คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 524

#524คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1047 ยุคปัจจุบันหรือยุคโบราณ

หมอหลวงสวี่รีบกล่าวว่า “เจ้าพูดอะไรของเจ้า เดิมทีเรื่องนี้ก็ควรเป็นหน้าที่รับผิดชอบของหมอหลวงอย่างพวกข้าอยู่แล้ว เจ้าป่วยอยู่ ยังจะพูดจาเกรงใจกันเช่นนี้ได้อีกหรือไร”

ไป๋จื่อกินยาแล้วก็หลับไป คราวนี้หมอหลวงสวี่ถึงจะนำยาออกไป

หูเฟิงกลัวว่าจะมีเรื่องไม่คาดฝัน จึงไปส่งหมอหลวงสวี่กลับสำนักหมอหลวงด้วยตนเอง เมื่อเห็นอีกฝ่ายวางยาลงแล้ว เขาถึงจะกลับไปด้วยความสบายใจ

เพื่อสิ่งของพวกนี้ ไป๋จื่อเหนื่อยล้าจนล้มป่วยไป หากมีเรื่องไม่คาดฝันอะไรเกิดขึ้น จะไม่ทำให้นางกลุ้มใจตายหรือรไ

ไป๋จื่อล้มป่วยอย่างกะทันหันมาก กินยาที่ถูกกับโรคไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะอาการหนักขึ้นกว่าเดิม

นางหลับลึกตลอดทั้งวัน ไม่มีเวลาใดที่นานตื่นขึ้นมาเลย ตงฟางมู่และหูเฟิงร้อนใจจนต้องพาตัวหมอหลวงมาตรวจนางตลอด

“หมอหลวงสวี่ เจ้าบอกว่าใช้ยาไข้รากสาดน้อยแล้วจะหายไม่ใช่หรือ เหตุใดตอนนี้ยังไม่ดีขึ้นสักนิดเลยเล่า” หูเฟิงรีบถาม

หมอหลวงสวี่ส่ายหน้า “เรื่องนี้แปลกจริงๆ ตามหลักแล้วนางควรจะดีขึ้นแล้ว เหตุใดตอนนี้แล้วยังไม่ดีขึ้นกัน แม้กระทั่งแย่กว่าเดิมอีก”

“เจ้าเป็นหมอ ข้าต้องถามเจ้าถึงจะถูก”

ทว่าหมอหลวงสวี่คิดจนสมองแทบระเบิดก็คิดไม่ออก แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่

แม้ไข้รากสาดน้อยจะมีความรุนแรงมากกว่าไข้หวัด แต่ขอเพียงทำการรักษาได้ทันกาล ก็ไม่นับว่าเป็นโรคร้ายแรงอะไร มีทางรักษาได้อย่างแน่นอน

ทว่าอาการของไป๋จื่อที่อยู่ตรงหน้านี้ เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ชีพจรของนางอ่อนมาก ลมหายใจขาดช่วง เทียบได้กับคนที่ป่วยหนักจนถึงอวัยวะภายในได้แล้ว

ตอนที่นางตื่นขึ้นมาเมื่อหลายวันก่อนยังอาการดีอยู่แท้ๆ เหตุใดจู่ๆ เป็นเช่นนี้ไปได้

ตงฟางมู่กล่าวด้วยความร้อนใจว่า “เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าบอกว่าวันนั้นจื่อเอ๋อร์กินยาของหมอหลวงสวี่แล้วก็ฟื้นใช้หรือไม่ มิสู้ให้นางกินอีกสักครั้ง เมื่อนางฟื้นขึ้นมาแล้วก็ค่อยถามนาง นางต้องรู้แน่ๆ ว่าต้องรักษาอย่างไร”

หมอหลวงสวี่ลังเลอยู่บ้าง “วันนั้นที่ข้าเขียนใบสั่งยาให้นาง ชีพจรนางยังแข็งแรงอยู่ แต่ตอนนี้ชีพจรนางอ่อนแรงมาก ขืนใช้ยาอีกคงจะไม่เหมาะสม”

“เช่นนั้นเจ้ามีวิธีอะไรอีก” ตงฟางมู่ถาม

หมอหลวงสวี่คิดดูแล้วก็กัดฟันกล่าว “ก่อนหน้านี้ข้ากับแม่นางไป๋เคยถกกันเรื่องศาสตร์ของชีพจร นางบอกว่าสูตรยาควรปรับตามกาลเวลา ข้าอยากลองดู”

หูเฟิงและตงฟางมู่ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร จึงเร่งให้เขารีบลองดูเร็วๆ หน่อย

หมอหลวงสวี่เขียนใบสั่งยาอีกใบหนึ่ง แล้วให้หมอตี๋ไปต้มยาโดยเร็ว มันยังคงเป็นยาชนิดเดียวกับเมื่อวาน แต่ปรับเปลี่ยนปริมาณเล็กน้อย หวังว่าผลลัพธ์ของมันจะไม่ทำลายร่างกายของนาง

ระหว่างที่หลับลึก เธอไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

ข้างหูมีเสียงคนดังขึ้นอยู่ตลอด เดี๋ยวก็เป็นเสียงหูเฟิง เดี๋ยวก็เป็นเสียงหลินหยาง

เธอไม่รู้ว่าตัวเองอนูที่ไหน ยุคปัจจุบันหรือยุคโบราณ

เมื่อฟื้นกลับลืมตาอย่างไรก็ลืมไม่ขึ้น ทั้งสองคนต่างก็เรียกชื่อของเธออยู่ข้างๆ เธออ้าปากจะตอบความ แต่กลับส่งเสียงออกไปไม่ได้

ความรู้สึกหมดหนทางและหนาวเหน็บโอบล้อมเธอ เธอเหมือนกับกลับไปอยู่ในปีที่ถูกพ่อและแม่ทอดทิ้ง

ปีนั้นเป็นปีที่ยากลำบากและยากจะลืมที่สุดในชีวิตของเธอแล้ว

เธอไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมพ่อกับแม่ถึงทิ้งเธออยู่บนถนนที่มีแต่ลมหนาวยะเยือก ปล่อยเด็กหญิงคนหนึ่งยืนอยู่บนถนนที่มีคนเดินขวักไขว่ ทั้งหนาว ทั้งหิว ทั้งหวาดหลัว

แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังเทียบน่ากลัวและหนาวเหน็บไม่เท่าตอนที่พ่อกับแม่บอกว่าเธอไม่ใช่ลูกของพวกเขาต่อหน้าตำรวจ อีกทั้งบอกว่าไม่รู้จักเธออีกต่างหาก

ตอนเด็กๆ เธอไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นตัวเองถึงได้รู้สึกหนาวขนาดนั้น คิดแค่ว่าเป็นเพราะฤดูหนาวมาโดยตลอด

ต่อมาเธอเริ่มโตขึ้น เธอถึงได้รู้ว่านั่นเป็นความรู้สึกหนาวยะเยือกมาจากในจิตใจ

เธอยังเด็กขนาดนั้น แต่ก็ได้รับรู้รสชาติของความหนาวแบบนั้นเสียแล้ว

.......................

ตอนที่ 1048 ตัวยา

ตอนนี้เสียงของหลินหยางดังขึ้นที่ข้างหนูว่า

“ศาสตราจารย์กู่ ใช้ยานี้มาสองวันแล้ว ทำไมไม่ได้ผลสักนิดเลยล่ะครับ”

ศาสตราจารย์กู่ตอบทันที “ผมเคยได้ยินมาว่านี้ยานี้ยังขาดตัวยาที่สำคัญอย่างหนึ่ง ผลลัพธ์ของมันก็เลยไม่เท่ากับที่คาดการณ์ไว้ เป็นคุณเองที่ต้องการทดลองยา เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรใจร้อนนะ”

หลินหยางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอีกว่า “แค่ใช้ยาชนิดนี้ไม่พอจริงๆ เหรอครับ”

แต่ศาสตราจารย์กู่ส่ายหน้า “พูดยาก คุณดูสิ อัตราการเต้นของหัวใจเธอเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วจริงๆ บ่งบอกว่ายานี้ได้ผล แต่สุดท้ายแล้วจะได้ผลถึงขั้นไหนก็ยังพูดยาก คอยดูไปก่อนเถอะ”

“ถ้าสุดท้ายแล้วยานี้ไม่ได้ผล แต่ส่งผลร้ายต่อร่างกายของเธอล่ะครับ” หลินหยางถามอีก

ศาสตราจารย์กู่ตอบว่า “ไม่มีทางเป็นแบบนั้น มันมีแต่จะส่งผลดี ไม่มีทางส่งผลเสีย พวกเรารีบตามหาตัวยาให้เร็วที่สุดจะดีกว่า”

เรียวคิ้วองอาจของหลินหยางพันกันยุ่งเหยิง เขาตามหาตัวยาชนิดนี้อยู่ตลอด แต่ก็ไม่เคยได้พบเห็นมันเลยสักนิด มันเคยปรากฏอยู่บนนิตยสารเล่มหนึ่งเมื่อสามสิบปีก่อน แต่ต่อมาก็ไม่มีข่าวคราวของมันอีก แล้วตอนนี้เขาจะไปหามันได้จากที่ไหน

เสียงของหลินหยางและศาสตราจารย์กู่ค่อยๆ เบาลง แทนที่ด้วยเสียงของหูเฟิงและหมอหลวงสวี่ที่ค่อยๆ ดังขึ้น

“เป็นอย่างไรบ้าง กินยานี้ลงไปได้หนึ่งชั่วยามแล้ว เหตุใดไม่มีปฏิกิริยาเลยเล่า” เสียงของหูเฟิงดูร้อนใจมาก

หมอหลวงสวี่ก็มีสีหน้าฉงน “แปลกจริงๆ เหตุใดไม่ได้ผลกัน มันควรจะได้ผลสิ!”

ทันทีที่เสียงของหมอหลวงสวี่จบลง ไป๋จื่อก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง แล้วหันไปอาเจียนที่ข้างเตียงรอบหนึ่ง

ทว่าสาวใช้ที่ถือกระโถนตอบสนองไม่ทัน...

ตงฟางหว่านมู่ดีใจจนแทบกระโดด “ฟื้นแล้วๆ จื่อเอ๋อร์ฟื้นแล้ว”

นางอาเจียนจนตาลอย แทบจะอาเจียนเอาน้ำย่อยออกมาด้วย

หูเฟิงนำผ้าเปียกหมาดๆ มานั่งลงข้างกายนาง มือหนึ่งลูบหลังของนางอย่างเบามือ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งเช็ดคราบยาที่มุมปาก “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ยังไหวหรือไม่”

ไป๋จื่อถือโอกาสหายใจอยู่หลายครั้ง ก่อนจะยิ้มเจื่อนว่า “ทำให้พวกเจ้ากังวลแล้ว ข้าไม่เป็นไรหรอก”

ตงฟางมู่ปรี่เข้ามาดึงหูเฟิงออก ส่วนตัวเขาเองก็นั่งลงแทนที่ชายหนุ่ม “ยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอีก เจ้าดูสภาพของตัวเองตอนนี้สิ ผมอจนแทบไม่เหลืออะไรแล้ว เจ้ากินยาไข้รากสาดน้อยที่หมอหลวงสั่งให้แล้วไม่ดีขึ้น ดูท่าทางเขาจะรักษาเจ้าไม่ได้แล้ว เจ้าต้องพึ่งพาตัวเองแล้วละ”

หูเฟิงได้ยินดังนั้นก็หน้าเปลี่ยนสี รีบถามว่า “มีอะไรผิดปกติกันแน่ แม้แต่เจ้าก็รักษาไม่ได้หรือ”

ไป๋จื่อคิดถึงบทสนทนาตอนที่นางกำลังหลับลึก ไปจนถึงคำพูดของหลินหยางที่พูดกับเธอตอนที่กลับไปยังยุคปัจจุบัน

เขาบอกว่าเขาพบวิธีที่ทำให้นางอยู่ต่อได้แล้ว เพียงแต่ยาชนิดนั้นยังไม่เคยมีการทดลองมาก่อน เมื่อการทดลองสำเร็จแล้ว นางก็สามารถอยู่ต่อไปได้ และเขาจะไม่ให้นางกลับมาที่โลกใบนี้อีก

ดังนั้น นางได้ยินบทสนทนาเหล่านั้นเป็นเพราะหลินหยางใช้ยาชนิดนั้นแล้ว ยาที่สามารถทำให้นางอยู่ต่อไปได้

วันนี้นางกลับมาได้เพราะยาพวกนั้นยังขาดตัวยาที่สำคัญไปอย่างหนึ่ง การทดลองล้มเหลว นางจึงได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง

ทว่าหากการทดลองสำเร็จเล่า นางจะป่วยตายอย่างกะทันหันอยู่ที่นี่เหมือนครั้งนี้หรือไม่

ไป๋จื่อยิ้มขื่น “ข้าไม่ใช่เทวดา ย่อมมีโรคที่ข้ารักษาไม่ได้อยู่แล้ว”

ตงฟางมู่ถามว่า “เช่นนั้นตอนนี้เจ้าป่วยเป็นอะไรกันแน่ รีบพูดออกมาเถอะ!”

พูดออกมาแล้วอย่างไร ใครจะช่วยนางได้

นางไม่อยากไปจากที่นี่ ทว่านางไม่อาจพูดออกไปได้เลย

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 524