คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 513

#513คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1025 ข้าจะอธิบายกับประชาชนได้อย่างไร

อันกงกงส่งสายตาให้ขันทีหนุ่มที่อยู่ข้างๆ เพื่อให้เขารีบไปส่งต่อสาร ก่อนที่ตนจะประคองฮ่องเต้กลับไป

ทว่าเพิ่งหมุนกายไปได้ไม่ทันไร ฮองเฮาที่อยู่ทางฝั่งนั้นก็ปรี่เข้ามา วันนี้นางสวมชุดตัวยาวสีขาวทั้งตัว ผมปล่อยสยาย ไม่ได้ประดับตกแต่งด้วยเครื่องประดับใด เหมือนกับแม่หม้ายที่เพิ่งเสียสามีไปอย่างไรอย่างนั้น

ซูฉุนคุกเข่าลงบนพื้นหินที่เย็นเยือกดุจน้ำแข็งต่อหน้าฮ่องเต้ บนใบหน้างามงดมีแต่คราบน้ำตา

“ฝ่าบาท เฟิงเอ๋อร์หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ ทำผิดมหันต์เช่นนี้ล้วนเป็นเพราะหม่อมฉันเป็นแม่ที่ไม่ดี ฝ่าบาทได้โปรดปล่อยเฟิงเอ๋อร์ไป หากจะลงโทษก็ลงโทษหม่อมฉันนะเพคะ”

ฮ่องเต้แค่นเสียงเย็น “เจ้ามีความผิดจริง หากไม่ใช่เพราะเจ้าให้ท้ายจนเกินไป เขาจะเป็นเช่นทุกวันนี้ได้หรือ เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีรอดจากการลงโทษไปได้หรือไร”

ซูคุกโขกศีรษะเสียงดังอยู่หลายครั้ง จนหน้าผากขาวเกลี้ยงบวมแดงในทันที “ฝ่าบาท เฟิงเอ๋อร์เขายังเด็ก ไม่รู้ประสา ความผิดพันหมื่นนั้นล้วนเป็นความผิดของหม่อมฉัน เรื่องทั้งหมอเป็นฝีมือของหม่อมฉันเอง ไม่เกี่ยวกับเฟิงเอ๋อร์เลยสักนิด ฝ่าบาทได้โปรดปล่อยเฟิงเอ๋อร์ไปด้วยนะเพคะ!”

หัวใจของฮ่องเต้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก เขาหอบหายใจหนัก พลางจับหน้าอกของตนเองเอาไว้ ตรัสด้วยน้ำโหว่า “หากข้าปล่อยเขาแล้ว ประชาชนจะปล่อยข้าบ้างหรือไม่ หากครั้งนี้ข้าไม่ลงโทษเขา แล้วข้าจะอธิบายกับประชาชนได้อย่างไร”

ซูฉุนรีบกล่าวทันควัน “อย่าเพิ่งพูดว่าเรื่องนี้ไม่มีหนทางอื่นอีกเลยนะเพคะ ต่อให้ไม่มีหนทางอื่นแล้ว ฝ่าบาทเป็นถึงฮ่องเต้ ไม่ว่าจะตรัสอย่างไรย่อมเป็นเช่นนั้น ขอเพียงส่งคนไปโน้มน้าวประชาชน พวกเขาย่อมเชื่ออยู่แล้วเพคะ”

ใช่ว่าก่อนหน้านี้ฮ่องเต้ไม่เคยทำเรื่องพรรค์นี้มาก่อน เรียกได้ว่าทำจนชินแล้วเสียยังจะดีกว่า

“เหลวไหล ตอนนี้ยังเหมือนอดีตอยู่หรือไร เจ้ารู้หรือไม่ว่าโอรสของตนเองทำความผิดไว้มากมายเพียงใด เขายากจะกู่กลับแล้ว อย่าว่าแต่ข้าที่เป็นฮ่องเต้เลย ต่อให้เง็กเซียนฮ่องเต้มาเองก็ไม่มีทางช่วยเขาได้” ฮ่องเต้ตรัสด้วยความกริ้ว

ชีวิตของประชาชนหลายพันต้องสูญไปด้วยน้ำมือของเขา ทั่วทั้งเมืองหลวงมีแต่ความแค้น หากไม่ใช่เพราะหลายวันนี้เยี่ยนเอ๋อร์ยังคงความสงบไว้ได้โดยไม่ได้หลับนอน เกรงว่าประชาชนพวกนั้นจะต้องบุกมาถึงวังหลวง ลากฮ่องเต้ที่ไร้ประโยชน์คนนี้ลงจากบัลลังก์

ซูฉุนร้องไห้หนัก “ฝ่าบาท หม่อมฉันมีโอรสเพียงคนเดียว หากเฟิงเอ๋อร์มีอันเป็นไป แล้วหม่อมฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร...”

ฮ่องเต้ไม่อยากสนใจนางอีก จึงโบกมือบอกให้อันกงกงประคองเขาออกจากที่นี่

ครั้นเห็นเงาร่างของฮ่องเต้หายไปจากตรงหน้า ซูฉุนก็ยิ่งร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า ทว่าในดวงตาและในหัวใจกลับเกิดความแค้นเคือง นางเกลียดฉู่เยี่ยน เกลียดไป๋จื่อยิ่งนัก หากไม่ใช่เพราะพวกเขา เฟิงเอ๋อร์จะเป็นเช่นในวันนี้ได้อย่างไร

บางทีตอนนี้เฟิงเอ๋อร์อาจจะเป็นฮ่องเต้ไปแล้ว ส่วนนางซูฉุนก็ได้เป็นไทเฮา

น่าเสียดายที่ฝันหวานแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ นางแม้กระทั่งไม่ได้ลิ้มรสของฝันหวานก็ต้องตกใจตื่นมาพร้อมกับเหงื่อเต็มศีรษะแล้ว

ทำอย่างไรดี จากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเฟิงเอ๋อร์

อิทธิพลครอบครัวฝั่งมารดาของนางไม่ได้มากมายเท่าเมื่อก่อนแล้ว ต่อให้นางขอร้องต่อหน้าเหล่าพี่น้องสกุลซูแล้วจะมีประโยชน์อะไร

เกรงว่าจะไม่มีใครยื่นมือช่วยเหลือพวกนางสองแม่ลูกหรอกกระมัง

โลกก็เป็นเช่นนี้ กำแพงล้มเพราะคนผลัก เซียวอ๋องในตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว ฮองเฮาในตอนนี้ยิ่งไร้ประโยชน์กว่าในอดีต อย่าว่าแต่แทรกแซงราชสำนักเลย แม้แต่ในวังหลังแห่งนี้ นางก็หมดอำนาจลงเรื่อยๆ แล้ว ทั่วทั้งวังหลังแทบจะถูกเมิ่งเสวียนหลิงควบคุมไว้ทั้งหมด

นางลำบากอยู่ตั้งหลายปี สุดท้ายแล้วต้องทำชุดวิวาห์ให้ผู้อื่น[footnoteRef:1]หรือนี่ [1: ทำชุดวิวาห์ให้ผู้อื่น (为他人做嫁衣) หมายถึง มองคนอื่นมีความสุข หรือในอีกนัยหนึ่งคือทำอะไรลงไปตั้งมากมาย แต่สุดท้ายตัวเองก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลย กลับกลายเป็นสร้างเรื่องดีให้คนอื่นด้วยซ้ำ]

ตอนที่ 1026 พี่สาวต้องรักษาข้าให้หาย

แม้ ‘สารสร้างเซลล์’ ที่ได้มาตรฐานจะยังไม่สำเร็จ แต่สิ่งของทดแทนนี้กลับใช้กับพวกผู้ป่วยได้แล้ว

ไป๋จื่อสอนวิธีฉีดยาให้หมอหลวงทุกคน และให้พวกเขาตั้งจุดรักษาพยาบาลแต่ละหัวถนนโดยไม่คิดเงิน แล้วโฆษณาออกไปว่าให้ครอบครัวของผู้ป่วยส่งตัวผู้ป่วยมาที่จุดรักษาพยาบาล เพื่อทำการฉีดยาน้ำต่อไป

ในบรรดาผู้ป่วยเหล่านั้นมีคนที่อยู่ในสภาพเหมือนตะเกียงใกล้ดับอยู่มาก เมื่อได้ยินว่ารักษาให้โดยไม่คิดเงิน พวกเขาก็ส่งคนในครอบครัวมาเช่นกัน ลองรักษาม้าตายดุจม้าเป็น

ใครเล่าจะรู้ว่าเมื่อใช้ยาชนิดนี้แล้ว เพียงผ่านไปไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น เหล่าผู้ป่วยที่สภาพร่อแร่ก็สดชื่ดแจ่มใสขึ้นอย่างมาก

ส่วนผู้ป่วยที่อาการน้อยกว่านั้นยิ่งเห็นผลชัดเจนยิ่ง

“ใช้ยาชนิดนี้แล้วจะหายป่วยใช่หรือไม่” หลังจากฉีดยาให้เด็กชายอายุสิบปีคนหนึ่งแล้ว เขาก็นอนบนบนบานประตู ร่างกายคลุมไว้ด้วยผ้าห่มฝ้ายผืนหนา หน้าตาซีดเซียว กะพริบดวงตาโตที่สีขาวและดำแบ่งแยกกันชัดเจน

ไป๋จื่อส่ายหน้า “ยังไม่หายหรอก เพียงแต่จะรักษาชีวิตของเจ้าไว้ได้ หากอยากรักษาเจ้าให้หาย ยังต้องใช้ยาอีกครั้งหนึ่งก่อน ตอนนี้ยังปรุงยาไม่เสร็จดี เมื่อพี่สาวปรุงยาเสร็จแล้ว เจ้าก็มาฉีดยาอีกครั้ง ถึงตอนนี้ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นแล้วละ”

เด็กชายร้องอ๋อพลางพยักหน้า ขอบตาแดงเล็กน้อย “พี่สาวต้องรักษาข้าให้หายนะ ข้ายังต้องโตเป็นผู้ใหญ่ เมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วจะได้หาเงินเยอะๆ ให้น้องสายได้เรียนหนังสือ ให้ท่านพ่อและท่านแม่ได้มีเนื้อกินทุกมื้อ”

ชายและหญิงที่ส่งเขามาได้ยินดังนั้นก็พลันร้องไห้เหมือนสายฝนโปรยปราย สะอื้นสะอื้นพูดไม่ออก

ไป๋จื่อก็รู้สึกแสบจมูกเช่นเดียวกัน นางยกมือขึ้นลูบเรือนผมสีดำของเด็กชาย เอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า “แน่นอน มีพี่สาวอยู่ เจ้าจะต้องหายป่วยแน่นอน”

บางคำพูดนางไม่ได้พูดออกไป เพราะพูดไม่ได้ และไม่กล้าพูดเช่นกัน

เขายังเด็กขนาดนี้ ก็ต้องแบกรับความทรมานที่แม้แต่ผู้ใหญ่ยังทนไม่ไหวเสียแล้ว

ถึงแม้ยาของนางจะฟื้นร่างกายของเขากลับมาได้ในที่สุด ทว่าความเสียหายบางอย่างไม่อาจหวนกลับมาเป็นดังเดิมได้ บุรุษและสตรีที่ยืนอยู่ข้างๆ เด็กชายสวมเสื้อผ้าตัวบาง แบนเสื้อปะชุนแล้วไม่รู้ตั้งกี่รอย ปลายจมูกแดงระเรื่อ สีหน้ายิ่งเหลืองตอบ ผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกแล้ว

เมื่อได้เห็นพวกเขา นางก็คิดถึงตอนที่ตนเองเพิ่งมาที่โลกใบนี้ ตอนนั้นนางผอมเสียยิ่งกว่าเด็กชายตรงหน้า แต่ไหนแต่ไรไม่เคยได้สวมเสื้อผ้าที่พอดีตัว เสื้อก็ถูกปะรอยชั้นแล้วชั้นเล่า

คนที่ต้องลำบากแสนเข็ญในโลกใบนี้ แท้จริงแล้วมีมากมายเท่าไรกันนะ

นางถอนใจเสียงหนึ่ง ก่อนจะปลดถึงเงินที่ข้างเอวออก ถือโอกาสตอนที่บิดามารดาของเด็กชายเช็ดน้ำตา ลอบยัดมันไว้ที่ใต้หมอนของเด็กชาย นางไม่พูดอะไรทั้งนั้น เพียงให้พวกเขาเดินทางกลับได้ทันที

...

วันที่สิบห้า เดือนสอง

วันนี้ท้องฟ้าขมุกขมัวอยู่บ้าง ไม่เห็นแม้แต่เงาของดวงอาทิตย์เลยตลอดทั้งวัน

ไป๋จื่อว้าวุ่นใจมาก ในกลางวันไม่มีดวงตะวัน แล้วจะมองเห็นดวงจันทร์ในตอนกลางคืนได้หรือ

หากไม่มีแสงจันทร์ แล้วนางจะกลับไปได้อย่างไร

“เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่” ฉู่เยี่ยนพลิกกายลงจากม้า ถือกล่องข้าวมานั่งลงตรงหน้าม้านั่งของไป๋จื่อ ก่อนจะวางกล่องข้าวนั้นลงบนโต๊ะ

ไป๋จื่อดึงสติกลับมา มองกล่องข้าวพลางยิ้มถามว่า “เจ้ายุ่งมากไม่ใช่หรือ ไยมีเวลาว่างมาส่งข้าวให้ข้าด้วยตัวเองเล่า”

ฉู่เยี่ยนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาวข้างๆ ไป๋จื่อ ถอนใจกล่าว “อัครเสนาบดีจากแคว้นจินจะมาถึงเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้ หากวันนี้ข้าไม่มาพบเจ้า ถึงพรุ่งนี้แล้วก็จะยิ่งไม่มีเวลากว่านี้อีก”

เดก็สาวร้องอ๋อเสียงหนึ่ง ถามว่า “องค์หญิงเชียนฟางและไท่จื่อเชียนหัว พวกเขาสบายดีหรือไม่”

ทว่าฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้ ข้าเพียงส่งพวกเขาเข้าวัง เรื่องอื่นๆ ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น” เขายุ่งจนหัวหมุน ไหนเลยจะมีเวลาไปสองใจสองพี่น้องนั่น

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 513