คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 543
ตอนที่ 1085 เรือชูชีพ
เสี่ยวชิงเพิ่งออกไป ไป๋จื่อก็ลงจากเตียงในทันที จากนั้นค่อยเปิดกล่องขนาดใหญ่สองสามใบออก ภายในนั้นล้วนเป็นข้าวของของนางจริงๆ แม้แต่กล่องปฐมพยาบาลและแท็บเล็ตของนางก็อยู่ที่นี่ด้วย
ในเมื่อต้องการหนี เช่นนั้นก็ต้องเตรียมตัวไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ
นางยัดแท็บเล็ตและยาจำนวนหนึ่งใส่ลงไปในล่วมยา ก่อนจะเปิดห่อผ้าออกแล้วใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับลงไปในนั้น สุดท้ายก็หยิบถุงผ้าปิดที่อยู่ข้างใต้ล่วมยาออกมา ข้างในถุงผ้าใส่เรือชูชีพชนิดพิเศษเอาไว้ด้วย
วัสดุของเรือชูชีพเป็นยางนาโนที่มีคุณสมบัติพิเศษเป็นอย่างยิ่ง มันเบาและยืดหยุ่นได้มาก หากปล่อยลมออกจะมีขนาดใหญ่เหมือนกับผ้ากันเปื้อน แต่หากเป่าลมเข้าไปจนเต็มมันจะกลายเป็นเรือขนาดเล็กที่บรรทุกคนสามสี่คนได้เลยทีเดียว
มันนับเป็นของดี แต่ยากตรงที่ตอนนี้นางไม่มีเครื่องปั๊มลม หากจะใช้ปากเป่าลม คาดว่าตัวนางเองคงจะต้องหมดลมหายใจแล้ว
นางซ่อนเรือชูชีพไว้อย่างดี จากนั้นก็เอนตัวลงนอน
ขณะล้างหน้าล้างตาในตอนเช้า นางปล่อยให้เสี่ยวชิงช่วยนาง พลางถามอย่างไม่ตั้งใจว่า “ตอนนี้เรืออยู่ที่ใดแล้ว”
เสี่ยวชิงส่ายหน้าอย่างตรงไปตรงมา “บ่าวไม่รู้เจ้าค่ะ รู้แต่เพียงว่าสถานที่ที่เรือเทียบท่าเมื่อวานคือจังหวัดซิ่นหยาง ทว่าตอนนี้กลับไม่รู้แล้วว่าอยู่ที่ใด”
“ลงใต้หรือว่าขึ้นเหนือเล่า” ไป๋จื่อถาม
“ลงใต้เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงตอบ “คุณชายบอกว่าต้องพาแม่นางไปยังสถานที่ที่หันหน้าเข้าหาทะเล เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิแล้วมีดอกไม้เบ่งบาน และทางใต้ก็เป็นสถนาที่ที่งดงามเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ”
ไป๋จื่อยิ้มอย่างเฉยชา “เขาไม่ได้ถามข้าสักคำว่าข้าอยากไปด้วยหรือไม่”
เสี่ยวชิงไม่ตอบความใด เพียงยกกะละมังน้ำออกไปอย่างเงียบๆ
“หากข้าถามว่าเจ้าอยากไปหรือไม่ เจ้าจะตอบว่ายินดีตามข้าไปใช่หรือไม่” ซ่งหลางยืนอยู่ที่หน้าประตู ชัดเจนว่าเขายืนอยู่ตรงนี้นานแล้ว
ไป๋จื่อช้อนสายตาขึ้นมอง ตรงประตูห้องที่มืดสลัวยิ่งดำมืดเพราะการมาถึงของเขา ราวกับว่าทุกแสงสว่างล้วนถูกเขาบดบังเอาไว้
ครั้นเห็นนางไม่ตอบ เขาก็ก้าวเข้ามาหานางทีละก้าว ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ ปรากฎในแสงสว่าง
ซ่งหลางยิ้มจางๆ แววตาที่เขามองนางช่างอบอุ่นยิ่งนัก
เขาอยู่ตรงหน้านางแล้วคล้ายกับจะชอบยิ้มมาก แทบจะมีไม่กี่ครั้งที่เห็นเขาไม่ยิ้ม
หากเขาไม่ทำเรื่องพวกนี้ นางคิดว่าพวกตนน่าจะได้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
“เจ้าคิดว่าข้าจะตอบเช่นนั้นหรือไม่” นางไม่ตอบ ย้อนถามเสียด้วยซ้ำไป
ซ่งหลางยิ้มพลางส่ายหน้า “หากเจ้าตอบเช่นนั้น เหตุใดข้าต้องทำถึงเพียงนี้ด้วยเล่า”
สาวใช้สองคนเข้ามา วางอาหารเช้าร้อนๆ ลงบนโต๊ะที่อยู่ในห้อง
“กินอะไรสักหน่อยเถอะ” เขาเดินเข้ามาใกล้นาง
นางเอนกายไปข้างหน้า “เจ้าจะทำอะไร”
ซ่งหลางยื่นมือออกมา “หากข้าไม่อุ้มเจ้า เจ้าจะเดินไหวหรือ”
ไป๋จื่อหดตัวไปข้างหลังอย่างต่อเนื่อง “ไม่ต้อง ให้เสี่ยวชิงช่วยข้า”
มือของซ่งหลางค้างอยู่กลางอากาศ และในที่สุดก็หดมือกลับไป “ก็ดีเหมือนกัน”
เขาหันหายเดินไปนั่งลงที่หน้าโต๊ะ ก่อนที่เสี่ยวชิงจะเข้ามาแบกไป๋จื่อไปที่ข้างโต๊ะ
“ต้องให้ข้าป้อนหรือไม่” ซ่งหลางถามยิ้มๆ
ไป๋จื่อหน้าแดงเล็กน้อย ไม่มองสายตาหยอกเย้าของเขา กล่าวกับเสี่ยวชิงว่า “รบกวนเจ้าป้อนข้าที”
เสี่ยวชิงตอบรับเสียงเบา แล้วยกชามโจ๊กตรงหน้าไป๋จื่อขึ้น เพื่อตักป้อนถึงปากนางทีละคำ
เด็กสาวไม่ได้รีบร้อนกิน ก่อนจะกินยังเหลือบมองซ่งหลางด้วย “เจ้าวางยาในโจ๊กนี้ด้วยกระมัง”
ซ่งหลางวางชามที่เพิ่งกินไปได้คำเดียวลง แล้วยื่นมือไปฉวยชามจากในมือของเสี่ยวชิงมา สลับกับชามของตนเอง “เช่นนี้วางใจได้แล้วกระมัง”
ทว่าไป๋จื่อส่ายหน้า “หากเจ้าอยากให้ข้าวางใจได้จริงๆ มิสู้มอบยาถอนพิษกระดูกอ่อนหลวมให้ข้าเลยดีกว่า”
ซ่งหลางตักโจ๊กใส่ปาก กลืนลงคอไปแล้วค่อยตอบนาง “เมื่อไปถึงที่หมายแล้วข้าย่อมมอบยาถอนพิษให้เจ้า ช่วงนี้ก็ลำบากเจ้าแล้ว” หากไม่ได้อยู่บนเรือ เขาไม่มีทางวางยานางอย่างแน่นอน เพราะถึงอย่างไรบนเรือก็อันตราย เขากลัวว่านางจะบุ่มบ่ามทำร้ายตนเองขึ้นมา
………
ตอนที่ 1086 เมื่อตกลงกันไม่ได้ พูดเพียงครึ่งคำก็พอแล้ว
“เจ้าจะพาข้าไปที่ไหนกันแน่” นางถาม
ซ่งหลางวางชามลง รอยยิ้มบนใบหน้าแจ่มชัดขึ้นสามส่วน “ไปที่ที่ไม่มีใครหาเจ้าพบ ที่ที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง อาจื่อ พวกเราจะเริ่มต้นใหม่กันที่นั่น”
ไป๋จื่อเลิกคิ้ว มุมปากยกโค้งเป็นการเหยียดหยัน “เจ้าต้องการเริ่มต้นใหม่ในสถานที่ที่ไม่มีใครหาพบ ไม่มีใครรู้จักเจ้า แต่ข้าไม่ต้องการ”
“ข้าบอกว่าเจ้าต้องการ ก็เท่ากับเจ้าต้องการแล้ว” ซ่งหลางยิ้มกว้าง “อาจื่อ พวกเราถูกกำหนดให้เคียงคู่กัน ตั้งแต่วินาทีที่เจ้าช่วยชีวิตข้า ทุกอย่างก็ถูกกำหนดไว้ดังนั้น”
เด็กสาวกลืนโจ๊กคำสุดท้าย ก่อนจะชำเลืองมองซ่งหลางด้วยสายตาเย็นชา “หากข้ารู้ว่าเจ้าจะเป็นเหมือนงูเห่าเช่นนี้ ข้าไม่มีทางเป็นชาวนาที่โง่งมแน่นอน”
“งูเห่าก็ดี ชาวนาก็ช่าง มันไม่สำคัญแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือพวกเราได้พบกันท่ามกลางผู้คนมากมาย” ขณะที่เขากำลังจะตกลงขุมนรกที่หนาวเหน็บ เขาพบแสงสว่างสายหนึ่งและคว้าจอกแหนที่สามารถหยุดยั้งไม่ให้เขาตกลงไปได้
เพื่อไม่ให้ตนเองตกลงไป เขาต้องคว้าจอกแหนเส้นนี้ไว้ในมือให้มั่น ไม่มีทางปล่อยมือเด็ดขาด
ไป๋จื่อส่ายหน้า “เมื่อตกลงกันไม่ได้ พูดเพียงครึ่งคำก็พอแล้ว เอาละ ข้าอิ่มแล้ว”
ซ่งหลางเหมือนกับไม่ได้ยินอย่างไรอย่างนั้น เพียงยกชามของตนเองขึ้น กินอาหารเช้าที่เหลืออย่างเชื่องช้า มองข้ามสายตาของไป๋จื่อที่พยายามบีบให้เขาออกไป
จนกระทั่งอาหารบนโต๊ะหมดเกลี้ยง เขาถึงจะลุกขึ้นอย่างสง่างาม “เอาละ ข้าเองก็อิ่มแล้วเช่นกัน เจ้าพักผ่อนเถอะ ข้าจะออกไปเดินสักหน่อย”
เสี่ยวชิงแบกไป๋จื่อกลับไปที่เตียง ก่อนจะถามนางว่ามีอะไรจะสั่งหรือไม่
ตอนที่ไป๋จื่อเพิ่งเริ่มกินข้าว นางเห็นท่อนไม้ไผ่ท่อนหนึ่งในมุมห้อง พลันเกิดความคิดอะไรบางอย่าง
ทว่าเรื่องนี้ต้องให้เสี่ยวชิงช่วยนางแล้ว
นางให้เสี่ยวชิงนำกระดาษและพู่กันมา แล้ววาดภาพท่อลมอย่างง่ายออกมา เพื่อให้เสี่ยวชิงตามหาคนทำมันออกมาให้นาง
“นี่คืออะไรหรือเจ้าคะ” เสี่ยวชิงไม่เข้าใจ
ไป๋จื่อยิ้มจางๆ “แค่ของเล่นคลายเบื่อเท่านั้น ให้ข้าอุดอู้อย่างนี้ทั้งวัน ข้าต้องป่วยไข้อย่างแน่นอน เจ้านำไปให้เจ้านายของเจ้าดูเถอะ หากเขายินยอมเจ้าก็ช่วยข้าทำหน่อย แต่หากไม่ยินยอมก็ช่างเถอะ จะได้ไม่เป็นการลำบากเจ้าด้วย”
เสี่ยวชิงยังอยากเรียนทำอาหารกับไป๋จื่อ ก่อนหน้านี้นางกำลังกลัดกลุ้มเพราะไม่มีโอกาสจะพูดเรื่องนี้กับอีกฝ่าย บัดนี้โอกาสดีมาถึงแล้ว นางจะปล่อยให้มันพลาดไปได้อย่างไร
ของสิ่งนี้ดูแล้วไม่ได้แปลกอะไร ตามหาช่างฝีมือทำออกมาก็ใช้ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องบอกคุณชายด้วยซ้ำไป
นางนำกระดาษออกไปแล้ว ไป๋จื่อถึงลุกขึ้นเดินไปที่ข้างกล่องไม้ หยิบมีดผ่าตัดที่ทั้งบางและเล็กออกมาจากข้างในเล่มหนึ่ง ซ่อนมันไว้ในช่องแขนเสื้อ เตรียมไว้ในกรณีฉุกเฉิน
หากซ่งหลางผู้นี้กล้าทำมิดีมิร้ายนาง นางต้องฟันเขาให้ขาดในคราวเดียวแน่นอน
ดูจากสถานการณ์ในสองวันนี้ ซ่งหลางไม่ได้สนใจว่านางจะทำอะไรเท่าไรนัก แต่ก็ยากจะรับประกันว่าหลังจากนี้จะไม่สนใจอีก
ไม่รู้เหมือนกันว่าฉู่เยี่ยนและตงฟางมู่เป็นอย่างไรบ้าง หากพวกเขารู้แล้วว่านางถูกลักพาตัวไป พวกเขาคงจะร้อนใจจนแทบบ้ากระมัง!
...
เมืองหลวง
หลายวันมานี้นับว่าในเมืองหลวงวุ่นวายทีเดียว คนของจิ้นอ๋อง คนของสกุลตงฟาง คนของสกุลเมิ่ง ทั้งสามฝ่ายแทบพลิกแผ่นดินค้นหา ทว่าก็ยังไม่พบเงาคนเลยสักคนเดียว
ฉู่เยี่ยนสั่งให้คนคุมทางเข้าออกเมืองหลวง ตรวจตราอย่างเข้มงวด แต่ก็ยังคงไร้ข่าวคราว
ราวกับว่าหายไปจากโลกใบนี้อย่างไรอย่างนั้น
เขาไม่ได้นอนมาสามวันสามคืนแล้ว เดิมทีคางของเขาสะอาดเกลี้ยงเกลา ทว่าบัดนี้มีไรหนวดสีเขียวครึ้มปรากฏให้เห็น ดวงตาแดงก่ำ แววตามืดมัวเหมือนถูกหมอกปกคลุมก็ไม่ปาน
“ท่านอ๋อง เมื่อครู่นี้กรมทรัพยากรน้ำส่งรายงานด่วนมา บอกว่าพบเรือสินค้าที่น่าสงสัยลำหนึ่งมุ่งหน้าไปทางจังหวัดซิ่นหยางขอรับ”