ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 43 ตอนที่ 43
เล่มที่ 2
ตอนที่ 43
เวินหนิงไม่ทันตั้งสติ นางก็ได้ยินเสียง “แม่ทัพเสิ่น!”
ตู้ม...
ดังขึ้นอีกครั้ง
วันนี้ทุกคนรีบร้อนอะไรกันเช่นนั้นหรือ
รีบร้อนเพียงใดก็ไม่ควรเอานางไปข้องเกี่ยว ประการแรกนางว่ายน้ำไม่เป็น ประการที่สองนางกลัวอากาศหนาวที่สุด ไอ้สารเลว...คนใด! ผลักนางตกน้ำ
เพียงครู่หนึ่ง น้ำเย็นยะเยือกในทะเลสาบทำให้นางหมดเรี่ยวแรง นางมีเพียงความคิดเดียว “ข้าอุตส่าห์วางแผนตั้งมากมาย ชาตินี้ชีวิตกลับแสนสั้น”
เวินหนิงว่ายน้ำไม่เป็น ย่อมกลั้นหายใจในน้ำไม่เป็น ยิ่งไม่อาจแหวกว่าย นางรู้ว่าวันนี้ต้องอยู่ข้างนอกเป็นเวลานาน จึงตั้งใจใส่เสื้อหนาๆ เมื่อเสื้อสัมผัสน้ำ หนักอึ้งดั่งเหล็กกล้า
นางตะเกียกตะกายในน้ำครู่หนึ่งก็จมลง
ไม่ว่าจะเป็นการขาดอากาศ หรือว่าความหนาวเย็นของน้ำในทะเลสาบ ล้วนทำให้นางไม่อาจต่อต้าน
ขณะสติกำลังจะเลือนราง ใครคนหนึ่งคว้านางเอาไว้ ตามสัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอด ร่างกายของนางเคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด คว้าเขาแน่น
เสิ่นจิ้นหรือ?
ถูกต้อง เสียงเรียกเมื่อครู่ “ท่านแม่ทัพเซิ่น” เสิ่นจิ้นเห็นนางตกน้ำ จึงกระโดดลงมาช่วยแน่ๆ
ตอนเด็กๆ มีครั้งหนึ่งที่นางตกลงไปในน้ำ เสิ่นเจิ้นก็เป็นคนกระโดดลงมาช่วยนาง
อาศัยแรงของคนที่ช่วย เวินหนิงลอยตัวบนผิวน้ำอย่างรวดเร็ว เมื่อสัมผัสกับอากาศนางสำลักนางทันที จากนั้นไอติดต่อกัน นางว่ายน้ำไม่เป็น สำลักน้ำจนไอไม่หยุด เพื่อทรงตัว นางทำได้เพียงกอดคนที่มาช่วยแน่น
แต่อย่างรวดเร็วนางก็พบว่าบางอย่างผิดปกติ
ลมหายใจนี้...นางคุ้นเคยยิ่งนัก
นางรู้จักเสิ่นจิ้นมานาน หมั้นหมายกับเขามา ทว่าตั้งแต่โตขึ้นนางกับเขาก็ไม่เคยทำอะไรเกินเลย ยิ่งไม่มีวันคุ้นเคยกับลมหายใจของเขา
เวินหนิงค่อยๆ ไอน้อยลง หันไปมองคนที่นางกอดไว้
เมื่อหันไปมอง นางไอหนักยิ่งกว่าเดิม
ใบหน้าเย็นชาภายใต้แสงจันทร์ของเผยโย่ว เต็มไปด้วยน้ำ ทำให้ผิวของเขาขาวยิ่งกว่าปกติ ไฝเม็ดเล็กบนสันจมูกก็ดูสะดุดตาด้วยเช่นกัน
เมื่อได้ยินเสียงนางไอหนักกะทันหัน เผยโย่วหันมามองนาง
เอ่อ...
เวินหนิงแทบอยากจะรีบปล่อยมือจากเขา แต่นางไม่อาจบุ่มบ่าม
สถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างไร โปรดให้นางคิดวิเคราะห์
นางที่เพิ่งตกลงไปในทะเลสาบ หนาวจนฟันกระทบกัน สมองคล้ายเต็มไปด้วยขี้เลื่อย นางคิดได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น...ในฐานะหญิงสาวที่ตกหลุมรักเผยโย่ว เวลานี้นางไม่ควรรังเกียจเขา
ในทางตรงกันข้าม การที่เขาช่วยชีวิตนาง นางควร...ซาบซึ้งดีใจ น้ำตาคลอเบ้า?
เวินหนิงหนาวสั่น
โชคดีที่เผยโย่วไม่ให้เวลานางในการแสดงละคร
เห็นชัดว่าเขาไม่อยากข้องเกี่ยวกับนาง ทั้งยังไม่อยากมีข่าวลือกับนาง เขาไม่ได้พานางขึ้นฝั่งที่ใกล้ที่สุด แต่พานางว่ายน้ำไปไกล
ฝั่งที่เขาพานางขึ้นไปนั้นไม่มีแสงไฟ ยิ่งไม่มีผู้คน อาศัยแสงจันทร์ทำให้มองเห็นต้นไม้ไม่กี่ต้นและพุ่มไม้เท่านั้น
ทันทีที่ขึ้นฝั่ง เผยโย่วก็โยนนางลงบนพื้น
โชคดีที่นางสวมเสื้อผ้าหนา มิเช่นนั้นตัวของนางคงเขียวช้ำอย่างแน่นอน
แต่ว่านี่ก็เป็นเรื่องดี นางไม่ต้องแสดงละครน้ำตาก็คลอเบ้าเอง
นางน้ำตาคลอเพราะความเจ็บปวด
เวินหนิงเงยหน้าขึ้นมองเผยโยวด้วย ‘น้ำตาคลอเบ้า’
เพราะเปียกน้ำ เสื้อผ้าของเผยโย่วจึงแนบชิดลำตัวของเขา เขาไม่ได้หนาวจนตัวสั่นเหมือนเวินหนิง สีหน้าของเขายังคงเคร่งขรึม เย็นชายิ่งนัก
เวินหนิงอาศัยประสบการณ์ที่อยู่ร่วมกับเขามานานหลายปี นางรู้ทันทีว่าเขากำลังโมโห
โมโหมากด้วย
ขยับริมฝีปาก เวินหนิงรู้สึกว่านางควรพูดบางอย่าง เช่น ‘เบาๆ หน่อยไม่ได้หรือเจ้าคะ’ แต่เห็นชัดว่าถ้อยคำนี้ไม่ควรถูกพูดโดยหญิงสาวที่เพิ่งถูก “ชายในดวงใจ” ช่วยชีวิต
“สร้างปัญหาพอหรือยัง” เผยโย่วพูดก่อน น้ำเสียงของเขาเย็นชา น่าเกรงขามแตกต่างจาก ‘คุณหนูเวิน’ เมื่อครึ่งปีก่อนตอนเจอกันที่หออวิ๋นทิง ราวกับเป็นคนละคน
เวินหนิงหนาวจนแทบจะแข็งตายแล้ว ฟังจากคำพูดของเขา นางครุ่นคิด
ดังนั้นเผยโย่วคิดว่า...นางเห็นคุณหนูจ้าวตกน้ำ เขากระโดดลงไปช่วย กลัวเขากับคุณหนูจ้าวจะมีบางอย่างต่อกัน ตนจึงกระโดดลงน้ำ?
เอ่อ...
น่าจะเป็นเพราะเมื่อครึ่งปีก่อน นางทำให้ภาพลักษณ์ของตนบ้าดีเดือดเกินไป
แต่นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เผยโย่วเกลียดนางมากขึ้น
“คุณชายเผย...คุณชายเผยมีใจให้ข้าจริงๆ ด้วย...” เวินหนิงพูดพึมพำราวกับเสียง ‘ยุ่ง’
เห็นเพียงเผยโย่วขมวดคิ้ว เม้มริมฝีปากแน่น กัดฟันล่าง
เขาดูหงุดหงิดยิ่งนัก
หากไม่ใช่เพราะหนาวเกินไป จนหน้าชาไปหมด เวินหนิงคิดว่าตนคงกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ต้องหลุดหัวเราะแน่นอน
วางแผนในกระโจม รบชนะพันลี้ ใบหน้าทระนงของเผยโย่ว ไม่เคยมีสีหน้าเช่นนี้มาก่อน นางดันเป็นสตรีบอบบางที่ ‘ตกหลุมรัก’ เขา เขาจะทำอะไรนางได้
แต่ว่าเหตุใดคนที่เผยโย่วช่วยจึงเป็นนาง
มืดเกินไป ในน้ำวุ่นวาย เขาจึงช่วยผิดคน?
ถูกต้อง
ชาติที่แล้วนางไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยงนี้ มีเพียงจ้าวซีจื้อคนเดียวที่ตกลงไปในทะเลสาบ เขาย่อมไม่มีทางช่วยผิดคน แต่เมื่อครู่นางตกลงไปในทะเลสาบ เสิ่นจิ้นกระโดดลงไปช่วย ในทะเลสาบมีถึงสี่คน การช่วยผิดคนไม่ใช่เรื่องแปลก
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เวินหนิงด่าคนที่ผลักนางตกน้ำอีกรอบหนึ่ง แรงผลักนั้น เห็นชัดว่าตั้งใจ ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่!
“คุณชายเผย ท่านกับข้าในตอนนี้...” สถานการณ์ในตอนนี้ เวินหนิงทำได้เพียงเล่นไปตามน้ำ แสดงละครอีกรอบหนึ่ง
แววตาเอียงอาย พูดยังไม่ทันจบ เผยโย่วก็แทรกขึ้นมาก่อน “คุณหนูโปรดให้เกียรติตนเอง คนที่ข้าคิดจะช่วยไม่ใช่คุณหนู ในน้ำมืดเกินไป ข้าเพียงช่วยผิดคนเท่านั้น”
เป็นจริงตามคาด
เวินหนิงพูดต่อ “แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ว่า วันนี้ระหว่างข้ากับคุณหนูไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น หากมี คือคุณหนูตกลงไปในน้ำ แล้วว่ายขึ้นฝั่งเอง” เสียงของเผยโย่วเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง
หึ ช่างไม่มีหัวใจจริงๆ
แต่ว่าเป็นไปตามความต้องการของนาง
เวินหนิง ‘ทำตัวน่าสงสาร’ หลบตาลงด้วย ‘ความเสียใจ’ ตัวของนางสั่นเทา นางไม่ได้แกล้งตัวสั่น ตกลงไปในน้ำท่ามกลางอากาศหนาวเช่นนี้ คนทั่วไปย่อมหนาวเป็นธรรมดา
“เรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ไม่ส่งผลดีใดๆ กับคุณหนู ข้าบอกคุณหนูได้เพียงว่า...ผู้สูงศักดิ์คือผู้ที่ตระหนักรู้ในสิ่งที่ตนทำ”
ตั้งแต่ขึ้นฝั่งเผยโย่วแทบจะไม่มองมาที่นาง มือสองข้างไขว้หลังหันหน้าเข้าหาทะเลสาบ
ลมหนาวทำให้เวินหนิงน้ำมูกไหล นางสูดจมูก กลอกตามองไปรอบๆ แกล้งทำเป็นสะอื้น สูดจมูกพร้อมกับยกแขนเสื้อขึ้นมาซับหางตา
ถึงอย่างไรก็มืดขนาดนี้ เขาดูไม่ออกว่านางร้องไห้จริงๆ หรือแกล้งร้องไห้
เผยโย่วปรายตามองนาง หันหลังกำลังจะเดินไป ทว่าจู่ๆ ก็มีคนโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ “คุณชาย”
โค้งคำนับพร้อมกับยื่นเสื้อคลุมให้
แม้จะมืดมาก แต่เวินหนิงมองเพียงปราดหนึ่งก็จำได้ เขาคือถูไป๋
เมื่อชาติก่อนตอนนางหนีออกจากจวน เผยโย่วเป็นคนจับตัวนางกลับมาทุกครั้ง นอกเหนือจากนั้นคือถูไป๋ นางจำรูปร่างของเขาได้อย่างดี
ชาตินี้เขายังคงติดตามเผยโย่ว แค่ว่าการทำงานของเขาคล้ายจะแตกต่างจากชาติก่อน
เผยโย่วรับเสื้อคลุมมาจากถูไป๋ มือของเขาชะงักครู่หนึ่ง หลุบตาลง ไม่รู้กำลังคิดสิ่งใด หมุนตัวหันหลัง
เขาโยนเสื้อคลุมให้เวินหนิงด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก พูดกับถูไป๋ “หาเสื้อผ้ามาให้นาง”
แล้วเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย