คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 503

#503คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1005 เห็นแก่ตัว

ฉู่เฟิงมีสีหน้าลำพองใจ “ฆ่าทูต แม้กระทั่งองค์หญิงและไท่จื่อล้วนตายตกที่แคว้นฉู่ เจ้าว่าฮ่องเต้แคว้นจินจะนั่งเฉยอยู่ได้หรือ”

ซ่งหลางพยักหน้า “นั่งเฉยไม่ได้จริงๆ หากพระองค์สั่งทหารบุกแคว้นฉู่เพราะโทสะ ท่านคิดจะรับมืออย่างไร”

“หากแคว้นจินบุกมา ย่อมต้องให้อ๋องเทพสงครามที่เก่งกาจที่สุดของแคว้นพวกข้าไปรบด้วยอยู่แล้ว” ฉาเฟิงตอบทันที “แต่ตอนนี้เสดจพ่อถูกหนอนกู่ควบคุมจิตใจแล้ว ไม่อาจปกครองแคว้นได้อีก ต้องเลือกองค์ชายที่มีสติปัญญาและความสามารถจากบรรดาองค์ชายทั้งหมด และข้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด”

ฮ่าๆ...เขาวางแผนไว้สวยหรูเสียจริง แต่มันก็แค่สวยหรูเท่านั้น เขาไม่ได้คิดถึงความเป็นไปได้อย่างอื่นเลย

อย่างเช่น ไท่จื่อและองค์หญิงไม่ตาย หนอนกู่กัดใจไม่ใช่สิ่งที่เขาควบคุมได้เช่นกัน

แม้กระทั่งต่อให้จิ้นอ๋องถูกส่งไปรบกับแคว้นจินจริงๆ องค์ชายเหล่านั้นอาจจะไม่เลือกเขาก็เป็นได้

ซ่งหลางกล่าวว่า “จากสิ่งที่เหล่านี้ที่ท่านพูดมา ข้ามองเห็นเพียงผลประโยชน์ของท่าน แต่ไม่เห็นผลประโยชน์ของข้าเลย ท่านอ๋อง ท่านอย่าได้เห็นแก่ตัวจนเกินไป ข้าซ่งหลางรับความผิดมหันต์แทนท่าน แต่จนถึงตอนนี้แล้วกลับไม่ได้ประโยชน์เลยสักนิด แล้วจะให้ข้าช่วยท่านต่อไปได้อย่างไร”

ฉู่เฟิงกลอกตา ยิ้มว่า “ซ่งหลาง ขอเพียงเจ้าช่วยข้าให้พ้นจากวิกฤติตรงหน้า เมื่อข้าขึ้นครองราชย์แล้ว เจ้าย่อมมีตำแหน่งขุนนางทั้งบู๊และบุ๋น ไม่ว่าจะเป็นกรมใด เจ้าเลือกได้ตามใจชอบ”

พูดเหมือนกับว่าตำแหน่งฮ่องเต้รอคอยเขาขึ้นไปนั่งอยู่แล้ว

ครั้นเห็นซ่งหลางไม่พูดจา ฉู่เฟิงก็กล่าวอีก “เจ้ากลับไปที่แคว้นจินไม่ได้แล้ว ถึงแม้จะอยู่ที่แคว้นฉู่ แต่หากเจ้าอยากลงหลักปักฐานก็ต้องมีที่พึ่งพิงเช่นข้า ไม่เช่นนั้นขอเพียงทางแคว้นจินสั่งแค่คำเดียว เจ้าคิดว่าเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหรือ”

ซ่งหลางหัวเราะเสียงเย็น “เซียวอ๋อง ท่านคิดว่าข้าซ่งหลางจากแคว้นจินมาสู่แคว้นฉู่ รวบรวมผู้คุ้มกันลับของสกุลซ่งพวกข้าอยู่ที่แคว้นจินได้ เป็นเพราะอาศัยที่พึ่งพิงอย่างท่านหรือ”

สีหน้าของฉู่เฟิงเปลี่ยนไปในทันที “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“ความหมายของเขายังไม่ชัดเจนอีกหรือ” เสียงของฉู่เยี่ยนดังมาจากในประตูเล็กๆ ด้านข้าง เมื่อกระทบโสตประสาทของฉู่เฟิงแล้ว มันช่างเสียดแก้วหูเสียจริงๆ

ฉู่เยี่ยนเดินออกมาจากในห้องน้ำชา ด้านหลังตามมาด้วยไป๋จื่อที่เดินช้ากว่าเขาครึ่งก้าว

แววตาเคียดแค้นของฉู่เฟิงตกลงบนร่างของฉู่เยี่ยน จากนั้นเขาก็มองไปยังไป๋จื่อที่อยู่ด้านหลัง ทันใดนั้นเขาพลันมีสีหน้าตะลึงลาน ในแววตาฉายแววตื่นเต้นทันควัน “ไป๋จื่อ เจ้าอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

“เจ้าอยู่ที่นี่ได้ เหตุใดข้าจะอยู่บ้างไม่ได้” ไป๋จื่อว่า

จริงด้วย เขาอยู่ที่นี่ได้ แล้วเหตุใดนางจะอยู่บ้างไม่ได้ เพียงแต่พวกเขารู้จักกันตั้งแต่เมื่อใด แล้วเขาไม่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร

ฉู่เยี่ยนเอ่ยว่า “พี่สี่ ข้าหวังว่าท่านจะสบายดีนะ!”

ฉู่เฟิงถอนสายตากลับมา ก่อนจะแค่นหัวเราะเสียงเย็น “มิน่าเล่าซ่งหลางถึงไม่ยอมช่วยข้า ที่แท้พวกเจ้าก็เข้ามาขวางแล้ว”

“ขวาง?” ฉู่เยี่ยนเอ่ย “ข้าจะไปขวางท่านด้วยเหตุใด ข้าไม่ใช่ท่าน ไม่ต้องการพึ่งพาคนอื่นเพื่อช่วยตัวเองเสียหน่อย”

ซ่งหลางลุกขึ้นยืนแล้ว เขาเอ่ยเสียงเรียบๆ “ใช่ ข้ากับเขาจะขวางด้วยเหตุใด เขาไม่ใช่เซียวอ๋องเสียหน่อย เขาเป็นถึงผู้สือบทอดตำแหน่งฮ่องเต้ที่ฮ่องเต้แคว้นจินของพวกท่านให้ความสำคัญมากที่สุด เรื่องนี้มีใครบ้างไม่รู้ มีใครบ้างไม่ยอมรับ”

เขาหยุดไปพักหนึ่ง จากนั้นก็พูดอีกว่า “อ้อจริงสิ ก่อนหน้านี้ท่านพูดว่าต้องการนั่งตำแหน่งฮ่องเต้ก็ต้องมีการหลั่งเลือดและเสียสละ นั่นเป็นเพราะท่านพูด หากตำแหน่งฮ่องเต้เป็นของจิ้นอ๋อง เกรงว่านอกจากงานเฉลิมฉลองแล้ว คงไม่มีอย่างอื่นแล้วกระมัง”

ประโยคนี้ทำให้ฉู่เฟิงโมโหแทบตาย อยากจะชักดาบฟันปากเสียๆ ของคนผู้นี้อย่างบิ่ง

ฉู่เฟิงหัวเราะแห้งๆ สองเสียง “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเจ้าสนทนากันต่อไปเถอะ ข้ายังมีธุระ ขอตัวก่อน”

ตอนที่ 1006 น้ำไป่ชิง

“จะไปแล้วหรือ” ฉู่เยี่ยนพูดจบแล้วก็ปรี่ไปขวางทางฉู่เฟิงเอาไว้ “พี่สี่ ท่านสร้างเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้เอาไว้แล้ว คิดจะสะบัดก้นหนีไปอย่างนี้หรือ”

ฉู่เฟิงมุ่นคิ้ว “น้องหกเอาอะไรมาพูด ข้าจะไปสร้างเรื่องใหญ่ไว้ได้อย่างไร อย่ามาใส่ร้ายข้าหน่อยเลย”

ฉู่เยี่ยนแค่นเสียงเย็นๆ “ท่านไม่ต้องพูดกับข้าแล้ว ไปพูดต่อหน้าเสด็จพ่อเถอะ”

“เสด็จพ่อ?” ฉู่เฟิงกล่าว “ตอนนี้พระองค์จำใครไม่ได้แล้ว จะให้ข้าไปพูดต่อหน้าพระองค์ทำไม”

“ดูท่าทางท่านจะไปที่วังมาแล้ว ใครกันที่ปล่อยให้ท่านเข้าไป ฮองเฮาหรือ” ฉู่เยี่ยนถาม

ฉู่เฟิงเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดบางอย่างออกไป จึงกล่าวในทันที “เรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่ว ยังต้องไปดูอีกหรือไร”

ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “ข้าไม่รู้ว่าข่าวลือแพร่ออกไปแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรท่านก็ควรไปพูดต่อหน้าเสด็จพ่อ”

บัดนี้ฉู่เฟิงรู้แล้วว่าคงจากไปเช่นนี้ไม่ได้ เช่นนั้นก็ต้องลองดูสักตั้ง

เขาสะบัดมือ กริชไถลออกมาจากในแขนเสื้อ

น่าเสียดายยิ่งนัก กริชที่แหลมคมนั้นยังไม่ทันวาดลวดลาย มันก็ตกไปอยู่ในมือของฉู่เยี่ยนเสียแล้ว

ฉู่เฟิงฝึกฝนวรยุทธ์มาตั้งแต่ยังเด็ก ทว่าฝีมือของเขาจะเทียบกับฉู่เยี่ยนได้อย่างไร

คนหนึ่งเป็นอ๋องที่ได้ตำแหน่งมาเพราะถูกเลี้ยงดูอย่างมีสิทธิพิเศษ ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นแม่ทัพเทพสงครามที่ใช้ชีวิตอยู่ในสนามรบมาอย่างยาวนาน

หากพูดถึงวรยุทธ์ ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันอยู่แล้ว

หลังจากถูกแย่งกริชไป ฉู่เฟิงก็เกิดโทสะเพราะความอับอาย จึงยื่นหมัดไปหมายจะกระแทกใบหน้าหล่อเหลาของฉู่เยี่ยน

แต่หมัดนั้นยังไม่ทันไปถึงไหน สันมือของฉู่เยี่ยนก็ฟาดลงบนท้ายทอยของฉู่เฟิงแล้ว ทำให้เขาตาเหลือกล้มพับลงในทันที

ยังไม่ทันประมือก็พ่ายแพ้ไปเสียแล้ว

ซ่งหลางส่ายหน้า ก่อนจะลอบถอนหายใจ ‘ไม่เอาไหนขนาดนี้ ยังกล้าคิดจะเป็นฮ่องเต้ได้อีกหรือนี่ เขาไม่มีสิทธิ์จะสู้กับฉู่เยี่ยนเลยด้วยซ้ำ’

มิน่าเล่าฮ่องเต้ถึงได้ต้องการช่วยเหลือฉู่เยี่ยนเพียงผู้เดียว คนผู้นี้มีคุณสมบัติเหนือใครจริงๆ

เพียงแต่เขาน่าสนใจน้อยไปหน่อย แถมยังขี้หึงอีกด้วย

“จิ้นอ๋องเก่งกาจยิ่ง!” ซ่งหลางเห็นฉู่เฟิงล้มลงแล้วก็ยังมีสีหน้าดังเดิม ราวกับคาดเดาได้อยู่แล้ว

หูเฟิงกล่าวกับเขาว่า “เจ้าเองก็ไม่เลวเช่นกัน”

ทั้งสองคนสบตากัน บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มจางๆ

รอยยิ้มนี้แปลกพิกลนัก ไป๋จื่อมองแล้วรู้สึกหนาวสันหลังวาบขึ้นมา จึงรีบพูดว่า “นำตัวเขาไปคุมไว้ก่อนเถอะ อีกเดี๋ยวท่านตาน่าจะมาถึงแล้ว พวกเราไปดูดีกว่าว่ายาเสร็จแล้วหรือยัง”

คนของซ่งหลางพาตัวฉู่เฟิงไปมัดไว้ก่อน จากนั้นพวกเขาทั้งสามคนก็ไปยังลานขนาดเล็กก่อนหน้านี้

ระหว่างทางพวกเขาไม่ได้พูดอะไร ต่างฝ่ายต่างก็มีเรื่องต้องคิด

เมื่อมาถึงลานแล้วก็พบว่ายายังเคี่ยวไม่เสร็จ แต่ตงฟางมู่กลับถูกส่งตัวมาแล้ว เขาพิงหลังอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ ดวงตาหลับลงกึ่งหนึ่ง สีหน้าย่ำแย่ยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก เพียงแต่ดวงตายังคงสุกใส ไม่ได้สูญเสียสติสัมปชัญญะไป

ไป๋จื่อถอนใจโล่งอก กล่าวในใจว่าโชคดีนัก โชคดีที่ตงฟางมู่ยังคงมีสติ นั่นหมายความว่าพิษหนอนกู่ของเขายังไม่ถึงขั้นออกฤทธิ์

เหวยเซวียนอาหลานตามมาด้วย เมื่อเห็นไป๋จื่อแล้ว เหวยเซวียนก็รีบก้าวเข้ามาสองก้าว กล่าวกับนางว่า “แม่นางไป๋ เมื่อวานเจ้าไม่ได้กลับไป ไม่ได้เป็นอะไรใช่หรือไม่”

เด็กสาวส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร ข้าเคี่ยวยาอยู่ที่นี่ ท่านตาของข้าเป็นอย่างไรบ้าง”

“ท่านตงฟางยังคงสบายดี” เหวยเซวียนรีบตอบ “เมื่อวานข้ากับท่านอาเคี่ยวนำไป่ชิงป้อนให้เขา น้ำไป่ชิงมีสรรพคุณกดความหิวโหยของหนอนกู่ที่อยู่ในร่างกาย ทำให้พวกมันเข้าสู่สภาพจำศีลชั่วคราว แต่สรรพคุณนี้ไม่อาจคงอยู่นาน ดื่มน้ำไป่ชิงได้มากที่สุดวันละครั้ง หากดื่มสองหรือสามครั้งก็ไม่มีประโยชน์แล้ว”

ไป๋จื่อดีใจมาก ไม่คิดเลยว่าน้ำไป่ชิงจะสามารถกดข่มหนอนกู่ได้ชั่วคราว เท่านี้ความวุ่นวายในเมืองหลวงก็จะลดน้อยลงไปได้หลายวัน ซื้อเวลาให้พวกเขาได้อีกระยะหนึ่ง

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 503