ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 47 ตอนที่ 47

#47บทที่ 47

ตอนที่ 47

ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการ

เวินหนิงให้เวินฉีกับต้วนหรูซวงเจอกัน เพราะถึงอย่างไรเวินฉีก็เป็นคนดูแลโรงบ่มสุรามาโดยตลอด เขารู้ดีกว่านางทุกอย่าง นางเพียงแค่ออกเงินเท่านั้น

เดิมทีนางกังวลว่าต้วนหรูซวงยังไม่ออกเรือน การพบเจอเวินฉีเช่นนี้คงไม่เหมาะสมเท่าใดนัก ในตอนหลังนางครุ่นคิด ต้วนหรูซวงเมื่อชาติก่อน อย่างน้อยก็ก่อนสงครามเซวียนผิงรัชศกเจียเหอปีที่สิบเก้า นางยังไม่แต่งงาน เวลานั้นนางอายุสิบเก้าแล้ว

บางทีต้วนหรูซวงอาจจะไม่อ่อนไหวเรื่องชายหญิง ทั้งยังเป็นคนเปิดกว้าง

ความจริงเป็นไปตามที่นางคิด เมื่อต้วนหรูซวงเห็นหลิงหลานพาเวินฉีเข้ามา นางเพียงมองเวินหนิงด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ตามด้วยยิ้มบางๆ คล้ายๆ กำลังพูดว่า ‘สมกับเป็นพี่เวินผู้จับลูกเขยตามรายชื่อจริงๆ’

สุดท้ายก่อนจากกัน นางจับมือเวินหนิงด้วยความอาลัยอาวรณ์ “พี่เวิน หากรู้จักท่านเร็วกว่านี้ก็คงจะดี”

เวินหนิงก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน

หากชาติก่อน เป็นเหมือนชาตินี้ก็คงจะดี

วันเวลาต่อจากนี้ เวินหนิงส่งเทียบเชิญไปให้ต้วนหรูซวงติดต่อกันหลายวัน หลังจากรับต้วนหรูซวงออกมา พวกนางก็เปลี่ยนไปแต่งเป็นชาย พาต้วนหรูซวงไปที่โรงบ่มสุรา ทั้งยังทำตามความต้องการของต้วนหรูซวง ไปเดินดูทุกโรงบ่มสุราที่มีชื่อเสียงของเมืองหลวงรอบหนึ่ง

โชคดีที่เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ จวนต้วนงานยิ่ง กำลังง่วนกับเรื่องแต่งงานของบุตรีเอก ไม่มีใครสนใจต้วนหรูซวง ทางด้านเวินหนิงถูกเวินถิงชุนห้ามปรามสองครั้ง นางจึงตอบว่านัดหมายต้วนหรูซวงฟังนิทานร่วมกัน สุดท้ายเวินถิงชุนก็ไม่ว่าอะไร

น่าจะเป็นเพราะปกติเวินหนิงไม่ค่อยสนิทสนมกับคนอื่นๆ

เหลือเวลาอีกสามวันก็จะวันส่งท้ายปีเก่าแล้ว ในที่สุดทุกอย่างที่ต้วนหรูซวงอยากทำความเข้าใจ ก็ได้คำตอบแล้ว เวินหนิงออกจากจวนทุกวันติดต่อกัน นางเหนื่อยล้าแล้ว จึงตั้งใจพักผ่อนอยู่ในจวน

ในปีนี้เวินฉีไม่ได้ลาหยุดช่วงเดือนเก้า ประจวบเหมาะเลื่อนวันหยุดมาเป็นช่วงสิ้นปี ด้วยเหตุนี้สามสี่วันนี้ที่เวินหนิงออกนอกจวน นางจึงออกไปพร้อมกับเวินฉี ไม่ได้พาหลิงหลานไปด้วย

หลิงหลานเห็นคุณหนูอยู่ในจวนเสียที อดใจรอไม่ไหวรีบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้นางฟัง

“ได้ยินพ่อบ้านบอกว่า เมื่อสองสามวันก่อนนายท่านกับคุณชายใหญ่ออกจากจวนพร้อมกันเจ้าค่ะ ไปจวนเหอผู้รับราชการในกรมราชแพทย์” หลิงหลานกระซิบข้างหูเวินหนิง พูดด้วยความตื่นเต้น “ตระกูลเหอ มีคุณหนูที่กำลังจะเข้าพิธีปักปิ่นด้วยเจ้าค่ะ”

โอ๊ย เรื่องในอดีตแล้ว ผ่านๆๆ

หลิงหลานพูดต่อ “คล้ายว่างานเลี้ยงปีใหม่ที่ฮองเฮาจัดขึ้นจะได้ผล มีหลายคู่ถูกชะตากันในคืนงานเลี้ยง เริ่มทาบทามสู่ขอกันตั้งแต่ก่อนปีใหม่แล้วเจ้าค่ะ!”

อื้ม เรื่องนี้ไม่เลว นางอยากรู้ว่ามีคู่ใดบ้าง ยกตัวอย่างเช่นเรื่องพี่สาวของต้วนหรูซวง

“แต่ว่าเรื่องระหว่างคุณชายรองเสิ่นกับคุณหนูจ้าว ไม่มีใครพูดถึงอีกเลยเจ้าค่ะ” หลิงหลานยืนอยู่ข้างเวินหนิง มองเวินหนิงถักร้อยภาพทิวทัศน์ธรรมชาติ พูดว่า “วันที่สองหลังจากจบงานเลี้ยงได้ยินว่าเสนาบดีเสิ่นกับฮูหยินไปถึงจวนจ้าว ทั้งยังมีข่าวลือว่าทั้งสองตระกูลจะกลายเป็นทองแผ่นเดียวกัน แต่กลับไม่ประกาศทางการเสียที บ่าวคิดว่าต้องเป็นเพราะคุณชายรองไม่ยอม จึงต้องยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปเจ้าค่ะ”

เวินหนิงนั่งเย็บปักถักร้อยด้วยความตั้งใจ นางเก่งด้านงานฝีมือเช่นนี้มาโดยตลอด ภาพภูเขาและแม่น้ำนี้นางเย็บมานานเกือบครึ่งปี อยากจะแขวนไว้ในโรงบ่มสุรา คิดว่าต้องงดงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างแน่นอน

เมื่อได้ยินคำพูดของหลิงหลาน เข็มในมือหยุดนิ่ง

ด้วยนิสัยของจ้าวซีจื้อ เสิ่นจิ้นไม่น่าจะเข้ากับนางได้ ทั้งสองไม่ได้แต่งงานกันก็เป็นเรื่องที่ดี อีกทั้ง...เหลียงซื่อคงผิดหวังมากกระมัง

เหลียงซื่อดูแคลนตระกูลเวิน ดูถูกนาง อยากจะหาสตรีชั้นสูงให้เสิ่นจิ้น บุตรีเอกเสนาบดีจ้าว น่าจะถูกใจนางยิ่งนัก มิเช่นนั้นวันถัดมาคงไม่รีบไปจวนจ้าว

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เวินหนิงสะใจเล็กน้อย แค่ว่าสีหน้าของนางนิ่งสงบ ไม่ได้แสดงออกมา

หลิงหลานเห็นว่าเวินหนิงไม่ได้สนใจเท่าใด จึงไม่ได้พูดมาก เปลี่ยนบทสนทนา “คุณหนูเจ้าคะ หมู่นี้คุณหนูออกนอกจวนพร้อมคุณชายรองตลอด กำลังทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ”

เรื่องเปิดโรงบ่มสุรา เวินหนิงไม่ได้ปิดบังหลิงหลาน เมื่ออีกฝ่ายถาม เวินหนิงวางนิ้วชี้ไว้ที่ริมฝีปากแล้วส่งเสียง “ชู่” เบาๆ

หลิงหลานเข้าใจทันที นางสูดลมหายใจเข้า อยากจะเกลี้ยกล่อมคุณหนูของตน เวินหนิงเป็นเพียงหญิงสาว ทั้งยังไม่ได้แต่งงาน ทำการค้าอะไร แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงปล่อยผ่าน

นางไม่อาจเกลี้ยกล่อมเวินหนิงได้ นางรู้ดี

“หลิงหลาน สองวันนี้เจ้าคอยดูให้หน่อย หากมีจดหมายจากคุณหนูต้วน ต้องส่งมาให้ถึงมือข้า” เวินหนิงกำชับ

เมื่อวานก่อนแยกกับต้วนหรูซวง ต้วนหรูซวงบอกว่าจะส่งจดหมายมาให้นางในสองวัน เขียนความคิดของตนให้นางอ่าน หากนำไปใช้ได้ หลังจากผ่านเทศกาลปีใหม่ก็จะได้นำไปใช้

หลิงหลานมองเวลา “เช่นนั้นบ่าวลองไปดูตอนนี้เลยเจ้าค่ะ”

จดหมายของต้วนหรูซวงมาถึงในวันที่สอง จดหมายหนายิ่งนัก

ก่อนเวินหนิงจะเปิดอ่าน นางสงสัยว่าอีกฝ่ายเขียนหนังสือมาให้หรือ หลังจากเปิดซองจดหมาย หยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ฮ่าๆ”

ถึงว่าตอนที่นางบอกต้วนหรูซวง หากไม่สะดวกออกจากจวนก็ติดต่อกันผ่านจดหมายได้ สีหน้าของต้วนหรูซวงฉายความเขินอาย คาดว่านางคงไม่เคยร่ำเรียนจริงจังมาก่อน ถึงขั้นมีบางตัวยังอ่านและเขียนไม่เป็น

แต่จดหมายฉบับนี้ต้วนหรูซวงเป็นคนเขียนเอง ตัวหนังสือส่วนมากบิดเบี้ยว บางตัวใหญ่ บางตัวเล็ก บางคำที่เขียนไม่เป็น นางก็วาดรูป

เวินหนิงพูดในใจ ต้วนหรูซวงไม่ใช่สตรีธรรมดาจริงๆ นางอ่านจดหมายด้วยความตั้งใจ เนื้อความคร่าวๆ ในจดหมายคือ

“พี่เวิน โปรดอภัยที่น้องไม่มีความรู้ ไม่เคยร่ำเรียนหนังสือมาก่อน เนื้อความใดที่ท่านไม่อาจเข้าใจ ทำให้พี่หัวเราะเยาะแล้ว

ก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสไปโรงบ่มสุรา ทั้งยังทำความเข้าใจสถานการณ์ของโรงบ่มสุรากับคุณชายรอง รวมถึงทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของโรงบ่มสุราที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง ข้าคิดตลอดทั้งคืน นี่คือความคิดเห็นของข้า

ประการแรก ตลาดสุรากำลังเฟื่องฟู ร้านอาหารต่างๆ ได้รับความนิยม โรงบ่มสุรามีอนาคตก้าวไกล พี่เวินและคุณชายเวินสายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก

ประการที่สอง โรงบ่มสุราในเมืองหลวง หลายแห่งเปิดมานานกว่าสิบปี บางแห่งมากกว่ายี่สิบปี ไม่ว่าจะคุณภาพของสุรา ตลาดสุรา เส้นทางการค้าต่างๆ ล้วนมีเป็นของตนเอง เทียบกันแล้ว โรงบ่มสุราของเราเล็กกว่า ทั้งยังมีชนิดของสุราให้เลือกน้อย ไม่มีชื่อเสียง หากแข่งขันกันในตลาด เกรงว่าไม่อาจแข่งกับโรงบ่มสุราอื่นได้

ประการที่สาม หากอยากค้าขายในเมืองหลวงอย่างมั่นคง เราลองใช้วิธีอื่นได้ เวลานี้กฎหมายบ้านเมืองเปิดกว้าง สตรีสังสรรค์ในร้านอาหารเป็นเรื่องธรรมดา แต่ร้านอาหารโดยมากล้วนเตรียมเหล้าขาวไว้ให้บุรุษ น้อยนักที่จะมีเหล้าผลไม้เตรียมไว้ให้สตรี แม้กระทั่งงานเลี้ยงในวังหลวง เหล้าผลไม้ก็มีให้เลือกน้อยนัก พี่เวินและคุณชายรองลองเก็บเรื่องนี้ไปคิดดูได้

หากทั้งหมดที่เขียนมาใช้งานได้ ข้าก็มีความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย”

เวินหนิงหลุบตาลง นางทั้งตื้นตันใจและประทับใจ ตื้นตันใจที่ต้วนหรูซวงทำงานนี้ด้วยความจริงใจ เขียนบอกทุกความคิดของตนออกมา โดยไม่กั๊กแม้แต่น้อย ทั้งที่พวกนางรู้จักกันไม่ถึงครึ่งเดือนเท่านั้น ประทับใจคือ...สมกับเป็นต้วนหรูซวงจริงๆ เวลาเพียงไม่กี่วัน นางก็จับความยากในการบริหารโรงบ่มสุราได้ ทั้งยังเสนอแนวทางการค้าให้อีกด้วย

นางเสนอให้หยุดแข่งขันกับตลาดสุราดั้งเดิม แล้วหันไปตีตลาดเหล้าผลไม้ ที่ส่วนแบ่งการตลาดน้อย ทว่ายังไม่มีใครเข้าไป คิดแม้กระทั่งเหล้าผลไม้ควรผลิตตามความชอบของสตรี ใช้ขวดเล็กน่ารักในการบรรจุ ทั้งยังวาดรูปให้นางดูคร่าวๆ อีกด้วย

ท้ายจดหมาย ต้วนหรูซวงเขียนวิธีการตีตลอดสุราคร่าวๆ ให้อ่าน เวินหนิงถึงกับตกตะลึง เลือดลมสูบฉีด

เวินหนิงหยิบจดหมายรีบวิ่งไปหาเวินฉีที่เรือนข้างทิศบูรพา

“พี่รอง ข้ารู้สึกว่าน้องหรูซวงพูดมีเหตุผลยิ่งนัก หากบริหารโรงบ่มสุราเช่นนี้ต่อไป รังแต่จะเติบโตด้วยความยากลำบาก ไม่ก็ยุติลงอย่างน่าสลด เราลองทำตามเนื้อความในจดหมายสักครั้งเถอะเจ้าค่ะ” แววตาของเวินหนิงทอประกายตั้งแต่ยังอ่านจดหมายไม่จบ

เวินฉีอ่านจดหมายจบ ลูบคาง “คุณหนูต้วนดูโง่เขลา คิดไม่ถึงว่าจะฉลาดหลักแหลมเช่นนี้”

เวินหนิงแทบไม่อยากจะเชื่อ “ท่านพี่กล้าบอกว่าน้องหรูซวงโง่เขลา!”

นางเป็นสตรีคนแรกของแคว้นต้าอิ้นที่ตั้งตัวในเมืองหลวงได้อย่างมั่นคง เทียบกับสตรีในดวงใจของพี่รองแล้ว เก่งกาจกว่าหลายพันเท่านัก!

เวินฉีมองลายมือในจดหมายที่ราวกับยันต์ หัวเราะเสียงเบา “เจ้าเคยเห็นลายมือของสตรีคนใด...”

“นางไม่เคยร่ำเรียนหนังสือมาก่อนยังเขียนได้ถึงขั้นนี้ หากร่ำเรียนสูงเช่นพี่รอง เกรงว่าพี่คงไม่อาจเทียบนางได้!” เวินหนิงทำเสียงฮึดฮัด “พี่รองไม่อยากอ่านก็ช่างเถอะ ข้าไม่คุยกับพี่แล้ว!”

“นี่...” เวินฉีหยุดเวินหนิงเอาไว้ พร้อมกับแย่งจดหมายมาจากมือของนาง “พี่แค่ล้อเล่นเท่านั้น จริงจังไปได้”


เวินหนิงรู้ดีว่าเวินฉีเป็นคนขี้เล่น แต่นางนับถือในความสามารถของต้วนหรูซวงตั้งแต่ชาติก่อน เมื่อได้ยินพี่รองวิจารณ์อีกฝ่ายเสียๆ หายๆ จึงอดไม่ได้ที่จะโมโห

หากไม่ใช่เพราะนางกลับมาเกิดใหม่ นางจะตามหาคนเก่งๆ เช่นนี้มาช่วยได้อย่างไร แต่เขากลับเรื่องมาก

เวินฉีไม่เข้าใจจริงๆ ที่เวินหนิงดึงดันให้เด็กสาวอายุน้อยกว่าตนหลายเดือนมาร่วมทำการค้า แต่หลังจากอ่านจดหมาย เขาก็รู้สึกว่าเด็กสาวคนนี้ฉลาดหลักแหลม

เขาชื่นชอบสุรา รู้วิธีการหมักสุรา ลิ้มรสสุรา แต่ไม่เชี่ยวชาญด้านการบริหาร คำว่า ‘ตลาด’ และ ‘ชื่อเสียง’ ที่ต้วนหรูซวงเขียนในจดหมาย เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องเหล่านี้มาก่อน

สุราดีย่อมไม่กลัวตรอกลึก[footnoteRef:1]ไม่ใช่หรือ [1: สุราดีย่อมไม่กลัวตรอกลึก หมายถึง ของดีไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ยังเป็นสิ่งที่ดีอยู่วันยันค่ำ

]

ทว่าดูแลโรงบ่มมาหลายเดือน การค้าของพวกเขา...เอ่อ อาจจะเพราะตีตลาดยากประมาณหนึ่งกระมัง

“สิ่งที่คุณหนูต้วนพูดมีเหตุผล ทั้งยังเขียนอธิบายให้ฟังด้วย แค่ว่า...” เวินฉีลูบคาง ไม่ได้ล้อเล่นอีก เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “อาหนิง โรงบ่มสุรานี้เป็นเงินของเจ้า เจ้ารู้ว่าพี่รองเพียงมีความรู้ด้านสุรา ทว่าไม่มีความรู้ความเข้าใจด้านการบริหาร ทว่าคุณหนูต้วนก็เป็นเพียงเด็กสาวอายุไม่ถึงสิบห้า น้องจะทำตามความคิดเห็นของนางจริงๆ หรือ”

เวินฉีมองเวินหนิง “หากทำตามความคิดของต้วนหรูซวงแล้ว นอกจากโรงบ่ม เรายังต้องซื้อร้าน ผลผลิตในตอนนี้ของโรงบ่มสุราก็ต้องทำการพัฒนา ตั้งแต่ปรับสูตรใหม่ ไปจนถึงบรรจุใส่ขวด นำไปขาย คำนวนเวลา ค่าแรงและต้นทุน หากล้มเหลว ไม่มีโอกาสแก้ตัวแล้ว”

เวินฉีไม่เคยถามมาก่อนว่าเวินหนิงเอาเงินมาจากที่ใด แต่เขารู้ดี เวินหนิงนำเงินทั้งหมดที่มีมาเดิมพันแล้ว

หัวใจที่โล้ดโผนของเวินหนิงนิ่งสงบลง แต่นางลังเลเพียงครู่หนึ่งเท่านั้น

นางไม่มีต้นทุนอะไรอยู่แล้ว ทั้งหมดที่นางทำในตอนนี้ เพียงอยากเดิมพันเท่านั้น โรงบ่มสุราเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ หากพ่ายแพ้ตั้งแต่ตอนนี้ นาง...ก็จะยอมรับความจริง

ทว่าเมื่อชาติก่อนค้วนหรูซวงประสบความสำเร็จ บางทีชาตินี้อาจจะประสบความสำเร็จด้วยก็ได้

เช่นนั้นนางก็ไม่เสียแรงกลับมาเกิดใหม่แล้ว

“มั่นใจเจ้าค่ะ!” เวินหนิงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

หลังจากจัดการเรื่องทุกอย่างในโรงบ่มสุราเสร็จ เวินหนิงคล้ายกินยาจิตสงบลงไป นางรู้สึกว่าหนทางข้างหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้นางอารมณ์ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

วันที่ยี่สิบเก้าเดือนสิบสอง คืนส่งท้ายปีเก่า ขุนนางเล็กใหญ่ล้วนกลับเรือน บรรดาญาติๆ ที่มาเยี่ยมเยือนก็กลับแล้วเช่นเดียวกัน จวนเวินกลับมาเงียบสงบดังเดิม แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเทศกาลปีใหม่ บรรยากาศในจวนจึงมีชีวิตชีวา

อาจจะเป็นเพราะในที่สุดเรื่องแต่งงานของเวินหลานเริ่มมีเค้าโครงแล้ว ปีนี้เวินถิงชุนอารมณ์ดีเป็นพิเศษ หลังจากรับประทานมื้อค่ำเสร็จ เป็นครั้งแรกที่เขาชวนลูกชายทั้งสองคนและลูกสาวออกไปฟังนิทาน

ระยะหลังมานี้เวินหนิงและเวินฉียุ่งกับงานที่โรงบ่มสุรา ไม่ได้ไปโรงน้ำชานานแล้ว ทางด้านเวินหลานทำทั้งงานและยุ่งเรื่องส่วนตัว เขาจึงยิ่งไม่มีเวลาพักผ่อน เมื่อได้ยินคำพูดของเวินถิงชุน ทั้งสามยิ้มแก้มปริทันที

“พ่อบ้านฉิน ยังไม่รีบเตรียมรถม้าอีก!” เวินหนิงดีใจที่สุด นางไม่ได้ไปฟังนิทานที่โรงน้ำชานานแล้ว!

โรงน้ำชาครึกครื้นเป็นพิเศษ กล่าวได้ว่าเต็มไปด้วยผู้คน เวินถิงชุนให้คนจองห้องเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เป็นห้องที่หันหน้าเข้าหาเวทีด้านล่างพอดี

เวินหนิงคิดถึงแต่ ‘เหล้าผลไม้’ ของนาง นางสั่งน้ำชา เหล้าผลไม้สองเหยือกและของกินเล่นอีกสามสี่อย่าง

ชำเลืองมอง เห็นแววตามีเลศนัยของเวินถิงชุน นางหดคอ “ท่านพ่อ อาหารกินเล่นร้านนี้อร่อยยิ่งนัก ปกติลูกไม่ดื่มสุราเจ้าค่ะ”

เวินถิงชุนไม่ได้ถือสาลูกสาว กระแอมไอ มองข้ามเวินหลาน หันไปถามเวินฉี “ฉีเอ๋อร์ หมู่นี้ลูกยุ่งเรื่องอะไรอยู่”

เวินหนิงเลิกคิ้ว ที่แท้วันนี้ท่านพ่อมีเจตนาแอบแฝง

พูดไม่ถึงสองประโยค เวินถิงชุนลูบหนวดเคราตนเอง “ฉีเอ๋อร์ ปีหน้าลูกก็จะยี่สิบแล้ว หลังปีใหม่พี่ใหญ่ของลูกก็จะเริ่มทำการทาบทามสู่ขอ ลูกวางแผนอย่างไรบ้าง"


เรื่องเช่นนี้ ควรให้มารดาเป็นคนถาม แต่เวินถิงชุนทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ การพูดอ้อมค้อมทั้งเสียเวลาและเปลืองแรง เขาจึงถามตรงๆ “หากลูกมีสตรีคนใดในดวงใจ บอกพ่อ พ่อจะไปทาบทามสู่ขอให้”

แทบจะเวลาเดียวกัน เวินฉีใช้เท้าที่อยู่ใต้โต๊ะเตะเวินหนิง

เวินหนิงและเวินหลานมองหน้ากัน ทั้งสองมองไปที่เวที

ทำอย่างไรได้ การแสดงสนุกยิ่งนัก คนอื่นพูดอะไรนางล้วนไม่ได้ยิน

“หากลูกไม่มีสตรีที่ถูกใจ พ่อจะเป็นคนจัดการเรื่องแต่งงานให้เอง! งานเลี้ยงในวังหลวงเมื่อครั้งก่อน พ่อเห็นว่าคุณหนูสวี...”

เวินหนิงถูกเวินฉีเตะอีกครั้ง

เรื่องนี้...โปรดอภัยที่นางไม่อาจช่วยได้

หากนางเอ่ยปากตอนนี้ เป็นการรนหาเรื่องใส่ตัวไม่ใช่หรือ เขาควรเตะพี่ชายที่ขึ้นฝั่งแล้วต่างหาก

เวินถิงชุนทำสีหน้าเคร่งขรึม “ฉีเอ๋อร์ ลูกจะแตะขาพ่อให้หักหรือ”

ฟู่...

เวินหนิงแทบจะพ่นน้ำชาออกมา เวินฉีเตะผิดคนแล้ว

“ท่านพ่อ การแสดงในคืนนี้...” เวินฉีชี้ไปที่เวทีด้วยสีหน้าปกติ “เหตุใดจึงคุ้นเช่นนี้"


เวลานี้เวินหนิงดูไปหลายครั้งแล้ว ตอนเวินฉีไม่พูด นางไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เมื่อเขาพูดนางรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

ในละครพระเอกชื่อคุณชายเวิน นางเอกชื่อคุณหนูโย่วโย่ว

คุณชายเวินตกหลุมรักคุณหนูโย่วโย่วผู้แสนย็นชา เขาทำทุกอย่าง ทั้งทำดีและตามใจนาง จ้างคนมาปล้นนาง สุดท้ายถึงขั้นวางแผนทำให้คุณหนูโย่วโย่วตกน้ำ แล้วตนก็กระโดดลงไปช่วย สุดท้ายคุณหนูโย่วโย่วฟื้นขึ้นมา แทนที่จะบังคับให้คุณหนูโย่วโย่วแต่งงานกับตน เขากลับพานางขึ้นชายฝั่งที่ไกลออกไป แล้วสารภาพรัก

เวลานี้คนที่แสดงเป็นคุณหนูโย่วโย่วตื้นตันใจยิ่งนัก ทั้งสองตัดสินใจแหกกฏ มีสัมพันธ์ลึกซึ้ง

บทละครนี้...

คุณชายเวินที่ตามตอแยไม่เลิก คือเวินหนิงที่ดูรายชื่อจับลูกเขย? ส่วนคุณหนูเวินจอมเย็นชา คล้ายนักแสดงกลัวคนดูไม่เข้าใจอย่างไรอย่างนั้น จึงเขียนบทให้ฝ่ายหญิงแต่งเป็นชายแล้วเข้าร่วมการสอบ จนสอบติดจอหงวน ตัวละครนี้คือเผยโย่วไม่ใช่หรือ คืนงานเลี้ยงทั้งสองตกลงไปในทะเลสาบ แม้เรื่องจะไม่แพร่สะพัด แต่ทุกคนในเหตุการณ์ล้วนทราบดี

“บ้าบอสิ้นดี!” เวินถิงชุนโมโหจนหน้าแดง ตบโต๊ะเสียงดัง

ห้องข้างๆ คือเผยโย่วที่กำลังชมการแสดง เขาวางแก้วน้ำชาลงเสียงดัง “ตึง”

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 47 ตอนที่ 47