คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 509
ตอนที่ 1017 หลักการที่เรียบง่าย
ไป๋จื่อลุกขึ้น สีหน้ายังคงเรียบเฉย “ก็แค่ผิวหนังเท่านั้น ไม่สำคัญอะไรหรอก”
แต่ไหนแต่ไรนางไม่ได้อาศัยหน้าตาทำมาหากิน สำหรับนางแล้ว หน้าตาที่งดงามก็ยังไม่เทียบเท่าเศษเสี้ยวหนึ่งของสมองที่มีประโยชน์
เสี่ยวชิงไม่เห็นด้วยกับคำพูดของนาง “หากสตรีสักคนหนึ่งมีหน้าตาที่งดงาม ย่อมดีกว่าอะไรทั้งสิ้นไม่ใช่หรือ”
เดิมทีไป๋จื่ออยากออกไปแล้ว แต่เมื่อได้ยินคำถามของอีกฝ่าย นางก็พลันหยุดฝีเท้า แล้วหันกลับหลังไปในทันที
ปีนี้เสี่ยวชิงอายุสิบห้า ถึงวัยที่จะต้องปักปิ่นแล้ว บัดนี้นางตัวสูงกว่าไป๋จื่อเล็กน้อย ใบหน้าน่ารัก มีกลิ่นอายของน้องสาวข้างบ้าน
“ผิวหนังของมนุษย์ก็แค่เกราะกำบังของร่างกาย ต่อให้มันงดงามเพียงใดก็ไม่อาจต่อต้านความโหดร้ายของห้วงเวลาได้ หากเจ้าของผิวหนังสูญเสียผิวหนังไป ไม่เหลืออะไรสักอย่าง เช่นนั้นตอนที่สังขารร่วงโรยแล้วควรจะทำอย่างไรดี”
เสี่ยวชิงไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก จึงกะพริบตามองไป๋จื่อ ไม่รู้ว่าควรตอบความอย่างไรดี
ไป๋จื่อตบไหล่นางพลางพยักหน้า “สิ่งเดียวที่สามารถต่อต้านความโหดร้ายของห้วงเวลาได้ มีเพียงหัวใจและสมองเท่านั้น สุดท้ายแล้วทุกคนบนโลกก็พึ่งพาแค่สองสิ่งนี้เท่านั้น”
เสี่ยวชิงคล้ายจะเข้าใจแล้ว ในดวงตาที่มองไป๋จื่ออยู่นั้น ปรากฏความเลื่อมใสขึ้นมามากทีเดียว
วิสัยทัศน์ของคนสามารถจำกัดความคิดของคนได้จริงๆ จะอย่างไรนางก็พูดหลักการที่ลึกซึ้งเช่นนี้ออกมาไม่ได้
ทั้งๆ ที่มันเป็นหลักการที่เรียบง่ายมากแท้ๆ!
ไป๋จื่อเห็นนางเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วก็ยิ้มจาง ก่อนจะถือกล่องยาหมุนกายออกไป
ครั้นกลับไปถึงลานด้านหน้า นางพบว่าซ่งหลางกำลังสนทนากับลุงหยวน ทั้งสองคล้ายกับถกเถียงอะไรกันบางอย่าง สีหน้าไม่ค่อยน่ามองเท่าไรนัก
ซ่งหลางได้ยินเสียงเท้าของไป๋จื่อ เขาจึงปิดปากเงียบในทันที พร้อมกันนั้นก็ส่งสายตาให้ลุงหยวนด้วย
ลุงหยวนถอนหายใจอย่างจนใจ แล้วหมุนกายถอยออกไปทันใด
“พวกเจ้าทะเลาะกันหรือ” ไป๋จื่อก้าวไปข้างหน้าพลางถาม
ซ่งหลางส่ายหน้า “ไม่ใช่” เดิมทีเขาไม่อยากพูด ทว่าเมื่อได้เห็นสีหน้าใคร่รู้ของนางแล้ว เขาก็เอ่ยขึ้นอีกว่า “เขาเสนอให้ไปจากเมืองหลวง และบอกว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว”
“เขาพูดถูกต้อง ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะหลังจากที่เจ้ามอบสูตรยาให้กับข้า” นางจ้องมองใบหน้าของซ่งหลางเขม็ง ถามย้ำทีละคำ “เมื่อรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นนั้น เจ้ายังอยากมอบสูตรยาให้ข้าอยู่อีกหรือ”
ซ่งหลางพยักหน้าอย่างไม่คิด “ใช่ ข้ายังคงอยากมอบให้เจ้า”
เขาส่งกระดาษที่ถืออยู่ในมือตลอดให้นาง “เรื่องที่รับปากเจ้าไว้แล้ว ข้าย่อมต้องทำให้ได้”
ไป๋จื่อรับไว้โดยไม่เกรงใจ จากนั้นก็คลี่กระดาษที่พับครึ่งไว้ออก รายชื่อสมุนไพรมากมายสะท้อนเข้าม่านตา
เมื่อได้อ่านชื่อสมุนไพรพวกนี้ สีหน้าของนางก็เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเล่า นางเคยเห็นสูตรยานี้มาก่อน
เคยเห็นที่ไหนกันนะ ตอนนี้นางนึกไม่ออก แต่นางมั่นใจว่าเคยเห็นสูตรยานี้อย่างแน่นอน ความจริงแล้วนางเคยเห็นมันที่ไหนกันแน่
“เจ้าเป็นอะไรไป” ซ่งหลางเห็นสีหน้านางแปลกใจ จึงเอ่ยถามด้วยความกังวล
ไป๋จื่อรีบส่ายหน้า “ไม่มีอะไร ข้าไม่เป็นไร”
นางเก็บสูตรยาแล้วกล่าวกับเขาว่า “ลุงหยวนพูดไว้ถูกแล้วจริงๆ เจ้าควรไปจากที่นี่ ถือโอกาสไปเสียตั้งแต่ตอนนี้”
ซ่งหลางเม้มปากไม่พูดจา ดวงตาของเขาจ้องมองไป๋จื่อตรงๆ ในแววตามีคำพูดอยู่นับพันนับหมื่น ทว่าไม่อาจเอ่ยออกมาได้
ไป๋จื่อทำเป็นเพียงมองไม่เห็น นางเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าสละสูตรยาดีช่วยชีวิตคน จิ้นอ๋องไม่มีทางทำอะไรเจ้าแน่ แต่ยากนักจะรับรองได้ว่าจะไม่มีใครลุกฮือ โดยเฉพาะ...คนแคว้นจิน”
ไท่จื่อและองค์หญิงของแคว้นจินเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นที่แคว้นฉู่ ทางนั้นจะต้องได้รับข่าวแล้วแน่นอน และไม่มีทางที่จะวางเฉยไม่สอบถาม แม้กระทั่งส่งคนมาสืบความที่เมืองหลวงแล้วด้วยซ้ำไป
ถึงตอนนั้นแล้ว เกรงว่าบุตรของกบฏแคว้นจินอย่างเขาจะต้องตกอยู่ในอันตราย บวกกันเรื่องที่เขาร่วมมือกับฉู่เฟิงก่อนหน้านี้ ทันทีที่ฉู่เฟิงถูกไต่สวน แล้วเขาจะหนีรอดไปได้อย่างไร
ตอนที่ 1018 หนีไปให้ไกล
“คุณชายซ่ง หากเจ้าเห็นข้าเป็นเพื่อน ก็ฟังคำข้าสักหน่อยเถอะ ปล่อยองค์หญิงเชียนฟางและไท่จื่อเชียนหัว แล้วพาคนของเจ้าหนีไปให้ไกล”
ซ่งหลางมุ่นคิ้ว เบือนหน้าหนี เขามองไปทางต้นเหมยที่อยู่กลางลานบ้าน แม้มันจะเก่าแก่ ทว่าก็ยังออกดอกบานสะพรั่ง
แม้จะผ่านปีใหม่ไปแล้ว ดอกเหมยที่เดิมทีเบ่งบานตั้งแต่ก่อนวันส่งท้ายปีก็ยังคงเบ่งบานจนถึงวันนี้
อาจจะเป็นเพราะวันที่หนาวที่สุดของปียังมาไม่ถึงกระมัง
“เจ้ารู้ดีอยู่แก่ใจว่าตนเองไม่มีทางทำร้ายองค์หญิงและไท่จื่อ ใช่หรือไม่ ในเมื่อเจ้าตัดใจลงมือกับบุตรธิดาของศัตรูไม่ได้ เหตุใดต้องฝืนยุยงให้สองแคว้นเกิดสงคราม ทำให้ประชาชนใต้หล้าต้องตายเพราะการต่อสู้ที่น่าหัวร่อเช่นนี้ มันคุ้มกันแล้วหรือ”
ซ่งหลางหลับตา ปิดบังความขมขื่นที่อยู่ในแววตา ก่อนจะกัดฟันกล่าวว่า “เช่นนั้นคนกว่าสี่ร้อยชีวิตทั่วทั้งสกุลซ่งของข้า ก็ต้องเสียเปล่าอย่างนั้นกระมัง”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ทุกอย่างมีเหตุย่อมมีผล การตายของพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่เจ้าก่อน เจ้าเป็นเพียงหนึ่งคนที่ได้รับเคราะห์ฌท่านั้น การแก้แค้นเป็นทางเลือกของเจ้า ข้าไม่ขัดขวาง แต่ในทางตรงกันข้าม หากข้าเป็นเจ้า ข้าก็จะเลือกแก้แค้นเช่นกัน ไม่มีทางปล่อยให้คนที่สังหารครอบครัวของตนเองมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข ต่อให้เขามีชีวิตอยู่ ก็ต้องให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างทุกข์ทรมาน”
“แต่คุณชายซ่ง ไม่มีความเคียดแค้นใดเกิดขึ้นอย่างไร้มูลเหตุ เจ้าต้องการแก้แค้น นั่นย่อมได้ ทว่าเจ้าไม่อาจใช้ชีวิตของคนบริสุทธิ์ปูทาง พวกเขามีความผิดอะไรกัน เจ้าทำเช่นนี้ไม่โหดเหี้ยมยิ่งกว่าคนที่สังหารทั้งสกุลซ่งของเจ้าหรือ”
“ในเมื่อเจ้าปล่อยองค์หญิงเชียนฟางและไท่จื่อเชียนหัวได้ แล้วเหตุใดปล่อยชีวิตคนบริสุทธิ์ที่แม้แต่หน้าก็ไม่เคยเห็นพวกนั้นไม่ได้เล่า”
ไม่รู้ว่าลุงหยวนมาถึงด้านหลังของซ่งหลางและไป๋จื่อตั้งแต่เมื่อใด เขากำลังมองเงาหลังที่ผอมบางด้วยใบหน้าซาบซึ้ง
สตรีนางนี้พูดสิ่งที่เขาอยากพูดมาโดยตลอด แต่กลับไม่เคยพูดออกมาได้
ชีวิตคนอาจยาวหรือสั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่ด้วยความแค้น
เขาหวังว่าคุณชายจะยิ้มได้อีกครั้ง ปล่อยวางความโกรธแค้นในหัวใจ และใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง
ปล่อยให้สวรรค์จัดการกับคนชั่ว
แต่ไหนแต่ไรซ่งหลางไม่ใช่คนหัวโบราณ ยิ่งไม่ใช่คนที่ใจแข็งหรือโหดร้าย ปีนี้เขาใส่หน้ากากเสมอ ฝืนใช้ชีวิตอยู่ในความทุกข์ตรมและเคียดแค้นที่ไม่มีวันหมดสิ้น พยายามให้ตนเองเลือดเย็น ดุร้าย เขาเคยลอง เคยทำ ทว่ากลับไม่เคยสำเร็จ
คำพูดของไป๋จื่อเหมือนกับกุญแจเงินดอกหนึ่ง ที่เปิดประตูบานที่ปิดสนิทแน่นในใจของเขาออก ด้านนอกประตูคือแสงอาทิตย์เจิดจ้า ส่วนด้านในประตูมีแต่หมอกอันมืดมิด เมื่อแสงอาทิตย์จากข้างนอกส่องเข้ามา ก็พาให้หมอกเหล่านั้นสลายหายไป
หนทางข้างหน้าคล้ายกับแจ่มชัดขึ้นมาในพริบตานี้
ซ่งหลางที่ไม่เคยรู้เลยว่าต่อไปตนเองควรทำอย่างไร พลันพบหนทางเข้าให้แล้ว
เขาหมุนกายกลับไปมองไปจื่อ จู่ๆ ก็ยิ้มอย่างสดใสหาใดเปรียบ “ตกลง”
ไป๋จื่อตะลึง “ตกลง? ตกลงอะไร” นางไม่รู้จะตอบโต้เขาอย่างไรไปชั่วขณะ
“แน่นอนว่าเกี่ยวกับสิ่งที่เจ้าพูด” ซ่งหลางยิ้มเบาๆ
“หมายความว่าเจ้ายอมปล่อยองค์หญิงเชียนฟางและไท่จื่อเชียนหัวแล้วหรือ” นางถามอีกครั้ง ด้วยไม่กล้าเชื่อหูของตัวเองอยู่บ้าง
นางโน้มน้าวเขาเพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อน แต่นางไม่ได้หวังว่าเขาจะตั้งใจฟังจริงๆ นางเพียงทำสิ่งที่ตนเองคิดว่าควรทำ ไม่ได้ตั้งใจจะบีบบังคับ
คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะตอบรับอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ เหนือความคาดหมายเหลือเกิน
ครั้นเห็นไป๋จื่อมีสีหน้าแข็งค้าง รอยยิ้มของซ่งหลางมีแต่ะสดใสขึ้นเรื่อยๆ “เป็นอะไรไป ข้าบอกว่าตกลง แต่เจ้ากลับไม่กล้าเชื่อหรือนี่ ในสายตาของเจ้า ข้าเป็นคนหัวแข็งและชั่วร้ายปานนั้นจริงๆ หรือ”