คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 512
ตอนที่ 1023 สกัดสาร
ฉู่เยี่ยนกวาดสายตามองหมอทุกคนด้วยความเฉยชา เอ่ยเสียงดังว่า “หากในบรรดาพวกเจ้ามีใครอยากไปจากที่นี่อีก ก็เชิญออกไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ แต่หากตัดสินใจจะอยู่ต่อ เช่นนั้นก็ได้โปรดอยู่ต่ออย่างสงบด้วย”
เหล่าหมอพากันก้มหน้าลง ไม่กล้ามองอ๋องผู้น่าหวาดกลัว ไม่ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ ตอนนี้ก็ไม่กล้าแสดงออกทางสีหน้าแม้แต่ครึ่งส่วน
ไป๋จื่อกวักมือเรียกพวกหมอหลวงสวี่
หมอหลวงสวี่และหมอหลวงจงนำกลุ่มหมอหลวงหนุ่มจากสำนักหมอหลวงล้อมเข้าไป
“แม่นางไป๋ มีเรื่องอะไรก็สั่งมาได้เลย แม้พวกข้าจะไม่เชี่ยวชาญวิชาปรุงยา แต่ก็นับว่ามีความรู้อยู่บ้าง”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “วันนี้ข้าไม่ได้ต้องการปรุงยา แต่ต้องการสกัดสารจากสมุนไพรเหล่านี้ต่างหาก ข้าต้องการสกัดสารที่ใช้ประโยชน์จากพวกมันได้เจ้าค่ะ”
นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวอีกว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ข้าขอเตือนพวกท่านไว้ก่อน ว่าพวกท่านต้องคอยจับตาดู หากไม่เข้าใจตรงไหนก็ให้ถาม ข้าจะบอกพวกท่านทุกอย่าง”
เหล่าหมอหลวงได้ยินคำว่า ‘สกัดสาร’ ต่างก็หน้าเปลี่ยนสี จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นความรู้สึกปีติ
นี่เป็นทักษะระดับสูงของวิชาปรุงยาที่ปรมาจารย์ยาใช้โดยทั่วไป เรียกได้ว่าเป็นศาสตร์ลับที่ส่งทอดกันในตระกูลของปรมาจารย์ยา ไป๋จื่อที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้เป็นวิชานี้ อีกทั้งต้องการสอนพวกเขาหรือนี่
นางหมายความว่าไม่เพียงต้องการสอนพวกเขา ยังต้องการสอนให้พวกหมอที่ไม่เชื่อนางเหล่านั้นด้วยหรือ
หลังจากหมอหลวงสวี่ตื่นเต้นได้ชั่วครู่ เขาก็ดึงสติกลับมา รีบกล่าวกับไป๋จื่อว่า “แม่นางไป๋ นี่เป็นศาสตร์ด้านสมุนไพรที่ไม่ธรรมดา เจ้าสอนให้พวกข้าตามใจชอบเช่นนี้ จะไม่เป็นอะไรจริงๆ หรือ”
แน่นอนว่าเขาอยากเรียน แต่ก็ไม่อยากสร้างภาระอะไรให้ไป๋จื่อ
ไป๋จื่อพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา “แน่นอนว่าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ แม้จะยากอยู่บ้าง แต่ข้าเชื่อว่าพวกท่านจะต้องเรียนได้ดีอย่างแน่นอน ชีวิตของประชากรเมืองหลวงหลายพันคนอยู่ในกำมือพวกท่านแล้ว”
เสียงพูดของนางเรียบนิ่งมาก ไม่เจืออารมณ์ที่เกินจริง และไม่มีความรู้สึกปลุกใจอะไร เพียงพูดเหมือนปกติเท่านั้น สงบนิ่งดุจสายน้ำที่ไคลื่นลมใดๆ
ทว่าเมื่อหมอหลวงเหล่านี้ได้ฟังแล้วกลับเกิดความฮึกเหิมอย่างแรงกล้า เลือดร้อนๆ ในใจคล้ายกับก่อตัวขึ้นในพริบตานี้
สิ่งที่พวกเขาทำก่อนหน้านี้เรียกได้ว่าทำไปด้วยความจนใจ แต่ตอนนี้กลับมีจิตใจของหมอผู้มีศีลธรรมเกิดขึ้นแล้วจริงๆ
ชีวิตของคนหลายพันคนอยู่ในกำมือของพวกเขาแล้ว
วิชาสกัดสารยากยิ่งกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้เสียอีก หลังจากเตรียมวัตถุดิบสมุนไพรหลายจินแล้ว ก็ต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างอยู่ในหม้อยา เช่น รมควัน นึ่ง ย่าง แต่ละขั้นตอนได้สารสกัดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่ใช่ว่าสารสกัดทุกชนิดจะมีประโยชน์ ยังต้องสกัดความเข้มข้นจากสารสกัดเหล่านี้อีกครั้ง หลังจากสกัดไปครั้งแล้วครั้งเล่าแล้ว สุดท้ายจะเหลือเพียงสารสกัดชั้นยอดเพียงไม่กี่หยดเท่านั้น
และก่อนจะใช้งานสารสกัดเล็กน้อยเหล่านี้ได้ ยังต้องผสมรวมกับสมุนไพรอีกหกชนิด แล้วค่อยสกัดออกมาอีกครั้งหนึ่ง สารสกัดที่ได้ในตอนสุดท้ายจึงจะเป็นสิ่งที่นางต้องการ
นางสาธิตรอบแล้วรอบเล่า เหล่าหมอหลวงตั้งใจดู ตั้งใจศึกษาอย่างละเอียด ขั้นตอนทุกอย่างซับซ้อนมาก ทว่าพวกเขาก็จดบันทึกข้อมูลที่สำคัญในนั้นทีละขั้นตอน
ตอนที่พวกหมอหลวงเริ่มฝึกฝน ในที่สุดหมอทั่วไปก็มีโอกาสล้อมเข้ามาแล้ว
การสกัดสารเช่นนี้ พวกเขาเพียงเคยได้ยินเท่านั้น แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีวันที่ได้เห็นด้วยตาตนเอง อีกทั้งมีโอกาสเรียนรู้อีกด้วย
น้ำยาสมุนไพรในท้องตลาดมีราคาสูงลิ่วหาใดเปรียบ เพราะมันต้องผ่านการสกัดด้วยวิชาสกัดสารออกมาเช่นนี้
และวิชาสกัดสารนี้ แต่ไหนแต่ไรมีคนจำนวนหยิบมือที่ครอบครองเอาไว้ เปรียบกับขนหงส์ไฟและเขากิเลนก็ยังไม่มากเกินไป
ตอนที่ 1024 ใครจำนนต่อใครกันแน่
เมื่อคนมาก กำลังคนย่อมยิ่งใหญ่กว่าเดิม หากให้ไป๋จื่อทำเรื่องพวกนี้เพียงลำพัง ต่อให้ไม่หลับไม่นอนดูแลหมอยาสิบกว่าใบไปพร้อมๆ กัน ก็ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะสกัด ‘สารสร้างเซลล์’ ออกมาได้
ขณะนี้ทั้งลานบ้านทั้งสามเริ่มการตั้งหม้อยาหกหม้อพร้อมกัน นางเชื่อว่าใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถนำสารสร้างเซลล์มาใช้งานได้แล้ว
พร้อมกันนั้นนางสั่งให้คนไปทำหลอดดูดยา และให้โรงเผาเหล็กทำเข็มฉีดยาที่เหมือนกับของนาง
ภายในโรงเผาเหล็กมีบุคลากรตามคาด สิ่งที่ทำเสร็จออกมาเข้าตาไป๋จื่อตั้งแต่ครั้งแรก มันไม่เพียงใช้งานได้ ยังสมบูรณ์แบบอย่างยิ่งอีกด้วย
หลังจากนั้นไป๋จื่อก็ยุ่งจนหัวหมุน คฤหาสน์ตงฟางคึกคักกว่าในวังหลวงมากนัก
อาการป่วยของฮ่องเต้ดีวันดีขึ้น แม้จะไม่แข็งแรงเท่าในวันวาน ต้องให้ขันทีประคองลงจากเตียงและเดินเหิน ทว่าก็แจ่มใจขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อแจ่มใจขึ้นแล้ว ราชกิจของแคว้นย่อมต้องส่งถึงหน้าเขา
“ฝ่าบาท เซียวอ๋องสร้างเรื่องวุ่นวายอยู่ในคุก อีกทั้งบอกว่าต้องการเข้าเฝ้าฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” อันกงกงมือหนึ่งประคองฮ่องเต้ พูดเสียงเบาที่ข้างหูของเขา
ฮ่องเต้มุ่นคิ้ว หน้าอกกระเพื่อมอย่างรวดเร็ว คล้ายกับกดข่มอะไรบางอย่างไว้อย่างแรงกล้า จนสุดท้ายก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป กัดฟันตรัสว่า “เฟิงเอ๋อร์กลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร เมื่อก่อนเขาไม่ใช่คนเช่นนี้!”
อันกงกงไม่เอ่ยวาจา มีโอรสองค์ใดของฝ่าบาทที่ไม่อยากขึ้นครองราชย์บ้างเล่า ราจำนนต่อใครจริงๆ บ้าง
อย่าเพิ่งพูดถึงคนอื่น เพียงแค่หรงอ๋อง ผู้เป็นพี่น้องท้องเดียวกับฮ่องเต้ ตอนที่ต้องช่วงชิงตำแหน่งก็ไม่เห็นคำนึงถึงความเป็นพี่น้องเลย
หลังจากฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ ก็ไม่ใช่ว่าเนรเทศหรงอ๋องไปอยู่รัฐทงโจวหรอกหรือ แม้จะยังคงครองตำแหน่งหรงอ๋อง แต่กลับลำบากยิ่งกว่าเจ้าเมืองเสียอีก ทั่วทั้งราชสำนักตอนนี้ใครเล่าไม่รู้บ้าง
จิ้นอ๋องและเซียวอ๋องในวันนี้ก็เหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องปกติหรือไร โชคดีที่ก่อนหน้านี้องค์ชายแปดและองค์ชายเก้าไม่ได้ร่วมผสมโรงด้วย ไม่เช่นนั้นทั้งในและนอกวังก็ไม่รู้ว่าจะวุ่นวายมากเพียงใด
ครั้นเห็นอันกงกงไม่พูด ฮ่องเต้จึงตรีสอีกว่า “เขาสร้างเรื่องใหญ่ขนาดนี้แล้ว ยังกล้าเอะอะอยู่ในคุกอีกหรือ เขาต้องการอะไร”
ทว่าอันกงกงยังคงเงียบเสียง
ในเวลานี้ หากหุบปากได้ก็จงหุบไว้เสียเถิด
ว่ากันว่าอยู่กับราชาก็เหมือนอยู่กับเสือ พูดมากยิ่งผิดมาก ใครเล่าจะรู้ว่าตอนนี้ฮ่องเต้คิดอะไรอยู่ หากพูดผิดไปแม้แต่คำเดียว มีหวังหัวได้หลุดจากบ่าแน่นอน
ถึงอย่างไรเสียนั่นก็เป็นถึงเลือดเนื้อเชื้อไขของฮ่องเต้ ปกติแล้วฮ่องเต้ทะนุถนอมเขาเพียงใด เขาเป็นบ่าวมองเห็นชัดแจ้งเสมอมา
ทุกคนล้วนรู้ว่าโอรสที่ฮ่องเต้รักที่สุดคือจิ้นอ๋อง และเตรียมมอบตำแหน่งฮ่องเต้ให้จิ้นอ๋องแล้ว
แต่ทุกคนไม่รู้ว่าแม้จิ้นอ๋องจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งที่ฮ่องเต้ให้ความสำคัญมากที่สุด ทว่ากลับไม่ใช่โอรสที่ฮ่องเต้ทะนุถนอมที่สุด
เซียวอ๋องทำผิดต่อหน้าฮ่องเต้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้
ทว่าจิ้นอ๋องทำไม่ได้
ตอนนี้เขาจึงไม่แน่ใจว่าฮ่องเต้คิดอะไรอยู่กันแน่ หากเป็นเรื่องอื่นคงทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง ก็เหมือนกับเรื่องคาวโลกีย์ในตำหนักชิ่งอันเมื่อครั้งก่อน
กระนั้นเรื่องในวันนี้ยิ่งใหญ่มาก เดือดร้อนถึงชีวิตคนหลายพันไม่ว่า ยังมีอีกหลายพันชีวิตที่อยู่ในช่วงเป็นตาย ขืนฮ่องเต้ยังไม่จัดการเซียวอ๋องอีก เช่นนั้นแล้วควรมอบหมายให้ใครในใต้หล้านี้ทำเล่า
เรื่องที่อันกงกงคิดได้ ฮ่องเต้จะคิดไม่ได้ได้อย่างไร
และเป็นเพราะคิดได้นี่เอง ฮ่องเต้ถึงได้รู้สึกกลัดกลุ้มนัก
“ฮองเฮาเพคะ เข้าไปไม่ได้นะเพคะ ฮองเฮา...”
เสียงเอะอะสายหนึ่งดังมา พาให้ฮ่องเต้มุ่นคิ้วอีกครั้ง ก่อนจะหันศีรษะมองไป คล้ายกับเห็นสตรีสวมชุดกระโปรงสีขาวทั้งตัวนางหนึ่ง
เป็นฮองเฮา แม้จะยังไม่เห็นใบหน้าของนาง ทว่าเพียงแค่เงาร่างนั้น ฮ่องเต้มองปราดเดียวก็จำได้แล้ว
“ให้นางกลับไป ข้าไม่อยากพบนาง” ฮ่องเต้กล่าวกับขันทีข้างกาย