คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 519

#519คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1037 ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลหมิงซิง

แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมาชัดเจน ทว่าทันทีที่ไป๋จื่อเห็นสายตาของเขา นางก็หัวเราะขึ้นในทันที “ท่านตา ท่านอย่าแอบกินอย่างอื่นตอนที่ข้าไม่อยู่เชียวนะเจ้าคะ ตอนนี้ท่านกินได้แค่ของพวกนี้เท่านั้น”

ตงฟางมู่กลอกตาขาวใส่นางครั้งหนึ่ง กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เด็กสาวนางนี้นี่ พูดอะไรก็ไม่รู้ ท่านตาของเจ้าเป็นคนอย่างไรกัน ข้าไม่ใช่เด็กสามขวบแล้วนะ จะแอบกินได้อย่างไร” เขาอยากบอกว่าต่อให้อยากกิน เช่นนั้นก็จำเป็นต้องถือโอกาสตอนที่นางไม่อยู่ แล้วค่อยกินอย่างเปิดเผย

สองตาหลานกินข้าวพร้อมกันอย่างชื่นมื่น แม้จะไม่ได้พูดคุยอะไรมาก ทว่าบรรยากาศอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง

ตงฟางมู่มองจื่อยาโถวที่นั่งอยู่ข้างๆ ตลอด ใบหน้าของนางยิ่งเหมือนกับหว่านเอ๋อร์ขึ้นทุกวัน บัดนี้เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน

ไป๋จื่อกินข้าวกับตงฟางมู่เสร็จแล้ว ก็เดินเล่นอยู่ในลานเป็นเพื่อนเขาครู่หนึ่ง จากนั้นค่อยบอกลาเขากลับเรือนของตนเองไป

ท้องฟ้าในเวลานี้มืดสนิทแล้ว ไม่มีดวงดาว ไร้ดวงจันทร์

นางยืนอยู่ในลานบ้านของตนเอง มองท้องฟ้าสีดำทมิฬพร้อมกับความกลัดกลุ้มใจ

สวรรค์ไม่เป็นใจ แล้วแผนการของนางจะสำเร็จได้อย่างไร

หากไม่ได้ยาแผนปัจจุบัน แล้วนางจะสกัด ‘สารสร้างเซลล์’ ในปริมาณมากได้อย่างไร หากไม่มีสารสร้างเซลล์นี้ เช่นนั้นคนทั้งหมดสามพันคนจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกนานเท่าไร

“คุณหนู เข้ามาในเรือนเถอะเจ้าค่ะ ข้างนอกหนาวนัก” สาวใช้เดินเข้ามาใกล้ พลางพูดกับไป๋จื่อ

ไป๋จื่อเงยหน้ามองท้องฟ้า พึมพำว่า “เมื่อไรดวงจันทร์ถึงจะโผล่ออกมานะ”

สาวใช้นางนั้นยิ้มตอบ “คุณหนู วันนี้พระจันทร์เต็มดวง ต่อให้ตอนนี้ยังไม่ปรากฏออกมา แต่ขอเพียงไม่มีฝนตกก็ต้องปรากฏออกมาแน่เจ้าค่ะ”

“เจ้าพูดจริงหรือ” ไป๋จื่อหันไปมองสาวใช้นางนั้นในทันที

ฝ่ายสาวใช้พยักหน้า ทำสีหน้าเหมือนกับว่าเรื่องราวเป็นเช่นที่นางกล่าว “จริงเจ้าค่ะ บ่าวอาศัยอยู่บนเขาตั้งแต่ยังเล็ก ตกกลางคืนไม่มีอะไรทำก็ชอบมองพระจันทร์อยู่ในลานบ้าน ไม่ว่าวันอื่นพระจันทร์จะไม่โผล่ออกมา แต่เมื่อถึงวันขึ้นสิบห้าค่ำก็จะโผล่ออกมาอยู่ดี นอกเสียจากว่าฝนตกอยู่ตลอดเจ้าค่ะ”

ไป๋จื่อตื่นเต้นขึ้นมาทันที ความกลุ้มใจบนใยหน้าหายไปจนเกลี้ยงในพริบตาเดียว นางกล่าวกับสาวใช้ว่า “ข้าจะเข้าไปพักในเรือน พวกเจ้าออกไปเถอะ วันนี้ไม่ต้องคอยรับใช้อยู่ในเรือนแล้ว”

สาวใช้พยักหน้า ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร ปกติแล้วคุณหนูไม่ได้ให้พวกนางคอยรับใช้อยู่ในเรือนอยู่แล้ว พวกนางชินเสียแล้วละ

คุณหนูผู้นี้นิสัยดี อีกทั้งใจกว้าง ไม่ชอบให้ใครมารับใช้ ชอบทำทุกเรื่องด้วยตนเอง ช่างเป็นเจ้านายที่หาได้ยากจริงๆ

เมื่อเหล่าสาวใช้แยกย้ายไปแล้ว ไป๋จื่อก็สวมเสื้อบุนวมที่หนาที่สุด แล้วห่อกายด้วยผ้าห่มที่อยู่บนเตียง จากนั้นก็ลากเตียงไปที่ริมหน้าต่าง ก่อนจะเปิดหน้าต่างเพื่อให้แสงจันทร์ลอดเข้ามา

อาจจะเป็นเพราะเหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่ง เพิ่งนอนลงบนเตียงได้ไม่นานเท่าไรนางก็หลับสนิท ถึงแม้ลมหนาวจะพัดผ่านหน้าต่างเข้ามาอยู่ตลอด ทว่าภายในเรือนจุดเตาดินเอาไว้ จึงยังคงรู้สึกอบอุ่นเสมอ

…

ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไร จู่ๆ เธอก็ลืมตาขึ้น ตรงหน้ามืดไปหมดทั้งผืน บนผนังที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไม่มีนาฬิกาที่คุ้นตา เมื่อหันไปมองข้างๆ ก็ไม่มีกระจกที่มีแสงส่องเข้ามาตลอดบานนั้นอีก

ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลหมิงซิง

เธอไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาล ที่นี่คือที่ไหนกัน

เธอลองขยับนิ้วมือที่แข็งทื่อ เริ่มขยับร่างกายทุกส่วนที่ขยับได้โดยเร็ว

คอ มือ ขา ร่างกาย

เมื่อเลือดไหลเวียนดีแล้ว ความรู้สึกชาหายไปเป็นปลิดทิ้ง เธอก็ใช้มือข้างหนึ่งยันตัวลุกขึ้นนั่ง และตอนนี้เองเธอคลำเจออะไรบางอย่าง

มันเหมือนกับรีโมท ที่บ้านของเธอก่อนหน้านี้ก็มีรีโมทหน้าตาคล้ายๆ แบบนี้เหมือนกัน

นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เธอคุ้นเคย ที่นี่คือที่ไหน ไม่ใช่บ้านของเธอ และไม่ใช่บ้านของหลินหยางด้วย

นอกจากหลินหยางแล้ว เธอก็ไม่มีเพื่อนอยู่ในโลกใบนี้อีก ยิ่งไม่มีคนรับสภาพเหมือนคนตายแบบนี้ของเธออย่างไร้เงื่อนไขได้ด้วย แล้วที่นี่คือที่ไหนกัน

ตอนที่ 1038 หลินหยางแต่งงานวันนี้?

เธอเลิกผ้าล่มลงจากเตียง ขาไม่นับว่าปราดเปรียวมาก ทำได้แค่ขยับไปทีละก้าว ตามปกติแล้ว สภาพของเธอในตอนนี้ไม่ควรจะเดินเลยด้วยซ้ำ จำเป็นต้องนวดก่อน เพื่อให้เลือดไหลเวียนโดยสมบูรณ์แล้วถึงจะเดินได้

แต่เธอรอไม่ได้แล้ว เธอไม่รู้ว่าจะต้องกลับไปทางด้านนั้นเมื่อไร จึงจำต้องถือโอกาสตอนที่อยู่ที่นี่ ตามหาสิ่งของที่ต้องการมาไว้ในมือ

หลินหยางอยู่ที่ไหน เธอต้องการความช่วยเหลือของเขา

มีแค่หลินหยางที่ช่วยเธอได้

นอกจากเตียงหลังหนึ่งแล้ว ในห้องไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก ถึงประตูจะปิดอยู่ แต่ก็โชคดีที่ไม่ได้ลงกลอนเอาไว้

เธอเดินไปที่หน้าประตูทีละก้าว เมื่อเปิดมันออกแล้วก็เดินไปข้างนอก ทันทีที่คลำเจอสวิตช์ไฟบนผนัง เธอก็เปิดไฟในทันที ที่นี่เป็นห้องรับแขกที่เรียบง่ายห้องหนึ่ง บ้านหลังนี้เหมือนจะเก่ามากแล้ว แต่ไฟกลับสว่างเป็นพิเศษ

ที่นี่คือที่ไหน

จากนั้นเธอก็พบโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งบนโต๊ะตัวเล็กของห้องรับแขก มีโทรศัพท์มือถือก็ติดต่อหลินหยางได้แล้วสิ

ไม่รู้เหมือนกันว่าโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้เป็นของใคร มันตั้งรหัสเอาไว้ด้วย เธอลองอยู่สองสามครั้งก็ปลดล็อกได้สำเร็จ

ถึงเธอจะไม่ได้มาที่โลกนี้เกือบครึ่งปีแล้ว แต่ก็ยังจำเบอร์โทรศัพท์มือของหลินหยางได้ขึ้นใจ

หลังจากต่อสายแล้ว ปลายสายมีเสียงดังขึ้นห้าครั้งก็มีคนรับสายแล้ว เป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใครคะ”

เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของแม่หลินหยางใช่ไหม

โทรศัพท์มือถือของหลินหยางไปอยู่ที่แม่ของเขาได้ยังไง เกิดอะไรขึ้นกับหลินหยางเหรอ

เธอกำลังจะเอ่ยปากพูด แต่กลับพบว่าตัวเองพูดอะไรไม่ออก

เธออยากพูดอะไร

แม่ของหลินหยางเกลียดเธอมาโดยตลอด แม้แต่มองสักครั้งก็ไม่มอง

“อยากพูดกับใครคะ”

เธอลดเสียงลงถาม “หลินหยางอยู่ไหมคะ ฉันเป็นเพื่อนร่วมงานของเขา มีเรื่องจะขอคำแนะนำจากเขาค่ะ”

เสียงของคุณนายหลินเปลี่ยนเป็นไม่พอใจ “วันนี้หลินหยางแต่งงาน คุณไม่รู้เหรอ ป่านนี้แล้วยังมีธุระอะไรอีก ถามคนอื่นไม่ได้เลยเหรอคะ”

“หลินหยางแต่งงานวันนี้ กับใครเหรอคะ” เธอประหลาดใจมาก หลินหยางจะแต่งงานเหรอเนี่ย ทำไมเร็วปานนี้

“คุณเป็นเพื่อนร่วมงานของหลินหยางจริงๆ หรือเปล่า” คุณนายหลินย้อนถาม “เรื่องที่เขาแต่งงานกันม่านน่า ทั้งโรงพยาบาลหมิงซิงของพวกคุณมีใครไม่รู้บ้าง”

กับอวี๋ม่านน่า? ไป๋จื่อไม่รู้ว่าตัวเองวางสายไปได้ยังไง

หลินหยางแต่งงานกับอวี๋ม่านน่า? เป็นไปได้ยังไง

เป็นไปไม่ได้!

อย่าเพิ่งพูดว่าหลินหยางชอบหรือไม่ชอบอวี๋ม่านน่า แค่นำเรื่องที่อวี๋ม่านน่าทำร้ายเธอมาพูด หลินหยางก็รู้ดีอยู่แก่ใจแล้ว เขารู้ชัดเจน แต่กลับแต่งงานกับคนที่ชั่วร้ายอย่างอวี๋ม่านน่าเหรอเนี่ย สมองเขากลับตาลปัตรหรือยังไงกัน

เธอมองนาฬิกาที่แสดงอยู่บนโทรศัพท์มือถือ สองทุ่มครึ่ง

หมายความว่าตอนนี้หลินหยางกำลังทำพิธีแต่งงานอยู่กับอวี๋ม่านน่า พิธีน่าจะใกล้จบแล้วสินะ

เธอจำได้ว่าครั้งก่อนที่ไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนร่วมงาน สองทุ่มเริ่มพิธี สามทุ่มถึงจะจบงาน

ทำยังไงดี ไม่ได้พบคนที่จะช่วยเธอได้แบบนี้ ต่อให้เธอไปซื้อยาเองในตอนนี้ เธอก็ไม่มีเงินอยู่ดี

ต้องมีวิธีสักวิธีหนึ่งสิ

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกไปข้างนอก ลมหนาวระลอกหนึ่งพัดใส่ร่างของเธอจนต้องจามถึงสามครั้ง

ลมหนาวทางนั้นก็เหมือนกับลมหนาวทางนี้สินะ!

ทำไมเมื่อกี้เธอไม่คิดหาเสื้อผ้ามาใส่สักหน่อยนะ ตอนนี้ปิดประตูไปแล้ว อยากจะเข้าไปอีกเป็นเรื่องยากทีเดียว

ดังนั้นเธอจึงทำได้แค่กอดอก เดินไปหาลิฟต์ทีละก้าว

บ้านเก่าแบบนี้ ลิฟต์ย่อมเก่าเป็นธรรมดา มันส่งเสียงกึกกักขณะที่เลื่อนลงอยู่ตลอด ฟังแล้วน่ากลัวมาก โชคดีที่มันลงมาถึงชั้นล่างได้โดยปลอดภัย

ไป๋จื่อเดินภายใต้ไฟทางสลัว ตอนนี้แข้งขามีเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้ว เธอเดินเร็วกว่าก่อนหน้านี้มาก ถือเป็นเรื่องปกติไม่น้อย ไม่อย่างนั้นสภาพกระเซอะกระเซิงของเธอในตอนนี้ อีกทั้งสวมเสื้อผ้าบางๆ เดินไม่สะดวกเท่าไรแบบนี้ จะต้องมีพลเมืองดีช่วยเธอแจ้งตำรวจแน่

เธอไม่อยากไปเสียเวลาที่สถานีตำรวจทั้งคืนหรอกนะ

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 519