ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร

ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 366

#366ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร

ตอนที่ 366 ตึกฝั่งทิศตะวันออกยกระดับ (1)

สีหน้าท่าทางของเหอชิวเซิงดูเกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก เมื่อมองไปที่ใบหน้าของเยี่ยนปู้กุยและเฉียวฉู่กับคนอื่นๆ นัยน์ตาของเขาก็เกือบจะลุกเป็นไฟ

"เยี่ยนปู้กุย! เจ้าติดค้างค่าธรรมเนียมของสำนักศึกษาของพวกเรายังไม่พอ ยังกล้าปล่อยให้ศิษย์ของเจ้าใช้ความรุนแรงทำร้ายผู้อื่น แต่เจ้ากลับมีหน้ามานั่งร่ำสุราอย่างสบายใจอยู่ที่นี่หรือ!"

เยี่ยนปู้กุยที่ถูกผู้อื่นด่าจนใบหน้าแดงก่ำ ก้มมองไหสุราในมือของเขาแล้วยิ้มอย่างขมขื่น ร่ำสุรารึ? เขาช่างกล้าพูดจริงๆ ยาจกเช่นเขาจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อสุรา ของเหลวที่อยู่ในไหนี้เป็นเพียงแค่น้ำเปล่าที่พอจะมีกลิ่นหอมของสุราดั้งเดิมจากในไหติดอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แต่สิ่งเหล่านี้เยี่ยนปู้กุยไม่คิดที่จะอธิบาย

“ที่แท้ก็เป็นชิวเซิงเองหรอกหรือ เป็นอย่างไรมาอย่างไรเล่าวันนี้เจ้าถึงสนใจมาที่ตึกฝั่งทิศตะวันออกของข้า อยากจะเข้ามานั่งพักก่อนสักหน่อยหรือไม่” เยี่ยนปู้กุยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

สีหน้าท่าทางเช่นนั้น ดูประจบสอพลออย่างถึงที่สุด กระนั้นเฉียวฉู่และคนอื่นๆ ที่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องยอมก้มหัวสละศักดิ์ศรีเช่นนี้ก็ทำได้เพียงรู้สึกเศร้าและขมขื่นในใจ

หากไม่ใช่เพราะขวดน้ำมันน้อยๆ อย่างพวกเขา มีหรือที่เยี่ยนปู้กุยจะลำบากขนาดนี้ ด้วยความสามารถของเขา กวาดมองไปทั้งสามโลกเบื้องล่างมีขุมอำนาจใดบ้างที่จะไม่อ้าแขนต้อนรับ มีหรือที่เขาจะไม่ได้ชีวิตอย่างหรูหราสำเริงสำราญใจ

“เหอะ ดูเจ้าจะไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลยนี่ ข้าจะบอกอะไรให้นะเยี่ยนปู้กุย หากวันนี้เจ้าไม่มีคำอธิบายที่เหมาะสมแก่ข้า แม้ว่าท่านอาจารย์ใหญ่จะไม่ติดใจเอาความเจ้า แต่ข้าจะไม่ยอมเลิกรากับเจ้าอย่างแน่นอน! เจ้าคิดว่าที่ข้ามาเหยียบที่นี่วันนี้เป็นเพราะข้าสนใจสถานที่สกปรกเช่นนี้รึ ถุย! หากไม่ใช่เพราะท่านอาจารย์ใหญ่เรียกหาเจ้า ข้าจะไม่ถ่อมาไกลถึงที่นี่ให้รองเท้าข้าสกปรกเลย!” ทัศนคติของเหอชิวเซิง แทบจะเป็นแบบเดียวกับศิษย์ของเขานั่นคือไม่เห็นพวกเขาคนตึกฝั่งทิศตะวันออกอยู่ในสายตา ตึกฝั่งทิศตะวันออกก็คือที่อยู่ของเหล่าขอทาน เป็นกลุ่มที่หลอกกินดื่มของของสำนักศึกษาไปวันๆ ไม่ได้มีความสามารถอันใด แถมยังแสร้งตีหน้าซื่อ แกล้งโง่ได้เก่งยิ่งนัก

เยี่ยนปู้กุยรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย เรื่องอื่นอาจจะยังพอไกล่เกลี่ยได้ แต่เรื่องที่ลงมือทำร้ายลูกศิษย์ของเหอชิวเซิงนี่ค่อนข้างยุ่งยากเล็กน้อย ถ้าเขาจำไม่ผิด แม้ว่าศิษย์ของเจ้าเหอชิวเซิงจะเหลาะแหละไม่ได้ความ แถมยังนิสัยเลวทรามไม่ต่างจากอาจารย์ของพวกเขา แต่พวกเขากลับเป็นกลุ่มศิษย์ที่ร่ำรวยที่สุดในบรรดาศิษย์จากทั้งสี่ตึก เป็น ‘บ่อเงินบ่อทอง’ ที่ทรงคุณค่าของสำนักศึกษาหงส์อมตะแห่งนี้ กล่าวได้ว่าเงินสนับสนุนเกือบครึ่งของสำนักศึกษาหงส์อมตะล้วนมาจากครอบครัวของเหล่าศิษย์ในตึกทิศใต้

“ไม่อยากอยู่ต่อ ก็ไสหัวกลับไปเสียสิ” ทันใดนั้น น้ำเสียงที่เย็นชาเฉียบขาดก็ดังขึ้นมาขัดความคิดที่กำลังจะพ่นคำผรุสวาทของเหอชิวเซิงจนแตกกระเจิง

ดวงตาของเหอชิวเซิงเบิกกว้างอย่างตกตะลึง เขารีบหันไปหาแหล่งที่มาของเสียงนั้น

เห็นเพียงแต่เด็กหนุ่มร่างเล็กกำลังมองมาที่เขาด้วยสีหน้าเย็นชา

“เจ้านับเป็นตัวอะไรกัน! กล้าดีอย่างไรมาพูดกับข้าแบบนี้!” เหอชิวเซิงตัวสั่นด้วยความโกรธ เขาไม่ได้คาดหวังว่าลูกศิษย์ของตึกฝั่งทิศตะวันออกจะกล้าดูถูกเขาแบบนี้

จวินอู๋เสียเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย จ้องตอบเขาไปด้วยสายตาเย็นชา

“ศิษย์ตึกฝั่งทิศตะวันออก จวินเสีย"

"ดี! ดีมาก! ยอดเยี่ยม! ที่แท้ก็เป็นเจ้าขอทานตัวน้อยที่เพิ่งถูกเก็บมานี่เอง! เจ้าเองก็คิดจะมาโกงค่ากินค่าดื่มของสำนักศึกษาหงส์อมตะเช่นกันสินะ บัญชีเดิมข้ายังไม่ได้คิดกับพวกเจ้า เจ้าก็กล้าลงมือทำร้ายลูกศิษย์ของข้าแล้ว ยอดเยี่ยมมาก!” เหอชิวเซิงรู้จักชื่อของอีกฝ่าย เขาเคยได้ยินมันจากปากของลูกศิษย์ของเขาที่บัดนี้ยังไม่อาจลุกขึ้นจากเตียง ว่านี่คือศิษย์ใหม่ของตึกฝั่งทิศตะวันออกที่ทุบตีลูกศิษย์ของเขาจนมีสภาพเช่นนั้น เหอชิวเซิงปรี่เข้าไปหาจวินอู๋เสียทันทีด้วยอารมณ์โกรธ เขาง้างมือขึ้น หมายจะตบสั่งสอนเจ้าเด็กไม่รู้หัวนอนปลายเท้าคนนี้สักเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ฝ่ามือจะฟาดลงไป เยี่ยนปู้กุยก็คว้าข้อมือของเขาไว้แน่น

"เหอชิวเซิง ลูกศิษย์ของข้า ไม่ใช่คนที่เจ้าคิดจะสั่งสอนก็สามารถสั่งสอนได้” ดวงตาของเยี่ยนปู้กุยประกายคมกริบอันตราย บรรยากาศรอบตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ที่แข็งแกร่ง แผ่ออกมาจนทำให้เหอชิวเซิงหายใจติดขัดไปช่วงหนึ่ง

คล้ายกับจะถูกคำพูดของจวินอู๋เสียในวันนั้นทำให้คิดได้ ตลอดสองสามวันมานี้เขาจึงนอนไม่ค่อยหลับเลย ในใจของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงในแบบที่เขาเองก็ยังไม่รู้ตัว

เขาสามารถทนได้ ยอมได้ ปล่อยให้ผู้อื่นรังแกเขาได้ แต่เขาจะไม่อนุญาตให้ผู้อื่นแตะต้องลูกศิษย์ของเขาแม้แต่ปลายนิ้ว!

นี่เป็นครั้งแรกที่เหอชิวเซิงได้เห็นสายตาเช่นนี้ของเยี่ยนปู้กุย ครู่หนึ่งใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดด้วยความตกใจกลัว

ในยามปกติ เจ้าคนติดเหล้าคนนี้นอกจากจะประจบประแจงเขาแล้วก็ไม่เห็นมีอย่างอื่นอีก แต่วันนี้เมื่อได้สบกับดวงตาที่น่ากลัวของอีกฝ่าย พริบตาเหอชิวเซิงก็คล้ายสุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ[footnoteRef:1] แล้วเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า ความกล้าทั้งหลายกระเด็นหายไปจนหมดสิ้น [1: สุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ หมายถึงแอบอ้างบารมีข่มเหงผู้อื่น

]

"เจ้า! ดีมาก! เยี่ยนปู้กุย เจ้าทำได้ยอดเยี่ยมมาก! ในเมื่อเจ้าเลือกแล้วที่จะปกป้องเจ้าลูกตะพาบน้อยตัวนี้ เช่นนั้นข้าก็จะพามันไปพบกับท่านอาจารย์ใหญ่ด้วย ให้ท่านอาจารย์ใหญ่ได้ดูว่าขอทานที่เจ้าเพิ่งเก็บเข้ามาใหม่นี้เป็นขยะประเภทไหน!” เหอชิวเซิงรู้สึกหงุดหงิดราวกับว่าเขาถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เขาดึงมือกลับไปอย่างโกรธแค้นในขณะที่ปากก็สาปแช่งพวกเขาอย่างโหดร้าย

ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 366