คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 514

#514คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1027 ขอทานข้างถนน

“เรื่องในครั้งนี้ ลำบากเจ้ามากทีเดียว” ฉู่เยี่ยนเปิดฝากล่องข้าว แล้วหันหน้าไปจ้องมองไป๋จื่อที่อยู่ข้างกาย

“อะไรหรือ” นางไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดคืออะไร อย่างไรช่วงนี้นางก็ทำอะไรตั้งมากมาย หากจะพูดขึ้นมาแล้ว ทุกเรื่องล้วนต้องกล่าวขอบคุณเขาจิ้นอ๋องสักครา

ฉู่เยี่ยนนำอาหารที่มีควันฉุยออกมาจากในกล่อง แล้ววางลงบนโต๊ะอย่างแล้วอย่างเล่า ยิ้มว่า “แน่นอนว่าหมายถึงเรื่องขององค์หญิงเชียนฟางและไท่จื่อเชียนหัว”

ไป๋จื่อร้องอ๋อ นางยิ้มเช่นเดียวกัน “ข้าเพียงทำสิ่งที่ข้าควรทำ ไม่ใช่ทำเพื่อใครทั้งนั้น”

ชายหนุ่มยัดถ้วยข้าวสวยสีขาวราวกับหิมะใส่มือไป๋จื่อ ขณะเดียวกันก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน “เจ้านี่นะ พูดอะไรน่าฟังหน่อยจะได้หรือไม่”

มืออันเย็นเฉียบของไป๋จื่อประคองถ้วยข้าวร้อนๆ นางพลันรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจในทันที บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอ่อนหวาน “ข้าพูดไม่น่าฟังหรือไร”

ทั้งสองคนสนทนากัน เพิ่งกินข้าวไปได้ครึ่งเดียวเท่านั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยสายหนึ่ง

“ไป๋จื่อ?”

พวกเขามองตามเสียงไป พบคนสวมเสื้อผ้าเก่าขาดสามคนยืนอยู่ไม่ไกล สามคนนั้นเหมือนกับก้อนเนื้อห่อด้วยผ้าขี้ริ้ว ไม่ต่างอะไรกับขอทานข้างถนนเลย

ภายในดวงตาทั้งสามคู่ที่มองนางนั้น เต็มไปด้วยความดีใจและตื่นเต้น ราวกับเป็นญาติที่แยกจากกันไปนาน และในที่สุดก็ได้พบหน้ากันเสียที

ไป๋จื่อไม่อยากจะเชื่ออยู่บ้าง จึงลองถามหยั่งเชิง “เจ้ารองไป๋?”

เจ้ารองรีบพยักหน้า ขอบตาแดงในทันที

เขาลำบากไม่น้อยกว่าจะมาถึงที่นี่ แม้กระทั่งคิดว่าพวกเขาสามคนจะต้องตายระหว่างทาง กลับคิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะเดินมาถึงที่นี่ในที่สุด

อีกทั้งยิ่งไม่มีทางคิดไม่ถึงเลยว่าวันแรกที่มาถึงเมืองหลวง ก็จะได้พบไป๋จื่ออยู่บนถนนเช่นนี้

ดวงตาของไป๋จื่อเคลื่อนไปที่ใบหน้าของจางซื่อ ไปจนถึงไป๋ฟู่กุ้ยที่อยู่ข้างๆ นาง อีกทั้งถ้วยข้าวบิ่นในมือเขา

พวกเขาขอทานมาตลอดทางเลยหรือ

นางวางถ้วยในมือลง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปตรงหน้าทั้งสามคน “พวกเจ้ามาได้อย่างไร เหตุใดถึงมีสภาพเช่นนี้”

จางซื่อพูดพร้อมๆ กับร้องไห้ “พวกข้าได้หนังสือฉบับหนึ่ง แจ้งว่าเจ้าใหญ่พ่อลูกตายไปแล้ว ทว่าไม่พบครอบครัวมารับศพพวกเขา จึงให้พวกข้ามารับศพที่นี่ พวกข้าคิดว่าในเมื่อเจ้าใหญ่พ่อลูกอยู่ที่นี่ เช่นนั้นเจินจูก็อาจจะอยู่ที่นี่เช่นกัน”

ดังนั้นพวกเขาสามคนมาที่นี่เพื่อตามหาไป๋เจินจูหรือ

ไป๋จื่อเม้มปาก นางอยากพูดอะไรบางอย่างขณะที่มองพวกเขา แต่ก็พูดไม่ออกจริงๆ

“จื่อเอ๋อร์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจินจูอยู่ที่ใด” จางซื่อถามเสียงสั่นเครือ

ระหว่างทางมาที่นี่ นางคิดอยู่หลายครั้งว่าตนเองจะต้องตายอย่างแน่นอน เพราะมันทั้งหนาว ทั้งหิว ทั้งเหนื่อย

ทว่านางก็ยังคงรอดชีวิตมาได้ ความคิดเดียวที่ประคองให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ก็คือบุตรสาวของนาง

ไป๋จื่อพยักหน้า “ข้ารู้” นางไม่อยากหลอกพวกเขา เพราะพวกเขาก็เป็นเพียงบิดามารดาที่น่าสงสารอย่างยิ่ง

แต่น่าเสียดายที่พวกเขาให้กำเนิดบุตรสาวที่อกตัญญูคนหนึ่ง

ฉู่เยี่ยนเดินเข้ามาแล้ว ก่อนจะหยุดยืนอยู่ข้างๆ ไป๋จื่อ ถามเสียงเย็นว่า “เรื่องที่ไป๋เจินจูมาเมืองหลวง ก่อนหน้านี้พวกเจ้ารู้หรือไม่”

จางซื่อส่ายหน้า “ไม่รู้ นางไปที่ใด ไปทำอะไร ไปกับพวกเจ้าใหญ่ได้อย่างไร ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเพราะเหตุใด แต่จนกระทั่งถึงตอนนี้แล้ว ข้าก็ยังไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด”

นางมองฉู่เยี่ยนในทันที “พวกเจ้ารู้หรือ พวกเจ้ารู้ใช่หรือไม่”

ทันใดนั้นอาอู่ก็เร่งม้าเข้ามาถึง เขาพลิกกายลงจากม้าอย่างองอาจ แล้วเดินเร็วมาจนถึงตรงหน้าของฉู่เยี่ยน ประสานมือกล่าวว่า “ท่านอ๋อง ฮ่องเต้รับสั่งให้ท่านเข้าวังเพื่อหารือขอรับ”

ฉู่เยี่ยนพยักหน้า จากนั้นเขาก็กวาดสายตามองพวกจางซื่อด้วยใบหน้าข่มขวัญ ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงหมุนกายเดินไป

ครั้นเงาร่างฉู่เยี่ยนขี่ม้าหายไปจากถนนโดยสมบูรณ์แล้ว จางซื่อถึงจะขยับริมฝีปาก “ท่านอ๋อง? เขา...เป็นท่านอ๋องอย่างนั้นหรือ”

ตอนที่ 1028 สอนบุตรสาวไม่ดี

ไป๋จื่อเอ่ยเสียงเรียบ “เขาคือจิ้นอ๋อง องค์ชายหกของแคว้นฉู่”

จางซื่อตกใจจนอ้าปากค้าง ก่อนจะหันไปมองเจ้ารอง ฝ่ายเจ้ารองชะงักค้าง มิน่าเล่าเสื้อผ้าบนตัวหูเฟิงเมื่อครู่นี้ถึงได้ไม่เหมือนเสื้อผ้าของคุณชายตระกูลร่ำรวยทั่วๆ ไป

ไป๋จื่อเหลือบเห็นฟู่กุ้ยเอาแต่จับจ้องโต๊ะตัวข้างๆ ตลอด ตรงนั้นวางอาหารที่เย็นชืดไปแล้วหลายอย่าง กับข้าวสวยสองถ้วยที่เหลือเพียงครึ่งหนึ่ง

นางถอนใจเสียงหนึ่ง “กินข้าวก่อนค่อยว่ากล่าว ข้าจะให้คนพาพวกเจ้าไปกินข้าว”

ทว่าจางซื่อรีบโบกมือ “ไม่ต้องๆ พวกข้ากินของเหลือก็พอแล้ว หากเจ้าไม่กินแล้วก็ให้พวกข้าเถอะ” นางพูดพลางกลืนน้ำลาย

ภายในถาดนั้น นอกจากผักสีเขียวมรกตแล้ว ยังมีเนื้อวัวหั่นชิ้นหนาอีกด้วย พวกเขาทั้งครอบครัวไม่ได้กินเนื้อมานานแค่ไหนแล้วนะ

ไป๋จื่อเองก็ไม่บังคับ พยักหน้าเอ่ย “เชิญเถอะ”

ทั้งสามคนล้อมมาถึงหน้าโต๊ะ เริ่มลงมือกินอาหารหลายอย่างอย่างหิวกระหาย ส่วนไป๋จื่อเลื่อนกล่องยาออกไปเงียบๆ เพื่อไม่ให้พวกเขาชนมันล้มคว่ำ

ขณะรอพวกเขากินเสร็จ ไป๋จื่อฉีดยาให้ผู้ป่วยอีกสองคน ครอบครัวของผู้ป่วยคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ พูดเสียงเบาว่า “คุณหนูไป๋ใจดีมีเมตตาจริงๆ ไม่เพียงรักษาให้พวกเราโดยไม่คิดเงินแล้ว ยังแบ่งอาหารให้ขอทานอีกด้วย”

จางซื่อที่กำลังเคี้ยวอาหารพลันหยุดชะงัก หน้าแดงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันหลังไป ไม่ให้คนพวกนั้นได้เห็นหน้านาง

นางเคยเป็นคนแข็งแกร่ง แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่คนอื่นเรียกนางว่าขอทาน

ครั้นก้มหน้ามองตัวเองในตอนนี้แล้ว เฮ้อ...นี่ยังไม่ใช่ขอทานอีกหรือไร

“พวกเขาไม่ใช่ขอทาน เพียงแต่มาตามหาญาติเท่านั้น ระหว่างทางเจอโจรป่าปล้น ถูกฉวยข้าวของมีค่าไปหมด พวกเขาถึงได้มีสภาพเช่นนี้ได้” ไป๋จื่ออธิบาย พลางเก็บยาที่เหลือลงในกล่อง

คนปากเปราะหลายคนหัวเราะอย่างเก้ๆ กังๆ ในทันที ก่อนจะรีบพาผู้ป่วยจากไป

บัดนี้จางซื่อมีสีหน้าซาบซึ้ง ไป๋จื่อที่อยู่ตรงหน้ายังคงเหมือนกับเมื่อก่อนจริงๆ แม้เสื้อผ้าของนางจะไม่ได้งดงามและหรูหราเหมือนกับคุณหนูตระกูลใหญ่ที่ได้พบเห็นบนท้องถนน แต่นางกลับสง่างามอย่างยิ่งยวด นางสูงขึ้นไม่น้อย ใบหน้ารูปไข่ที่สะสวยเริ่มเบ่งบาน เมื่อครู่ที่ได้เห็นไป๋จื่อ จางซื่อแทบจะไม่กล้าเรียกนาง ด้วยกลัวว่าจะจำคนผิด

“เมื่อครู่คนผู้นั้นบอกว่าเจ้ารักษาให้โดยไม่คิดเงินหรือ เสียเปรียบแย่!” เจ้ารองกล่าว

ไป๋จื่อไม่ได้พูดอะไรตอบเขา เพียงพูดกับจางซื่อโดยตรง “ดูท่าเจ้าจะไม่รู้ว่าเหตุใดไป๋เจินจูถึงตาเจ้ารองมาที่เมืองหลวง ใช่หรือไม่”

จางซื่อพยักหน้าทันที แล้วยกมือขึ้นเช็ดมุมปากที่มันแผล็บ รีบถามว่า “เจ้ารู้ใช่หรือไม่”

“ข้ารู้” ไป๋จื่อตอบ “แล้วเจ้าอยากรู้หรือไม่”

“แน่นอนว่าอยากรู้” จางซื่อตอบความไป๋จื่อ “แท้จริงแล้วเป็นเพราะอะไรกันแน่ ถึงทำให้นางไม่ต้องการแม้กระทั่งพ่อแม่แล้ว”

ไป๋จื่อถอนใจเสียงหนึ่ง ก่อนจะชี้ไปยังเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ “พวกเจ้านั่งลงเถอะ ก่อนที่จะบอกที่อยู่ของนางให้พวกเจ้ารู้ ข้าคิดว่าควรให้พวกเจ้ารู้เส้นสนกลในเสียก่อน”

เมื่อทั้งสามคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว ต่างก็มองไป๋จื่อด้วยแววตาทอประกาย

ไป๋จื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังเสียรอบหนึ่ง ขณะเดียวกันก็สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ นางไม่ได้พูดอะไรมากนัก เพียงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามความจริง โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องเล็กน้อยอย่างอื่น

จางซื่อคุกเข่าลงตรงหน้าไป๋จื่อ ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองเสียงดัง “ล้วนต้องโทษข้าที่สอนบุตรสาวไม่ดี นางถึงได้ชั่วร้ายถึงปานนี้”

ไป๋จื่อส่ายหน้า “เรื่องนี้เกี่ยวกับเจ้าที่ตรงไหนกัน เจ้าไม่เคยรู้เรื่องภายในเหล่านี้ หากจะโทษก็ต้องโทษที่ความคิดของคนบ้าคลั่งได้ถึงเพียงนี้”

จางซื่อไม่กล้าลุกขึ้น นางช้อนสายตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา อ้าปากอยู่หลายครั้ง อยากถามทว่าก็ถามไม่ออก

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 514