ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 36 ตอนที่ 36
ตอนที่ 36
“ข้าว่าครั้งก่อนข้าได้บอกแม่นางชัดเจนแล้ว ข้าไม่ได้คิดอะไรกับแม่นาง เหตุใดแม่นางเวินจึงตามตอแยข้าไม่เลิกเช่นนี้ การกระทำของแม่นางรังแต่จะทำให้ข้ารังเกียจ!”
สีหน้าของหวังโย่วเย็นชา คำพูดของเขาเจ็บแสบ
เวินหนิงเอามือยันกำแพง เพราะฤทธิ์ของสุรา ทำให้นางมองหวังโย่วตาปริบๆ
หวังโย่วเม้มริมฝีปากแล้วเบือนหน้าหนี
“ท่านไม่ชอบข้าแม้เพียงเล็กน้อยจริงๆ หรือ” เดิมทีเวินหนิงอยากจะทำเสียงดัดจริต แต่เพราะฤทธิ์ของสุรา ทำให้เสียงของนางแปรเปลี่ยนเป็นออดอ้อน
สีหน้าของหวังโย่วเย็นชายิ่งกว่าเดิม “ไม่”
“ไม่แน่ว่า ไม่แน่ว่าวันหนึ่ง...”
“เป็นไปไม่ได้” หวังโย่วมองเวินหนิง นัยน์ตาของเขามืดสนิท “ไม่มีทางมีวันนั้น แม่นางเวินหาชายอื่นที่ดีๆ เถอะขอรับ”
เดิมทีเวินหนิงเพียงอยากโวยวาย ทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้เขาหงุดหงิด ทว่าคิดไม่ถึงเขากลับลากนางออกมา ชั่วขณะหนึ่งนางไม่รู้จะแสดงละครอย่างไรต่อ นางจึงคล้อยไปตามสิ่งที่เขาพูด “เช่นนั้น...เช่นนั้นท่านสาบานเล่า...”
หวังโย่วหัวเราะ “แม่นางเวินประเมินตนเองสูงไปแล้ว ใบหน้าราวกับถูกบีบอัด รูปร่างเตี้ยแคระ ไม่มีน้ำมีนวล แม่นางฝันกลางวันเช่นนี้ได้อย่างไร”
“ท่าน...” เวินหนิงพูดไม่ออก
เขาบอกว่าไม่มีวันตกหลุมรัก นางควรจะดีใจสิ
แต่ว่า...เขาพูดเช่นนี้ช่างหยาบคายยิ่งนัก
ใบหน้าราวกับถูกบีบอัด เขาหาว่านางหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนั้นหรือ รูปร่างเตี้ยแคระ เขาว่านางตัวเตี้ยเช่นนั้นหรือ ไม่มีน้ำมีนวล เขาว่าเรือนร่างของนางไม่เย้ายวนเช่นนั้นหรือ ทั้งยังบอกว่านางฝันกลางวันเนี่ยนะ
เวินหนิงโมโห แต่ก็รู้สึกว่าคนควรจะดีใจ นางข่มอารมณ์ไม่ให้ตนโมโห ชั่วขณะหนึ่งอารมณ์ของนางแปรปรวนจนพูดไม่ออก
“แม้วันหนึ่งข้าตาบอด ก็ไม่มีทางคิดเป็นอื่นกับแม่นาง แม่นางตัดใจในเร็ววันเถอะ!” ริมฝีปากบางของหวังโย่วขยับเปิดปิด พูดจบ เขาปรายตามองเวินหนิง สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
เวินหนิง “...”
นาง...
นางกุมหน้าอก โมโหยิ่งนัก!
ไม่แปลกใจที่ชาติก่อนมีหญิงสาวหลายคนตกหลุมรักเขา แต่สุดท้ายก็จากไป ที่แท้เผยโย่วปากร้ายเช่นนี้นี่เอง!
ช่างน่าโมโหจริงๆ!
คิดถึงเงินสี่พันตำลึง เวินหนิงเตะกำแพง นางจะหาโอกาสเอาเงินก้อนนี้คืนมาจากเขาให้ได้!
หวังโย่วเดินออกมาจากตรอกซอยเล็กๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม องครักษ์สามคนและหวังฉินเซิง ล้วนกำลังรอเขา เขามองต่ำ ความเย็นชาบนใบหน้าเลือนหาย กลับมาเป็นบุรุษผู้อ่อนโยนอีกครั้ง
หากเป็นทุกครั้งหวังฉินเซิงต้องเดินเข้าไปถามแน่นอน แต่ว่าองครักษ์สามคนที่อยู่ด้านหลัง สีหน้าของพวกเขาคล้ายกำลังบอกว่า ‘เรื่องของนาย พวกเราไม่มีสิทธิ์ถาม’ หวังฉินเซิงจึงได้แต่กลืนคำพูดตนเองลงท้อง
หวังโย่วมองท้องฟ้า ก้าวเท้าเดินไปด้านหน้า เดินเพียงสองก้าว ภาพหญิงสาวดวงแก้มแดงระเรื่อฉายขึ้นในความคิด เขามองไปรอบๆ ขมวดคิ้วเป็นปม
หวังโย่วหยุดเดิน หันไปบอกหนึ่งในองครักษ์ที่อยู่ด้านหลัง “ติดตามแม่...คุณชายที่อยู่ในตรอกซอย ส่งเขากลับจวนเวินสังกัดหงหลูซื่ออย่างปลอดภัยด้วย”
…
ทางด้านเวินหนิง นางเตะกำแพงอย่างแรงจึงทำให้เจ็บเท้ายิ่งนัก นึกสงสัยว่าหากขาไม่หัก ก็น่าจะเล็บหลุด
นางเดินกะเผลกกลับไปถึงตระกูลเวิน ใช้เวลาครึ่งชั่วยาม
หลิงหลานรอนางที่ประตูด้านหลัง ร้อนใจจนเหงื่อแตก เมื่อเห็นสภาพน่าเวทนาของเวินหนิง นางเกือบจะร้องตะโกนด้วยความตกใจ “คุณหนูของบ่าว...”
หลิงหลานไม่รู้จะพูดอย่างไรจริงๆ นางเริ่มไม่พยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่คุณหนูทำแล้ว แต่เหตุใดจึงบาดเจ็บกลับมาได้
“ท่านพ่อกลับมาหรือยัง” เวินหนิงถามถึงเวินถิงชุนเป็นอันดับแรก หลังจากกลับถึงจวน
นางไม่ได้กังกลกลัวเวินถิงชุนจับได้แล้วจะลงโทษ แต่นางเป็นห่วง...สุขภาพของเขา
“ยังเจ้าค่ะ” หลิงหลานพยุงเวินหนิงด้วยความระมัดระวัง “คล้ายพรุ่งนี้จะมีเรื่องสำคัญบางอย่าง นายท่านให้คนมาส่งข่าวตั้งแต่หัวค่ำแล้วว่าคืนนี้ไม่กลับมารับประทานอาหาร”
เรื่องสำคัญ พรุ่งนี้? เรื่องเผยโย่วกลับเข้าตระกูลไม่ใช่หรือ
นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เขาไม่ใช่หวังโย่วอีกแล้ว แต่เป็นเผยโย่ว
“คุณหนู...เกิดเรื่องอะไรขึ้นเจ้าคะ” หลิงหลานอดไม่ได้ที่จะถาม
พูดถึงเรื่องนี้เวินหนิงก็มีน้ำโหขึ้นมาทันที นางทำเสียง ‘ฮึดฮัด’
“คุณหนูดื่มสุรา?” หลิงหลานได้กลิ่นสุราจากตัวเวินหนิง ทอดถอนหายใจ “คุณหนู...”
นางอยากจะเกลี้ยกล่อม แต่สุดท้ายก็จนปัญญา ทำได้เพียงพยุงเวินหนิงไปนั่งบนตั่ง ย่อตัวลงถอดรองเท้าและถุงเท้าให้นาง
โชคดี เล็บยังอยู่ครบ แค่นิ้วหัวแม่โป้งบวมเท่านั้น
“ข้าไปตามหมอให้เจ้าค่ะ”
หลิงหลานเห็นเช่นนั้นแล้วปวดใจยิ่งนัก ลุกขึ้นจะเดินออกไป แต่ถูกเวินหนิงปรามเอาไว้ “ไม่ต้อง ทายาก็หายแล้ว”
ระหว่างทางกลับมา นางเจ็บน้อยลงมากแล้ว หากกระดูกหัก เกรงว่าต้องปวดมากกว่าเดิม
หลิงหลานรู้ดีว่าเวินหนิงกลัวนายท่านจะจับได้ นางจึงรีบนำยามาทาให้
เวินหนิงกลัวเจ็บที่สุด คืนนี้นางแกล้งร้องไห้ ทว่าเวลานี้นางเจ็บจนน้ำตาเล็ด
ฮือๆ
นางขอถอนคำพูด นางไม่หาวิธีเอาเงินสี่พันตำลึงจากเผยโย่วแล้ว ด้วยความสามารถของนาง แม้จะมีชีวิตมาสองชาติภพก็ไม่อาจต่อกรกับเขา
นางจะอยู่ห่างจากเขา ไม่ข้องเกี่ยวใดๆ กับเขาอีก
ทุกครั้งที่เจอเขา ล้วนไม่เคยมีเรื่องดีๆ!
ระหว่างทางกลับเรือน หวังฉินเซิงคิดดีแล้ว
ตระกูลเวินมีคุณชายทั้งหมดสองคน คุณชายใหญ่เวินหลานเขาเคยเจอสองครั้ง ส่วนคุณชายรองเวินฉี ครั้งก่อนตอนดูรายชื่อจับลูกเขย เขาก็เคยพบเจอ ทว่าคุณชายที่เจอในวันนี้ ริมฝีปากแดงระเรื่อ ใบหน้างดงาม ไม่คุ้นตา ใช่คุณชายตระกูลเวินเสียที่ใดเล่า เห็นชัดว่าเป็นหญิงสาวที่ชมชอบคุณชายแต่ไม่ได้ครอบครอง!
ถึงขั้นแต่งชายปลอมตัวเข้าไปในหอนางโลม ไม่แปลกที่คุณชายออกไปจากหอนางโลมทันที!
พวกเขาไปถึงหน้าตระกูลหวัง องครักษ์ที่ไปสืบเรื่องที่จิงจ้าวฝู่กลับมาพอดี เขาโน้มตัวลงแล้วรายงาน
“สตรีคนนั้นชื่อหลิวหลานจือ เวลานี้ได้รับการดูแลจากที่ปรึกษาเวินจิงจ้าวฝู่ นางพักที่โรงเตี๊ยมถงฝู นอกจากนี้ที่ปรึกษาเวินยังจ้างซ่งอวี้ ทนายที่มีชื่อเสียงของเมืองหลวงให้นาง พรุ่งนี้ตัดสินคดีแล้วขอรับ ช่วงนี้ในเมืองหลวงจึงมีการถกเถียงกันมากมาย”
หวังโย่วพยักหน้า “รู้หรือไม่ว่าที่ปรึกษาเวินจ้างซ่งอวี้วันใด”
“วันที่ยี่สิบหกเดือนสามขอรับ”
หวังโย่วครุ่นคิด ไม่ได้พูดอะไรอีก เดินเข้าไปในเรือน
หวังฉินเซิงเห็นว่าเขาไม่ค่อยได้รับประทานอะไรเท่าใดนัก จึงเข้าไปในครัวแล้วทำอาหารง่ายๆ สองอย่าง ส่งไปที่ห้องหนังสือของหวังโย่ว
สองวันนี้ในเรือนมีบ่าวรับใช้จากจวนกั๋วกงมากมาย แม้หวังฉินเซิงจะบ่นอิดออด แต่เขารู้ดีว่าบ่าวรับใช้เหล่านั้นมาจากตระกูลชั้นสูง พวกเขาปฏิบัติตัวดียิ่งนัก เขาจึงเรียนรู้มารยาทจากพวกเขา
หลังจากยกอาหารไปให้หวังโย่ว เขาก็ตั้งใจจะเดินออกไปเงียบๆ
ทว่าหวังโย่วกลับร้องเรียกเขา
“ฉินเซิง หลังจากนี้เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อ” หวังโย่วยืนด้านหน้าชั้นหนังสือ เหยียดตัวตรง มือจับพู่กัน วาดรูปด้วยสีหน้านิ่งสงบ
เมื่อหวังฉินเซิงได้ฟัง เขาน้ำตารื้นขึ้นมาทันที
พรุ่งนี้คุณชายก็จะกลับเข้าตระกูลเผยแล้ว คุณชายจะกลับไปแซ่ ‘เผย’ ย้ายไปอยู่ที่จวนกั๋วกง นับจากนี้คุณชายก็จะกลายเป็นซื่อจื่อผู้สูงศักดิ์ของจวนกั๋วกง
เป็นจริงตามที่คิด...เขากิริยามารยาทไม่ดี ดังนั้นคุณชายจึงไม่อยากให้เขาติดตามไปด้วย...
“ข้าตั้งใจจะขายเรือนหลังนี้ แล้วส่งท่านพ่อกับท่านแม่กลับหลิงหนาน”
หวังฝูและฮูหยินหวังคือคนหลิงหลาน เพื่อให้หวังโย่วได้ร่ำเรียนกับอาจารย์เก่งๆ พวกเขาจึงต้องย้ายมาเมืองหลวง
หวังโย่วหยุดวาดภาพ เงยหน้าขึ้นมองหวังฉินเซิงแล้วพูด “เจ้าอยากจะกลับหลิงหลานกับท่านพ่อท่านแม่ หรืออยากไปจวนกั๋วกงกับข้า”
หวังฉินเซิงชะงัก
หวังโย่วพูดต่อ “เจ้าอายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว หากกลับหลิงหนาน ท่านพ่อต้องหาคู่ครองให้เจ้าแน่นอน ให้เจ้าแต่งงานมีครอบครัว ใช้ชีวิตอย่างมีอิสระ แต่หากเจ้าติดตามข้าไปจวนกั๋วกง คาดว่าสองปีนี้ข้าคงไม่มีเวลาดูแลเรื่องของเจ้า ยิ่งไปกว่านั้นจวนกั๋วกงมีกฎระเบียบมากมาย ไม่สุขสบายเหมือนตอนอยู่กับท่านพ่อท่านแม่”
เวลานี้หวังฉินเซิงไม่อาจข่มความรู้สึกของตนเองได้อีก ดวงตาของเขาแดงก่ำ
คุณชายของเขา ไม่เพียงไม่รังเกียจเขา ทั้งยังคิดเผื่อเขา!
“ข้า...ข้า...” หวังฉินเซิงพูดไม่ออก เขาคุกเข่า “คุณชายขอรับ ข้าอยากติดตามท่าน ข้า...ข้ารู้ดีว่าตนไม่ค่อยเข้าใจกฎระเบียบต่างๆ เท่าใดนัก กิริยามารยาทไม่ดี แต่ข้าจะเรียนรู้ขอรับ...ข้า ข้าไม่รีบร้อนแต่งงาน คุณชาย ให้ข้าติดตามรับใช้คุณชายเถอะขอรับ!”
หวังโย่วถามสั้นๆ “คิดดีแล้วหรือ”
หวังฉินเซิงพยักหน้า
“เช่นนั้น พรุ่งนี้เจ้าตามข้าไปที่จวนกั๋วกง”