ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 35 ตอนที่ 35
ตอนที่ 35
มีสิทธิอะไร
ภายในใจของเวินหนิงมีเปลวไฟปะทุเป็นเดิม เมื่อลมพัดเพียงแผ่วเบา ไฟลุกไหม้ทันที
มีสิทธิอะไร!
ชาติก่อนถูกเขากระทำจนแทบไม่มีแรงหายใจ สุดท้ายล้มป่วยและสิ้นใจบนเตียงนอน ชาตินี้เพื่อหนีเขา นางทั้งกินไม่ได้นอนไม่หลับ ยอมทำลายชื่อเสียงของตนเอง ยอมขายหน้า ตอนนี้ถึงขั้นยอมจ่ายเงินก้อนโต แต่เขาเล่า
เสพสุขท่ามกลางหญิงงาม
ชาติก่อนแสร้งทำเป็นรักเดียวใจเดียว ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้หากไม่มีนาง แต่ตอนนี้เขายังคงดื่มสุราเมรัย เที่ยวสตรี
แสร้งวางตัวเป็นสุภาพบุรุษ แต่แท้จริงคือผู้น้อยต่ำทราม!
เวินหนิงโมโห คว้าจอกสุราจากหญิงนางโลมที่เดินผ่าน ยกขึ้นดื่มสองแก้วรวด
ถึงอย่างไรนางก็ขายหน้าแล้ว เช่นนั้นเขาก็อย่าคิดว่าจะมีความสุข!
หวังโย่วเดินเข้าไปในหอนางโลม เลือกนั่งโต๊ะติดกับชายสองคนนั้น ฟังเรื่องหญิงสาวถูกโจรป่าลักพาตัวไป ความฝันที่เลือนรางค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ถึงขั้นที่ว่าชื่อ ‘หลิวหลานจือ’ ฉายขึ้นมาในความคิด คล้ายในความฝัน เขาได้เขียนสำนวนฟ้องให้นางแล้ว
ประจวบเหมาะหนึ่งในสองคนนั้นหัวเราะแล้วพูด “หรือว่าคุณชายใหญ่ตระกูลเวินตกหลุมรักสตรีคนนั้น ปีนี้เขาอายุยี่สิบกว่าแล้วแต่ยังไม่แต่งงาน หรือจะมีความชอบพิลึกที่ไม่อาจเปิดเผยให้ผู้คนรับรู้”
“สตรีคนนั้นชื่อหลิวหลานจือ ชื่อของนางไพเราะยิ่งนัก คาดว่าคงจะงามไม่น้อย!”
หวังโย่วเลิกคิ้วขึ้น หลุบตาลง ไม่ฟังต่อ
หญิงนางโลมคนหนึ่งเห็นหวังโย่วนั่งตามลำพัง จึงเดินมาหาเขาพร้อมกับสุรา ยังไม่ทันเข้าใกล้ หวังฉินเซิงก็ไล่นางไปแล้ว เขาจ่ายเงินแล้วรับสุรามาจากหญิงนางโลม
หวังโย่วเกิดความสงสัย จึงไม่ได้สนใจอะไรมาก เขารินสุราแล้วครุ่นคิด
หากเป็นเพียงความฝัน เหตุใดจึงมีคดีที่ตรงกับความเป็นจริง แม้กระทั่งชื่อก็ยังตรงกัน คืนวันนั้น เวินหลานมาที่เรือนเพราะอยากให้เขาเขียนสำนวนฟ้องให้หลิวหลานจือใช่หรือไม่ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในหออวิ๋นทิงวันนั้น รวมถึงขาสองข้างของหวังฉินเซิง...
เขายกสุราขึ้นดื่ม
แปลกประหลาดยิ่งนัก
เงยหน้าขึ้นมองข้างนอก รอองครักษ์ที่ไปจิงจ้าวฝู่กลับมา เขาก็จะรู้ว่ารายละเอียดของคดีตรงกับความฝันหรือไม่ หวังโย่วถอนสายตากลับ จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น “คุณชายหวัง!”
“คุณชายหวัง! ท่านบอกว่ามีคู่หมั้นแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ! เหตุใดจึงมาหอนางโลมเช่นนี้!” เสียงของเวินหนิงดังชัดเจน เคล้าไปด้วยความตกใจ ปนความเสียใจ นางคว้าแขนของเขา “ท่านบอกว่าตนมีคู่หมั้นแล้ว แค่หลอกลวงข้าใช่หรือไม่”
หอนางโลม ชายสองคน ดึงดูดความสนใจทุกคนในร้านทันที
เมื่อครั้งก่อนตอนหวังโย่วเจอเวินหนิงสวมชุดผู้ชายโผล่ออกมาจากตะกร้า เขาแปลกใจยิ่งนัก วันนี้เจอนางที่นี่ ยิ่งเหนือความคาดหมายของเขา อยากจะดึงแขนกลับ แต่เวินหนิงจับแขนของเขาแน่น เขาจึงออกแรงเล็กน้อย ทำให้นางล้มลงบนพื้น
เวินหนิงแทบอยากจะให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ประจวบเหมาะล้มลงบนพื้นเช่นนี้ทำให้นางเจ็บจนน้ำตาเล็ด นางบีบน้ำตา นั่งบนพื้นพร้อมกับจับแขนของหวังโย่ว “จอหงวน วันนั้นท่านกับข้าแต่งกลอนในหออวิ๋นทิงอย่างมีความสุข แต่เพราะท่านได้เป็นจอหงวนจึงอยากจะปฏิเสธความสัมพันธ์นั้นใช่หรือไม่เจ้าคะ”
คนในหอนางโลมกระซิบกระซาบ เมื่อได้ยินคำว่า ‘จอหงวน’ พวกเขากระซิบกระซาบกันเสียงดังขึ้น
เวลานี้มีใครในเมืองหลวงบ้างที่ไม่รู้จักจอหงวน!
จอหงวนผู้สอบได้อันดับหนึ่งทั้งหกสนาม ทั้งยังเป็นซื่อจื่อที่หายตัวไปหลายปีของจวนกั๋วกง เป็นดั่งตัวละครในเรื่องเล่า!
ชายสูงศักดิ์คนนี้ไม่ไปหอเทียนเซียงที่พวกตระกูลชั้นสูงนิยมไป แต่กลับมาหอนางโลมเนี่ยนะ!
ได้ยินว่าจอหงวนอายุยี่สิบเอ็ดแล้วแต่ยังไม่แต่งงาน คุณชายน้อยคนนี้ผิวพรรณขาวผุดผ่อง รูปร่างผอมบาง หรือว่า...
“ปล่อยข้า” หวังโย่วกดเสียงลงต่ำ
เวินหนิงเพิ่งดื่มสุราสองแก้วเพื่อเพิ่มความกล้า เวลานี้สุรากำลังออกฤทธิ์ นางไม่มีวันปล่อยมือแน่นอน! ในเมื่อชื่อเสียงของนางถูกทำลาย เช่นนั้นชื่อเสียงของเขาก็ต้องถูกทำลายเช่นเดียวกัน!
“ท่านจอหงวน!” เวินหนิงร้องไห้ “ข้ารักท่านจอหงวนจากใจจริง! เหตุใดท่านจึงใจร้ายเช่นนี้ สตรีในหอนางโลมนี้ ดีกว่าข้าเช่นนั้นหรือ!”
พรืด...
เสียงกระซิบกระซาบในหอนางโลมไม่อาจเงียบลงได้
หวังฉินเซิงตกตะลึง
คุณชายคนนี้คือใครมาจากแห่งหนใด พูดถึงหออวิ๋นทิง หรือว่าคนที่คุณชายไปพบในวันนั้นที่หออวิ๋นทิง แม้กระทั่งตนก็ไม่ให้ติดตามเข้าไป คือคุณชายคนนี้หรือ
หรือว่า...หรือว่า...สวรรค์ เขาไม่อยากจะเชื่อจริงๆ!
เวินหนิงเห็นสีหน้าหวังโย่วฉายความไม่สบอารมณ์ นางมีความสุขยิ่งนัก แกล้งวางตัวเป็นชายอ่อนโยนและถ่อมตนไม่ใช่หรือ แกล้งวางตัวเป็นคนสูงศักดิ์ไม่ใช่หรือ
คล้ายว่าเขาจะเป็นคนรักสะอาดด้วย
เวินหนิงคว้าแขนเสื้อของเขาขึ้นมาเช็ดน้ำตา นางอยากจะเช็ดน้ำตาต่อ แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดแขนเสื้อ โน้มตัวลง กัดฟันแน่นแล้วพูด “เจ้าไม่ต้องการชื่อเสียงของตนแล้วหรือ”
ชื่อเสียง? ที่นี่ไม่มีใครรู้ว่านางคือเวินหนิง ตรงกันข้ามทุกคนรู้ว่าเขาคือจอหงวน!
หึ เขาคือเผยโย่ว ทุกคำพูดมีความหมายแฝงเอาไว้ เขาน่าจะกำลังข่มขู่นาง หากไม่วางตัวดีๆ เขาจะเรียกนางว่า ‘แม่นางเวิน’ ให้ทุกคนรู้ว่านางเป็นใคร
“ไม่เอา ข้าไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ข้าต้องการเพียงคุณชาย ฮือๆ!” เวินหนิงร้องไห้เสียงดังมากยิ่งขึ้น ยิ่งพูดยิ่งไม่ชวนฟัง
เท้าเปล่าไม่กลัวคนสวมรองเท้า นางไม่มีอะไรต้องกลัว!
หากเขาเก่งจริงก็ร้องเรียกชื่อของนางเล่า ถึงอย่างไรชีวิตนี้นางก็ไม่คิดจะแต่งงาน หากเขากล้าร้องเรียก หญิงสาวคนหนึ่งไม่เพียงยอมดูรายชื่อจับลูกเขย ทั้งยังแต่งชายมาถึงหอนางโลมเพื่อดื่มสุราบรรเทาความเจ็บปวด ในความคิดของทุกคน นับตั้งแต่นี้เวินหนิง ชื่อของนางก็จะติดตัวของเขา ไม่อาจลบล้างได้
หวังฉินเซิงเห็นสีหน้าคุณชายโมโหยิ่งนัก คล้ายว่าตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่เคยเห็นคุณชายเป็นเช่นนี้มาก่อน เขาดึงสติกลับมา จะไปดึงตัวเวินหนิง
แต่หวังโย่วกลับเร็วกว่าหนึ่งก้าว คว้าแขนเวินหนิง ดึงตัวนางขึ้นมา แล้วลากนางออกไป
เวินหนิงดื่มสุราไปสองแก้ว ความเป็นจริงนางเริ่มเมาแล้ว ดวงแก้มแดงระเรื่อ เมื่อถูกหวังโย่วลากตัวไปเช่นนี้ ก็ทำได้เพียงเดินโซเซตามเขาออกไป
หวังฉินเซิงรีบตามไป องครักษ์ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกหอนางโลมอี๋ชุน เมื่อเห็นหวังโย่วออกมา พวกเขาก็รีบไปหา แต่ถูกหวังโย่วหยุดเอาไว้ “รอที่นี่แหละ!”
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นหวังโย่วทำสีหน้าจริงจัง อดไม่ได้ที่จะหยุดฝีเท้า แล้วหยุดหวังฉินเซิงที่กำลังจะตามไป
ค่ำคืนมาเยือน หลายครัวเรือนเริ่มจุดตะเกียงแล้ว ค่ำคืนบนถนนฉังอันกำลังจะเริ่มครึกครื้น
แต่ในเมืองหลวงเต็มไปด้วยตรอกซอยมากมาย เมื่อเวินหนิงถูกลากออกมาจากหอนางโลมอี๋ชุน ลมหนาวพัดกระทบใบหน้า ทำให้นางสร่างเมามากขึ้น เมื่อตั้งสติได้ความเจ็บปวดที่ข้อมือก็แล่นขึ้นมา
“ท่านเบาๆ หน่อย ข้าเจ็บ!” เวินหนิงพยายามแกะมือของเขา เมื่อสัมผัสกับหลังมือของเขานางก็รีบดึงมือกลับ
นางไม่ต้องการแตะต้องตัวเขา
หวังโย่วลากนางไปในตรอกซอยเงียบๆ แล้วสะบัดมือทิ้งอย่างไม่เกรงใจ เวินหนิงเกือบล้มลงบนพื้น นางใช้มือยันหินเอาไว้จึงทรงตัวได้
หวังโย่วเอามือไขว้หลัง ยืนตัวตรง ก้มหน้ามองมาที่นี่ แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความเย็นยะเยือก
หวินหนิงใช้มือยันก้อนหินเอาไว้ เงยหน้าขึ้น เห็นเขาเม้มริมฝีปาก ภายใต้แสงสีเหลืองนวลของดวงจันทร์ ไฝเล็กบนสันจมูกฉายความเยือกเย็น
หึ
ไม่เสแสร้งต่อไปแล้วหรือ
ความอำมหิตซ่อนไว้ในแววตา หยิ่งผยองและก้าวร้าว เผยโย่วหนอ ในที่สุดท่านก็สลัดคราบบุรุษผู้อ่อนโยนทิ้ง