ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร

ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 225

#225ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร

ตอนที่ 225 ตบหน้าครั้งที่สาม (7)

คำพูดของบัวหิมะมัวเมา ทำให้ใบหน้าของคนที่มาจากสำนักชิงอวิ๋นน่าเกลียดขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน แม้ว่ากองเศษชิ้นเนื้อที่อยู่บนพื้นนั้นจะไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขา แต่หมัดของเขานั้นก็แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดในบรรดาศิษย์ทุกคนตรงนี้ แต่ก็นั่นแหละ ขนาดคนที่เชี่ยวชาญด้านการใช้หมัดมากที่สุดยังถูกทำลายลงด้วยการโจมตีของเด็กหนุ่มเพียงครั้งเดียว! กระดูกของเขาถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด พวกเขาไม่อยากจะคิดเลยว่าหมัดของเด็กหนุ่มคนนี้ที่ปลดปล่อยออกมานั้นมันน่ากลัวเพียงใด!

แม้แต่ผู้ใช้พลังวิญญาณขั้นสีเขียว ก็ไม่มีใครกล้ารับหมัดนั้นของบัวหิมะมัวเมา

แต่ภายใต้คำสั่งของจวินอู๋เสีย ต่อให้พวกเขาอยากจะหนีไปซ่อนไกลๆ บัวหิมะมัวเมาก็คงไม่ให้โอกาสนั้นกับพวกเขา!

เห็นเพียงแต่ว่าร่างของบัวหิมะมัวเมาหันไปโจมตีศิษย์อีกคนของสำนักชิงอวิ๋น ศิษย์คนนั้นก็กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “ฆ่าเขา! ท่านผู้อาวุโสเวิน! ฆ่าเขาเร็วเข้า!”

เมื่อชายคนนั้นตะโกน ผู้ใช้พลังวิญญาณขั้นสีครามที่แข็งแกร่งซึ่งยืนนิ่งอยู่ด้านข้างมาโดยตลอดก็หรี่ตาลง ขัดขืนดิ้นรนกับตัวเองอยู่ภายในใจ เขากับสำนักชิงอวิ๋นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกัน สาเหตุที่เขายอมตอบรับคำเชิญของสำนักชิงอวิ๋นและร่วมขบวนเดินทางมายังรัฐชีแห่งนี้ ก็เพราะเขามีเรื่องอยากขอให้สำนักชิงอวิ๋นช่วย อย่างไรก็ตามเมื่อเผชิญหน้ากับทหารกองทัพรุ่ยหลิน เขาไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร และแม้ว่าต่อมาสองพ่อลูกสกุลจวินจะสั่งการให้ทหารกองทัพรุ่ยหลินลงมือ แม้เขาจะเข้าแทรกแซงบ้าง แต่ก็ทำเพียงแค่ปลดปล่อยแรงกดดันออกมาเพื่อหยุดยั้งการโจมตีของอีกฝ่ายเท่านั้น ไม่ได้เคลื่อนไหวเข้าปะทะกับจวนหลินอ๋องอย่างจริงจัง การที่เขาไม่ลงมือ ไม่ใช่ว่าเขาทำไม่ได้แต่เป็นเพราะเขาไม่อยากทำ

ผู้ที่สามารถบ่มเพาะมาจนถึงระดับพลังวิญญาณขั้นสีครามได้นั้น ไม่ว่าจะในแง่ของพรสวรรค์หรือว่าจิตสำนึกก็ล้วนแต่แตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไปมาก

เขามีชีวิตอยู่มาเกือบร้อยปีแล้ว ผ่านโลกมามาก อาจกล่าวได้ว่ามองทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกเฉยชาไปแล้ว สำหรับชื่อเสียงของสกุลจวินเขาก็เคยได้ยินผ่านหูอยู่ ความแข็งแกร่งเล็กๆ น้อยๆ ของสกุลจวินย่อมไม่อยู่ในสายตาของเขา แต่ความซื่อสัตย์และซื่อตรงของคนตระกูลนี้ทำให้เขาชื่นชมเป็นอย่างมาก นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาไม่เต็มใจที่จะเคลื่อนไหว

หากศิษย์สำนักชิงอวิ๋นสามารถจัดการปัญหาเองได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาก็จะทำเพียงเฝ้ามองและไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่ง แต่สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของบัวหิมะมัวเมาและเจ้าสัตว์ร้ายสีดำ ศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋นสองคนถูกฆ่าตายระหว่างการต่อสู้ ส่วนคนที่เหลือที่ถูกเชิญมาก็ยังคงติดอยู่ท่ามกลางศึกกับเจ้าสัตว์ร้ายสีดำ ดูจากฝีมือของหนึ่งคนและหนึ่งสัตว์อสูร ก็พอจะเดาได้ว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร

ลงมือหรือไม่ลงมือดี?

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คิดถึงอาการบาดเจ็บของคนที่บ้านแล้ว เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

เขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้ที่ออกคำสั่งให้เด็กหนุ่มและสัตว์ร้ายสีดำโจมตีนั้น แท้จริงแล้วก็คือเด็กหญิงตัวเล็กๆ จากสกุลจวินที่ยืนห่างออกไปตรงนั้น

“ส่งมอบหยกวิญญาณออกมาเสีย แล้วทุกอย่างจะจบลงแค่นี้” เขาพูดกับจวินอู๋เสีย

จวินอู๋เสียแค่นเสียงหึเย็นชา ก้าวขึ้นไปข้างหน้าแล้วพูดว่า “ทำร้ายคนในครอบครัวของข้า ดูถูกเหยียบย่ำชื่อเสียงสกุลจวินของข้าแล้วก็มาพูดว่าให้มันจบลงแค่นี้หรือ ไม่ง่ายแบบนั้นหรอก! ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้เลย ไม่เพียงศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋นเท่านั้นที่จะต้องตายที่นี่ แต่พวกที่ร่วมขบวนมากับพวกมันทุกคนจะไม่มีใครรอดชีวิตออกไปจากรัฐชีได้แม้แต่คนเดียว และเมื่อข้าปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูสำนักชิงอวิ๋น ข้าจะล้างสถานที่แห่งนั้นด้วยเลือด!”

ผู้ที่มีพลังวิญญาณระดับขั้นสีครามมองไปที่จวินอู่สียด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แววตาที่เย็นเยียบนั้น บรรยากาศรอบตัวที่กดดันและทรงพลัง ไม่คิดว่าเขาจะได้เห็นมันบนตัวของเด็กสาวตัวเล็กๆ ผู้หนึ่ง คำพูดที่เย่อหยิ่งบ้าคลั่งแบบนั้น นางกล้ามากที่พูดมันออกมา!

คิดล้มล้างสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินนี้? สาวน้อยคนนี้จะโอหังเกินไปหน่อยแล้ว!

“คนรุ่นเยาว์ที่โง่เขลาเอ๋ย เจ้ารู้หรือไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไร” ผู้ที่มีพลังวิญญาณขั้นสีครามขมวดคิ้วเล็กน้อย

จวินอู๋เสียตอบกลับไปอย่างเย็นชาว่า “ท่านน่าจะไปถามสำนักชิงอวิ๋นมากกว่านะว่าพวกเขารู้หรือไม่ว่ากำลังเผชิญหน้ากับใครอยู่”

กล่าวจบ จวินอู๋เสียก็สำทับออกไปอีกประโยคว่า “ข้าจะให้อภัยท่านที่ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร ท่านจากไปเสียแต่ตอนนี้เถิด ข้าจะไว้ชีวิตท่านสักครั้ง แต่หากท่านกล้าทำร้ายท่านอาเล็กกับท่านปู่ของข้า เช่นนั้นก็จงรอรับความตายซะ”

ผู้ที่มีพลังวิญญาณขั้นสีครามถึงกับสั่นเล็กน้อย เขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าสักวันหนึ่งจะถูกสาวน้อยที่มีระดับพลังเพียงขั้นสีส้มกดดันเช่นนี้

ในขณะที่เขากำลังตกใจนั้นเอง บัวหิมะมัวเมาก็จัดการเปลี่ยนลูกศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋นให้กลายเป็นกองเนื้อบดอีกครั้ง!