คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 516
ตอนที่ 1031 พวกเจ้าไม่ได้มาพานางไปหรือ
ชังที่ตนเองไร้ความสามาร เจ็บที่บุตรสาวไม่รู้ประสาเอาเสียเลย
คนเหล่านั้นในโรงซักล้างตกใจเพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน “พวกเจ้ายังตะลึงอะไรอยู่ ยังไม่รีบมาลากตัวนางบ้านี่ออกไปอีก”
สตรีทั้งกลุ่มเพิ่งจะดึงสติกลับมาได้ ก่อนจะรีบร้อนปรี่เข้าไปหาจางซื่อ
เจ้ารองและไป๋ฟู่กุ้ยรีบก้าวเข้าไปช่วย สถานการณ์วุ่นวายขึ้นในทันที เสียงดังเอะอะยิ่งนัก
พ่อบ้านที่เดิมทียืนอยู่ข้างนอกโรงซักล้างตะโกนว่า “หยุด คิดจะก่อกบฏหรือไร”
เหล่าสตรีเร่งแยกย้าย ฝ่ายจางซื่อยังคงคร่อมอยู่บนกายของหญิงชราสกุลซ่ง แต่กลับไม่ลงมืออีกต่อไป
นางกำสองมือจนเป็นหมัด ร่างกายสั่นเทาทั้งหมด
ภายในดวงตาที่ไร้ความสดใสของไป๋เจินจูพลันสว่างจ้า นางจับจ้องจางซื่อที่สภาพเหมือนขอทานบ้าคลั่ง พบเค้าของมารดาจากใบหน้าที่สกปรกนั้น
มารดาของนางจริงๆ
นางอ้าปาก ทว่าร้องไห้ไม่ออก มีเพียงน้ำตาที่ไหลลงมาเท่านั้น
เจ้ารองเดินไปข้างหน้า ประคองไป๋เจินจูลุกขึ้น “รีบลุกขึ้นเถอะ บนพื้นมันหนาวนะ”
ฟู่กุ้ยก็ประคองมารดาลุกขึ้น ในที่สุดทั้งครอบครัวก็ยืนด้วยกันอย่างพร้อมหน้า
สองมารดาและบุตรสาวต่างก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ทว่าน้ำตากลับไหลรินลงมาไม่หยุดหย่อน
เจ้ารองเห็นดังนั้นก็ร้อนใจ “พวกเจ้าสองแม่ลูกมีอะไรก็รีบพูดเถอะ เดี๋ยวจะถึงเวลาแล้ว”
สตรีสกุลซ่งตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นแล้ว ร่างกายของนางเจ็บปวดอย่างยิ่ง ไม่เว้นแม้แต่บนใบหน้า นางหันกายไปคว้ากระบองมาจากในมือของสตรีนางหนึ่ง
นางยกกระบองขึ้นสูง หมายจะฟาดท้ายทอยของจางซื่อ
พ่อบ้านที่เข้ามาในลานเห็นดังนั้นแล้วก็ตะคอกว่า “เจ้าจะทำอะไร ยังไม่ถอยไปอีก”
สตรีสกุลซ่งกลัวจนต้องคุกเข่าลง แม้นางจะไม่พอใจ ทว่านางจะทำอะไรต่อหน้าพ่อบ้านได้ จึงทำได้เพียงถลึงตามองสองแม่ลูกจางซื่ออย่างดุร้ายครั้งหนึ่ง แล้วเดินกะโผลกกะเผลกไปจากตรงนี้
หลิวซื่อเข้าไปใกล้ กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ที่แท้ก็เป็นน้องรองและน้องสะใภ้ เมื่อครู่ข้าแทบจำไม่ได้” ในใจนางรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างมาก ทีแรกนางคิดจะเดินหนี แต่คิดดูให้ดีแล้วก็พบว่าในเมื่อพวกเขามาที่นี่ได้ อีกทั้งให้พ้อบ้านนำทางมาถึงโรงซักล้าง เช่นนั้นหรือว่าเผยชิงหานจะมีใจเมตตา คิดจะปล่อยพวกนางแล้ว หากเป็นเช่นนั้นนางย่อมปลีกตัวไปจากที่นี่ไม่ได้ จะพลาดโอกาสออกจากสถานที่เฮงซวยเช่นนี้ไปไม่ได้
สายตาคมปลาบของจางซื่อแทบเฉือนผิวหน้าของหลิวซื่อ นางกัดฟันกล่าว “ดีเหลือเกินนะหลิวกว้าหัว ยังมีหน้าพูดกับข้าอีกหรือนี่”
นาง เจ้ารอง และฟู่กุ้ยเกือบจะตายในกองเพลิง ถูกวางยาไม่ว่า ยังวางเพลิงเผาร่างอีกต่างหาก เหตุใดจิตใจของสตรีนางนี้ถึงได้ชั่วช้าปานนี้
หลิวกว้าหัวยิ้มแข็ง “เรื่องราวในอดีตล้วนเป็นความเข้าใจผิด ผ่านไปแล้วก็ช่างเถอะ ไม่ต้องพูดถึงอีก”
จางซื่อแค่นหัวเราะ “ไม่ต้องพูดถึงอีก? ได้ หากเจ้าทำให้เจินจูออกจากที่นี่ได้ ข้าจะญาติดีกับเจ้าสักครั้ง แต่หากเจ้าทำไม่ได้ เจ้าคิดจะให้ข้าทำอย่างไรดี ข้าอยากจะควักหัวใจของเจ้าออกมาแทบแย่ เพื่อดูว่าหัวใจของเจ้าดำทมิฬเพียงใด”
เจ้ารองดึงเสื้อของจางซื่อ “เอาละ อย่าเพิ่งพูดเรื่องพวกนี้เลย” เขาหันไปมองเจินจู กล่าวว่า “เจินจู พ่อกับแม่มีเวลาพบเจ้าเพียงแค่หนึ่งชั่วยาม พาพวกข้าไปหาที่นั่งคุยกันเถอะ”
เจินจูเช็ดน้ำตาบนใบหน้า พลางพยักหน้าอย่างหนักแน่น ก่อนจะรีบนำทางบิดา มารดา และน้องชายไปยังที่พักของนาง จนกระทั่งเข้าไปในเรือนแล้ว นางถึงจะมีกฏิกิริยาตอบโต้ หันกลับไปมองจางซื่อและเจ้ารองทันที “ท่านพ่อ ท่านแม่ เมื่อครู่พวกท่านพูดว่าอะไรนะ มีเวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วยาม? พวกท่านไม่ได้มารับข้ากลับไปหรือ”
ตอนที่ 1032 ไฟแห่งความหวัง
จางซื่อทนมองรอยแผลบนใบหน้าและความผิดหวังในตาของบุตรสาวไม่ได้ นางเบือนหน้าหนี เอ่ยด้วยเสียงสะอื้นเล็กน้อย “แม่ไร้ประโยชน์นัก พาเจ้าไปไม่ได้ ชางหยวนโหวให้เวลาพวกข้าเพียงหนึ่งชั่วยาม ครั้งเดียวเท่านั้น”
ไฟแห่งความหวังที่เพิ่งลุกโชนในใจของไป๋เจินจูพลันมอดดับ ราวกับมีใครราดมันด้วยน้ำเย็นเฉียบ พาให้นางหนาวเสียดกระดูกตั้งแต่หัวจรดเท้า
นางยืนนิ่งเหมือนกับท่อนไม้ เพียงรู้สึกว่าตรงหน้ากลับตาลปัตร ร่างเซล้มลงไปตรงหน้า โชคดีที่จางซื่ออยู่ข้างกายนางพอดี จึงยกมือขึ้นประคองนางไว้ได้ทัน
“เจินจู เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง อย่าทำให้แม่ตกใจสิ เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ ไม่สบายตรงไหนรึ”
สติที่ว้าวุ่นของไป๋เจินจูค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น นางคุกเข่าลงบนพื้น จับขาจางซื่อพลางร้องไห้เสียงดัง “ท่านแม่ ท่านทิ้งข้าไว้ไม่ได้นะเจ้าคะ พาข้าไปด้วยเถอะ ข้าใช้ชีวิตเช่นนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ข้าอยากตาย ท่านแม่...”
เมื่อเห็นท่าทางของบุตรสาว จางซื่อก็เจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออก รีบนั่งยองลงจับแขนของเจินจูไว้แน่นขนัด คิดจะประคองนางลุกขึ้น
ทว่าไหนเลยไป๋เจินจูจะยอม นางต่อต้านเต็มแรง ไม่ยอมลุกขึ้นยืนแต่โดยดี “ท่านแม่ หากท่านไม่พาข้ากลับไป ข้าจะคุกเข่าจนตายอยู่ที่นี่”
เจ้ารองมุ่นคิ้ว คิดไม่ถึงเลยว่าบุตรสาวของเขาคนนี้ก็ยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราวเช่นเดิม ที่นี่หาใช่เมืองชิงหยวน ยิ่งไม่ใช่หมู่บ้านหวงถัว นางจะทำอะไรตามใจชอบได้อย่างไรกัน
ที่นี่คือจวนของชางหยวนโหว พวกเขาเข้ามาผ่านประตูข้าง ระหว่างทางพบข้ารับใช้มากมายเท่าไร เห็นผู้คุ้มกันมากมายเท่าไรกัน ขอเพียงชางหยวนโหวไม่อนุญาต ต่อให้พวกเขาเสียสละชีวิตที่นี่ก็ไม่อาจพานางกลับไปได้
“ลุกขึ้นมาพูดกันเถอะ ขืนเจ้ายังมีท่าทางเช่นนี้ ข้าจะไปเสียตั้งแต่ตอนนี้” เจ้ารองกล่าวเสียงเย็น
ไป๋เจินจูชะงักค้าง มองจางซื่อพร้อมน้ำตานองหน้า จากนั้นนางมองไปทางบิดาครั้งหนึ่ง ปล่อยให้ฟู่กุ้ยและจางซื่อประคองตนลุกขึ้นในที่สุด ทั้งครอบครัวนั่งอยู่ริมตั่งที่เย็นเยียบ ไม่ดื่มชาแม้สักอึกเดียว
จางซื่อถามความ ให้บุตรสาวตอบตามความจริง
มาถึงขั้นนี้แล้ว ไป๋เจินจูย่อมไม่มีอะไรต้องปิดบังอีก จึงเล่าทุกอย่างตามความเป็นจริงทั้งหมด
ฟังดูแล้วก็ไม่ต่างจากที่ไป๋จื่อพูด ก่อนหน้านี้นางยังคาดหวังเอาไว้ว่าในเรื่องราวนี้อาจจะมีความเข้าใจผิดอยู่บ้าง อาจจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง
แต่ดูจากตอนนี้แล้ว บุตรสาวของนางคนนี้เป็นคนทำเรื่องฆ่าคนวางเพลิงเหล่านั้นจริงๆ
เมื่อเห็นมารดาหน้าซีดเผือด ไม่ยอมพูดจา ไป๋เจินจูก็คุกเข่าลงบนพื้นอีกครั้ง โขกศีรษะเสียงดังให้นางอยู่หลายครั้ง “ท่านแม่ ลูกขอร้องท่าน ท่านพาข้ากลับไปเถอะนะเจ้าคะ ข้าอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ ข้าอาจจะตายก็ได้”
ครั้งนี้ไม่มีใครประคองนาง
จางซื่อตัวแข็งเหมือนไก่ไม้ เจ้ารองถอนใจเสียงดัง ส่วนไป๋ฟู่กุ้ยมีสีหน้าหวาดกลัว
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าพี่สาวของเขาจะกลายเป็นคนเช่นนี้
พวกเขามาไกลถึงพันลี้ ขายแม้กระทั่งบ้านและที่นา มาถึงที่นี่เพื่อพาพี่สาวที่ชั่วร้ายเช่นนี้กลับไปหรือ
ไม่รู้ว่าเงียบกันอยู่นานเท่าไร ในที่สุดจางซื่อก็เอ่ยว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าไป๋จื่ออยู่ที่ใด”
ไป๋เจินจูรีบพยักหน้า “ข้ารู้เจ้าค่ะ นางอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ตงฟาง ตอนนี้นางเป็นหลานสาวของตงฟางมู่ เขาเป็นคนที่มีอิทธิพลมาก แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังต้องไว้หน้าเขาอยู่หลายส่วน นางอาศัยอยู่ที่นั่น วันๆ มีแต่ความสุขสบาย”
จางซื่อขมวดคิ้ว ถึงเวลานี้แล้ว ในใจของเจินจูยังคิดถึงเรื่องความสุขสบายอยู่หรือ นางคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก เหตุใดบุตรสาวนางถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ ความรุ่งเรืองและสุขสบายที่จอมปลอมเหล่านั้นเป็นเหตุแท้ๆ
“ท่านแม่ เผยชิงหานอยากรับไป๋จื่อมาอยู่ด้วยกันเสมอ ทว่าไป๋จื่อไม่ยอมเขา เขาจึงระบายโทสะลงที่ตัวข้า ขอเพียงท่านไปขอร้องไป๋จื่อให้มาก นางอาจจะใจอ่อนยอมช่วยก็เป็นได้ ขอเพียงไป๋จื่อเอ่ยคำเดียว เผยชิงหานต้องปล่อยข้าแน่นอน ท่านแม่ ท่านต้องช่วยลูกนะเจ้าคะ!”