ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 227
ตอนที่ 227 เคารพท่านในฐานะวีรบุรุษคนหนึ่ง (2)
เวินซินหันมองไปที่จวินอู๋เสียด้วยความประหลาดใจ จากนั้นค่อยก้มลงมองขวดโอสถที่อยู่ในมือ
เด็กสาวคนนี้หมายความว่าอย่างไรกัน
หลังจากที่ได้เห็นทักษะของการต่อสู้ของบัวหิมะมัวเมาแล้ว ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจเลยว่าหากเขาออกไปต่อสู้ด้วยแล้วเขาจะสามารถถอยออกมาได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ เขารู้แม้แต่ตอนที่จวินอู๋เสียบอกว่าเขาอาจจะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด
แต่นางเพิ่งพูดว่า….ตราบเท่าที่คนที่เขาต้องการช่วยยังมีลมหายใจอยู่ เขาก็จะไม่ตายอย่างแน่นอน…นี่เป็นความจริงหรือเท็จกันแน่
เมื่อเห็นว่าเวินซินหันที่รับขวดโอสถที่จวินอู๋เสียเพิ่งจะโยนออกไปทำสีหน้างงงวยคล้ายคนที่กำลังลังเลใจ กลุ่มผู้ใช้พลังวิญญาณขั้นสีน้ำเงินอีกฝังที่กำลังรับมือ ถูกเจ้าสัตว์ร้ายสีดำกับบัวหิมะมัวเมาเล่นงานจนสะบักสะบอมก็เริ่มยืนไม่ติดที่
“เวินซินหัน เจ้าอย่าได้ถูกคำพูดของนางเด็กคนนี้หลอกเอาเชียว แม้แต่ท่านเจ้าสำนักชิงอวิ๋นก็ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถรักษาหลานชายของเจ้าให้หายได้ เด็กอย่างนางจะไปมีปัญญาอะไร! นางก็แค่พยายามถ่วงเวลา รอเก็บกวาดเจ้าหลังจากที่พวกเราทั้งหมดตายก็เท่านั้น อย่าไปหลงกลนาง!”
เวินซินหันขมวดคิ้วและมองไปที่จวินอู๋เสีย เขาไม่ควรจะเชื่อเด็กสาวอายุน้อยอย่างนางคนนี้ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อได้สบกับดวงตาที่ดูเรียบนิ่งและมั่นคงไม่สั่นไหวของจวินอู๋เสีย ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้มั่นใจในตัวนางนัก
ต่อสู้เดิมพันด้วยชีวิต หรือว่าจะจากไปพร้อมกับความหวังสุดท้ายในอ้อมแขนนี้
หากเขาตาย หลานชายของเขาเองก็คงไม่มีทางรอด เขารู้ว่าสำนักชิงอวิ๋นโหดร้ายและใจดำขนาดไหน แม้ว่าเขาจะต้องตายไปในการต่อสู้นี้เพื่อพวกเขา คนพวกนั้นก็จะไม่มีทางเสียเวลาไปกับหลานชายของเขาที่ไม่มีปู่คอยสนับสนุน
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ทำไมเขาจะต้องเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงด้วย
“เจ้าชื่อจวินอู๋เสียใช่หรือไม่” เวินซินหันเงยหน้าขึ้นและมองไปที่จวินอู๋เสีย
“เจ้าค่ะ”
“ข้าจดจำเจ้าเอาไว้แล้ว แม้ว่าเรื่องในวันนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับข้า แต่หากโอสถวิเศษนี้สามารถรักษาหลานชายข้าได้จริงๆ ข้าจะเป็นหนี้ชีวิตเจ้า แต่หากเจ้าหลอกลวงข้า ข้าจะทำให้สกุลจวินหายไปพร้อมกับกระดูกเก่าๆ นี้ของข้าด้วย!” เวินซินหันตัดสินใจที่จะเสี่ยง เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะรอดชีวิตไปได้หากต่อสู้กับบัวหิมะมัวเมา เมื่อเขาตาย หลานชายของเขาก็จะไม่มีทางมีชีวิตรอดอีกต่อไป
การยอมรับข้อเสนอของจวินอู๋เสียเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากสามารถช่วยชีวิตหลานชายเขาได้จริงๆ นั่นย่อมดีที่สุด แต่หากไม่สามารถช่วยชีวิตเขาได้ เขาจะให้จวินอู๋เสียชดใช้ด้วยเลือด!
“ชีวิตของท่านข้าไม่ต้องการ” จวินอู๋เสียกล่าวอย่างเย็นชา ปฏิเสธเขาไปอย่างไม่สนใจไยดี
เวินซินหันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที สาวน้อยคนนี้ช่างหยิ่งผยองและมั่นใจในตัวเองนัก แต่กลับทำให้ผู้คนรู้สึกเกลียดไม่ลงเสียนี่
“ได้! หากว่าผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ ในอนาคตข้าจะขอปกป้องสกุลจวินไปจนกว่าข้าจะตายดีหรือไม่”
“ท่านคิดว่าข้าปกป้องตัวเองไม่ได้หรืออย่างไร”
อ่า...ช่างเย่อหยิ่ง!
นี่เป็นครั้งแรกที่เวินซินหันเจอคนแบบนี้ เขาไม่เคยเห็นเด็กที่ดื้อด้านแบบนี้มาก่อน แต่เมื่อลองพิจารณาดูดีๆ แล้ว การที่จวินอู๋เสียสามารถทะลวงระดับขึ้นมาอยู่ในขั้นสีส้มด้วยอายุเพียงเท่านี้ นางย่อมเป็นอัจฉริยะ และมีสิทธิ์ที่จะทำตัวเย่อหยิ่งจริงๆ
“วันนี้ข้าได้มารบกวนทุกท่านแล้ว ไว้เจอกันใหม่วันหน้า” เวินซินหันไม่อยากจะเข้าไปพัวพันกับสำนักชิงอวิ๋นอีก หากว่าชีวิตหลานชายของเขาไม่ได้แขวนอยู่บนเส้นด้าย เขาไม่มีทางลดตัวลงไปทำเรื่องเลวร้ายกับพวกกลุ่มคนโสโครกที่มีดีแต่ชื่อเสียงภายนอกอย่างพวกนั้นแน่
กล่าวจบ เวินซินหันก็หยุดปล่อยแรงกดดัน เขาสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง ร่างที่มีอายุก็ทะยานตัวขึ้นไปในอากาศแล้วบินออกไป ทิ้งเสียงด่าทอสาปแช่งของผู้ที่มีพลังวิญญาณขั้นสีน้ำเงินที่กำลังจะตายไว้ด้านหลัง
“เขาไปจริงๆ หรือ” จวินชิงมองฉากที่เกิดตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เวินซินหันจากไปง่ายๆ ด้วยคำพูดหลอกล่อเพียงไม่กี่คำของจวินอู๋เสียเท่านั้น
จวินอู๋เสียกล่าวว่า “ความแข็งแกร่งของบัวหิมะมัวเมานั้นเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว เขารู้ว่าหากเขาไม่หลบหนีไป เขาก็ต้องบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก็ตายอย่างแน่นอน แต่หากเขาตาย สำนักชิงอวิ๋นจะไม่มีทางช่วยชีวิตหลานชายของเขา ดังนั้นแม้ว่าการที่เขาออกไปจากที่นี่จะเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่นี่ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด” จวินอู๋เสียมองตามแผ่นหลังของเวินซินหันที่บินจากไป ไม่อาจไม่กล่าวว่าจวินอู๋เสียมองจิตใจของเวินซินหันออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
คนที่สามารถหนีรอดจากการฆ่าล้างตระกูลของฮ่องเต้และมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ แถมยังบ่มเพาะพลังจนมีระดับพลังวิญญาณขั้นสีครามที่แข็งแกร่ง เวินซินหันก็ต้องรู้จักฉลาดเลือกด้วย!