจะมองจื่อเอ๋อร์ของข้าอย่างไร”
เมิ่งหนานยิ้มขื่น “ข้าเองก็รู้ว่าทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง แต่ข้าบังคับขาของตัวเองไม่ได้ หูเฟิง ข้าไม่ได้พบนางนานมากๆ แล้ว แค่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้เลยหรือ”
ฉู่เยี่ยนโบกมือ “เจ้าอยากยืนก็ยืนเถอะ ไม่มีใครสนใจเจ้า เพียงแต่ข้าขอเตือนเจ้าไว้ อย่าให้ข้าเห็นอีก และอย่าให้ใครอื่นเห็นเช่นกัน ไม่เช่นนั้นข้าจะต้องจัดการเจ้าสักครั้งแล้ว”
เมิ่งหนานรินสุราให้อีกฝ่ายจนเต็มถ้วย “แล้วเจ้ายืนทำอะไรอยู่ที่นั่น เจ้าเข้าออกที่นั่นได้ตามใจชอบไม่ใช่หรือ อีกทั้งเป็นถึงคู่หมั้นของนาง อยากพบนางก็ได้พบ ดียิ่งนัก เหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมกข้าไปกัน”
ฉู่เยี่ยนเหม่อมองสุราสีอำพันในถ้วย ปากพูดพึมพำ “เข้าไปแล้วจะพูดอะไรดี ข้าไม่มีประโยชน์ถึงเพียงนี้ ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง”
เมิ่งหนานมองฉู่เยี่ยนด้วยความประหลาดใจ จิ้นอ๋องที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่จิ้นอ๋องในความทรงจำของเขาเลย
ต่อให้เป็นหูเฟิงตอนที่อยู่ในหมู่บ้านหวงถัวก็ไม่เคยสิ้นหวังเช่นนี้ ในสายตาของเขา ไม่ว่าจะเป็นหูเฟิงในอดีตหรือฉู่เยี่ยนในปัจจุบัน ล้วนก็มีทีท่าสง่างามเสมอมา
วันนี้เขาเป็นอะไรไป หรือว่าเกิดเรื่องไม่ดีอะไรขึ้น
จิตใจของเมิ่งหนานเริ่มรู้สึกไม่เป็นสุข เขาเป็นห่วงไป๋จื่ออย่างยิ่ง รีบถามว่า “หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับจื่อเอ๋อร์ ก่อนหน้านี้ได้ยินว่านางล้มป่วย หรือว่านางจะยังไม่ดีขึ้น”
ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “ไม่มีอะไร ไม่พูดดีกว่า ดื่มสุราเถอะ!”
บัดนี้สุราดอกท้อลงท้องไปถ้วยแล้วถ้วยเล่าแล้ว
สุราชนิดนี้มีฤทธิ์รุนแรง แม้จะรสชาติจะอ่อนมาก ทว่ายิ่งดื่มก็ยิ่งเมา พาให้ไม่รู้สึกตัวว่าเมาได้อย่างไร
เหมือนกับพวกเขาในตอนนี้
ยิ่งดื่มสุรารานานเท่าไร ปริมาณสุราก็มากขึ้นเท่านั้น พวกเขาที่เดิมทีคอแข็งอยู่แล้ว รวมถึงมีเรื่องกลัดกลุ้ม ยิ่งดื่มเข้าไปก็ยิ่งรู้สึกเมามายอย่างแท้จริง
จินเสี่ยวอันมองพวกเขาสองคนกอดคอกันพูดจาเรื่อยเปื่อย แล้วตอนนี้เขาตัวคนเดียว จะดูแลคนตั้งสองคนได้อย่างไร
จะพาคุณชายกลับไป โดยที่จิ้นอ๋องไว้ลำพังไม่ได้กระมัง หากเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น ความผิดของเขาคงจะมหาศาลทีเดียว
ดึกป่านนี้แล้ว จะเรียกรถม้าถือว่ายากนัก ควรจะทำอย่างไรดี
“เอ๋? นี่ไม่ใช่จิ้นอ๋องหรือหรือ” เด็กรับใช้คนหนึ่งถือกาสุราที่ประณีตใบหนึ่งเดินเข้ามา ครั้นเห็นว่าคนที่กอดคอคุณชายหน้าหยกอยู่คือจิ้นอ๋อง เขาก็ตกใจจนแทบจะอ้าปากค้าง
“ท่านอ๋องเมาแล้วหรือขอรับ” เด็กรับใช้ก้าวมาข้างหน้า จินเสี่ยวอันถึงจะมองเห็นชัดเจนว่าบนตัวของเขาแขวนตราของคฤหาสน์ตงฟางเอาไว้
“เจ้าเป็นคนของสกุลตงฟางหรือ” จินเสี่ยวอันถามพร้อมยิ้มแป้น
ข้ารับใช้รู้สึกว่ารอยยิ้มของพี่ชายคนนี้มีเลศนัยนัก พลันนึกเสียใจที่ตนเองปากมาก หากทำเป็นไม่เห็นได้คงจะดีเสียกว่า
“ท่านอ๋องเมาแล้ว ข้าพาทั้งสองคนกลับไปด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ เจ้ามาได้พอดีทีเดียว ช่วยข้าหน่อยเถอะ ประคองท่านอ๋องกลับไปที”
เด็กรับใช้ส่ายหน้า “ไม่ได้หรอกขอรับ ท่านอ๋องไม่ได้อาศัยที่จวนตงฟาง ดึกดื่นยามสามพาท่านอ๋องกลับไป หากมีใครรู้เข้า คุณหนูของพวกข้าจะเสียหายเพียงใดกัน ไม่ได้ๆ!” เขาส่ายหน้าแล้วก็เดินหนีไป ไม่ซื้อสุราแล้วเช่นกัน
จินเสี่ยวอันรีบขวางเขาเอาไว้ “เจ้าจะไปเช่นนี้ไม่ได้ เจ้าไปข้าก็ต้องไปเช่นกัน ถึงตอนนั้นแล้วใครจะดูแลท่านอ๋อง หากเกิดอะไรขึ้นมา เจ้าเองก็หนีความผิดยากเช่นกัน”
.......................
ตอนที่ 1070 คลั่งเพราะฤทธิ์สุรา
เด็กรับใช้รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบเสียจริง เขาออกมาซื้อสุราเท่านั้น เขามาพบจิ้นอ๋องและคนผู้นี้ได้อย่างไรกัน
ทว่าทั้งสองคนกอดคออยู่ด้วยกัน แยกพวกเขาอย่างไรก็แยกไม่ออก สุดท้ายก็ทำได้เพียงพากลับคฤหาสน์ตงฟางไปด้วยกัน...
เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า คนแรกที่เห็นยามลืมตาขึ้นกลับเป็นบุรุษผู้หนึ่ง...และเป็นบุรุษที่เกลียดตนเองด้วย...
ภายในห้องเอะอะขึ้นมาทันที ทั้งสองคนต่างก็ถามเป็นเสียงเดียวกัน “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
กล่าวจบแล้วพวกเขาก็มองไปรอบๆ ห้อง ที่นี่ไม่ใช่บ้านของพวกเขา...
บัดนี้ประตูห้องถูกเปิดออก สาวใช้หน้าตางดงามนางหนึ่งเดินเข้ามา ในมือถือถาดใยหนึ่ง บนนั้นวางถ้วยที่กำลังมีควันร้อนๆ โชยออกมา
“ท่านอ๋อง คุณชายเมิ่ง นี่เป็นน้ำแกงสร่างเมาที่คุณหนูกำชับมา พวกท่านสองคนรีบดื่มเถอะเจ้าค่ะ คุณหนูกำลังรอพวกท่านรับอาหารเช้าอยู่ที่ห้องอาหาร”
คุณหนู? เมิ่งหนานรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง ยังคงไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ใด
ทว่าฉู่เยี่ยนกลับรู้ตัว มิน่าเล่าสาวใช้ผู้นี้ถึงได้คุ้นตานัก เหมือนว่าเขาจะเคยพบนางมาก่อน
“รู้แล้ว เจ้าไปบอกคุณหนูที เตรียมอาหารเช้าสำหรับคนเดียวก็พอแล้ว คุณชายเมิ่งมีธุระด้วย กินข้าวเช้าที่นี่ไม่ได้”
สาวใช้ผู้นั้นวางน้ำแกงสร่างเมาในมือลง หมุนกายไปยิ้มกับฉู่เยี่ยน “คุณหนูบอกว่าทำจีตั้นปิ่งและน้ำแกงข้าวโพดที่คุณชายเมิ่งชอบกินไว้แล้วเจ้าค่ะ”
ตอนนี้เมิ่งหนานถึงจะรู้ ว่าคุณหนูที่สาวใช้พูดถึงก็คือไป๋จื่อ!
เขารีบกระโดดลงจากเตียง แม้แต่รองเท้าก็ลืมใส่ เอาแต่ก้าวเท้ายาวๆ ไปที่หน้าโต๊ะ ดื่มน้ำแกงสร่างเมาอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจว่ามันลวกปากเพียงใด “ข้าหิวแล้ว รีบนำทางข้าไปเถอะ”
ฉู่เยี่ยนกำลังใส่รองเท้า พลางกลอกตาขาวใส่อีกฝ่ายครั้งหนึ่ง “จะไปก็ต้องใส่รองเท้าให้เรียบร้อย จัดการเสื้อผ้าให้ดีก่อนไม่ดีกว่าหรือ ดูตัวเองหน่อยสิว่าตอนนี้มีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง”
เมิ่งหนานยิ้มแห้งๆ เร่งกลับมาใส่รองเท้าและชุดคลุม ก่อนจะเรียกจินเสี่ยวอันที่สองตาดำคล้ำเข้ามาช่วยตนมรวบมวยผม
ฝ่ายฉู่เยี่ยนรวบมวยผมด้วยตนเอง และรวบได้ดีกว่าจินเสี่ยวอันยิ่งนัก
เขาใส่เสื้อผ้าและรองเท้าเอง ตอนออกจากจวนไม่มีเด็กรับใช้และองครักษ์ติดตามมาด้วย ไม่เหมือนกับอ๋องและคุณชายสกุลใหญ่ที่เคยเห็นเลยจริงๆ
ดูท่าทางจะเป็นเพราะชีวิตในค่ายทหารกระมัง
สตรีล้วนชอบบุรุษที่มีความเป็นบุรุษเช่นฉู่เยี่ยนมากกว่าใช่หรือไม่
น่าจะใช่กระมัง!
ในห้องอาหาร ไป๋จื่อกำลังวางจีตั้นปิ่งที่เพิ่งทำเสร็จชิ้นสุดท้ายลงในจาน ก่อนจะส่งให้สาวใช้นำไปวางไว้บนโต๊ะ
ตงฟางมู่นั่งกินอาหารอยู่ข้างๆ โต๊ะ เมื่อเห็นอาหารจานใหม่ถูกยกเข้ามา เขาก็เอื้อมมือไปหมายจะหยิบมา
ไป๋จื่อรีบเอ่ยว่า “ท่านตา ท่านกินไปจานหนึ่งแล้วนะเจ้าค่ะ ห้ามกินอีก” เดิมทีนางทำจีตั้นปิ่งเสร็จสิ้นแล้วจานหนึ่ง ก่อนหน้านี้ตงฟางมู่ไม่ได้อยากกินสิ่งนี้ แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเขาเห็นแล้วกลับรู้สึกอยากลองชิม ยิ่งชิมไปก็ยิ่งหยุดไม่ได้ สุดท้ายแล้วกินเกลี้ยงจาน
นางทำได้เพียงต้องทำเพิ่มอีกจานหนึ่ง
ขณะนี้มีเสียงฝีเท้าที่รีบร้อนดังมาจากข้างนอก ตงฟางมู่เหล่ตามองไปด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง
เมิ่งหนานสัมผัสได้ถึงสายตานั้น จึงทำความเคารพพร้อมรอยยิ้มเจื่อน แสดงความเกรงใจของตนเองออกมา
ตงฟางมู่แค่นหัวเราะ “คนหนุ่มเอ๋ย ดื่มสุราก็ส่วนดื่มสุรา เมามายก็สวยเมามาย ไยถึงได้คลั่งเพราะฤทธิ์สุราเล่า”
เมิ่งหนานชะงัก “คลั่งเพราะฤทธิ์สุรา?”
“เจ้าก็จำไม่ได้หรือ” ตงฟางมู่มองไปทางฉู่เยี่ยน
ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า เขาจำได้เพียงว่าเมื่อคืนร่ำสุรากับเมิ่งหนาน ส่วนอย่างอื่นกลับจำไม่ได้สักอย่าง
เขายิ้มว่า “ข้าดื่มสุราจนเมาน้อยครั้งนัก ต่อให้เมาก็ไม่เคยคลั่งเพราะฤทธิ์สุรา อาจารย์ เมื่อคืนข้าคลั่งเพราะฤทธิ์สุราจริงๆ หรือขอรับ” เขาถามตงฟางมู่ ทว่าดวงตากลับมองไปทางไป๋จื่อ