คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 504
ตอนที่ 1007 ท่านตาจะทนไหวใช่หรือไม่
“จื่อเอ๋อร์...” ตงฟางมู่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กวักมือเรียกไป๋จื่อ บัดนี้ความดุดันยามที่เคยมีบนสนามรบกลับเปลืองแรงที่จะยกมือ แค่เอ่ยปากก็ลมหายใจขาดช่วง ราวกับจะตายได้ทุกเมื่อ
ไป๋จื่อเร่งฝีเท้าไปถึงตรงหน้าตงฟางมู่ ก่อนจะจับมือเขาไว้พร้อมกล่าวด้วยตาแดงๆ “ท่านตา ท่านวางใจเถอะ ตอนนี้พบวิธีกำจัดหนอนกู่กัดใจแล้ว อีกไม่นานท่านก็จะหายดีแล้วนะเจ้าคะ”
ตงฟางมู่พยักหน้า รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า “ดี ตาล้วนเชื่อฟังเจ้า แต่เจ้าก็ต้องเชื่อฟังตาสักคำ”
“ท่านตาโปรดกล่าว” ไป๋จื่อรีบกล่าว
หลังจากตงฟางมู่หอบหายใจอยู่หลายเสียง เขาถึงจะเอ่ยปากพูดว่า “หากข้ามีอันเป็นไป อย่าได้บอกมารดาเจ้า ฝังข้าไปเงียบๆ ที่ตะวันตกเฉียงเหนือ ณ ตรงที่ข้าฝึกทหาร ข้าไม่อยากทำให้นางเสียใจ ทั้งชีวิตนี้ของนางเจ็บปวดมามากพอแล้ว ข้าทนเห็นนางทรมานไม่ได้”
เขามีบุตรีเพียงคนเดียว จึงรักนางดุจแก้วตาดวงใจตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ นางแต่งให้กับสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่งเพราะคำพูดเดียวของเขา ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่สิบกว่าปี ยากเย็นนักกว่าจะหลุดพ้นจากทะเลแห่งควาขนขื่น ยากนักกว่าจะพบบุตรีของนาง และได้มีชีวิตที่มีรอยยิ้มชื่นมื่น
ตอนนี้เขาไม่ต้องการให้ชีวิตแสนสุขเช่นนี้ต้องกลายเป็นโศกนาฏกรรมอีกครั้งเพราะการจากไปของเขา เขาทำเช่นนั้นไม่ได้
ไป๋จื่อส่ายหน้า น้ำตาร่วงผล็อย “ไม่ ไม่มีทาง ท่านตาจะต้องไม่เป็นอะไร”
นางรู้สึกว้าวุ่นใจมาก อย่างไรเสียตงฟางมู่ก็อายุมากแล้ว แม้แต่ชายหนุ่มร่างกายแข็งแรงผู้นั้นยังทนไม่ได้ แล้วท่านตาจะทนไหวใช่หรือไม่
ขณะนี้ตงฟางมู่ไม่มีแรงจะพูดอะไรมาก เขาใช้แรงของตนเองทั้งหมดตบมือของไป๋จื่อเบาๆ “เด็กดี จำคำตาเอาไว้นะ”
“อาจารย์ มีพวกข้าอยู่ตรงนี้แล้ว ท่านต้องไม่เป็นอะไรแน่ขอรับ” ฉู่เยี่ยนจับมือตงฟางมู่ พลางมองใบหน้าที่ชราลงไปหลายสิบปีภายในค่ำคืนเดียว ในใจรู้สึกทุกข์ตรมมาก
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยาม ลุงหยวนออกมาจากข้างใน กล่าวกับซ่งหลางว่า “คุณชาย เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วขอรับ”
ซ่งหลางยกมือขึ้น บ่งบอกให้พวกเขาเริ่มได้
ชายหนุ่มสองคนหามตงฟางมู่เข้าไปในเรือน
ไป๋จื่อเห็นว่าเยี่ยนจะตามเข้าไป นางจึงรั้งเขาไว้ “หูเฟิง เจ้าเห็นแล้วว่าสระสมุนไพรข้างในเป็นอย่างไร ตอนนี้เจ้าช่วยอะไรไม่ได้ หากเมืองหลวงตกอยู่ในสภาวะวิกฤติ เจ้าก็ต้องเป็นคนจัดการแล้ว”
ฉู่เยี่ยนหันไปมองซ่งหลาง ในที่สุดก็พยักหน้า “ก็ได้ ข้าจะไปจัดการบางอย่าง เจ้าดูแลอาจารย์ให้ดีนะ”
ไป๋จื่อกล่าวกับสองอาหลานสกุลเหวย “พวกเจ้าตามจิ้นอ๋องไปเถอะ น้ำไป่ชิงยังต้องให้พวกเจ้าเคี่ยวเอง ตอนนี้เมืองหลวงโกลาหลมาก หากสุดท้ายแล้วสถานการณ์สงบลงได้ พวกเจ้าไม่เพียงได้ลดโทษ ยังจะได้บำเหน็จอีกด้วย”
เหวยโม่ย่อมขอเป็นเป็นเช่นนั้น เขากำลังกังวลว่าจะมีโอกาสทำความดีลบล้างความผิดหรือไม่ ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว ย่อมไม่มีทางพลาดไปได้ เขาจึงพาเหวยเซวียนมาขอบคุณไป๋จื่อทันที และยังคารวะจิ้นอ๋องครั้งใหญ่อีกด้วย
ฉู่เยี่ยนพยักหน้าให้พวกเขา ก่อนจะบอกให้อาอู่รั้งอยู่ที่นี่ จากนั้นค่อยพาคนอื่นๆ ออกไป
ตอนนี้ไป๋จื่อทำได้เพียงเฝ้าอยู่ข้างกายตงฟางมู่ ฮ่องเต้ที่อยู่ในวังเลอะเลือนไปแล้ว เหล่าประชาชนชาวเมืองเหล่านั้นก็เหมือนอยู่มิสูตาย นางจัดการอะไรไม่ได้ทั้งนั้น หูเฟิงคือจิ้นอ๋องแห่งแคว้นฉู่ เป็นโอรสของฮ่องเต้ เขาไปจัดการเรื่องพวกนี้ถือว่าเหมาะสมแล้ว
ซ่งหลางเข้าไปในเรือนแล้วก็ออกมา กล่าวกับไป๋จื่อว่า “ตอนนี้ยังนับว่าปกติดี เจ้าอย่าได้กังวลใจจนเกินไปเลย แม้ท่านตงฟางจะอายุมาแล้ว แต่เขามีพื้นฐานร่างกายดี คงจะไม่เป็นอะไรหรอก”
ไป๋จื่อไม่ได้ตอบอะไร เพียงพยักหน้าเท่านั้น นางไม่กล้าดีใจในสถานการณ์เช่นนี้ อีกนัยหนึ่งก็ไม่อยากมองโลกในแง่ร้าย จิตใจว้าวุ่นเป็นอย่างยิ่ง
หนึ่งชั่วยามยาวนานราวกับหนึ่งศตวรรษอย่างแท้จริง
ตอนที่ 1008 ขอไปที
ยาระบายถูกยกเข้าไปแล้ว ไม่นานนักก็มีกลิ่นไม่พึงประสงค์โชยออกมาจากในเรือน
ไป๋จื่อนำถุงหอมที่หูเฟิงให้ไว้ก่อนหน้านี้ออกมา นางนำมันไว้ใต้จมูก ถึงจะคลายความรู้สึกอยากอาเจียนที่เอ่อขึ้นมาไว้ได้
ซ่งหลางชำเลืองมองถุงหอมในมือนาง พูดคล้ายยิ้ม คล้ายไม่ยิ้มว่า “คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเจ้าไม่เพียงเชี่ยวชาญวิชาแพทย์ ยังถนัดงานบ้านงานเรือนด้วย”
เด็กสาวไม่มองเขา นางเพียงร้องรับเบาๆ เท่านั้น คนผู้นี้พูดจามีความนัยอย่างชัดเจน ไม่สนใจเขาย่อมดีที่สุด ให้เขาร้องเพลงเล่นละครต่อไปคนเดียวดีกว่า
จากนั้นซ่งหลางก็ลูบจมูก กล่าวอีกว่า “ที่แคว้นจินของพวกข้า ส่วนมากแล้วสตรีเมื่อชอบพอชายใด ก็จะมอบของอย่างถุงหอมให้อีกฝ่าย แต่ละฝีเข็มล้วนแสดงถึงความรัก”
ไป๋จื่อยังคงไม่ตอบความ
ซ่งหลางเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน “บุรุษเช่นจิ้นอ๋องคงจะมีสตรีมาชอบพอไม่น้อยกระมัง”
นางส่งเสียงอืมรับเบาๆ อีกครั้ง ทำอย่างขอไปที
“ทว่าดูแล้วเจ้าอายุเพียงสิบสามปีเท่านั้น หากจะแต่งงานก็ยังต้องรออีกอย่างน้อยสองปี บุรุษวัยจิ้นอ๋องยากนักจะมีสาวใช้คอยอุ่นเรือนสักสองสามคน ถือเป็นเรื่องธรรมดามาก ท่าทางแล้วเจ้าจะไม่ยี่หระกระมัง”
ลมหายใจของไป๋จื่อไม่ราบเรียบ เหมือนกับมีอะไรบางอย่างกดทับที่หัวใจจนนางหายใจไม่ออก
ตงฟางหว่านเอ๋อร์ก็เคยพูดกับนางเช่นนี้ บอกว่าบุรุษในตระกูลผู้มีเงินส่วนใหญ่ เมื่ออายุได้สิบห้าปีแล้วก็จะจัดสาวใช้คอยอุ่นเตียงให้หนึ่งหรือสองคน เพื่อให้เด็กชายที่เพิ่งเติบใหญ่ได้ลิ้มรสชาติของสตรี ป้องกันไม่ให้เสียผู้เสียคนเพราะไปยุ่งเกี่ยวกับสตรีอื่นข้างนอกจวน
บุรุษเช่นหูเฟิงมีตำแหน่งชินอ๋องตั้งแต่ยังเด็ก ก่อนที่จะมีชายาเอกเข้าจวน อย่าว่าแต่สาวใช้อุ่นเตียงเลย ต่อให้แต่งตั้งชายารองสักสองสามคนก่อนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
หากจะพูดถึงฉู่เฟิง ภายในจวนเซียวอ๋องของเขาก็มีชายารองฐานะไม่ต่ำต้อยและอนุอีกไม่น้อยแล้ว
ที่ตำแหน่งชายาเอกยังคงว่างไว้ เป็นเพราะเขาต้องการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ทว่าเขาก็ยังไม่พบคนที่เหมาะสม
นางรู้ว่าหูเฟิงจริงใจต่อนาง แต่ถึงอย่างไรเสียหูเฟิงก็เป็นคนในยุคสมัยนี้ สาวใช้อุ่นเตียงหรืออนุสำหรับคนในยุคสมัยนี้เป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
แต่สำหรับนางที่เป็นคนจากยุคปัจจุบัน นางไม่สามารถรับเรื่องนี้ได้อย่างแท้จริง
ก่อนที่จะเห็นถุงหอม นางไม่เคยคิดมากเรื่องนี้เลยสักครั้ง แต่ตอนนี้ถูกซ่งหลางยั่วยุขึ้นมา ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าเขากำลังยั่วยุ แต่ก็ยากนะจะดึงความคิดที่ตะเลิดเปิดเปิงกลับมาได้
นางหลับตาลง ข่มความรู้สึกมากมายในหัวใจเอาไว้ แล้วหันไปมองซ่งหลางคล้ายยิ้ม คล้ายไม่ยิ้มเช่นกัน “คุณชายซ่งพูดเช่นนี้ ดูท่าเจ้าคงมีอนุคอยรับใช้อยู่ไม่น้อยสินะ”
ซ่งหลางกำลังคิดจะส่ายหน้า ไป๋จื่อก็พูดขึ้นอีกว่า “ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีอยู่มากมายเป็นแน่ อย่าว่าแต่ที่บ้านจัดเตรียมให้เจ้าเลย เกรงว่าองค์หญิงเชียนฟางก็ส่งสาวใช้หน้าตาสะสวยไปปรนนิบติท่านอยู่หลายคนสิท่า”
สีหน้าของซ่งหลางแข็งค้างอยู่บ้าง นางพูดถูกต้อง ตอนที่ที่บ้านของเขายังไม่เกิดเรื่อง เขากับเชียนฟางเพิ่งหมั้นหมายกันได้ไม่นาน เชียนฟางเลือกสาวใช้หน้าตาดีหลายคนส่งมาที่จวน ให้พวกนางคอยปรนนิบัติพัดวีเขา
ถึงจะพูดว่าส่งมาปรนนิบัติ แต่ความจริงแล้วก็แค่นอนหลับร่วมกันเท่านั้น...
แน่นอนว่าตอนนั้นที่บ้านของเขาเกิดเรื่อง เขาจึงไม่ได้แตะต้องสตรีเหล่านั้น แต่หากไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น เขาจะไม่แตะต้องสตรีเหล่านั้นเชียวหรือ เขาเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก
ไป๋จื่อเห็นเขานิ่งไป จึงรู้ว่าตนเองเดาถูกแล้ว นางเลิกคิ้วยิ้มว่า “ดูท่าคุณชายซ่งก็ไม่ใช่คนที่สะอาดบริสุทธิ์และควบคุมตัวเองได้อะไร! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุใดเจ้าต้องสร้างความบาดหมางให้ผู้อื่นด้วย มันไม่ส่งผลดีกับตัวเจ้าหรอกนะ”