ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 41 ตอนที่ 41

#41บทที่ 41

ตอนที่ 41

“บุตรชายของพ่อครัวหลวงปีนี้อายุสิบแปด หน้าตาหล่อเหลา นิสัยดี สิ่งสำคัญคือบิดาของเขากับนายท่านสนิทสนมกัน ยศขุนนางระดับเดียวกันด้วยเจ้าค่ะ ส่วนบุตรชายคนแรกของท่านหมอหลวงกรมราชแพทย์ ปีนี้เข้ารับราชการในกรมชายแพทย์แล้ว อายุมากกว่าคุณหนูเพียงหนึ่งปี สืบทอดวิชาการแพทย์จากบิดา เก่งด้านการรักษายิ่งนัก อนาคตยาวไกล...”

เมื่อคืนหลิงหลานไปถามเวินหลานถึงเรือน ท่อง ‘ประวัติ’ คุณชายทั้งหลายตลอดทั้งคืน เวลานี้ขณะนั่งอยู่บนรถม้า พูดกับตนเองว่าไม่อยากให้คุณหนูหาสามีเมื่อจวนตัว

ปีหน้าเวินหนิงอายุสิบหกแล้ว หากยังไม่ออกเรือน คุณหนูจะกลายเป็นสาวแก่แล้ว!

“อีกท่านหนึ่งคือคุณชายหลิ่วเยี่ยเจ้าค่ะ!” หลิงหลานคิดว่าเวินหนิงต้องชอบคนนี้อย่างแน่นอน เมื่อครั้งก่อนคุณหนูเดิมพันว่าเขาสอบได้อันดับสาม “ก่อนหน้านี้ซื่อจื่อเผยรับหน้าที่หลานจงสังกัดกรมโยธาด้านทรัพยากรทางน้ำ คุณชายหลิ่วถูกแต่งตั้งให้เป็นบรรณาธิการสำนักบัณฑิตฮั่นหลิน แม้ฐานะทางบ้านจะยากจนเล็กน้อย แต่คาดว่าด้านการศึกษาและอุปนิสัยย่อมไม่ด้อยไปกว่าซื่อจื่อเผยเจ้าค่ะ”

เวินหนิงกอดโถน้ำร้อน ฟังหลิงหลานร่ายยาวจนนางแทบจะผล็อยหลับ เมื่อได้ยินชื่อ ‘หลิ่วเยี่ย’ นางลืมตาขึ้นมาทัน

ไม่ใช่ว่านางสนใจในตัวหลิ่วเยี่ย

แต่สำหรับนางในตอนนี้ หลิ่วเยี่ยมีมูลค่าเท่ากับห้าพันตำลึง แล้วนางจะไม่ตาลุกวาวได้อย่างไร

ทว่านางตั้งสติอย่างรวดเร็ว นางใช้เงินเกือบหมดแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงหลับตาลงอีกครั้ง ปล่อยให้หลิงหลานบ่นต่อ

แต่งงาน แต่งกับใคร

หากเป็นไปได้ ชาตินี้นางไม่อยากแต่งงานแล้ว

นางอยู่จวนเวิน ท่านพ่อรักใคร่ พี่ชายทั้งสองตามใจ ชีวิตสุขสบาย

แต่หลังจากแต่งงานเล่า

เมื่อชาติก่อนเสิ่นจิ้นเกิดในครอบครัวที่ดี นางกับเขารู้จักกันมาหลายปี นอกจากนี้ทั้งสองยังรักกัน แต่ผลสุดท้ายเล่า

นางไม่เคยรู้มาก่อนว่าเรือนหลังจะเต็มไปด้วยวิธีการมากมาย อยากจะข่มเหงสตรีคนหนึ่งช่างง่ายดายยิ่งนัก กระทั่งตอนนี้นางยังจำปีแรกที่แต่งเข้าตระกูลเสิ่นได้ เสิ่นจิ้นเดินทางออกนอกเมืองเดือนสอง เดือนสามอากาศในเมืองหลวงหนาวเย็น หิมะตกหนัก

นางเป็นคนหนาวง่าย ให้หลิงหลานไปเบิกถ่าน แต่เหลียงซื่อกลับบอกว่าเข้าสู่ฤดูวสันต์แล้ว เก็บถ่านที่เหลือเข้าโรงเก็บของหมดแล้ว ไม่มีถ่านให้ใช้ ทว่าห้องของเหลียงซื่อกลับมีถ่านให้ใช้อย่างเพียงพอ

หลังจากนั้นไม่ถึงสองวัน เท้าของนางโดนความเย็นกัด ตกกลางคืนคันจนทรมาน หลิงหลานช่วยนางเกาพร้อมกับเช็ดน้ำตา คร่ำครวญกับนางว่า คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้

เวินหนิงในตอนนั้นไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน เหตุใดห่างบ้านแล้วจึงเป็นเช่นนี้

ทว่าสตรีออกเรือนก็เหมือนน้ำที่ถูกสาดออกไป ประการแรกนางทำเพื่อเสิ่นจิ้น จึงอยากรักษาความสัมพันธ์กับเหลียงซื่อ ไม่อยากให้เสิ่นจิ้นลำบากใจ ประการที่สอง นางไม่อยากให้ท่านพ่อและพี่ชายทั้งสองคนเป็นห่วง ทุกครั้งยามพวกเขาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของนาง นางล้วนบอกว่าตนสุขสบายดี

สุดท้ายเหลียงซื่อได้คืบเอาศอก ชีวิตของนางย่ำแย่ขึ้นเรื่อยๆ

เวลานี้หวนคิดกลับไป เวินหนิงยังคงโมโห แม้จะหนาวง่าย แต่นางก็ผลักเปิดหน้าต่างรถม้า

ชาตินี้นางถอนหมั้นเสิ่นจิ้น คาดว่าคงไม่อาจแต่งงานกับบุรุษที่ชาติตระกูลดีเทียบเขา ทั้งยังเป็นคนที่นางชอบ หากจำต้องแต่งงานจริงๆ คาดว่าเมื่อแต่งงานแล้ว ชีวิตของนางก็คงไม่ดีไปถึงไหน

เมื่อคิดถึงตรงนี้เวินหนิงไม่อยากออกเรือนตามจารีตประเพณี นางไม่กล้าแสดงออกให้ผู้อื่นรู้ ดังนั้นจึงปล่อยให้หลิงหลานพูดต่อไป

โชคดีที่ใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงหน้าประตูวังหลวง ประตูทางทิศตะวันตกมีรถม้าจอดเรียงราย หลิงหลานพยุงเวินหนิงลงจากรถม้า นางเห็นรถม้าของพี่ใหญ่และพี่รองอยู่ตรงหน้า

ทว่าทั้งสองเข้าไปก่อน ไม่ได้รอนาง

หึ

คนในดวงใจอยู่ในงาน คงอดใจรอไม่ได้แล้วกระมัง

ยามคนนอกกล่าวถึงตระกูลเวิน ย่อมต้องมีคำว่า ‘แปลก’ เพราะเวินถิงชุนสูญเสียภรรยาไปนานหลายปีแต่ก็ยังไม่แต่งงานใหม่ พี่ชายทั้งสองถึงวัยแต่งงานแล้ว แต่ยังคงไม่แต่งงาน

แม้แต่เวินถิงชุนก็ไม่อาจทำอะไรได้ คิดว่าพวกเขายังไม่ประสีประสาเรื่องความรัก ดังนั้นจึงยังไม่อยากแต่งงาน

แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น

พวกเขาทั้งสองมีคนที่ชอบพอแล้ว โดยเฉพาะพี่ใหญ่ หลังจากฉลองเทศกาลปีใหม่ ทั้งสองตระกูลก็จะเริ่มหารือเรื่องแต่งงาน แต่น่าเสียดาย...

เวินหนิงกระชับเสื้อคลุมของนาง เงยหน้าขึ้นมองหิมะที่ปกคลุมตำหนักเหวยเอ๋อร์

ไม่อาจกล่าวโทษนางกลับมาเกิดใหม่ ไม่เข้าใจเรื่องความรักแล้ว สิ่งสำคัญตอนนี้ไม่ใช่เรื่องความรัก ไม่ใช่เรื่องแต่งงาน

อีกครึ่งปีหลัง มีเคราะห์ใหญ่รอตระกูลเวินอยู่

งานเลี้ยงฉลองวันขึ้นปีใหม่ในค่ำคืนนี้ฮองเฮาเป็นคนเสนอ แต่วันนี้นางกลับไม่มาร่วมงาน ตั้งแต่เดือนสาม คล้ายฮองเฮาจะป่วยนานเหลือเกิน

ฮ่องเต้เจียเหอและองค์หญิงเจาเหอมาร่วมงาน งานเลี้ยงในวันนี้ชายหญิงไม่ต้องแยกกันนั่ง ด้วยเหตุนี้ทั้งที่งานเลี้ยงยังไม่ทันได้เริ่ม ก็ครึกครื้นยิ่งนัก

เวินหนิงคิดตามบรรดาศักดิ์ของเวินถิงชุน ตำแหน่งของเวินหลานและเวินฉี พอจะรู้ว่าตนควรจะนั่งที่ใด ขณะที่นางกำลังจะเดินไปนั้น เจ้าหน้าที่ในวังหลวงก็มานำทาง

งานเลี้ยงสำคัญเช่นนี้ เวินหนิงไม่ได้พาชวนซิ่งที่ชอบทำอะไรบุ่มบ่ามมาด้วย มีหลิงหลานติดตามมาเพียงคนเดียวเท่านั้น ขณะทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ช่างบังเอิญยิ่งนัก เจอเผยโย่วที่มีหวังฉินเซิงคอยติดตาม

เวินหนิงกวาดมองเขา ตามสัญชาตญาณ คิดอยากจะถอยหลังสองก้าว หลบเลี่ยงเขา

แต่อย่างรวดเร็วนางก็ตั้งสติได้ นี่คือชาติที่สองของนาง ไม่ใช่เมื่อชาติก่อน

ไม่เจอกันแค่ครึ่งปี เผยโย่วในตอนนี้ ทำให้นางรู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก เมื่อชาติก่อนตอนที่นางเจอกับอีกครั้ง เขาเป็นเช่นนี้แล้ว แต่งกายด้วยเสื้อผ้าหรูหรา ทำจากผ้าชั้นดี สวมกวานทองคำ ดวงตาสีนิลเปี่ยมไปด้วยความเดียวดาย แม้ไม่ปริปาก ทว่าความน่าเกรงขามของเขากลับแผ่ซ่าน

เวลาเพียงครึ่งปี จากหวังโย่ว เปลี่ยนเป็นเผยโย่วอย่างเต็มรูปแบบ

เวินหนิงจับถุงหอมแน่น สิ่งที่นางทำเมื่อครึ่งปีก่อนฉายขึ้นมาในความคิด นางค่อยๆ คลายมือลง หากยามปกติ เวลานี้นางควรทำความเคารพเขา แต่นางจำใส่ใจเสมอว่าตนคือสตรีที่ ‘ตกหลุมรัก’ เผยโย่ว ไม่เจอกันครึ่งปี ไม่ควรนิ่งงันเช่นนั้น

ด้วยเหตุนี้นางจึงยืนอยู่ที่เดิม มองเผยโย่วปรายตามองมาทางตน แล้วพาหวังฉินเซิงเข้าไปในงาน

“ท่านเผยซื่อจื่อ...” หลิงหลานไม่พอใจกับแววตาของเขายิ่งนัก แต่ขณะเดียวกันฐานันดรศักดิ์ของอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่สาวใช้อย่างตนจะตำหนิได้ ด้วยเหตุนี้จึงบ่นพึมพำ “ช่างเสียมารยาทจริงๆ...”

ในทางตรงกันข้ามเวินหนิงกลับสบายใจที่เห็นแววตาแบบนั้นจากเขา สิ่งที่นางทำเมื่อครึ่งปีก่อนไม่สูญเปล่า ไม่ได้อับอายขายหน้าโดยเปล่าประโยชน์!

เครือญาติและขุนนางทั้งหลาย รวมถึงบรรดาคนที่เพิ่งเข้ามาในงาน อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ทำให้พระอาทิตย์ตกเร็ว โคมไฟในวังหลวงเปรียบดังผ้าปักลาย ทำให้วังหลวงทอประกาย แสงไฟสีเหลืองนวลส่องกระทบหิมะขาวโพลน ทำให้เห็นความงดงามอีกด้านหนึ่ง

ทุกปีที่ผ่านมามีงานเลี้ยงเช่นนี้เหมือนกัน ทว่าไม่ได้เชิญชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานมาร่วมงาน ชัดเจนเช่นนี้มาก่อน ด้วยเหตุนี้บรรยากาศในงานจึงแตกต่างจากเดิม

เวินหนิงมองหญิงบรรดาสาวที่กำลังเขินอาย มองชายหนุ่มที่ยืนอกผายไหล่ผึ่ง ลอบเร่งให้เวินหลานรินเหล้าอุ่นให้ตน

ตอนนี้นางกลัวความหนาวยิ่งนัก

จับคู่ รอให้ถึงงานเลี้ยงฤดูวสันต์ก่อนไม่ได้หรือ อากาศเหน็บหนาว ฟ้ามืดเช่นนี้ จะมองเห็นสิ่งใด

หลิงหลานรินสุราให้นางเสร็จ ดึงแขนเสื้อของนางอย่างแยบยล เวินหนิงมองไปตามสายตาของนาง เห็นเสิ่นจิ้นมองข้ามผ่านทุกคน มองพุ่งมาทางนาง

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 41 ตอนที่ 41