ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 357
ตอนที่ 357 กราบอาจารย์ (1)
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อจวินอู๋เสียตื่นขึ้นมาอีกครั้ง จวินอู๋เย่าก็ได้หายตัวไปแล้ว นางเดินออกมานอกประตู เยี่ยซาก็มาปรากฏตัวขึ้นต่อหน้านางอย่างเงียบๆ
“คุณหนูใหญ่”
จวินอู๋เสียจ้องไปที่ใบหน้าที่คุ้นเคยแต่ขณะเดียวกันก็แปลกหน้าและเงียบไป
"นายน้อยอู๋เย่าออกไปตามหาของบางอย่าง ขอท่านโปรดรออยู่ที่นี่อย่างสบายใจ" เยี่ยซาพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
จวินอู๋เสียตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็คาดเดาได้ว่าจวินอู๋เย่ากำลังมองหาอะไร
เขาพูดกับนางเมื่อวานนี้ว่าเขาจะไปตามหาของบางสิ่งที่จะนำมาชดเชยจิตวิญญาณที่เสียหายไปของนาง แต่จิตวิญญาณที่เสียหายสามารถซ่อมแซมได้ง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรือ เกรงว่าการจากไปของเขาในครั้งนี้คงใช้เวลานานพอสมควรกว่านางจะได้พบเขาอีกครั้ง
หัวใจของนางรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาเล็กน้อย จวินอู๋เสียพยักหน้าในที่สุด จากนั้นเยี่ยซาก็หายตัวไปจะตรงนั้นอย่างไร้ร่องรอย ลมหายใจของเขาถูกปิดซ่อนไว้อย่างสมบูรณ์
เยี่ยซาในวันนั้น เกรงว่าก็คงเป็นเหมือนกับวันนี้ที่คอยอารักขานางอยู่ในมุมมืดอย่างเงียบๆ
จวินอู๋เสียเก็บสายตากลับมาและเดินออกไปข้างนอก ในเมื่อไม่สามารถกลับไปยังจวนหลินอ๋องได้ เช่นนั้นนางก็มีแผนอื่นแล้ว
ภายในสวนดอกไม้ เยี่ยนปู้กุยกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งหินพร้อมกับไหสุราในมือของเขา เฝ้าดูการต่อสู้ระหว่างเฟยเยียนและหรงรั่ว ขณะที่ฮวาเหยาและเฉียวฉู่ซึ่งยังคงอ่อนแออยู่ยืนอยู่ข้างๆ เนื่องจากอาการบาดเจ็บของพวกเขายังไม่หายดี พวกเขาจึงยังไม่สามารถรับการฝึกซ้อมได้
เงาร่างสองสายเข้าปะทะกันด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ระดับความเร็วเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้เลย
เมื่อจวินอู๋เสียเดินเข้ามา นางก็ได้เห็นฉากการต่อสู้ระหว่างเฟยเยียนและหรงรั่ว มันทำให้นางตระหนักได้ว่าพลังของทั้งคู่นั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าฮวาเหยาและเฉียวฉู่สักนิด
ด้วยวัยของพวกเฉียวฉู่และคนอื่นๆ ช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจนักที่พวกเขามีความแข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้
"น้องเสีย?" เฉียวฉู่เห็นร่างเล็กของจวินอู๋เสียที่กำลังเดินเข้ามาทางนี้อย่างรวดเร็ว เขากระโดดลงจากม้านั่งหินและวิ่งเข้าไปหานาง
“เจ้ามาได้ถูกเวลาพอดี เฟยเยียนและหรงรั่วกำลังฝึกซ้อมต่อสู้กันอยู่เลย เร็วเข้า อย่าได้พลาดฉากการแสดงดีๆ เช่นนี้เชียวล่ะ" เฉียวฉู่กำลังจะยื่นมือออกไปเพื่อจูงมือจวินอู๋เสียให้เดินไปด้วยกัน แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักกึกและรีบหดมือกลับ
จวินอู๋เสียพยักหน้า และเดินตามเฉียวฉู่เข้าไปในสวนดอกไม้
ฮวาเหยากับจวินอู๋เสียพยักหน้าทักทายกันเล็กน้อย
แต่เยี่ยนปู้กุยกลับลอบพิจารณาจวินอู๋เสียอย่างลับๆ เมื่อเขาพบว่าดวงตาของนางกำลังมองมาทางนี้ เยี่ยนปู้กุยก็ตัวสั่นและรีบเบี่ยงสายตาหันไปอีกทางทันที
จวินอู๋เสียถอนสายตาของนางกลับมา พูดกับเฉียวฉู่ที่นั่งอยู่ด้านข้างว่า “ข้าต้องทำอย่างไรถึงจะได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหงส์อมตะ”
เฉียวฉู่ที่กำลังเฝ้าดูการฝึกซ้อมตรงหน้าอย่างเพลิดเพลิน เมื่อได้ยินคำถามนี้ของจวินอู๋เสีย เขาก็เบิกตากว้างและหันขวับกลับมามองที่นางด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
“เจ้า...เจ้าพูดว่าอะไรนะ”
"ข้าอยากจะเข้ามาฝึกฝนตัวเองที่นี่" จวินอู๋เสียเพิกเฉยต่อท่าทีตกใจเกินพอดีของเฉียวฉู่โดยสมบูรณ์ การแสดงออกของนางยังคงเย็นชาและตรงไปตรงมาเช่นเคย
“…” เฉียวฉู่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
เขาเพิ่งได้ยินอะไร…
จวินอู๋เสียต้องการเข้ามาศึกษาในสำนักศึกษาหงส์อมตะแห่งนี้จริงหรือ
ในเวลานี้ แม้แต่ฮวาเหยาเองก็ยังประหลาดใจกับคำพูดของจวินอู๋เสีย
“เจ้าแน่ใจหรือ” เฉียวฉู่ในที่สุดก็ฟื้นสติและกลับมาหาเสียงของตัวเองเจออีกครั้ง
จวินอู๋เสียพยักหน้า
เฉียวฉู่ยิ้มกว้างทันที!
"ยอดเยี่ยมมาก! ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็กราบท่านอาจารย์ของพวกเราเป็นอาจารย์เถิด! เขาน่าทึ่งมากจริงๆ!"
เฉียวฉู่แทบทนรอไม่ไหวที่จะผลักจวินอู๋เสียให้คุกเข่าลงต่อหน้าเยี่ยนปู้กุย แล้วกราบเยี่ยนปู้กุยเป็นอาจารย์ของนางเสียเดี๋ยวนั้น เยี่ยนปู้กุยที่กำลังดื่มสุราอยู่ด้านข้าง เกือบจะสำลักสุราตายเพราะเจ้าศิษย์ไร้สมองของเขา!
ไม่ต้องพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างสาวน้อยคนนี้กับนายท่านเจวี๋ยว่าคืออะไร เพียงมองเขาก็เห็นชัดแล้วว่านายท่านเจวี๋ยเอ็นดูและปกป้องสาวน้อยคนนี้มากขนาดไหน ในวันนั้นนายท่านเจวี๋ยยังถึงกับไว้ชีวิตเขาเพราะนาง ตำแหน่งของสาวน้อยคนนี้ในหัวใจของนายท่านเจวี๋ยจะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
ให้เขารับสาวน้อยคนนี้เป็นลูกศิษย์…
เพียงคิดมันก็ทำให้เยี่ยนปู้กุยหลั่งเหงื่อเย็นออกมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้จวินอู๋เสียได้เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเยี่ยนปู้กุยแล้ว เมื่อตอนที่นางได้เห็นพลังและความสามารถของพวกฮวาเหยา เฉียวฉู่ และคนอื่นๆ จวินอู๋เสียก็บังเกิดความคิดนี้ขึ้นในใจ หากนางต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้น นางก็จำเป็นที่จะต้องเปิดกว้างความคิดของตัวเอง และไม่อาจยึดเอาความคิดของตัวเองเป็นหลักโดยไม่สนความเป็นจริงอย่างเช่นแต่ก่อนได้อีก
ไม่รอให้เยี่ยนปู้กุยได้มีโอกาสเปิดปากท้วงติง จวินอู๋เสียก็โพล่งขึ้นมาก่อนว่า “ศิษย์จวินเสีย คำนับท่านอาจารย์”