คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 518

#518คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1035 บุตรไร้ความรู้ เป็นความผิดของบิดามารดา

นายทวารผู้นั้นประหลาดใจในคำถามของไป๋ฟู่กุ้ยทีเดียว “พวกข้าสกุลตงฟางย่อมไม่เหมือนกับจวนอื่น นายใหญ่ คุณหนูใหญ่ และคุณหนูเล็กของพวกข้าล้วนเป็นคนดี แต่ไหนแต่ไรไม่เคยกดขี่ผู้ที่ด้อยกว่า”

โบราณว่าไว้ หากต้นน้ำไม่เที่ยงตรง ปลายน้ำยิ่งบิดเบี้ยว

หากต้นน้ำที่อยู่สูงกว่าเที่ยงตรง แล้วปลายน้ำที่อยู่ด้านล่างจะบิดเบี้ยวได้อย่างไร

นิสัยของข้ารับใช้สะท้อนนิสัยของเจ้านายได้จริงๆ

จางซื่อเห็นบุตรชายสนทนากับนายทวารแล้วก็เข้าไปใกล้ ยิ้มถามว่า “คุณหนูเล็กของสกุลเจ้าคือไป๋จื่อหรือ”

นายทวารพยักหน้าทันที ยามที่พูดถึงคุณหนูเล็ก ในดวงตาของเขาฉายแววนับถือ ต่อให้เป็นนายใหญ่ของพวกเขาเอง พวกเขาก็ยังไม่เคยใช้สายตาเคารพและนับถือพรรค์นี้มองเขาสักครั้ง

“ถูกต้อง คุณหนูเล็กของสกุลข้าคือคุณหนูไป๋จื่อ นางสุดยอดมาก เชี่ยวชาญวิชาแพทย์เป็นอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้นางรักษาไทเฮาด้วยนะ ตอนนี้ก็รักษาฮ่องเต้จนหายอีก ชีวิตของคนเมืองหลวงนับพันล้วนเป็นนางที่ช่วยไว้ได้ หากไม่มีคุณหนูเล็กของสกุลพวกข้า คนเหล่านั้นคงเหลือเพียงแต่วิญญาณตั้งนานแล้ว”

จางซื่อรู้สึกสะท้อนใจอยู่บ้าง ด้วยคิดไม่ถึงเลยว่าไป๋จื่อจะสร้างคุณูปการใหญ่หลวงไว้มากมาย กระนั้นบุตรสาวของนางก็ยังบอกว่าไป๋จื่อเพียงใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ที่นี่เท่านั้น

เมื่อนึกถึงบุตรสาวของตัวเองขึ้นมา นางก็มีอันต้องถอนใจยาวเสียงหนึ่ง จะโทษใครได้เล่า

บุตรไร้ความรู้ เป็นความผิดของบิดามารดา

นางมีส่วนต้องรับผิดชอบเช่นกัน

เพิ่งยามโหย่ว (17.00-19.00 น.) เท่านั้น ท้องฟ้ายังคงสว่างโร่ รถม้าที่ไป๋จื่อนั่งมากลับมาถึงด้านหน้าคฤหาสน์ตงฟางแล้ว

เพิ่งลงจากรถมาได้ไม่ทันไร ไป๋จื่อก็เห็นจางซื่อและเจ้ารองรออยู่ที่หน้าคฤหาสน์

นายทวารเปิดประตูหน้า แล้วเดินเข้ามากล่าวว่า “คุณหนู สามคนนี้บอกว่าเป็นสหายเก่าของท่าน ทว่าท่านยังไม่กลับมา ข้าน้อยไม่อยากให้พวกเขาเข้าไป จึงให้พวกเขารออยู่ตรงนี้ ท่านรู้จักหรือไม่ขอรับ”

ไป๋จื่อพยักหน้า “รู้จัก พาพวกเขาไปที่โถงข้างเถอะ” นางเดินไปข้างหน้าเพื่อพูดกับจางซื่อ “ข้าจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เรือนก่อน พวกเจ้าไปรอข้าที่โถงข้างเถอะ”

เมื่อพูดจบแล้ว ไป๋จื่อก็นำสาวใช้ที่ถือกล่องยาให้นางเข้าไปข้างใน

จางซื่อตอบรับด้วยความกลัดกลุ้มเสียงหนึ่ง ก่อนจะตามหลังเข้าไปในจวนเช่นกัน

แม้คฤหาสน์ตงฟางจะไม่ได้โอ่โถงเหมือนกับจวนชางหยวนโหว แต่กลับประณีตและงดงามไปทั่วทุกแห่งหน ต้นไม้ใบหญ้าทุกต้นล้วนได้รับการเอาใจใส่อย่างดี ก้อนหินทุกก้อน ภูเขาทุกลูกก็มีคนแกะสลักด้วยความตั้งใจเป็นพิเศษ

แม้พวกเขาทั้งสามคนจะไม่รู้อะไรมาก แต่เมื่อได้เห็นทิวทัศน์เช่นนี้แล้วก็รู้ว่าพื้นฐานของสกุลตงฟางนี้ไม่ธรรมดาเลย

โถงข้างใหญ่มาก เพียงแค่โถงนี้ก็ใหญ่กว่าบ้านที่พวกเขาเคยอยู่ไม่รู้ตั้งกี่เท่าแล้ว

โต๊ะและเก้าอี้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ บนพื้นปูด้วยพรมที่ทั้งหนาและนุ่ม ภายในโถงจุดเตาใต้ดินเอาไว้ด้วย จึงอบอุ่นราวกับเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ทั้งสามคนเห็นดังนั้นก็ตาลาย ข้ารับใช้ที่นำทางพวกเขามาเอ่ยว่า “พวกเจ้านั่งก่อนเถอะ”

เนื้อตัวของพวกเขามอมแมมมาก ไหนเลยจะกล้านั่งลงบนเก้าอี้ที่สะอาดและสง่างาม ด้วยกลัวว่าจะทำให้เก้าอี้เขรอะ

“ไม่ต้องหรอกๆ ตัวพวกข้าสกปรกนัก เดี๋ยวจะทำข้าวของเปื้อนเอา”

ข้ารับใช้ยิ้มแย้ม “ไม่ต้องคิดมาก เบาะบนเก้าอี้ถอดซักได้ หากสกปรกก็แค่ถอดออกมาซักเท่านั้นเอง”

บัดนี้มีสาวใช้หน้าตางามงดยกชาเข้ามา นางสวมชุดกระโปรงปักลาย มัดมวยผมอย่างดี บนนั้นปักเครื่องประดับน่ามองเอาไว้จำนวนหนึ่งด้วย ไม่ใช่แค่การแต่งตัวเท่านั้น แม้แต่ท่วงท่าของนางก็เหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่ที่นางเคยเห็นในเมืองชิงหยวน

เมืองหลวงแห่งนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ แม้แต่สาวใช้ที่มีหน้าที่ยกน้ำชาคนหนึ่งก็มีชีวิตที่ดียิ่งนัก

ถึงแม้ข้ารับใช้จะให้พวกเขานั่งลงอย่างกระตือรือร้น พวกเขาก็ยังคงไม่ยอมนั่งลงอยู่ดี ยืนดื่มชาอยู่ในโถงอย่างนั้น

อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ อีกทั้งรู้สึกกระหายอย่างมาก มีน้ำชาร้อนๆ ควันฉุยเช่นนี้ พวกเขาจะปฏิเสธได้อย่างไรเล่า

ตอนที่ไป๋จื่อมาถึงและเห็นพวกเขายืนดื่มชาอยู่ นางรีบพูดขึ้นว่า “รีบนั่งลงเถอะ ไยยืนกันหมดเลยเล่า”

ตอนที่ 1036 ช่วยเจินจูด้วยเถอะ

จางซื่อโบกมือ “ไม่ต้องหรอกๆ พวกข้ายืนพูดก็ดีอยู่แล้ว”

ไป๋จื่อฉลาดเฉลียว ย่อมเข้าใจอีกฝ่าย นางจึงไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงยืนอยู่กับพวกเขาในโถงแห่งนี้

“พวกเจ้ามาหาข้า มีธุระอะไรหรือ” นางถาม

จางซื่อวางจอกชาลงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเดินไปคุกเข่าลงต่อหน้าไป๋จื่อ “จื่อยาโถว ป้าขอร้องเจ้า ช่วยเจินจูด้วยเถอะ”

เจ้ารองและไป๋ฟู่กุ้ยก็คุกเข่าลงด้วย

ไป๋จื่อขมวดคิ้ว “พวกเจ้าลุกขึ้นพูดเถอะ”

ทว่าทั้งสามคนไม่ยอม นางจึงพูดอีกว่า “ขืนพวกเจ้าไม่ลุกขึ้น ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

คราวนี้จางซื่อถึงจะลุกขึ้น นางมีสีหน้าเก้อเขิน “ข้ารู้ว่าเสนอเจ้าเช่นนี้ช่างน่าละอายจริงๆ แต่จื่อเอ๋อร์ ข้าเป็นแม่คน เห็นบุตรสาวได้รับความลำบากเช่นนี้แล้ว ข้าทนไม่ไหวจริงๆ”

ไป๋จื่อส่ายหน้า “เจ้าทนมองนางลำบากไม่ได้ แล้วคิดถึงความรู้สึกตอนที่แม่ของข้าคิดว่าข้าตายไปแล้วบ้างหรือไม่”

จางซื่อกัดฟัน พูดอะไรไม่ออก

เด็กสาวเอ่ยอีกว่า “ไม่ใช่ว่าข้าใจดำ พูดตามตรงนะ ข้าไม่เคยเอาคืนไป๋เจินจู ผลกรรมในตอนนี้ของนางเป็นอย่างไร ข้าไม่รู้หรอก และไม่อยากจะรู้เช่นกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ล้วนเป็นผลกรรมที่นางควรจะได้รับแล้ว”

จางซื่อยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา อยากบอกให้นางเห็นแก่มิตรภาพในอดีต ช่วยเจินจูสักครั้ง ทว่านางพูดไม่ออกจริงๆ

อดีต? ไหนเลยพวกนางจะมีมิตรภาพในอดีต

“คนหนึ่งทำเรื่องผิด หากไม่ได้รับบทลงโทษที่สมควร เช่นนั้นคนผู้นี้ก็จะทำความผิดต่อไป และมีแต่จะทำความผิดมากขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งไม่มีใครช่วยนางได้อีก ช่วยนางไม่ได้ จางซื่อ เจ้าเป็นแม่นาง และเจ้าทำทุกอย่างที่ควรทำและทำได้แล้ว นางได้มีมารดาที่ทำทุกอย่างเพื่อนาง ทิ้งเกียรติและศักดิ์ศรีเพื่อนาง ถือเป็นความโชคดีที่ที่สั่งสมมาถึงสามชาติแล้ว อย่างไรก็ดี นางมีวันนี้เพราะความโลภและเกลียดชังโดยแท้ ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า และไม่เกี่ยวอะไรกับข้าเช่นกัน“

จางซื่อนั่งแน่นิ่งอยู่บนพื้น ใบหน้ามีแต่น้ำตา หัวใจเต็มไปด้วยแม่น้ำแห่งความโศกเศร้า ไม่ว่านางจะยืนกรานเพียงใด แต่ก็ถึงเวลาที่ต้องยอมแพ้แล้วสินะ

“หากเจ้ายินดี ข้าจัดเตรียมรถม้าคันหนึ่ง ส่งพวกเจ้ากลับเมืองชิงหยวนได้”

พวกเขาทั้งสามคนไร้ญาติ ไร้สมบัติติดตัว อยากจะตั้งรกรากอยู่ที่เมืองหลวงจึงเป็นความยากยิ่งกว่าการขึ้นสวรรค์ กลับเมืองชิงหยวนย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

ไป๋จื่อใจดีและมีเมตตานัก

สุดท้ายจางซื่อก็เลือกที่จะกลับไป ไม่ไปที่จวนชางหยวนโหวอีก อยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร

ไป๋จื่อพูดถูกต้อง เจินจูมีวันนี้ได้เพราะผลกรรมของตนเอง ผู้เป็นมารดาเช่นนางทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว ทว่าบาปของใคร คนนั้นก็ต้องเป็นคนชดใช้

ฝ่ายไป๋เจินจูรออยู่ที่จวนชางหยวนโหววันแล้ววันเล่า ทว่ามารดาของนางก็ไม่ได้มาหาอีก ความคาดหวังแต่แรกเริ่มค่อยๆ กลายเป็นความสิ้นหวัง จนกลายเป็นควาหมดหวัง สุดท้ายแล้วนางก็พาดเชือกผูกเอวกับบนขื่น หมายจะปลิดชีพตัวเองทิ้งเสีย

แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเชือกผูกเอวเส้นนั้นไม่อาจรับน้ำหนักของนางได้ มันขาดผึง ทำให้นางตกลงมา เมื่อฟื้นขึ้นแล้วก็ไม่มีความกล้าที่จะหาหนทางตายอีก เรื่องราวหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ไม่มีค่าพอให้พูดถึงอีก

หลังจากไป๋จื่อส่งครอบครัวของจางซื่อไปแล้ว นางก็ไปที่ห้องครัว ทำอาหารรสเลิศหลายอย่างส่งไปที่เรือนของตงฟางมู่

ข้ารับใช้กำลังประคองตงฟางมู่เดินอยู่ในเรือน ครั้นเห็นนางเข้ามา เขาก็แย้มยิ้มอย่างเบิกบานใจในทันที “จื่อเอ๋อร์มาแล้ว!” เสียงของเขายังไม่สมบูรณ์ พูดอะไรยังคงแปลกอยู่บ้าง ทว่าก็ยังดีที่ฟังแล้วชัดเจนยิ่ง

ไป๋จื่อก้าวเข้าไปประคองตงฟางมู่ เพื่อให้เขานั่งลงที่หน้าโต๊ะอาหาร “ท่านคา วันนี้ข้าทำโจ๊กไก่มาให้ท่าน ท่านลองชิมดูสิเจ้าคะ มันสดอร่อยทีเดียว”

ตงฟางมู่กวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะ มีแต่จำพวกน้ำๆ ทั้งสิ้น แม้จะน่ากินทั้งหมด แต่เขากินอาหารพวกนี้ทุกวันจนรู้สึกเลี่ยนเสียแล้ว

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 518