คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 507

#507คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1013 ไดอารีของหลินหยาง

“อาณาจักรอูซุน?” หลินหยางมุ่นคิ้ว ในห้วงสมองปรากฏคนที่มีนัยน์ตาสีฟ้าหลายคน คนพวกนั้นผิวขาวมากจนเหมือนกับกระดาษ ผมเป็นสีเหลืองทอง ดวงตาเหมือนกับแมว แปลกนัก

คนเหล่านั้นมาจากอาณาจักรอูซุน เดินทีเดินทางอยู่กลางทะเล เมื่อเจอพายุหมุนเขตร้อนระลอกหนึ่ง ลูกเรือตายไปมากกว่าครึ่ง คนที่โชคดีรอดตายมาได้อย่างพวกเขาจึงสละเรือ และลอยคอมาถึงท่าเรือของแคว้นจิน ตอนที่ชาวประมงริมชายฝั่งแคว้นจินช่วยพวกเขาไว้ได้ หลายคนหมดลมหายใจไปแล้ว บางคนขาดน้ำจนตาย ส่วนคนที่รอดต้องฟื้นฟูร่างกายอยู่นานกว่าจะดีขึ้น

ทีแรกภาษาที่คนเหล่านี้ใช้แตกต่างจากพวกเขาโดยสิ้นเชิง พวกเขาจึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไร ต่อมาอาศัยอยู่ที่แคว้นจินสองปีแล้ว ในที่สุดก็เรียนรู้ภาษาของพวกเขาได้บ้าง คราวนี้ถึงจะรู้ว่าบ้านเกิดของพวกเขาแท้จริงแล้วคืออาณาจักรฮูซัน ที่นั่นห่างจากแคว้นจินไกลโข ราวกับเป็นโลกอีกใบหนึ่งเลยก็ว่าได้

เขาเองเคยเห็นตัวหนังสือของคนอาณาจักรอูซุนเช่นกัน จึงแน่ใจว่ามันคล้ายกับตัวหนังสือแปลกๆ ตรงหน้าพวกนี้อย่างมาก มิน่าเล่าตอนที่เห็นเมื่อครู่ถึงได้รู้สึกว่าคุ้นตา ทว่าก็ยังจำไม่ได้เท่าไร

“หมายความว่าของสิ่งนี้มาจากอาณาจักรอูซุนหรือ” ซ่งหลางถามลุงหยวน

ลุงหยวนส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้ขอรับ ข้าไม่รู้จักตัวหนังสือที่เขียนอยู่บนนั้นสักตัว ใครเล่าจะรู้ว่ามาจากที่ใด” เขาพูดพลางมองไป๋จื่อที่ยังคงหลับตาจมอยู่กับความคิด ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า “คุณชายอยากรู้เช่นนี้ มิสู้ถามนางตรงๆ เสียดีกว่า จะได้ไม่ต้องเดาเรื่อยเปื่อย”

ซ่งหลางกล่าวว่า “รอก่อนเถอะ เหมือนนางจะนึกถึงอะไรบางอย่างอยู่ เมื่อนางนึกออกแล้วค่อยถามก็ยังไม่สาย” เขามีคำถามอัดแน่นอยู่เต็มท้อง ย่อมต้องถามให้ชัดเจนอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นคืนนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่ๆ

อาอู่รีบเดินมา เอ่ยกับไป๋จื่อด้วยสีหน้าปีติ “อาจื่อ ท่านตงฟางฟื้นแล้ว เขาตามหาเจ้าอยู่”

ไป๋จื่อลืมตาขึ้นทันที เห็นในมืออาอู่ถือกล่องยาเอาไว้ นางจึงรีบรับมันมาเปิดดู ก่อนจะหยิบพู่กันและกระดาษออกมาจากข้างใน แล้วบันทึกคำนามที่นึกได้เมื่อครู่บนไปบนกระดาษ ด้วยกลัวว่าตนเองจะลืม

ในบรรดาคำนามเหล่านี้มีทั้งภาษาอังกฤษ มีทั้งภาษาจีนด้วยเช่นกัน เพราะยาพวกนี้บ้างก็มีเฉพาะในประเทศจีน และบ้างก็มีแต่ในต่างประเทศเท่านั้น

นางยัดสมุดบันทึกใส่มืออาอู่ “ช่วยข้าเก็บไว้หน่อย ข้าจะเข้าไปก่อน”

อาอู่ร้องรับเสียงหนึ่ง สายตามองไปยังสมุดในมือ มันมีขนาดเล็กเท่ากับฝ่ามือของเขา หน้าปกเป็นหนังลูกวัวสีดำ ด้านบนมีสายรัดเส้นบางอยู่ด้วย

ตอนนี้สายนัดถูกไป๋จื่อปลดออกไปแล้ว ทว่าหน้าปกยังคงปิดไว้อยู่

เขารู้สึกแปลกใจมาก เมื่อครู่นางเขียนอะไรกันแน่

เมื่อความใคร่รู้ของคนเกิดขึ้น หากไม่ไปสืบสาวให้ได้ความ ในใจก็มีแต่จะทุกข์ทรมานเท่านั้น

ทันใดนั้นเขาเปิดหน้าปกออก ปรากฏกระดาษสีขาวและหนาหน้าหนึ่ง ทั้งสี่ด้านวาดเส้นสายเอาไว้ทั้งสิ้น ตรงกลางวาดเขียนไว้ด้วยตัวหนังสือที่เล็กทว่าประณีตสองตัว หลินหยาง

หลินหยางคืออะไร เป็นชื่อคนหรือ อาอู่พลันมีสีหน้าสงสัย เขาจึงเปิดอ่านต่อไปเรื่อยๆ แต่ละหน้าล้วนเต็มไปด้วยตัวหนังสือ ทว่าตัวหนังสือพวกนี้เป็นตัวหนังสือที่ไป๋จื่อชอบเขียนโดยปกติ ลายเส้นเรียบง่าย ไม่ค่อยเหมือนกับตัวหนังสือที่พวกเขาเขียนกัน ทว่าเขายังพออ่านออกอยู่บ้าง

สิ่งที่เขียนไว้ด้านในเป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ไม่ได้มีอะไรพิเศษ

เขาอ่านต่อไปเรื่อย เนื้อหาของแต่ละหน้าคล้ายคลึงกันทั้งสิ้น เขาไม่เข้าใจว่าเรื่องที่เขียนอยู่ในนี้คืออะไรกันแน่ ทว่าเขาเข้าใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือคนที่ชื่อหลินหยางผู้นี้จะกินข้าวกลางวันและข้าวเย็นร่วมกับไป๋จื่อทุกวัน...

ไป๋จื่อถูกพูดถึงในเกือบจะทุกหน้า คนผู้นี้ชอบความเบิกบานใจของนาง ทุกคำล้วนเรียบง่าย ทว่าอ่านแล้วเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ได้อ่านตัวหนังสือเหล่านี้แล้ว เขาราวกับได้มองเห็นไป๋จื่อในตอนนั้น

ตอนที่ 1014 ช่วยฮ่องเต้!

มันเหมือนกับเขียนด้วยบุรุษคนหนึ่ง และเขาก็เปิดเผยความรู้สึกลึกซึ้งที่มีต่อไป๋จื่อออกมาในแต่ละตัวหนังสือ แม้แต่คนหยาบกร้านอย่างเขายังเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง

“นี่คืออะไร” ซ่งหลางเข้ามาใกล้ เห็นอาอู่เหม่อลอย ในใจจึงเกิดความสงสัย

อาอู่รีบปิดสมุดบันทึก แล้วยัดมันเข้าไปในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว “ไม่มีอะไร” จากนั้นเขาก็รีบร้อนปิดกล่องยา แล้วยกมันเข้าไปในเรือน

ยิ่งอาอู่มีท่าทางเช่นนี้ ซ่งหลางก็ยิ่งรู้สึกสงสัย หากไม่ใช่เพราะไป๋จื่ออยู่ข้างใน เขาก็อยากจะฉวยสมุดบันทึกเล่มนั้นมาดูให้รู้แล้วรู้รอด

ภายในเรือน ตงฟางมู่ได้สติแล้ว แม้จะยังคงอ่อนแรงอยู่มาก ทว่าก็แจ่มใสกว่าก่อนหน้านี้ยิ่งนัก

ครั้นเห็นไปจื่อ ตงฟางมู่ก็พลันตื่นเต้นขึ้นมา เขาอ้าปาก แต่กลับเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ ลำคอมีแต่ความเจ็บปวด ราวกับถูกใครใช้มีดผ่ามันอย่างไรอย่างนั้น

ไป๋จื่อรีบเข้าไปกุมมือเขาไว้ กล่าวด้วยความร้อนใจว่า “ท่านตา ท่านอย่ากังวลไปนะเจ้าคะ ที่คอของท่านมีบาดแผล อาจจะส่งผลกระทบต่อการพูดชั่วคราว แต่ก็แค่ไม่กี่วันเท่านั้น วางใจเถอะนะเจ้าคะ อีกไม่กี่วันก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเอง”

ตงฟางมู่ได้ฟังดังนั้นก็สงบใจลงได้ ขอเพียงไม่กลายเป็นใบ้ก็พอแล้ว

เขาทำท่าทางเล็กน้อย ไป๋จื่อเข้าใจในทันที ยิ้มว่า “ท่านตา ท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ หนอนกู่บนร่างกายของท่านถูกกำจัดไปจนหมดแล้ว แค่รักษาร่างกายให้ดีสักช่วงเวลาหนึ่ง ท่านก็จะหายดีดังเดิมเจ้าค่ะ”

ตงฟางมู่พยักหน้า ก่อนจะทำท่าทางบางอย่างอีกครั้ง ทว่าไป๋จื่อมองแล้วไม่ค่อยเข้าใจ จึงรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา

บัดนี้อาอู่เข้ามาแล้ว เขาให้อาอู่นำกระดาษและพู่กันมา เพื่อให้ตนเองเขียนสิ่งที่อยากจะพูดลงไป

ร่างกายของตงฟางมู่ในตอนนี้อ่อนแอมาก มือที่จับพู่กันจึงสั่นระริกอยู่ตลอด เดิมทีเขาเป็นคนเขียนหนังสือสวยทีเดียว แต่เมื่อเขียนทั้งๆ ที่มือสั่นเช่นนี้ ตัวหนังสือจึงยึกยือไปมา

เขาเขียนตัวหนังสือเพียงสามตัวเท่านั้น ‘ช่วยฮ่องเต้!’

แม้ช่วงนี้เขาจะไม่ค่อยพอใจฮ่องเต้ แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็รู้จักกันมานานปี ฮ่องเต้ปฏิบัติกับเขาด้วยดีเสมอมา เรียกได้ว่าตามใจเขามากทีเดียว

เขากับฮ่องเต้ไม่ได้เป็นเพียงขุนนางและผู้ปกครองแคว้น แต่ยังเป็นสหาย วันนี้ฮ่องเต้ได้รับความทรมานเช่นกัน เขาไม่อาจวางเฉยไม่สนใจได้จริงๆ

ทว่าเขารู้นิสัยของหลานสาวคนนี้เป็นอย่างดี ภายใต้สถานการณ์ที่ฮ่องเต้รู้ดีแท้ๆ ว่าฉู่เฟิงกระทำความผิด แต่ยังคงปล่อยให้ทำเช่นนั้นต่อไปโดยไม่มีการลงโทษ นางผิดหวังในตัวฮ่องเต้ผู้นั้นมานานแล้ว หากไม่เร่งเร้านาง นางก็ไม่มีทางสนใจเรื่องของฮ่องเต้เป็นแน่

ไป๋จื่อขมวดคิ้ว แม้จะรู้สึกไม่ยินดี แต่สุดท้ายนางก็พยักหน้า “ท่านตา ถึงท่านไม่พูดข้าก็ต้องรักษาเขาอยู่แล้ว ถึงอย่างไรเขาก็เป็นบิดาของอาเฟิง แล้วข้าจะทนเห็นเขาตายโดยไม่ช่วยเหลือได้อย่างไร” ถึงจะไม่พอใจ กระนั้นนางก็ไม่ได้คิดจะไม่สนใจฮ่องเต้

ตงฟางมู่พยักหน้า ขยับครั้งนี้กระเทือนไปถึงบาดแผล ทำให้เขาเจ็บจนขมวดคิ้วและกัดฟัน

เด็กสาวรีบประคองเขานอนลง แล้วให้อาอู่ไปเรียกคนนำแท่นหามมา เพื่อหามตงฟางมู่ขึ้นรถม้ากลับจวนไป

อาอู่ไม่ยอมตามตงฟางมู่กลับไป “อาจื่อ เจ้าอยู่ที่นี่คนเดียว ข้าไม่วางใจเอาเสียเลย เจ้าไปกับข้าเถอะนะ”

ไป๋จื่อช้อนสายตามองไปทางซ่งหลางที่กอดอกอยู่ใต้ต้นเหมย ก่อนจะลอบถอนใจเสียงหนึ่ง นางก็ไม่อยากอยู่ในสถานที่เช่นนี้เหมือนกัน ทว่านางยังไม่ได้สูตรน้ำสมุนไพรมาไว้ในมือ แล้วนางจะไปได้อย่างไร

นางส่ายหน้า “ตอนนี้ข้ายังมีธุระอื่นอีก ยังไปไหนไม่ได้ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ท่านส่งท่านตากลับไปก่อน เมื่อจัดที่พักให้ท่านตาเรียบร้อยแล้วค่อยกลับมา” ตอนนี้ให้คนอื่นไปส่งตงฟางมู่ นางก็รู้สึกไม่วางใจ

อาอู่ไม่อยากทำให้นางลำบากใจ อีกทั้งเขาเห็นว่าซ่งหลางเหมือนจะไม่คนเลวอะไร สุดท้ายจึงพยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน ข้าจัดที่พักให้ท่านตงฟางเสร็จแล้วจะกลับมา”

ไป๋จื่อกล่าวอีกว่า “หากในจวนไม่มีคนที่ใช้งานได้ เช่นนั้นท่านอยู่กับท่านตาย่อมดีที่สุด ข้าไม่อยากให้ท่านตาเป็นอะไรไปอีก ข้าปรับตัวอยู่ที่นี่ได้ ไม่แน่ว่าอีกสักพักอาเฟิงก็จะกลับมาเช่นกัน”

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 507