ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 356
ตอนที่ 356 ข้ามาแล้ว (5)
“แต่ก่อนที่จะถึงเวลานั้น เสี่ยวเสียเอ๋อร์ เจ้าไม่สามารถกลับไปได้" จวินอู๋เย่าจู่ๆ ก็พูดขึ้น
จวินอู๋เสียเงยหน้าขึ้นมองจวินอู๋เย่าทันที สิ่งที่จวินอู๋เย่าเพิ่งพูดกับนางว่าไม่สามารถ 'กลับไป' เขาหมายถึงการกลับไปที่จวนหลินอ๋อง!
นางกลับไปไม่ได้หรือ
ทำไมกัน
“จิตวิญญาณของเจ้าในตอนนี้ยังไม่ฟื้นตัวสมบูรณ์ดี อีกอย่างก่อนหน้านี้เจ้าได้ใช้วิธีการพิเศษบางอย่างเพื่อโจมตีคนพวกนั้นใช่หรือไม่ พวกเขาสามารถอาศัยเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเจ้าที่หลงเหลืออยู่ในตัวของพวกเขาออกติดตามค้นหาตัวเจ้าได้ ดังนั้นเสี่ยวเสียเอ๋อร์เจ้าจะกลับไปไม่ได้” จวินอู๋เย่าอธิบายให้จวินอู๋เสียฟังอย่างจริงจัง เขาไม่ได้คาดหวังว่าจวินอู๋เสียจะถึงขั้นยอมเผาผลาญพลังชีวิตของตัวเองเพื่อโจมตีศัตรู การโจมตีดังกล่าวนั้นมันมีราคาที่สูงจนเกินไป
ดวงตาของจวินอู๋เสียเบิกกว้าง
ในตอนนั้นที่นางเผาผลาญจิตวิญญาณของตัวเองเพื่อตอบโต้อีกฝ่าย นางกับเสี่ยวเฮยก็เตรียมใจไว้แล้วว่าจะยอมตายไปพร้อมกับพวกเขา แต่สิ่งที่นางคิดไม่ถึงคือเยี่ยซาจะเข้ามาแทรกแซงการต่อสู้ และยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อให้พวกนางหนีมา และการกระทำของนางในครั้งนั้น จะเป็นการทิ้งร่องรอยของตัวเองไว้ในตัวของอีกฝ่าย ทำให้พวกเขาสามารถติดตามหานางเจอได้ โดยอาศัยเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของนางที่หลงเหลืออยู่ในตัวบุรุษชุดขาวผู้นั้น
ไม่ใช่ว่าเขาตายไปแล้วหรืออย่างไร…
จวินอู๋เสียไม่สามารถแน่ใจได้เลยว่าการโจมตีของเยี่ยซาในครั้งนั้นก่อนที่เขาจะระเบิดตัวเอง จะสามารถฆ่าบุรุษชุดขาวให้ตายไปได้จริงๆ ดังนั้นก่อนที่จวินอู๋เสียจะทำความเข้าใจกับสามโลกชั้นกลางได้ลึกซึ้งยิ่งกว่านี้ จวินอู๋เสียก็ไม่กล้าที่จะดูถูกหรือประมาทพวกเขา
อันที่จริงจวินอู๋เย่าพูดให้นางฟังเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น แต่จวินอู๋เสียก็สามารถทำความเข้าใจอีกครึ่งที่เหลือได้ด้วยตัวของนางเอง
ถ้าหากนางกลับไปที่จวนหลินอ๋องในเวลานี้ คนจากตำหนักเปลวเพลิงปีศาจจะยกขบวนไปที่นั่นและทำลายสถานที่นั้นจนสิ้นซาก! จวินเสี่ยนและจวินชิงจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องนาง แม้ต้องสละชีวิตและทั้งจวนหลินอ๋องก็ตาม!
ราวกับมีลูกธนูปักเข้าที่หัวใจของนางอย่างจัง ตอนนี้เส้นทางกลับบ้านของนางถูกตัดขาดแล้ว นางไม่มี ‘บ้าน’ ให้กลับอีกต่อไป…
จวินอู๋เสียรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ ใบหน้างามที่ซูบซีดอยู่แล้ว บัดนี้ไม่เหลือสีเลือดให้เห็นอีก
จวินอู๋เย่าลุกขึ้นคว้าร่างเล็กของจวินอู๋เสียเข้ามากอดทันที โยกตัวปลอบประโลมนางเบาๆ
“อย่ากลัวไปเลย วันหนึ่งเจ้าจะได้กลับไป เพียงแต่ยังไม่ใช่เวลานี้ก็เท่านั้น สิ่งที่เจ้าควรคิดถึงในเวลานี้ ก็คือทำอย่างไรให้จิตวิญญาณของเจ้ากลับมาหายดีสมบูรณ์พร้อมต่างหาก” จวินอู๋เย่าตบหลังจวินอู๋เสียเบาๆ กล่อมนางด้วยเสียงทุ้มราวกับกล่อมเด็กน้อยที่เพิ่งตื่นขึ้นจากฝันร้าย
ครั้งนี้เป็นความผิดพลาดของเขาเอง แม้เขาจะรู้แต่แรกแล้วว่าสำนักชิงอวิ๋นมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับตำหนักใดตำหนักหนึ่งจากสิบสองตำหนัก แต่เขาก็ยังปล่อยให้คนพวกนั้นเจอตัวจวินอู๋เสียจนได้
“เอาเป็นว่าเจ้าอยู่รักษาตัวในสำนักศึกษาแห่งนี้ก่อน สถานที่ตั้งของที่นี่พิเศษมาก มันสามารถปิดกั้นกลิ่นอายจิตวิญญาณของเจ้าจากการถูกตรวจพบได้” จวินอู๋เย่าปลอบอย่างด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
สถานที่นี้เดิมถูกใช้โดยเยี่ยนปู้กุยเพื่อซ่อนตัวทุกคนจากสมาชิกของสิบสองตำหนัก ในเมื่อพวกเขาตัดสินใจที่จะทรยศและหลบหนีมาแล้ว ป้ายวิญญาณของพวกเขาที่ยังถูกเก็บอยู่ในตำหนักที่เคยเข้าร่วมย่อมเป็นใบบอกทางชั้นดีถึงตำแหน่งที่ซ่อนของพวกเขา การที่เยี่ยนปู้กุยสามารถหาสถานที่ที่พิเศษเช่นนี้พบ นับว่าเขาได้ทุ่มเทและลงแรงไปมากพอสมควร
"ที่นี่หรือ" จวินอู๋เสียเงยหน้าขึ้น
“ใช่ บัวหิมะซังอวี้ของเจ้ายังจำเป็นต้องอาศัยสระน้ำนั้นเพื่อช่วยฟื้นตัวไม่ใช่หรือ เจ้าก็อยู่ที่นี่ต่อเป็นเพื่อนมันเป็นอย่างไร” จวินอู๋เย่ารู้ดีว่าความรู้สึกของจวินอู๋เสียที่มีต่อสองพ่อลูกสกุลจวินนั้นลึกซึ้งเพียงใด สิ่งที่นางทำมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด ล้วนเป็นข้อพิสูจน์ถึงจุดนี้ ดังนั้นการที่นางไม่สามารถกลับไปบ้าน ไปเจอกับญาติทั้งสองคนได้อีกคงทำให้นางเสียใจไม่น้อย แน่นอนว่าความแค้นระหว่างนางกับตำหนักเปลวเพลิงปีศาจก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นเพราะเหตุนี้เช่นกัน เป็นเพราะพวกมันที่ตัดความหวังของนางที่จะได้กลับบ้าน
จวินอู๋เสียไม่ได้พูดอะไรอีก ในเมื่อบ้านก็กลับไปไม่ได้แล้ว คงทําได้เพียงกดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและหดหู่นี้ลงไป ร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าอย่างยากลำบาก ในเวลาเดียวกันก็ย้ำเตือนตัวเองอยู่ในใจลึกๆ ว่าจะให้เหตุการณ์อย่างเทือกเขาเมฆาในวันนั้นเกิดขึ้นซ้ำอีกไม่ได้เป็นอันขาด
นางจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับจวนหลินอ๋อง!
หลังจากพยักหน้าอย่างเงียบๆ ในที่สุดจวินอู๋เสียก็ตัดสินใจได้
“สักวันข้าจะทำลายตำหนักเปลวเพลิงปีศาจให้สิ้นซาก แล้วเดินทางกลับบ้านไปอย่างเปิดเผย” นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่ไม่อาจสั่นคลอน
จวินอู๋เย่าเปล่งเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขากอดจวินอู๋เสียไว้แน่นด้วยมือทั้งสองข้างของเขา
เขารู้อยู่แล้ว ว่าเด็กน้อยของเขาจะต้องไม่ล้มลงง่ายๆ เช่นนี้อย่างแน่นอน