คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 501
ตอนที่ 1001 สตรีคนใดมอบให้เจ้า
ซ่งหลางเห็นสีหน้าของไป๋จื่อเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาหัวเราะอย่างไร้เสียง ก่อนจะชักมือกลับ “ถุงหอมของจิ้นอ๋องประณีตจริงเชียว ไม่ทราบว่าสตรีคนใดมอบให้เจ้าหรือ” เขาพูดพลางเลื่อนสายตาไปที่ใบหน้าของไป๋จื่อ “คงไม่ใช่แม่นางไป๋กระมัง”
ไป๋จื่อเม้มปากยิ้ม “เดาถูกแล้ว ข้าเป็นคนมอบให้เขาเอง เป็นอย่างไร ไม่เลวเลยใช่หรือไม่”
ทว่าซ่งหลางย่อมไม่เชื่อ สีหน้าของไป๋จื่อตอนที่เห็นถุงหอมนั้น ชัดเจนว่านางเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
ในเมื่อนางพูดแล้ว เช่นนั้นก็ใช่แล้วกระมัง ความจริงเป็นอย่างไร นางรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว
หูเฟิงขมวดคิ้ว สีหน้าไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าได้ถุงหอมนี้มาอย่างไร ราวกับว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นล้วนแขวนถุงหอมเช่นนี้เอาไว้ หลายครั้งเขาจำได้ว่าปลดมันทิ้งไปแล้ว ทว่าช่วงนี้ยุ่งอยู่ตลอด จึงไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องหยุมหยิมเหล่านี้
คิดไม่ถึงเลยว่าซ่งหลางจะถือโอกาสนี้ อีกเดี๋ยวเขาควรจะอธิบายกับไป๋จื่ออย่างไรดี
ผ่านไปได้พักหนึ่ง ผู้คุ้มกันที่ใส่ผ้าปิดปากก็ออกมา ครั้นออกมาแล้วก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะเดินมาทางพวกเขา
เขารายงานซ่งหลางอย่างนอบน้อม “คุณชาย เรียบร้อยแล้วขอรับ”
ซ่งหลางไม่ขยับเขยื้อน เพียงกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยเสียงเรียบเฉย “เปิดหน้าต่างระบายอากาศ อีกเดี๋ยวพวกข้าค่อยเข้าไป”
ผู้คุ้มกันกำลังจะหมุนกายกลับไป ไป๋จื่อกลับเรียกเขาไว้ ถามว่า “พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง”
“ยังมีชีวิตอยู่ขอรับ” ผู้คุ้มกันตอบ
ไร้ประโยชน์นัก นางรู้อยู่แล้วว่าทั้งสามคนยังมีชีวิตอยู่ ที่นางอยากถามคือพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง ถ่ายท้องออกมาแล้วดีขึ้นบ้างหรือไม่
ซ่งหลางเอ่ยขึ้นว่า “เขาจะไปเข้าใจอะไร ก็เพียงแค่ทำงานเล็กน้อยเท่านั้น อีกเดี๋ยวเข้าไปแล้วเจ้าก็จะรู้เอง”
ไป๋จื่อพยักหน้า ก็จริงของเขา อีกฝ่ายเป็นแค่ผู้คุ้มกัน ที่ร่ำเรียนมามีแต่วรยุทธ์ จะรู้เรื่องการรักษาได้อย่างไร เป็นนางเองที่ร้อนใจจนเกินไป
แต่นางจะไม่ร้อนใจได้อย่างไร เมื่อนึกถึงอาการของตงฟางมู่ในตอนนี้ทีไร นางก็ร้อนใจเหมือนมีไฟสุมอกอยู่ทุกเมื่อ
ประตูและหน้าต่างถูกเปิดออกแล้ว มีใครหลายคนทยอยยกถังไม้ออกมา แม้จะปิดฝาเอาไว้ แต่กลับยังคงมีกลิ่นเหม็นโชยออกมาอยู่ดี
เมื่อคนที่ยกถังเดินไป ก็มีคนยกน้ำสะอาดเข้าไปเข้าไปทำความสะอาดเรือนทันที ตอนที่พวกเขาเข้าไปข้างใน กลิ่นเหม็นข้างในเรือนหายไปมากกว่าครึ่งแล้ว บนพื้นก็สะอาดเอี่ยมไปทั่วบริเวณ
ทั้งสามคนไม่ได้บ้าคลั่งอีก พวกเขาถูกย้ายออกมาจากในกรงเหล็กแล้ว บัดนี้กำลังนอนอยู่บนพื้นที่ปูผ้าเอาไว้ ร่างกายห่มไว้ด้วยผ้าผืนบ้าง เผยให้เป็นแค่ใบหน้าที่ผอมและอิดโรยเท่านั้น
พวกเขาฟื้นแล้ว แต่ที่น่าแปลกคือแววตาของพวกเขาว่างเปล่าอย่างมาก เอาแต่เหม่อมองบนขื่อ
ไป๋จื่อและซ่งหลางนั่งลงที่ข้างกายของสองคนในนั้น ก่อนจะนำมือของพวกเขาออกมาจากในผ้าห่มเพื่อจับชีพจร ขณะนี้ชีพจรอ่อนมาก อ่อนเป็นอย่างยิ่ง ราวกับตะเกียงที่ไม่มีน้ำมันอย่างไรอย่างนั้น
นางเงยหน้าขึ้น สบสายตาซ่งหลางเข้าพอดี “เป็นอย่างไรบ้าง” นางถาม
ซ่งหลางส่ายหน้า “ไม่ดีเลย เกรงว่าจะรักษาชีวิตไว้ได้ยากแล้ว”
ไป๋จื่อวางมือของคนผู้นั้นลง ขมวดคิ้วกล่าวว่า “ทางนี้ก็เช่นกัน”
“พวกเขาน่าจะกินหนอนกู่เข้าไปนานจนเกินไป” ซ่งหลางว่า “หนอนกู่ทำลายอวัยวะนส่วนใหญ่ในร่างกายไปแล้ว ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่ได้ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์มาก”
เด็กสาวพลันนึกถึงตงฟางมู่ เขากินหนอนกู่ไปได้ไม่นานเท่านั้น สุดท้ายแล้วจะมีจุดจบเช่นเดียวกันหรือไม่
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว นางก็รอไม่ได้อีกต่อไป กล่าวกับหูเฟิงทันที “เจ้ารีบให้แม่ทัพฟู่ไปนำตัวท่านตามา แล้วค่อยไปนำตัวผู้ป่วยที่เพิ่งแสดงอาการได้ไม่นานมาด้วย”
ซ่งหลางขมวดคิ้ว “เจ้าจะนำตัวท่านตงฟางมาทดลองยาตอนนี้เลยหรือ”
ตอนที่ 1002 กาเข้าฝูงกา หงส์เข้าฝูงหงส์
ไป๋จื่อส่ายหน้า “รอต่อไปไม่ได้แล้ว ยิ่งชักช้าก็มีแต่จะยิ่งอันตราย อีกอย่างข้าเห็นแล้วว่ายาของเจ้ามีประโยชน์ ข้าเชื่อเจ้า”
ซ่งหลางพลันหวั่นไหว นางหลับตาลงเล็กน้อย ไม่ได้มองเขาขณะพูด แต่เขากลับมองเห็นสิ่งที่เรียกได้ว่าความเชื่อใจจากในดวงตาคู่นั้น
“ตกลง เช่นนั้นก็ลงมือเลยเถอะ!” เขาหยัดตัวตรง แล้วกล่าวกับชายชราที่อยู่ข้างหลังว่า “เริ่มเคี่ยวยาทันที”
ลุงหยวนมีสูตรยาอยู่ในมือ วัตถุดิบสมุนไพรก็มีครบพร้อมในห้องเสบียง เขาพยักหน้า แล้วไปจัดการตามคำสั่งโดยพลัน
ทั้งสามคนที่อยู่ในเรือนถูกหามออกไป โดยมีคนจากทางการส่งพวกเขากลับบ้าน
โจวกังรีบร้อนมาถึงก็กระซิบที่ข้างหูของหูเฟิง ก่อนที่แววตาดุจดาบของชายหนุ่มจะตกลงบนร่างของซ่งหลาง
“มีอะไรหรือ” ไป๋จื่อเห็นว่าจู่ๆ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป จึงรีบถามความ
หูเฟิงแค่นหัวเราะ “คุณชายซ่ง ก่อนหน้านี้มีแขกรอพบเจ้าอยู่ เจ้ายังไม่ไปพบอีกหรือ”
ซ่งหลางไม่เข้าใจ เขาหันไปมองผู้คุ้มกันที่อยู่ข้างๆ อีกฝ่ายก็ส่ายหน้าเช่นกัน
ทันใดนั้นมีผู้คุ้มกันรีบร้อนเข้ามา ก่อนจะพูดเบาๆ อยู่ข้างกายของซ่งหลาง
ไป๋จื่อยืนอยู่ตรงกลางระหว่างซ่งหลางและหูเฟิง เสียงของผู้คุ้มกันผู้นั้นหนักแน่นมาก แม้จะจงใจลดเสียงลงเพียงใด แต่สุดท้ายแล้วนางก็ยังได้ยินอยู่ไม่น้อย
คิดไม่ถึงเลยว่าฉู่เฟิงจะมาที่นี่ในเวลานี้ ขณะนี้เป็นช่วงเวลาคับขัน หรือว่าระหว่างพวกเขายังมีข้อตกลงอะไรที่เป็นความลับอยู่
ซ่งหลางเข้าใจความนัยของหูเฟิงในทันที เขายิ้มว่า “ที่แท้แขกผู้มีเกียรติตัวจริงก็มาเยือนแล้ว พอดีเลย ยานี้ยังเคี่ยวไม่เสร็จ คนก็ยังไม่ถูกนำตัวมา เช่นนั้นข้าจะไปรับแขกสักหน่อยก็แล้วกัน”
ไป๋จื่อขวางเขาเอาไว้ ดวงหน้ามีแต่ความโกรธเกรี้ยว “ทำไม? ระหว่างพวกเจ้ายังมีธุรกิจอะไรยังไม่เสร็จสิ้นอีกหรือ”
บัดนี้ซ่งหลางกอดอก เขามองไปจื่ออย่างสบายอารมณ์ รอยยิ้มเจิดจ้ามาก “ทำไม? ข้ายังมีธุรกิจกับเขาไม่ได้หรือ อย่างไรเสียเขาก็เป็นองค์ชายของแคว้นฉู่เช่นกัน ข้าต้องการลงหลักปักฐานที่นี่ จะอย่างไรก็ควรมีที่พึ่งพิงบ้าง ข้าผิดใจกับคนเช่นเขาไม่ได้หรอก เจ้าก็น่าจะเข้าใจนะ”
ทว่าไป๋จื่อส่ายหน้า “ข้ำม่เข้าใจเรื่องนั้นหรอก ข้ารู้เพียงว่ากาเข้าฝูงกา หงส์เข้าฝูงหงส์”
ซ่งหลางเอียงคอกึ่งหนึ่ง ราวกับกำลังคิดทบทวนอย่างจริงจัง ก่อนจะพยักหน้าในทันที “อืม เจ้าพูดถูกต้อง เป็นเช่นนั้นจริงๆ”
ไป๋จื่อแทบจะล้มพับ เขาเป็นอะไรของเขาเนี่ย
“แต่ตอนนี้ข้าไม่คิดจะเข้าพวกกับเขาแล้ว แค่ข้ายังไม่อาจผิดใจกับเขาได้ มิสู้เจ้าช่วยข้าหน่อยดีหรือไม่” ซ่งหลางเลิกคิ้วพลางกล่าว
เด็กสาวนึกถึงอาการของตงฟางมู่ในตอนนี้ นางอยากจะกรอกหนอนกู่นั้นใส่ปากฉู่เฟิงแทบขาดใจ อยากให้เขาลองชิมรสชาตินั้นดูบ้าง
“เจ้าพูดจริงหรือ” นางถาม
ซ่งหลางพยักหน้าอย่างเอาจริงเอาจัง “จริงแท้แน่นอน แม่นางไป๋ เจ้าจำไว้ว่าข้าซ่งหลางอาจจะทำเรื่องทำร้ายคนทั้งใต้หล้ามาแล้ว แต่กลับไม่เคยหลอกลวงเจ้ามาก่อน”
หูเฟิงกำหมัดในทันที ข้อนิ้วส่งเสียงดังกรอบแกรบ
ดูหน้าของซ่งหลางผู้นี้สิ อยากจะใช้น้ำลายถ่มหน้าเขาให้ตายไปเสีย เขายังมีตาอยู่หรือไม่ ไม่เห็นหรือว่าคู่หมั้นตัวโตของนางยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคน นางเป็นคู่หมั้นของเขา เป็นคู่หมั้นของเขาฉู่เยี่ยนเชียวนะ!
ไป๋จื่อหันหน้าหนี จงใจมองข้ามความนัยในคำพูดของเขา ก่อนจะกล่าวกับหูเฟิงว่า “พวกเราไปด้วยกันเถอะ ไปดูหน่อยว่าครั้งนี้เสด็จพี่ของเจ้าจะสร้างเรื่องใหญ่อะไรอีก”
หูเฟิงพยักหน้า “พวกเราหลบไปก่อน คอยดูว่าเขาต้องต้องการพูดอะไรกับซ่งหลาง ได้โอกาสแล้วค่อยจัดการ”
ทั้งสามคนไปที่โถงหน้าอย่างพร้อมเพรียง ไป๋จื่อและหูเฟิงเข้าไปในห้องน้ำชาของโถงหน้าผ่านประตูข้าง ฉู่เฟิงกำลังเดินวนเวียนไปมาอยู่ในนั้น สีหน้าร้อนใจมาก
ซ่งหลางเร่งฝีเท้าก้าวเข้าไป ก่อนจะประสานมือคารวะฉู่เฟิง
“เซียวอ๋อง ไม่พบกันนานเลยนะขอรับ!” ซ่งหลางยิ้มร่ามองฉู่เฟิงที่กำลังกังวลใจ ในดวงตาที่หรี่ลงฉายแววคมปลาบเล็กน้อย