ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 42 ตอนที่ 42
ตอนที่ 42
แววตาคู่นั้น ร้อนระอุและลุ่มลึก
เวินหนิงนั่งแถวที่สอง นางขยับเก้าอี้ หลบด้านหลังคนที่นั่งแถวหน้า
สำหรับเสิ่นจิ้น นอกจากหลบเลี่ยงแล้ว นางคิดวิธีอื่นไม่ออกจริงๆ
โชคดีที่งานเลี้ยงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว หลังจากฮ่องเต้เจียเหอทรงยกแก้วก็มีเสียงเครื่องดนตรีดังขึ้น การแสดงต่างๆ ทยอยขึ้นแสดง จากนั้นก็เริ่มมีการชนแก้วกัน
เวินหนิงรู้ดีว่าตนดื่มสุราไม่เก่ง วันนี้นางมีเรื่องสำคัญต้องทำ จึงอดทนกับอากาศที่หนาวเย็น ไม่ดื่มมากจนเกินไป
แต่คุณหนูโต๊ะข้างๆ เห็นชัดว่าดื่มจนเริ่มเมาแล้ว ดวงแก้มแดงระเรื่อโผเข้าใกล้ “ท่านคือคุณหนูเวินกระมัง” นางจับแขนเสื้อของเวินหนิง มองไปที่ไม่ไกลนัก “ยังไม่รีบไปอีก”
เวินหนิงไม่รู้จักสตรีคนนี้ แต่ก็เดินตามนางไป
ที่แท้เผยโย่วลุกจากที่นั่งแล้วนี่เอง
เวินหนิงทั้งสงสัยและรู้สึกตลกในเวลาเดียวกัน สงสัยว่าการที่เผยโย่วลุกจากที่นั่งเกี่ยวข้องกับนางอย่างไร ส่วนเรื่องที่ตลกก็คือตอนนี้ทั้งเมืองหลวงล้วนรู้ว่านางตกหลุมรักเผยโย่ว เวลานี้สตรีตรงหน้าบอกให้นางอาศัยโอกาสนี้ตามเผยโย่วไป
สาวใช้ผู้ติดตามเห็นคุณหนูของตนเสียมารยาท จึงรีบดึงตัวคุณหนูกลับไป พร้อมกับกล่าวขอโทษ “คุณหนูของบ่าวคออ่อน ลำบากแม่นางแล้ว บ่าวขอโทษแทนคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ คุณหนูเวินโปรดอย่าขุ่นเคือง”
เวินหนิงคร้านจะถือสา จึงย้ายที่นั่ง ห่างจากสตรีคนนั้นประมาณหนึ่ง ตอนที่นางเงยหน้าขึ้นมองรอบๆ นางเห็นองค์หญิงเจาเหอที่นั่งอยู่ข้างฮ่องเต้เจียเหอ ลุกจากที่นั่งแล้วเช่นเดียวกัน
อ๋อ ลอบเจอกันเป็นการส่วนตัว?
นางนั่งห่างจากองค์หญิงเจาเหอ อีกทั้งเวลานี้ฟ้าก็มืดแล้ว นางจึงมองไม่เห็นใบหน้าที่ชัดเจนขององค์หญิง
แต่เมื่อชาติก่อนนางเคยเจอองค์หญิง
เรื่องรูปโฉมไม่จำเป็นต้องพูดถึง ในความทรงจำของนางองค์หญิงเจาเหอไม่หยิ่งยโส
ต้องรู้ว่าองค์ชายที่โตแล้วทั้งสามคนของแคว้นต้าอิ้น ยังไม่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้เทียบเท่าองค์หญิง ถึงขั้นมีการคาดเดากันว่า การที่ฮ่องเต้เจียเหอไม่ยกตำหนักบูรพาให้ใครเสียที เพราะกำลังรอ รอฮองเฮาให้กำเนิดโอรส นับตั้งแต่องค์หญิงเจาเหอออกมาจากครรภ์ของฮองเฮา นางก็ถูกลิขิตให้เป็นธิดาผู้ถูกรัก
ทว่าองค์หญิงที่ฮ่องเต้และฮองเฮารักและทะนุถนอมคนนี้ กลับไม่มีนิสัยเอาแต่ใจ ทางตรงกันข้ามเพราะได้รับการปกป้องอย่างดี องค์หญิงจึงใสซื่อกว่าอายุของนาง
ชาตินี้ตนไม่ปรากฏตัว ไม่แน่องค์หญิงกับเผยโย่วอาจจะรักกันก็ได้
เวินหนิงเอามือเท้าคางแล้วครุ่นคิด
แต่ว่า...
คล้ายว่า...เคยเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นในงานเลี้ยงคืนนี้?
หรือนางจำผิดไป
เมื่อชาติก่อนนางไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ นางกำลังง่วนกับงานแต่งงานของตนกับเสิ่นจิ้น ได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงบ้างแต่นางจำไม่ค่อยได้นัก จำได้เพียงว่าหลังจากผ่านงานเลี้ยงนี้ไป หญิงสาวผู้คลั่งไคล้เผยโย่วคนแรกได้ปรากฏตัว
ซึ่งก็คือจ้าวจีจื้อ บุตรีเอกของท่านเสนาบดีกรมการคลัง
เวินหนิงไม่เสียเวลาไปคิดเรื่องนี้ ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องของเผยโย่ว เขาจะคบหาสตรีคนใดก็เรื่องของเขา ถึงอย่างไรสตรีคนนั้นก็ไม่มีวันเป็นนาง
องค์หญิงเจาเหอทรงลุกจากที่นั่งไม่นาน ฮ่องเต้เจียเหอก็ทรงลุกขึ้นเช่นเดียวกัน บรรยากาศในงานเลี้ยงจึงผ่อนคลายขึ้นมาก เพียงไม่นาน ด้านหน้าก็มีบรรดาคุณชายและคุณหนูรวมตัวกันดื่มอย่างมีความสุข
เวินหนิงเห็นฮ่องเต้เจียเหอทรงลุกออกไป นางโล่งอก บรรยากาศด้านหน้าครึกครื้น นางจึงหันไปมองสองแถวหลัง
เจ้าเมืองจิงจ้าวมีบุตรีอนุภรรยาคนหนึ่ง ชื่อต้วนหรูซวง มารดาของนางเป็นทายาทของพ่อค้าผู้ร่ำรวยในเจียงหนาน ค้าขายเก่งยิ่งนัก ต้วนหรูซวงเติบโตมากับครอบครัวที่ทำการค้าขาย นางจึงซึมซับไปด้วย
รัชศกเจียเหอปีที่สิบหกเมื่อชาติก่อน ชื่อเสียงของจต้วนหรูซวงโด่งดับไปทั่วเมืองหลวง เพราะนางอายุยังน้อย เป็นคนแข็งกระด้าง นางพามารดาออกมาจากจวนต้วน สร้างเนื้อสร้างตัวเอง ไม่เพียงชีวิตไม่ตกอับ ทั้งยังเปิดร้านขายเครื่องหอมที่ลูกค้าแน่นร้านทุกวัน ตอนหลังกิจการของนางดีขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ใช่เพราะสงครามเซวียนผิงที่เกิดขึ้นในรัชศกเจียเหอปีที่สิบหก...
เวินหนิงหยุดคิด
ครึ่งปีมานี้นางกับเวินฉีร่วมการเปิดโรงบ่มสุรา โดยไม่ให้เวินถิงชุนรู้ แม้เวินฉีจะมีความรู้ด้านสุรา ทว่าเขาไม่มีความรู้ด้านการค้า ส่วนนาง นอกจากหาทุนแล้ว นางไม่มีความรู้ด้านใด ดังนั้นกิจการโรงบ่มสุราจึงไม่ค่อยดีนัก
หากดึงต้วนหรูซวงมาร่วมได้...
เป็นจริงตามคาด ต้วนหรูซวงมาร่วมงานเลี้ยงคืนนี้ด้วย
แค่ว่าบุตรีอนุภรรยา โดยทั่วไปล้วนนั่งแถวหลังสุด
เวินหนิงกอดโถน้ำร้อนแน่น แล้วเดินไป
ปีนี้ต้วนหรูซวงเพิ่งอายุสิบห้า เด็กกว่าเวินหนิงเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ตัวนางและชื่อเสียงของนาง ไม่ค่อยสอดคล้องกับที่เวินหนิงได้ยินมา ต้วนหรูซวงเป็นสตรีร่างเล็กหน้าตาน่ารัก มองแล้วคิดว่าอายุเพียงสิบสามสิบสี่เท่านั้น
คล้ายไม่คิดว่าจะมีคนคุยกับนาง ดวงตาคู่สวยกำลังมองมาที่เวินหนิงพอดี
เวินหนิงส่งยิ้มให้นาง นั่งลงข้างๆ “น้องหนาวหรือไม่ ข้ามีโถน้ำร้อนอีกอัน”
ขณะพูด เวินหนิงยัดโถน้ำร้อนใส่มือต้วนหรูซวง
ต้วนหรูซวงเอียงศีรษะมองไปที่เวินหนิง “ขอเสียมารยาทถามหน่อยเจ้าค่ะ ท่านคือ...”
“ข้าคืออาหนิงจากตระกูลเวิน”
“อ้อ ข้าเคยได้ยินชื่อของท่าน...” พูดเพียงครึ่งหนึ่ง รู้สึกไม่เหมาะสมเท่าใดนัก จึงเปลี่ยนบทสนทนา หันมายิ้มให้เวินหนิง “พี่เวิน พี่ช่างเก่งจริงๆ ข้านับถือพี่”
จากสิ่งที่ต้วนหรูซวงทำเมื่อชาติก่อน เวินหนิงรู้ดีว่านางไม่ได้ประจบตน
ทว่าเมื่อชาติก่อนนางเจอต้วนหรูซวงในรัชศกเจียเหอปีที่สิบแปด เวลานั้นต้วนหรูซวงเป็นแม่ค้าที่ประสบความสำเร็จแล้ว กิริยาวาจานิ่งสงบ ไม่ใช่เด็กน้อยเหมือนตอนนี้
เวินหนิงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“พี่เวิน คล้ายพวกเขาจะไปลอยกระทงแล้ว พี่ไปหรือไม่” ดวงตาต้วนหรูซวงทอประกายแวววาว เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
ตั้งแต่เล็กจนโตหากไม่เล่นกับพี่ชายทั้งสองคน เวินหนิงก็เล่นกับเสิ่นจิ้นเท่านั้น นางไม่เคยมีมิตรสหาย จึงไม่ต้องพูดถึงน้องสาวผู้น่ารัก เวินหนิงดีใจยิ่งนัก จับมือต้วนหรูซวง “พวกเราไปด้วยกันเถอะ”
แคว้นต้าอิ้นมีวัฒนธรรมลอยกระทงลอยในวันปีใหม่ ซึ่งการลอยกระทงลอยนั้นหมายถึงชำระล้างสิ่งชั่วร้ายในปีเก่า อวยพรให้ปีใหม่ งานเลี้ยงจัดขึ้นไม่ห่างจากตำหนักเท่าใดนัก อยู่ในทะเลสาบไท่อันของวังหลวง
ต้วนหรูซวงไม่ค่อยมีโอกาสได้ออกนอกจวน วันนี้นางเข้าวังหลวงเป็นครั้งแรก ไม่มีแม้กระทั่งสาวใช้คอยติดตาม แม้จะรีบร้อนอยากไปที่ทะเลสาบ แต่นางก็รอเวินหนิง
หากไม่ใช่เพราะต้วนหรูซวง เวินหนิงไม่มีวันมาริมทะเลสาบเช่นนี้แน่นอน
อากาศหนาวเย็น ลมก็แรงยิ่งนัก อีกทั้งบนผิวน้ำยังมีน้ำแข็งเกาะ ไม่รู้ว่าผู้ใดเสนอให้ลอยกระทง
“พี่เวิน นี่เป็นการลอยกระทงครั้งแรกของข้า จริงไหมเจ้าคะที่ว่าคำอธิษฐานจะเป็นจริง” พวงแก้มขาวสะอาดของต้วนหรูซวงถูกลมพัดจนแดงระเรื่อ
เวินหนิงรู้ว่าชีวิตของนางในตระกูลไม่ค่อยดีนัก มิเช่นนั้นคงไม่โมโหแล้วพามารดาออกจากจวนเช่นนั้น แต่คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะไม่เคยแม้กระทั่งลอยกระทง
“ใช่” เวินหนิงไม่สนใจหลิงหลานแล้ว คว้ามือต้วนหรูซวง “ไป พี่พาเจ้าไปลอยกระทงเอง”
ทั้งสองรับกระทงดอกไม้มาจากนางกำนัล จากนั้นเดินไปสะพานบนทะเลสาบไท่อัน
จุดลอยกระทงอยู่อีกฝั่งของสะพาน ด้วยเพราะรอบๆ เต็มไปด้วยพุ่มดอกไม้ ทางเดินจึงแคบ ทำให้บนสะพานแออัดเล็กน้อย โชคดีที่วังหลวงมีการจุดไฟทั่วทุกพื้นที่ การชมแสงไฟยามค่ำคืนบนสะพาน เป็นเรื่องที่ดียิ่งนัก
“น้องหรูซวง ทะเลสาบไท่อันเป็นทะเลสาบขนาดเล็ก ไว้วันหน้า พวกเราไปลอยกระทงนอกวังหลวงที่แม่น้ำรั่วเชียวด้วยกันดีหรือไม่” เวินหนิงยังจำจุดประสงค์วันนี้ของตนได้
“ได้เจ้าค่ะพี่เวิน ข้ารอท่าน!”
สำหรับการผูกมิตรของเวินหนิง ต้วนหรูซวงดูดีใจยิ่งนัก ขณะเวินหนิงกำลังลังเลว่าควรนัดหมายตอนนี้ หรือส่งเทียบเชิญไปให้ดี ก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนดังขึ้น “คุณหนู!”
ตามด้วย “ตู้ม”
มีคนตกน้ำ
บนสะพาน...ไม่ได้แออัดขั้นนั้นกระมัง
เวินหนิงยื่นหน้าไปมอง มืดเกินไป นางเห็นไม่ชัดว่าคนตรงหน้าเป็นใคร แต่ได้ยินเสียงคนร้องตะโกน “คุณหนูจ้าว! คุณหนูเอกตระกูลจ้าวตกน้ำ!”
คุณหนูเอกตระกูลจ้าว?
จ้าวซีจื้อ?
ตามด้วยเสียง “ตู้ม” พร้อมกับเสียงบุรุษที่คุ้นหู “คุณชาย!”
อ๋อ นางเข้าใจแล้ว!
เวินหนิงกระจ่างในทันที
ที่แท้เรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยง ก็คือเรื่องนี้นี่เอง!
จ้าวซีจื้อตกน้ำ เผยโย่วกระโดดลงไปช่วย จ้าวซีจื้อประทับใจยิ่งนัก ไม่อาจหักห้ามใจได้ หลังจากนั้นจ้าวซีจื้อจึงวิ่งไล่ตามเผยโย่วหลายปี
ไม่แปลกที่ชาติก่อนนางจำเรื่องนี้ไม่ค่อยได้ เรื่องเช่นนี้ หากเกิดขึ้นในราชวงศ์ก่อน สตรีเสื่อมเสียชื่อเสียง เผยโย่วต้องแต่งงานกับจ้าวซีจื้อ
โชคดีที่ปัจจุบันเปิดกว้างมากขึ้น ข้อบังคับของสตรีลดน้อยลง คาดว่าหลังจากเผยโย่วช่วยจ้าวซีจื้อ เขาไม่ได้ชอบพอนาง จึงทำบางอย่าง ไม่ให้ข่าวลือแพร่ออกไป
แต่ว่าชาตินี้เผยโย่วยังไม่ได้เจอรักแรก คุณหนูตระกูลจ้าวหน้าตางดงาม ทั้งยังรักเขามาก ไม่แน่ว่าอาจจะมีเรื่องมงคลเกิดขึ้นก็ได้
เวินหนิงคิดอย่างออกรส ไม่ทันระวังตัวด้านหลังมีคนผลักนาง นางโน้มตัวไปด้านหน้า...
น้ำหนาวเย็นในทะเลสาบพุ่งเข้าปากและจมูก ได้ยินเพียงเสียงร้องด้วยความแตกตื่นของต้วนหรูซวง “พี่เวิน!”