คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 506

#506คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1011 ไม่อยากให้ใครรู้ไปมากกว่านี้

สีหน้าเดี๋ยวแดง เดี๋ยวม่วงของตงฟางมู่ในตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ไป๋จื่อยิ่งถอนใจด้วยความโล่งอกยกใหญ่

นางหันไปมองทุกคนที่อยู่รอบข้าง ดวงตาของพวกเขาจับจ้องอยู่ที่จออิเล็กทรอนิกส์ในมือนางทั้งสิ้น บนจอฉายใบหน้าด้านข้างของนาง กล้องขนาดเล็กจิ๋วที่ในคีมกำลังหันเข้าหาใบหน้าด้านข้างของนาง

นางกดปุ่มปิดเครื่อง ชั่วขณะสั้นๆ นั้น สมองของนางโลดเล่นอย่างรวดเร็ว คิดว่าควรอธิบายเรื่องของสิ่งนี้กับพวกเขาอย่างไรดี

ของสิ่งนี้ไม่มีทางปรากฏขึ้นในยุคสมัยนี้อย่างแน่นอน นางต้องอธิบายอย่างไรถึงจะมีคนเชื่อ

หากคำอธิบายไม่เหมาะสมมากพอ พวกเขาจะเข้าใจผิดว่านางเป็นปีศาจหรือไม่ เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว แผ่นหลังของนางก็พลันมีเหงื่อเย็นๆ ผุดออกมาทั้งผืน

ไป๋จื่อกล่าวกับซ่งหลาง “เจ้าช่วยข้าสักเรื่องได้หรือไม่”

ซ่งหลางดึงสติกลับมา ในที่สุดก็ละสายตาจากหน้าจอขนาดเท่าฝ่ามือ มาสู่ใบหน้าของไป๋จื่อแทน “หืม? อะไรหรือ”

เด็กสาวชี้ไปยังคนเหล่านั้นที่อยู่ในเรือน “เรื่องเมื่อครู่นี้ ข้าไม่อยากให้มีใครรู้ไปมากกว่านี้”

ฝ่ายซ่งหลางร้องอ๋อเสียงหนึ่ง ก่อนจะขยิบตาให้ลุงหยวน

ลุงหยวนรู้กัน ชำเลืองมองสิ่งของที่อยู่ในมือไป๋จื่อก่อนครั้งหนึ่ง ก่อนจะหมุนกายไปทำหน้าเคร่งใส่ผู้คุ้มกันเหล่านั้น “นี่เป็นทักษะการแพทย์อันยอดเยี่ยมของแม่นางไป๋ จะบอกเล่าออกไปไม่ได้เป็นอันขาด หากมีข่าวลืออยู่ข้างนอกแม้แต่นิดเดียว เช่นนั้นก็ระวังคอของพวกเจ้าเอาไว้ได้เลย”

ผู้คุ้มกันสี่คนคุกเข่าลงและก้มหน้าอย่างพร้อมเพียง รับคำตามนั้น

“เอาละ พวกเจ้าหามสองคนนั้นออกไปก่อน จัดการปากของตัวเองให้ดีด้วย”

จากนั้นผู้คุ้มกันสี่คนก็ไม่กล้ามองไป๋จื่ออีก แม้แต่ข้างกายนางก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เพียงอ้อมนางเพื่อเดินไปหาชายหนุ่มที่ยังไม่ได้สติสองน ก่อนจะหามพวกเขาออกไป

ไป๋จื่อหยิบอุปกรณ์ฆ่าเชื้อและเย็บแผลออกมาจากในกล่องปฐมพยาบาล แล้วจึงนำท่อออกจากบริเวณคอของตงฟางมู่ ก่อนจะเย็บปิดแผลอย่างละเมียดละไม

ระหว่างกระบวนการนี้ ลมหายใจของตงฟางมู่ไม่มั่นคงอย่างมาก ความดันเลือดก็เดี๋ยวสูง เดี๋ยวต่ำ แต่โชคดีที่ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากกว่านี้ สุดท้ายก็สงบลง

แม้จะเป็นแค่การผ่าตัดเล็ก ทว่าในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ยากยิ่งนักที่จะไม่มีแบคทีเรียโดยสิ้นเชิง เพื่อไม่ให้แผลติดเชื้อ นางจึงนำยาป้องกันการติดเชื้อที่เหลือมาฉีดให้ตงฟางมู่

เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้น นางเหนื่อยจนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง อาจจะเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ต้องตสติเต็มที่ รวมถึงเครียดเกร็งอยู่ตลอด ตอนนี้เมื่อผ่อนคลายลงได้ ตรงหน้าจึงเริ่มมืดมัวขึ้นมาแล้ว

“เจ้าเป็นอะไรไป” ซ่งหลางรู้สึกว่านางผิดปกติ จึงยื่นมือไปประคองแขนนาง

อาอู่เห็นดังนั้นก็รีบก้าวเข้ามาดันร่างซ่งหลางออกไป ก่อนจะประคองร่างไป๋จื่อเอาไว้ “อาจื่อ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่เป็นไร อาจจะเป็นเพราะเหนื่อยเกินไป พักสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้น”

อาอู่มองตงฟางมู่ บาดแผลที่คอของอีกฝ่ายถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว ทว่าร่างกายยังคงเปลือยเปล่า ช่วงล่างเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล อาจื่ออยู่ในสถานที่เช่นนี้ตลอดคงไม่เหมาะสมอย่างมาก จึงกล่าวว่า “ข้าจะประคองเจ้าออกไปพัก จากนั้นข้าจะจัดการที่นี่เอง”

“ก็ดีเหมือนกัน” ไป๋จื่อพยักหน้า “ท่านพาข้าออกไปเถอะ”

อาอู่ประคองไป๋จื่อออกไป ส่วนซ่งหลางนั่งยองอยู่ข้างๆ กล่องปฐมพยาบาลของไป๋จื่อ แล้วพลิกดูสิ่งของที่แปลกประหลาดภายนั้น เขาไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อนแม้สักชิ้นเดียว จึงรู้สึกแปลกใจมาก

สิ่งของพวกนี้ แท้จริงแล้วมาจากที่ใด

สิ่งของพวกนี้เป็นของโลกใบนี้จริงๆ หรือ

เขามองไปที่หน้าจอเมื่อครู่อีกครั้ง บัดนี้มันมืดสนิท ทว่าก่อนหน้านี้ในหน้าจอเหมือนกับกระจกก็ไม่ปาน สามารถสะท้อนร่างกายคนออกมาได้

สิ่งของชนิดนี้ช่างยอดเยี่ยม แค่มีมันเท่านั้น หากเจ็บป่วยเป็นอะไรภายในร่างกาย แล้วยังต้องกลัวว่าจะตรวจไม่พบอีกหรือ

..........

ตอนที่ 1012 อาณาจักรอูซุน

อาอู่เข้ามาเห็นซ่งหลางนั่งยองอยู่หน้ากล่องยาของไป๋จื่อ เขาจึงเร่งฝีเท้าเข้าไปปิดฝากล่องเสียงดัง ‘ปัง’

ซ่งหลางลุกขึ้นยืน แววตาเย็นชาจ้องมองอาอู่ “เมื่อครู่ข้าเห็นว่าเจ้าประหลาดใจมากเช่นกัน เหมือนจะไม่เคยเห็นของสิ่งนี้มาก่อนกระมัง”

“ข้าย่อมเคยเห็น” อาอู่กล่าว “ข้าเป็นคนนำของสิ่งนี้กลับมาเอง เพียงแต่คิดไม่ถึงว่ามันจะมีวิธีการใช้งานเช่นนี้”

ซ่งหลางร้องอ๋อเสียงหนึ่ง แล้วถามอีกว่า “เจ้าเป็นคนนำกลับมา? แล้วนำมันกลับมาจากที่ใดหรือ”

อาอู่พูดขึ้นทันที “แน่นอนว่าเป็น...แล้วเหตุใดข้าต้องบอกเจ้าด้วย” เขาแต่งเรื่องไม่ออกจริงๆ จึงตั้งใจดึงความสนใจเสียเลย ทำเช่นนี้แล้วดีกว่าทำให้ไป๋จื่อถูกสงสัย

เขาเองก็รู้สึกประหลาดใจมาก อาจื่อได้สิ่งของพวกนี้มาจากที่ใดกัน

ที่แท้ภายในกล่องบรรจุสิ่งของแปลกๆ เช่นนี้เอาไว้ มิน่าเล่าปกตินางถึงไม่ให้ใครแตะต้อง

หากไม่ใช่เพราะวันนี้สถานการณ์คับขัน เกรงว่านางไม่มีทางเปิดกล่องต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ อีกทั้งนำสิ่งของที่ใครเห็นเข้าก็ต้องตกใจออกมาจากข้างใน

อาอู่ไม่สนใจซ่งหลางอีก เขานำน้ำร้อนถังหนึ่งมา แล้วเช็ดทำความสะอาดร่างกายของตงฟางมู่อย่างละเอียด ก่อนจะย้ายร่างเขาไปยังที่ที่สะอาดสะอ้าน

ไม่นานนักก็มีข่าวส่งมา ชายหนุ่มสองคนที่ถูกนำตัวมาจากคุกของกรมยุติธรรมฟื้นแล้ว สติสัมปชัญญะครบถ้วน เพียงแต่ชีพจนยังอ่อนอยู่ พวกเขาเสียเลือดไปมาก อวัยวะภายในได้รับความเสียหาย อาการยังไม่ดีเท่าไร

ภายในกล่องยาของไป๋จื่อยังมี ‘สารสร้างเซลล์’ อยู่หลายโดส ยาชนิดนี้มีราคาแพงอย่างยิ่ง ทั่วไปแล้วจะใช้หลังจากตัดอวัยวะภายใน มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูอวัยวะภายใน ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมมาก

หากไม่มียาชนิดนี้ ถึงผู้ป่วยจะมีโอกาสรอด แต่กลับมีความเสี่ยงที่จะตายภายในเวลาสั้นๆ พูดได้ว่ามีโอกาสห้าสิบห้าสิบเลยทีเดียว

ดังนั้น แม้ยาชนิดนี้จะมีราคาแพงหูฉี่ ทว่าคนที่ทำการผ่าตัดชนิดนี้แล้วล้วนเลือกใช้มัน แม้จะต้องกู้หนี้ยืมสินมาก็ไม่เสียดาย

ในกล่องยามีสารสร้างเซลล์ทั้งหมดห้าขวด หนึ่งขวดช่วยชีวิตได้หนึ่งคน

นางย่อมใช้ขวดหนึ่งกับตงฟางมู่ อีกสองขวดใช้กับชายหนุ่มสองคนที่ถูกพาตัวมาจากคุกของกรมยุติธรรม นับว่าพวกเชาโชคดีมาก ได้ใช้งานมันคนละขวด

ระหว่างมองสารสร้างเซลล์สองขวดที่เหลืออยู่ในกล่อง นางก็รู้สึกกลุ้มใจมาก ด้วยไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะดี

สารสร้างเซลล์นี้เป็นยาที่บริษัทยาจงเหลียนเสียเวลาวิจัยอยู่หลายสิบปี มีประสิทธิภาในการรักษาที่เฉพาะทาง

นางจำได้แม่น ตอนที่ประกาศว่าวิจัยยานี้สำเร็จ และตอนที่ใช้ในการรักษาได้ราบรื่น เครือข่ายของจงเหลียนก็ปล่อยโฆษณาเกี่ยวกับยาตัวนี้ออกมา

ในนิตยสารทางการแพทย์ก็มีบทความเกี่ยวกับยาชนิดนี้ด้วย นางเคยอ่านอยู่เหมือนกัน ในบทความแม้กระทั่งบรรยายขันตอนการผลิตยาไว้เช่นกัน

เด็กสาวหลับตา นึกถึงข้อความในบทความที่เคยได้อ่านทีละตัวอักษร หากได้รู้ตัวยาที่สำคัญจำนวนหนึ่ง ไม่แน่ว่านางอาจจะหลอมยาที่มีประสิทธิภาพคล้ายคลึงกันออกมาได้

ซ่งหลางจับขวดเปล่าของสารสร้างเซลล์อยู่เนิ่นนาน ขวดนี้โปร่งใส ด้านบนติดป้ายที่มีตัวหนังสือเขียนอยู่เต็มไปหมดเอาไว้ด้วย

มีทั้งภาษาจีน มีทั้งภาษาอังกฤษ และมีภาษาละตินด้วยเช่นกัน

ตัวหนังสือเล็กมาก ซ่งหลางจ้องตัวหนังสือภาษาจีนแบบย่อเหล่านั้นอยู่นาน บางตัวดูเหมือน แต่เขากลับไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร ยิ่งมองก็ยิ่งสับสน มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่

เขาอยากถาม แต่ก็เห็นไป๋จื่อกำลังหลับตานึกถึงอะไรบางอย่าง จึงไม่กล้าไปรบกวนนาง ทำได้เพียงอดทนไว้อย่างทุกข์ทรมาน ในใจมีแต่ข้อสงสัยเต็มไปหมด

ลุงหยวนก็นำขวดเปล่ามาดูเช่นกัน จู่ๆ ก็ตาเป็นประกาย พุ่งไปถึงตรงหน้าของซ่งหลาง พลางชี้ตัวหนังสือภาษาอังกฤษที่อยู่บนชวด “คุณชาย ข้าเห็นตัวหนังสือยึกยือพวกนี้แล้ว รู้สึกว่ามันคล้ายกับตัวหนังสือที่คนอาณาจักรอูซุน[footnoteRef:1]เขียนมากเลยขอรับ” [1: อาณาจักรอูซุน (乌孙国) จัดเป็นพวกอินโด-ยูโรเปียน กึ่งๆ ชนเผ่าเร่ร่อนในทุ่งหญ้าสเตปป์ มีการกล่าวนั้นถูกกล่าวถึงในบันทึกของจีนเมื่อประมาณ 200 ก่อนค.ศ. ถึง ค.ศ. 500]

..........

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 506