คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 515

#515คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1029 พูดไม่ออก

ไป๋จื่อเข้าใจ เหตุใดนางจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ เพียงแต่นางเห็นใจไป๋เจินจูไม่ลงจริงๆ

ถึงอย่างไรคนผู้นั้นก็เคยอยากให้นางตายอยู่หลายครั้งหลายครา

นางไม่ใช่แม่พระ ไม่อาจไม่ตำหนิเรื่องความผิดในอดีตได้

ในเมื่อจางซื่อพูดไม่ออก นั่นก็หมายความนางยังคงมีจิตใจรู้จักละอาย

“ไป๋เจินจูอาศัยอยู่ที่จวนชางหยวนโหว พวกเจ้ามาตามหานางก็ไปเองเถอะ ข้ายังมีธุระที่นี่อยู่อีก ไม่ขอรั้งพวกเจ้าไว้แล้ว” เดิมทีไป๋จื่ออยากมอบเงินให้พวกเขาเล็กน้อยด้วย ทว่านางมอบถุงเงินที่พกมาในวันนี้ให้คนอื่นไปแล้ว ทว่านางก็ไม่อาจทนมองครอบครัวเจ้ารองมีสภาพเช่นนี้ได้เหมือนกัน

นางยกมือขึ้นดึงปิ่นทองบนศีรษะลงมือ แล้วยื่นมันให้จางซื่อ “ข้าไม่มีเงินติดตัวแล้ว ขอมอบสิ่งนี้ให้พวกเจ้า มันน่าจะแลกเป็นเงินได้หลายตำลึงเงิน หากพาตัวไป๋เจินจูกลับไปได้ เช่นนั้นพวกเจ้าก็กลับไปด้วยกัน แต่หากนางไม่ยอมกลับไปด้วย พวกเจ้าก็กลับไปเถอะนะ”

ความหมายของไป๋จื่อก็คือ นางไม่อยากยุ่งกับเรื่องนี้แล้ว

ในที่สุดจางซื่อก็ปิดปาก ต่อให้นางหน้าหนาเพียงใดก็พูดไม่ออกแล้ว

หลังจากรับปิ่นปักผมไปแล้ว นางก็พาสามีและบุตรชายจากไป

จางซื่อสอบถามตลอดทาง ไม่รู้ว่าเดินไปนานเท่าไร ทว่าสุดท้ายก็พบจวนชางหยวนโหวแล้ว

ความยิ่งใหญ่ของเมืองหลวงเหนือกว่าจินตนาการของพวกเขา มันใหญ่กว่าเมืองชิงหยวนไม่รู้ตั้งกี่เท่า

สภาพของทั้งสามคนไม่ต่างจากขอทานข้างถนน เมื่อปรากฏตัวที่หน้าประตูจวนโหวเช่นนี้ นายทวารจึงรีบพุ่งเข้ามาหา ตะโกนไล่พวกเขาให้ไปจากที่นี่เสียงดังมาก

จางซื่อคุกเข่าลงที่หน้าประตูจวนโหว ร้องไห้ให้นายทวารผู้นั้นอยู่เนิ่นนาน ฝ่ายนายทวารได้ฟังเรื่องราวแล้วก็ไม่ได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง จึงเข้าไปรายงานพ่อบ้านที่ในจวน

พ่อบ้านรู้เรื่องทุกอย่างดี ยิ่งแน่ใจสภาพของไป๋เจินจูในเวลานี้ ดูท่าชางหยวนโหวไม่มีทางปล่อยนางไปง่ายๆ จึงสั่งให้นายทวารหาทางไล่คนไป ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าอะไร

นายทวารกลับมาถึงด้านนอก พร้อมกันนั้นก็เรียกผู้คุ้มกันมาหลายคน แต่ละคนต่างก็ถือกระบองมาไล่คนด้วย

จางซื่อคุกเข่าแน่นิ่ง ปล่อยให้กระบองฟาดลงบนร่างกาย นางเอาแต่กัดฟันทนรับ ไม่ส่งเสียงร้องแม้สักแอะเดียว

“หยุด!” รถม้าคันหนึ่งจอดที่หน้าประตู เผยชิงหานออกมาจากในรถ มองบ่าวไพร่ผู้โหดร้ายของจวนโหว “พวกเจ้ากำลังทำอะไร”

นายทวารก้าวมารายงานเสียงเบา เรียวคิ้วของเผยชิงหานขมวดเข้าหากันยิ่งกว่าเก่า จากนั้นก็เลื่อนสายตาไปยังสามคนที่ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง หน้าตาดูไม่ได้

เขาเคยพบทั้งสามคนแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นแม้จะดูจนตรอก แต่กลับแต่งกายสะอาดสะอ้าน สุดท้ายแล้วพวกเขามีสภาพเป็นเช่นนี้ได้ เขาเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบด้วย

เผยชิงหานเหยียบบันไดลงจากรถม้า แล้วก้าวไปถึงตรงหน้าจางซื่อทีละก้าว

จางซื่อยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น นางเงยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมองเผยชิงหานด้วยสายตาเย็นชา กัดฟันกล่าวว่า “ท่านคือชางหยวนโหวสินะ ท่านโหว เรื่องนี้มีเพียงเจินจูที่ทำผิดใช่หรือไม่ ท่านโหวไม่มีความผิดเลยหรือ เหตุใดท่านลงโทษเพียงเจินจูของข้า แต่กลับไม่ลงโทษตัวเอง?”

เผยชิงหานมุ่นคิ้วมองนาง สตรีนางนี้ดื้อรั้นยิ่งนัก นางเป็นมารดาของไป๋เจินจูจริงๆ หรือ

เขาส่ายหน้า “บทลงโทษที่ข้าได้รับ มันร้ายแรงกว่าบทลงโทษที่บุตรสาวของเจ้าได้รับเสียอีก นางได้รับผลกรรมที่สมควรได้รับแล้ว ข้าเองก็ได้รับผลกรรมของข้าเช่นกัน สมควรแล้วทั้งคู่”

จางซื่อกล่าวด้วยโทสะว่า “ท่านได้รับผลกรรมแล้ว? ท่านยังคงเป็นชางหยวนโหว แล้วบุตรสาวของข่าเล่า นางอยู่ที่ใด ท่านรีบคืนนางมาให้ข้าเถอะ”

“เจ้ารู้หรือว่านางทำอะไร” เผยชิงหานถาม

บัดนี้จางซื่อชะงักค้าง ข้างหูมีคำพูดของไป๋จื่อดังขึ้น ปลอมสายเลือดคือเรื่องเล็ก จ้างนักฆ่าไปฆ่าคนต่างหากคือเรื่องใหญ่

ตอนที่ 1030 ศพเดินได้ที่ไร้วิญญาณ

ไป๋จื่อจิตใจดี นางจึงไม่ได้พูดอะไรมาก หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น แล้วผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

ครั้นเห็นจางซื่อไม่พูดจา เผยชิงหานก็พูดขึ้นอีกว่า “นางกับหลิวซื่อขายตัวเองเป็นทาสแล้ว หากเจ้าอยากพบนางก็ย่อมได้ แต่จะพาตัวนางไปไม่ได้”

เผยชิงหานหันไปพูดกับข้ารับใช้ข้างๆ “หากนางต้องการพบไป๋เจินจูก็พานางไป ให้เวลาพวกนางหนึ่งชั่วยาม เพียงแค่ครั้วเดียวเท่านั้น”

เขาพูดเสร็จแล้วก็ไป ทิ้งให้จางซื่องงเหมือนไก่ไม้

นางแน่ใจมากว่าฐานะสาวใช้หมายถึงอะไร นางอยากจะพาบุตรสาวกลับไป ทว่าต่อให้มีเงินก็อาจจะทำเช่นนั้นไม่ได้ นอกเสียจากเจ้านายจะยอมปล่อยตัวนางเอง

ทำอย่างไรดี

ขณะนี้นางทำอะไรไม่ถูกแล้ว นางมองเงาหลังของเผยชิงหานค่อยๆ หายไป พร้อมกับว้าวุ่นในหัวใจที่มากขึ้นเช่นกัน

จากนั้นนางก็เริ่มเสียดาย หากเมื่อครู่นางหน้าหนาสักหน่อย ไร้เกียรติอีกสักนิด ขอร้องไป๋จื่อดูสักครั้ง ไป๋จื่ออาจจะรับปากช่วยนางก็เป็นได้

ถึงอย่างไรเสียชางหยวนโหวผู้นี้ก็เป็นบิดาบังเกิดเกล้าของไป๋จื่อ ของเพียงนางเอ่ยปากสักคำก็สิ้นเรื่องแล้ว!

ทำอย่างไรดี ตอนนี้ควรจะทำอย่างไรดี นางแม้กระทั่งไม่รู้ว่าไป๋จื่ออาศัยอยู่ที่ใด อยากจะพบไป๋จื่อต้องไปที่ใด

เจ้ารองตบไหล่ของนางเบาๆ แล้วค่อยประคองนางลุกขึ้น “พวกเราไปพบเจินจูก่อนค่อยว่ากัน”

คราวนี้จางซื่อถึงจะดึงสติกลับมาได้ จริงด้วย ไปพบเจินจูก่อนค่อยว่ากัน ไม่แน่ว่าหลังจากพบเจินจูแล้ว เรื่องนี้อาจจะมีโอกาสเปลี่ยนแปลงไปได้

ข้ารับใช้นำทั้งสามคนเข้าไปในจวนผ่านประตูข้าง ตรงไปที่โรงซักล้าง

ภายในโรงซักล้างยุ่งอยู่เสมอ ราวกับว่ามีเสื้อ กระโปรง และกางเกงให้ซักไม่มีวันจบสิ้น

ไป๋เจินจูนั่งยองอยู่ข้างกะละมังไม้ขนาดใหญ่ สองมือเต็มไปด้วยตุ่มพอง มือที่น่าเวทนากำลังซักเสื้อผ้าอยู่ในน้ำที่เย็นเฉียบ มือขอองนางแทบจะไม่มีความรู้สึกเจ็บ ราวกับว่าเนื้อและหนังไม่ใช่ของนางเองแล้ว

นางซักผ้าซ้ำๆ วนไปเวียนมาเป็นกิจวัตร สายตาเหม่อลอย บนใบหน้าไร้ความรู้สึก ไม่ต่างอะไรกับศพเดินได้ที่ไร้วิญญาณ

สตรีอายุมากคนหนึ่งเดินเข้ามา ก่อนจะโยนผ้าสกปรกถังหนึ่งลงที่ข้างกายของไป๋จื่อ แคะเมล็ดแตงโมไปพลาง ต่อว่าไปพลาง “ซักให้เสร็จก่อนข้าวเย็น ซักไม่เสร็จก็อย่าได้หวังว่าจะได้กินข้าว”

ไป๋เจินจูทำเหมือนกับว่าไม่ได้ยิน เพียงนั่งทำงานในมืออย่างเงียบๆ จ้องมองที่ใดที่หนึ่งอยู่ตลอดเวลา

หญิงชราผู้นั้นมองตาขวาง สะบัดทิ้งเมล็ดแตงโมที่แทบไม่เหลืออยู่ในเมือ แล้วยกเท้าขึ้นถีบไหล่ข้างซ้ายของไป๋เจินจูจนล้มลงกับพื้น ก่อนจะเอ่ยอย่างมีน้ำโหว่า “นางไพร่ชั้นต่ำ ข้าพูดกับเจ้าอยู่ เจ้าหูหนวกหรือไร”

หลิวซื่ออยู่อีกด้านหนึ่ง นางเห็นดังนั้นแล้วก็ยังคงไม่กล้าออกหน้าช่วยไป๋เจินจู ความร้ายกาจของสตรีสกุลซ่งผู้นี้ นางเคยได้ลิ้มลองมาก่อนแล้ว

แม้ไป๋เจินจูจะถูกถีบจนล้มลงไปแล้ว ทว่านางก็ยังคงไม่ปริปากพูดอะไร ไม่แม้แต่จะช้อนสายตาขึ้นมองด้วยซ้ำ

สตรีสกุลซ่งผู้นั้นเกลียดชังไป๋เจินจูเป็นที่สุด นางโมโหจนพุ่งเข้าไปทึ้งหัวของอีกฝ่าย ก่อนจะกระชากหัวขึ้นมาตบสั่งสอนเสียสองครั้ง

จางซื่อที่มาถึงโรงซักล้างเห็นภาพฉากนี้เข้าพอดี จึงร้องเสียงแหลมเสียงหนึ่ง พลางเร่งฝีเท้าเข้าไปในทันที แล้วคว้าผมของสตรีสกุลซ่ง กระชากนางมาตบหน้าอยู่สามหรือสี่ครั้ง

นางแรงเยอะมาก ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อลงมือ ทำเอาสตรีสกุลซ่งเวียนศีรษะ ไม่รู้จักทิศทางไปชั่วขณะ

หลังจากตบหน้าเสร็จ จางซื่อก็เตะสตรีสกุลซ่งครั้งหนึ่งจนล้มลงบนพื้น จากนั้นค่อยขึ้นคร่อมบนร่างของอีกฝ่าย ทุบตีทั้งซ้ายและขวาพลางก่นด่า “นางสารเลว ตีบุตรสาวข้าหรือ เจ้าเป็นใครหัน กล้าดีอย่างไรมาตีบุตรสาวข้า ข้าจะตีเจ้าให้ตายเดี๋ยวนี้”

ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้หัวใจของจางซื่อรวดร้าวเพียงใด นางแม้กระทั่งไม่กล้ามองไป๋เจินจูสักครั้ง เพราะนางทั้งเจ็บ ทั้งชัง

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 515