คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 502
ตอนที่ 1003 เมืองหลวงวุ่นวายไปหมดแล้ว
ฉู่เฟิงย่างสามขุมพุ่งเข้าไปหาเขา แล้วใช้มือข้างหนึ่งจับแขนเขาไว้ทันที “น้องซ่ง ได้พบเจ้าเสียที ข้าตามหาเจ้าทั่วทุกที่ในเมืองหลวง สุดท้ายก็มาพบเจ้าที่นี่”
ซ่งหลางยิ้มพลางเดินไปข้างหน้าสองก้าว เขาจับมือของฉู่เฟิงออกโดยที่ไม่ลังเลสักนิด “ท่านอ๋องร้อนใจเช่นนี้ มีเรื่องอะไรลำบากใจหรือ” เขานั่งลงบนเก้าอี้ แล้วโบกมือเรียกข้ารับใช้เข้ามารินน้ำชา
ขณะนี้ฉู่เฟิงร้อนใจมาก ไหนเลยจะมีอารมณ์นั่งลงสนทนาพาทีไปพลาง จิบชาไปพลางร่วมกับเขา “เจ้ารู้เรื่องข้างนอกแล้วใช่หรือไม่”
ซ่งหลางส่ายหน้า “ไม่ทราบว่าท่านอ๋องหมายถึงเรื่องใด”
“ก็เรื่องที่ทุกที่ต่างก็มีคนบ้าคลั่งพุ่งเข้ากัดคนอื่นน่ะสิ เมืองหลวงวุ่นวายไปหมดแล้ว”
ฉับพลันนั้นซ่งหลางร้องอ๋อ พยักหน้ารับ “รู้เรื่องแล้วขอรับ ได้ยินมาว่าคุกของกรมยุติธรมมศาลาว่าการล้วนเต็มแน่น อีกทั้งรีบร้อนจัดคนจากกองทหารลาดตระเว้นไปดูแลความปลอดภัยของประชาชนด้วย”
ฉู่เฟิงมองซ่งหลางด้วยความประหลาดใจ “เจ้ารู้เรื่องคนจากกองทหารลาดตระเวนได้อย่างไร” เขายังไม่รู้เรื่องนี้เลย แล้วซ่งหลางรู้ได้อย่างไร
ซ่งหลางหัวเราะเบา “เรื่องที่อยากรู้ ย่อมมีวิธีให้รู้ ทำไมหรือ ท่านอ๋องกังขาข้าหรือขอรับ”
“ไม่ใช่เช่นนั้น” ฉู่เฟิงโบกมือ “ข้าจะกังขาเจ้าได้อย่างไร เรื่องที่พวกลงรวมหัวกันวางแผนผูกมัดพวกเราไว้ด้วยกันแล้ว เจ้าอาศัยข้าทำอะไร นั่นจะต้องมีประโยชน์ต่อข้าอย่างแน่นอน ข้าพูดถูหต้องหรือไม่”
ซ่งหลางยักไหล่ ไม่ได้พูดอะไรออกไป จากนั้นเขาก็ยื่นมือไปหยิบจอกชาที่ข้ารับใช้วางไว้บนโต๊ะขึ้นมาจิบเบาๆ
ฉู่เฟิงเห็นเขามีท่าทางเช่นนั้นก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายไม่กล้าดูแคลนเขาเช่นนี้ หรือว่าวันนี้เห็นเขาพลาดท่าเสียดี ก็เลยเปลี่ยนท่าทีไปอย่างนั้นหรือ
ซ่งหลางทำเป็นมองไม่เห็นสีหน้าคร่ำเคร่งและลนลานของฉู่เฟิง กล่าวเสียงเรียบว่า “ไม่ทราบว่าท่านอ๋องมาในเวลานี้มีธุระอะไรหรือ”
ฉู่เฟิงกดกลั้นความไม่พอใจเอาไว้ รีบตอบทันที “คนที่ปล่อยหนอนกู่กัดใจผู้นั้น เดิมทีแล้วเป็นคนของเจ้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ใด”
“รู้ขอรับ” ซ่งหลางพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา
ทันใดนั้นฉู่เฟิงพลันตาเป็นประกาย รีบถามต่อ “หรือว่าเขากลับมาอยู่กับเจ้าที่นี่แล้ว”
ซ่งหลางวางจอกชาลง ส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ใช่ขอรับ ข้ารู้เพียงว่าตอนนี้เขาถูกจิ้นอ๋องจับตัวไปแล้ว”
“อะไรนะ? เขาถูกฉู่เยี่ยนจับตัวไปแล้ว? ในเมื่อเจ้ารู้เช่นนั้น เหตุใดไม่ช่วยเขาออกมาเล่า ต่อให้ช่วยเขาไม่ได้ ก็ต้องฆ่าเขาปิดปากสิถึงจะถูกต้อง”
“เหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้นด้วย” ซ่งหลางทำสีหน้าประหลาดใจ
วาจานี้ของเขาทำให้ฉู่เฟิงชะงัก หมดคำพูดไปในทันที จริงด้วย เขาจะทำเช่นนั้นไปด้วยเหตุผลอะไร เขาไม่มีเหตุผลให้ทำเช่นนั้นจริงๆ
ที่ตนอยากตามหาคนผู้นั้น ก็เพราะยากถามให้แน่ใจว่าเพราะเหตุใดถึงควบคุมคนที่กินหนอนกู่กัดใจไม่ได้
หลังจากได้รู้ว่าเมืองหลวงโกลาหลเพราะหนอนกู่กัดใจ เขาถึงได้รู้แจ้งและเข้าใจว่าตนเองสร้างเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว
ทำอย่างไรดี หากไม่สามารถควบคุมหนอนกู่กัดได้ เมืองหลวงก็มีแต่ต้องจบเห่ เช่นนั้นแล้วต่อให้เขาได้ตำแหน่งฮ่องเต้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
อีกทั้งพิษหนอนกู่ยังแพร่กระจายได้อีก อาจจะแพร่กระจายไปสู่ดินแดนอื่นได้ด้วย เขาไม่กล้าคิดถึงผลลัพธ์เลยจริงๆ
“ซ่งหลาง ครั้งนี้เจ้าต้องช่วยข้านะ!” ซ่งหลางกล่าวด้วยความร้อนใ
ตอนที่ 1004 รังเกียจตัวเอง
ซ่งหลางยิ้มเล็กน้อย ท่าทางสบายใจเช่นนี้ช่างขัดลูกตาฉู่เฟิงยิ่งนัก เขาร้อนใจมากขนาดนี้แล้ว แต่ซ่งกลางกลับทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ได้
“ท่านอ๋องอยากให้ข้าช่วยอย่างไร ข้าทำอะไรให้ท่านอ๋องได้บ้างหรือขอรับ”
ฉู่เฟิงกลั้นความรู้สึกไม่สบอารมณ์ไว้ในหัวใจ ยังคงมีสีหน้าร้อนรุ่มเช่นเก่า “ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือควบคุมคนที่กินหนอนกู่เข้าไปพวกนั้น”
“ควบคุม? แค่ควบคุมหรือขอรับ ท่านอ๋องไม่คิดจะช่วยพวกเขาหรือ” ซ่งหลางทำสีหน้าสงสัย ทว่าแววตาเย็นชาจ้องมองไปยังใบหน้าของฉู่เฟิง
ทว่าฉู่เฟิงโบกมือ “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคิดเรื่องพวกนั้น ต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้ก่อน เมื่อข้าได้ตำแหน่งฮ่องเต้แล้วค่อยคิดหาทางรักษาพวกเขาก็ยังไม่สาย”
ซ่งหลางกลับกล่าวว่า “แต่เท่าที่ข้ารู้มา ยิ่งพิษของหนอนกู่อยู่ในร่างกายนานวันเข้าก็มีแต่จะยิ่งเป็นอันตราย เมื่อท่านอ๋องได้นั่งบนตำแหน่งฮ่องเต้แล้ว เกรงว่าคนพวกนี้คงจะตายไปแล้วขอรับ”
ฉู่เฟิงขมวดคิ้ว พูดโพล่งออกมาว่า “ผู้ยิ่งใหญ่ประสบความสำเร็จได้จากโครงกระดูกนับหมื่น ฮ่องเต้คนใดคิดอยากครองบัลลงก์แล้วจะไม่มีการหลั่งเลือดและเสียสละบ้าง พวกเขาอุทิศตนเพื่อความสำเร็จของข้า นับว่าเป็นโชคดีของพวกเขาแล้ว”
เขาพูดจาไร้ยางอายเช่นนี้ออกมาได้โดยไม่รู้สึกผิด ซ่งหลางพลันนึกถึงฮ่องเต้แคว้นจินผู้นั้น ฉู่เฟิงตรงหน้าผู้นี้ช่างเหมือนกันจริงๆ
บัดนี้ซ่งหลางแม้กระทั่งสงสัยว่าเชียนหัวไม่ใช่โอรสของคนผู้นั้น แต่คนตรงหน้าผู้นี้ต่างหากที่ใช่
เพราะทั้งคู่เลือดเย็นและไร้ยางอายเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน
เขารู้สึกรังเกียจตัวเองอยู่บ้าง เหตุใดเขาถึงไปร่วมมือกับคนพรรค์นี้ได้
“เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่” ฉู่เฟิงเห็นอีกฝ่ายไม่พูดจา สีหน้าก็คร่ำเคร่งต่างไปจากเดิม จึงรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก “มีอะไรก็พูดออกมาตามตรง ไม่ต้องปิดบังข้า”
ซ่งหลางพยักหน้า “ขอรับ มีอะไรก็พูดออกไปตามตรง ไม่ต้องปิดบัง เช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจแล้ว”
เขายิ้มจาง ความคมกริบในแววตาเย็นยะเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็ง “เรื่องที่ท่านอ๋องวางแผนไว้ เกรงว่าข้าจะช่วยไม่ได้แล้ว”
ฉู่เฟิงพลันลุกขึ้นยืน สีหน้าดุร้ายยิ่ง “เจ้าว่าอะไรนะ?”
ซ่งหลางยืนขึ้นอย่างมั่นคง ราวกับภูเขาไท่ซาน ไม่หลุบตาลงสักนิด “ข้าบอกว่า เรื่องที่ท่านอ๋องวางแผนไว้ ข้าช่วยไม่ได้แล้ว”
“เจ้าคิดจะข้ามแม่น้ำทำลายสะพาน[footnoteRef:1]หรือ” ฉู่เฟิงเอ่ยถามด้วยโทสะ [1: ข้ามแม่น้ำทำลายสะพาน (过河拆桥) หมายถึง ครั้นบรรลุเป้าหมายแล้ว ก็ถีบส่งผู้ช่วยเหลือทิ้งไป]
เรียวคิ้วของซ่งหลางขมวดเข้าหากันเลยน้อย มองไปข้างหน้าตรงๆ “ข้ามแม่น้ำทำลายสะพาน? ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไร ข้าข้ามแม่น้ำสายใดในกำมือของท่านอ๋อง แล้วตอนนี้ข้าทำลายสะพานใดอีก”
ฉู่เฟิงยังไม่ทันได้ตอบ ซ่งหลางก็กล่าวเสริมอีก “หากข้าไม่ได้จำผิด เรื่องที่เมืองจินหยางเป็นท่านบงการกระมัง ข้าเตือนท่านอ๋องแล้วแท้ๆ ว่าอย่าทำอะไรเกินตัว สิ่งที่ควรทำ ข้าทำให้แล้ว แต่ท่านสังหารทูตแคว้นจินลับหลังข้า สร้างคดีใหญ่เช่นนั้นออกมาได้ ทำให้ข้ามีมลทินขนาดใหญ่ติดหลัง ข้าอยากถามท่านมาโดยตลอด ว่าท่านจงใจให้ร้ายข้าจริงๆ ใช่หรือไม่”
บัดนี้ฉู่เฟิงมุ่นคิ้วแล้ว สีหน้าดำคล้ำ “ข้าเป็นคนทำเรื่องนั้นจริง แต่แล้วอย่างไรเล่า หากไม่ฆ่าคนพวกนั้นทิ้ง จะให้พวกมาเจรจากับฮ่องเต้ที่นี่หรือไม่ หรือว่าเจ้าลืมไปแล้ว ว่าใครที่ฆ่าสกุลซ่งของพวกเจ้าจนสิ้น”
ซ่งหลางแค่นหัวเราะเสียงเย็น “ข้าไม่เคยลืม ข้าจำได้เสมอว่าใครฆ่าสกุลซ่งของพวกข้า แต่ท่านอ๋อง ความแค้นของพวกข้าสกุลซ่งไม่อาจลบล้างได้ด้วยชีวิตของคนบริสุทธิ์ คนที่ข้าต้องการฆ่าไม่ใช่พวกเขา ท่านควรจะเข้าใจถึงจะถูกต้อง”
ฉู่เฟิงกล่าวต่อ “วิธีการไม่สำคัญ ที่สำคัญคือผลลัพธ์ ขอเพียงบรรลุเป้าหมายได้ พวกเราต่างก็สมใจกันทั้งคู่ไม่ใช่หรือ”
เซียวอ๋องผู้นี้ดูแล้วฉลาดเฉลียว แต่ซ่งหลางไม่เคยรู้เลยว่าเขาโง่ปานนี้ ไม่มียาใดเยียวยาได้แล้ว
“ไม่ทราบว่าท่านอ๋องฆ่าทูตพวกนั้นแล้วได้บรรลุเป้าหมายอะไร ท่านคิดจะบรรลุเป้าหมายอะไรกันแน่”