คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 538
ตอนที่ 1075 เสียงนกเสียงกา?
ทุกคำพูดกระทบโสตประสาทของเหล่าคุณหนู ราวกับการตบหน้าครั้งแล้วครั้งเล่าบนหน้าของพวกนางอย่างแรงก็ไม่ปาน
หากเป็นคนอื่นพูดเช่นนี้ พวกนางอาจจะเถียงกลับสักสองคำ แม้กระทั่งไม่เก็บมาใส่ใจ คิดเสียว่าเป็นเรื่องตลก
ทว่าคนที่พูดวาจานั้นกลับเป็นจิ้นอ๋อง ว่าที่ฮ่องเต้ของแคว้นฉู่เชียวนะ
วาจาของเขามีน้ำหนักเต็มเปี่ยม
พวกนางลืมไปได้อย่างไรว่าไป๋จื่ออาจจะเป็นว่าที่ฮองเฮา...ไม่ว่าชื่อเสียงของนางจะเป็นอย่างไร ฐานะของนางก็ไม่ได้ต่ำต้อย สิ่งที่พวกนางควรทำไม่ใช่ตีตัวออกห่าง แต่เป็นการตีสนิทถึงจะถูกต้อง!
โอกาสดีเช่นนี้ พวกนางพลาดมันไปเปล่าๆ ได้อย่างไร น่าเสียดายยิ่งนัก!
แววตาของเหล่าคุณหนูเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ต่างคนต่างล้วนคิดคำนวณว่าควรจะตีสนิทกับไป๋จื่ออย่างไร ทีแรกคิดว่าจิ้นอ๋องนั่งอยู่ตรงนี้สักครู่หนึ่งแล้วก็คงไป ถึงตอนนั้นแล้วย่อมมีโอกาส
แต่ใครเล่าจะคาดคิด จิ้นอ๋องนั่งลงแล้วกลับไม่คิดจะกลับไป จนกระทั่งอาหารถูกจัดวางจนเต็มโต๊ะแล้ว เขาก็ยกตะเกียบขึ้นเริ่มกินทันที แถมยังรินสุราให้ตนเองอีกต่างหาก...
เขาคิดจะกินอาหารที่ฝั่งของสตรีหรือนี่
ฮูหยินเมิ่งรีบร้อนเข้ามา เห็นดังนั้นแล้วก็ยิ่งมีอคติกับไป๋จื่อมากยิ่งขึ้น
นางเด็กน่าตายผู้นี้จงใจชัดๆ จงใจทำให้นางโมโห
ไม่ได้ นางต้องไม่โมโห วันนี้เป็นวันมงคงของบุตรชายนางเชียวนะ
“จิ้นอ๋อง ท่านอยู่ที่นี่ไม่กลัวว่าจะไม่เหมาะสมหรือเจ้าคะ ข้างหน้านั้นมีพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ท่านโดยเฉพาะ ท่านไปข้างหน้าไม่ดีกว่าหรือ” ฮูหยินเมิ่งกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ไม่ว่าปกติแล้วนางจะรั้นเพียงใด แต่เมื่อพบชนชั้นสูงที่แท้จริงเช่นนี้แล้ว นางจะยังแข็งข้อเหมือนเคยได้อย่างไร
ฉูเยี่ยนไม่มองอีกฝ่ายแม้สักครั้ง เขาคีบอาหารให้ตนเองและไป๋จื่อไปพลาง รินสุราให้ตนเองไปพลาง พร้อมทั้งตอบด้วยสีหน้าไม่ยี่หระ “ไม่ต้องหรอก ตรงนี้ดีทีเดียว ข้างหน้าเงียบเกินไป ข้าจะได้กินข้าวพร้อมกับจื่อเอ๋อร์ด้วย”
เขาพูดแล้วก็คีบเนื้อปลาขาวและละเอียดชิ้นหนึ่งใส่ในชามของไป๋จื่อ
ไป๋จื่อเองก็ไม่มองฮูหยินเมิ่งเช่นกัน นางเพียงเห็นนางเหมือนกับอากาศ ดวงตามองไปที่อื่นเสมอ
รอยยิ้มบนใบหน้าของฮูหยินเมิ่งพลันแข็งค้าง ด้วยไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อไปดี ทันใดนั้นก็มีสาวใช้คนหนึ่งเร่งฝีเท้าเข้ามา
“ฮูหยิน ฮูหยินน้อยอยากเชิญแม่นางไป๋ไปสนทนาด้วยเจ้าค่ะ” สาวใช้ว่า
ฮูหยินเมิ่งขมวดคิ้ว ก่อนจะกวาดสายตามองสาวใช้ครั้งหนึ่ง เป็นการบอกให้นางตามไป
ทั้งสองคนหลีกลี้ไปที่มุมหนึ่ง คราวนี้ฮูหยินเมิ่งถึงจะถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดจู่ๆ ถึงเชิญนางไปสนทนาด้วยเล่า มีใครพูดอะไรไร้สาระกรอกหูนางหรือไร”
สาวใช้ส่ายหน้า “ตั้งแต่เข้าประตูจวนของพวกเรามา ฮูหยินน้อยยังไม่ได้อยู่ตามลำพังเลยนะเจ้าคะ! บ่าวอยู่ข้างกายนางตลอดเวลา ไม่เห็นมีใครมาพูดอะไรกับฮูหยินน้อยเลยเจ้าค่ะ!”
หรือว่าจะได้ยินเสียงนกเสียงกาจากข้างนอกนั่น? เป็นไปไม่ได้กระมัง ไหนเลยข้างนอกจะมีเสียงนกเสียงกาอะไร จะมีก็แต่ข่าวลือของไป๋จื่อนี่แหละ ผู้คนพูดกันว่าเหตุใดแม่นางน้อยเช่นนางถึงอยากจะเป็นหมอ แทนที่จะเป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม จะมีก็แต่นางเท่านั้นที่แตะต้องบุรุษมากกว่าสตรีที่แต่งงานแล้วในเมืองหลวงเสียอีก
“ฮูหยินน้อยว่าอย่างไรอีก” ฮูหยินเมิ่งถาม
สาวใช้ตอบทันที “ฮูหยินน้อยเพียงบอกให้บ่าวเชิญแม่นางไป๋ไปให้ได้ ไม่เช่นนั้นนางจะกลับบ้านมารดาเจ้าค่ะ” เสียงของนางเบาลงเรื่อยๆ อดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปหลายก้าว ด้วยกลัวว่าฮูหยินจะบันดาลโทสะ เงื้อมือขึ้นตบหน้านางเสียหนึ่งฉาด
การถูกตีอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนั้น นางไม่รู้ว่าประสบมาแล้วกี่หน
ฮูหยินเมิ่งขึ้นเสียงจนน่ากลัว ดึงความสนใจใครรู่ของคนรอบข้างทันที
นางรีบลดเสียงลง “ฮูหยินน้อยพูดเช่นนั้นจริงๆ รึ”
……….
ตอนที่ 1076 สำนึกผิด
สาวใช้รีบพยักหน้า “บ่าวไม่กล้าพูดปดเจ้าค่ะ” ฮูเยินเมิ่งย่อมเชื่ออยู่แล้ว สาวใช้ของสกุลเมิ่งไม่ได้มีความกล้าเช่นนั้นหรอก
เพียงแต่ดูท่าทางอี๋ผิงจวิ้นจู่จะไม่ใช่คนที่พูดจาเช่นนั้นกระมัง
นางเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อม อีกทั้งยังเป็นราชนิกูลอีกต่างหาก ด้วยการอบรมสั่งสอนของพระชายาแล้ว จะเลี้ยงดูบุตรีที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ชอบพูดจาข่มขู่เช่นนี้ออกมาได้อย่างไร
ทว่าตอนนี้นางไปพบอี๋ผิงจวิ้นจู่ไม่ได้ ยิ่งไม่มีกฎให้แม่สามีไปพบหน้าลูกสะใภ้ที่เรือนหอในเวลานี้ด้วย
ทำอย่างไรดี นางชำเลืองมองไป๋จื่อครั้งหนึ่ง ไม่รู้เหมือนกับว่าเด็กสาวนางนี้ลอบพูดอะไรกับจิ้นอ๋องบ้าง ถึงได้ยิ้มหน้าบานมากถึงเพียงนั้น
หลังจากคิดไตร่ตรองดูแล้ว นางรู้สึกได้ว่าไม่มีหนทางอื่นแล้วจริงๆ อีกทั้งกลัวว่าอี๋ผิงจวิ้นจู่ไม่ได้พบไป๋จื่อแล้วจะก่อเรื่องขึ้น เช่นนั้นงานมงคลในวันนี้ไม่ต้องกลายเป็นเรื่องตลกหรือไร
ไม่ได้ๆ จะทำให้วันมงคลเช่นนี้กลายเป็นเรื่องตลกไม่ได้เป็นอันขาด
ฮูหยินเมิ่งตั้งสติให้มั่น แล้วเดินไปหาไป๋จื่อในทันที นางยืนพูดอยู่ที่หน้าโต๊ะของทั้งสองคนพร้อมด้วยรอยยิ้ม “แม่นางไป๋ หลายวันนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย ไม่รู้เหมือนกันว่ายาของเจ้ายังใช้ได้อยู่หรือไม่ หากเจ้าสะดวก เจ้ามาตรวจดูให้ข้าหน่อยจะได้หรือไม่”
ไป๋จื่อช้อนสายตาขึ้นมองอีกฝ่าย เห็นสีหน้าของนางยังคงเหมือนกับมารดาคนอื่นๆ ลมหายใจยามพูดจาก็นับว่ามีกำลัง แม้จะเทียบไม่ได้กับคำว่าแข็งแรง แต่หากเทียบกับสตรีในวัยเดียวกันแล้ว ก็ถือได้ว่าแข็งแรงใกล้เคียงกันทีเดียว
“ข้าว่าฮูหยินสบายดีออกเจ้าค่ะ” นางยิ้มจางๆ ในสายตาเจือแววหัวเราะเยาะ
เดิมทีฮูหยินเมิ่งก็ไม่ค่อยชอบไป๋จื่ออยู่แล้ว เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็ยิ่งมีไฟโทสะสุมอก เด็กสาวนางนี้ยังเคารพความเป็นอาวุโสอยู่หรือไม่ ไม่มีใครสั่งสอนนางเลยหรือไรกัน
ที่นางพูดเช่นนั้น จงใจจะบอกว่าฮูหยินสกุลเมิ่งเช่นนางกำลังโกหกรึ
เมื่อเห็นฮูหยินเมิ่งมีสีหน้าเปลี่ยนไป ไป๋จื่อก็ยิ่งยิ้มกว้างกว่าเดิม น้ำเสียงยามพูดจาดูสบายใจนัก “มิสู้รอให้งานเลี้ยงเลิกก่อน หากมีเวลาข้าค่อยตรวจดูให้ฮูหยิน ดีหรือไม่เจ้าคะ”
ฮูหยินเมิ่งยิ้มแห้งๆ ต่อหน้าจิ้นอ๋องเช่นนี้ นางจะพูดอะไรได้มากเล่า ทำได้เพียงรับคำเท่านั้น ทว่าในใจกลับคิดแผนการอยู่มากมาย
หลังจากนั้นฮูหยินก็ขอตัวไป ครั้นหมุนกายเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว นางก็โซซัดโซเซ ล้มใส่ร่างฮูหยินที่แข็งแรงข้างๆ นั้นพอดิบพอดี
“ไอ้หยา...ฮูหยินเป็นอะไรไป” ฮูหยินผู้นั้นร้องด้วยความร้อนใจ หางตาเหลือบเห็นไป๋จื่อที่นั่งอยู่ในทันที
นางเป็นหมอนี่นา ดูสิว่าคราวนี้นางจะแกล้งโง่งมได้อีกหรือไม่
ไป๋จื่อนั่งนิ่งไม่ขยับ กล่าวกับฮูหยินผู้นั้นว่า “หยิกนาง”
ฮูหยินผู้นั้นรีบกล่าว “คุณหนูไป๋ ฮูหยินเป็นถึงขนาดนี้แล้ว เชิญคุณหนูไปไปที่โถงหลังดีหรือไม่”
ไป๋จื่อรู้อยู่แล้วว่าฮูหยินเมิ่งจะต้องแกล้งเป็นลม คนทั่วไปเป็นลมแล้วร่างกายจะอ่อนยวบยาบ ไม่มีแรงยันกายแม้สักนิด ไหนเลยจะล้มใส่อกของใครอีกคนโดยตรงอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน ชัดเจนและตั้งใจเช่นนาง
เด็กสาวมองไปทางฉู่เยี่ยน อยากรู้ความคิดของเขา
ฉู่เยี่ยนพยักหน้าให้นาง พูดเสียงเบาว่า “เจ้าไปเถอะ มีข้าอยู่ที่นี่ด้วย นางไม่กล้าทำอะไรแน่”
ไป๋จื่อกลับไม่กลัวว่าฮูหยินเมิ่งจะทำอะไร เพียงรู้สึกว่ามีเงื่อนงำบางอย่าง แต่ไหนแต่ไรฮูหยินเมิ่งผู้นี้ไม่ชอบนาง ยิ่งไม่มีทางขอให้นางทำการรักษาให้ด้วยตัวเองเช่นนี้
แต่ตอนนี้ฮูหยินเมิ่งไม่เพียงเอ่ยปากขอให้นางตรวจโรคให้ด้วยตัวเอง หลังจากนางปฏิเสธแล้วก็ยังใช้วิธีแกล้งเป็นลมบีบบังคับนางอีก ต้องมีเหตุผลอะไรแน่นอน