ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 358
ตอนที่ 358 กราบอาจารย์ (2)
พรวด!!!
ปากที่เต็มไปด้วยสุราของเยี่ยนปู้กุยหันไปด้านข้างและพ่นสุราใส่หน้าของเฉียวฉู่เต็มแรง
เฉียวฉู่ตกตะลึงไปทันที
"แค่ก! แค่ก!...เจ้าพูดว่าอะไรนะ" เยี่ยนปู้กุยเบิกตากว้าง มองไปที่จวินอู๋เสียด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดจิต
นางเรียกเขาว่าอะไรนะ
ท่านอาจารย์!
หนังศีรษะของเยี่ยนปู้กุยชาวาบ ความรู้สึกหนาวเย็นแล่นผ่านจากศีรษะลงมาจนถึงปลายเท้า ขนทุกเส้นของเขาลุกชัน เขามองไปรอบๆ อย่างกระวนกระวายเพื่อหาดูว่านายท่านผู้เป็นดั่งมหาเทพสังหารยังอยู่แถวนี้หรือไม่
"ท่านอาจารย์" จวินอู๋เสียมองไปที่เยี่ยนปู้กุยที่กำลังตื่นตระหนกและเน้นย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสงบ
มือของเยี่ยนปู้กุยสั่นระริก ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เนิ่นนานทีเดียวแต่ก็ยังไม่อาจเค้นเสียงใดออกมาได้
เฉียวฉู่เช็ดสุราที่เปียกเต็มใบหน้าของเขา มองไปที่ผู้เป็นอาจารย์ด้วยสีหน้าหดหู่
“ท่านอาจารย์ อย่ามองว่าน้องเสียอายุยังน้อย แต่นางแข็งแกร่งมากจริงๆ นะขอรับ ท่านก็อย่าได้ปฏิเสธนางเลย” ดวงตาของเฉียวฉู่กะพริบอย่างคาดหวัง เยี่ยนปู้กุยมีศิษย์เพียงแค่สี่คนเท่านั้น และที่มาที่ไปของพวกเขาทั้งสี่คนยังไม่ปกติอีก จวินอู๋เสียจะได้เข้ามาเป็นศิษย์ของเยี่ยนปู้กุยหรือไม่ก็สุดรู้
ถ้าเป็นคนอื่นเฉียวฉู่จะไม่สนใจเลย แต่เขาถือว่าจวินอู๋เสียเป็นเหมือนพี่น้องของเขาไปแล้ว จึงคาดหวังเป็นธรรมดาว่าจวินอู๋เสียจะสามารถกราบเป็นศิษย์ภายใต้อาจารย์คนเดียวกันกับพวกเขาได้
เยี่ยนปู้กุยตัวสั่นหนักยิ่งกว่าเดิม
รับจวินอู๋เสียเป็นลูกศิษย์รึ! เขาเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อแล้วหรืออย่างไร!
แต่หากให้เขาปฏิเสธนางไปตรงๆ เยี่ยนปู้กุยยอมรับอย่างหน้าไม่อายเลยว่าเขาไม่กล้า
หากเทพปีศาจเจ้าจักรพรรดิรู้ว่าเยี่ยนปู้กุยผู้นี้กล้าปฏิเสธสาวน้อยผู้เป็นดั่งหัวใจของเขาไม่ยอมรับนางเป็นศิษย์แล้วล่ะก็ ชะตากรรมของเขาอาจจะยิ่งอเนจอนาถกว่านี้ก็เป็นได้
แต่หากให้เขายอมรับนางเป็นลูกศิษย์ของตัวเอง...
เยี่ยนปู้กุยรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังจะตาย
หลังจากลังเลอยู่ครู่ใหญ่ เยี่ยนปู้กุยก็ลุกขึ้นยืน เฟยเยียนและหรงรั่วที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ข้างๆ ก็หยุดมือของพวกเขาและหันมามองทางนี้
“ขอข้าคิดดูก่อน” เยี่ยนปู้กุยรีบเผ่นออกจากสวนดอกไม้ด้วยฝีเท้าที่เร็วที่สุดในชีวิต เขาไม่อยากอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว
กลัวเหลือเกินว่าหากอยู่นานกว่านี้แม้เพียงครึ่งเค่อ เขาจะตัดสินใจผิดพลาด ซึ่งนำเขาไปสู่การชดใช้ที่อาจต้องแลกด้วยเลือด
ไม่ยอมรับและก็ไม่ได้ปฏิเสธ แบบนี้แหละปลอดภัยสำหรับเขาที่สุด ในขณะที่เยี่ยนปู้กุยแสนจะโล่งใจ ศิษย์ของเขาอย่างเฉียวฉู่กลับรู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย ในความเห็นของเขา จวินอู๋เสียเป็นศิษย์ที่มีคุณสมบัติมากจริงๆ ยกเว้นอารมณ์แปลกๆ ของนาง ที่เหลือล้วนไม่มีข้อบกพร่อง
"น้องเสีย เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ขอเวลาให้ท่านอาจารย์คิดดูอีกสักนิด ท่านอาจารย์เขา…ระมัดระวังเรื่องการรับศิษย์มาก” เฉียวฉู่กลัวว่าจะเห็นสีหน้าที่ราวกับถูกทำร้ายความภาคภูมิใจของจวินอู๋เสีย จึงรีบพูดปลอบโยนนางไป
ใบหน้าของจวินอู๋เสียยังคงสงบนิ่ง สิ่งที่นางได้ตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ ในเมื่อนางตั้งใจจะกราบเยี่ยนปู้กุยเป็นอาจารย์ นางก็ไม่คิดล้มเลิกความตั้งใจกลางคัน สามารถสั่งสอนให้เฉียวฉู่และคนอื่นๆ แข็งแกร่งถึงขนาดนี้ได้ ผู้เป็นอาจารย์อย่างเขาย่อมไม่ใช่คนธรรมดา จะเจ้าอารมณ์ไปบ้าง นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
หรงรั่วมองไปที่จวินอู๋เสียและขยับมุมปากเล็กน้อยไม่ได้พูดอะไร คนอื่นๆ อาจไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขารู้ดีว่าเพราะเหตุใดเยี่ยนปู้กุยจึงเป็นเช่นนั้น
บุรุษผู้ที่นำจวินอู๋เสียกลับมายังสถาบันศึกษาในวันนั้น เป็นบุคคลที่แม้แต่เยี่ยนปู้กุยยังต้องหวาดกลัว เขาย่อมพิจารณาหลายตลบ ไม่กล้ารับนางเข้ามาเป็นศิษย์สุ่มสี่สุ่มห้าด้วยกลัวว่าจะไปยั่วยุบุรุษผู้นั้น
ในขณะที่ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วสวนดอกไม้ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยอารมณ์เสียงหนึ่งก็ดังมาจากทางเข้าลานที่พัก ใบหน้าของเฉียวฉู่และอีกสามคนที่เหลือแสดงถึงความเบื่อหน่ายออกมาทันที
“มาอีกแล้ว! ให้ตายสิเจ้าพวกนั้นไม่จบไม่สิ้นสักที!” เฉียวฉู่บ่นออด ไหล่ของเขาลู่ตกลง
ขณะที่เสียงของเฉียวฉู่เพิ่งจบลงได้ไม่นาน กลุ่มคนรุ่นเยาว์ที่สวมเครื่องแบบของสำนักศึกษาก็เดินเข้ามาในสวนดอกไม้ด้วยใบหน้าถมึงทึง
“เฉียวฉู่! นี่มันกี่วันแล้ว เจ้าหนูที่พวกเจ้าพาตัวกลับมาด้วยคิดจะมาอยู่ในสำนักศึกษาของพวกเรานานแค่ไหนกัน” ชายหนุ่มที่ดูคล้ายจะเป็นผู้นำของกลุ่มแต่ส่วนสูงไม่มากนักตวาดกร้าว เขาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะตวัดสายตามองไปทางจวินอู๋เสียซึ่งยืนอยู่ข้างเฉียวฉู่ด้วยความดูถูก
จวินอู๋เสียมองดูกลุ่มคนรุ่นเยาว์ที่แสนหยิ่งผยองด้วยสายตาเย็นชา ชายหนุ่มที่เดินตามหลังเขามาไม่มีใครสักคนที่ไม่แสดงสีหน้าดูหมิ่นเหยียดหยาม
"แค่กๆ เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันเองไม่ใช่หรือ พวกเจ้าต้องบีบคั้นกันถึงเพียงนี้เชียวหรือ" เฉียวฉู่ถามด้วยอารมณ์หดหู่
ชายหนุ่มที่เป็นผู้นำกลุ่มเบิกตากว้างทันที เขาชี้ไปที่จมูกของเฉียวฉู่และตวาดว่า “ไม่กี่วันงั้นรึ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าค่าใช้จ่ายรายวันต่อคนไปสำนักศึกษาแห่งนี้นั้นมันสูงแค่ไหน! พวกเจ้ากินใช้ดื่มไม่ต้องเสียเงินเลยหรืออย่างไร ตึกฝั่งทิศตะวันออกของพวกเจ้าค้างชำระสถานศึกษาของพวกเรามาหนึ่งปีเต็มแล้ว! แล้วเจ้ายังจะพาเจ้าขวดน้ำมันน้อย[footnoteRef:1] คนนี้มาเพิ่มอีก!" [1: ขวดน้ำมันน้อย หมายความว่า ลูกที่เกิดจากหญิงคนก่อน หรือลูกติดหญิงม่าย อุปมาว่าเป็นตัวภาระ
]