ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 44 ตอนที่ 44

#44บทที่ 44

ตอนที่ 44

เวินหนิงรู้สึกว่า เผยโย่วในชาตินี้ แตกต่างกับชาติที่แล้วอยู่บ้าง

ทว่าแตกต่างอย่างไร สิ่งใดทำให้เขาแตกต่าง นางยากจะอธิบาย แต่นางพอจะสัมผัสได้บ้าง

ยกตัวอย่างเช่นที่หออวิ๋นทิงเมื่อคราวก่อน เขามีน้ำใจบอกให้คนของเถ้าแก่ส่งเสิ่นจิ้นกลับจวน ยกตัวอย่างเช่นครั้งนี้ เห็นชัดว่าเขาไม่ชอบนาง แต่เขายังคงโยนเสื้อคลุมให้นาง ทั้งยังบอกให้ถูไป๋หาเสื้อผ้ามาให้นางเปลี่ยน

มิเช่นนั้นนางกลับจวนในสภาพเช่นนี้ ต้องเป็นหวัดแน่นอน

เผยโย่วเมื่อชาติก่อน บางทีเขาอาจจะเป็นคนใส่ใจเช่นนี้ได้ แต่เรื่องเหล่านี้ แม้เขาคิดได้ เขาก็ไม่มีวันทำ

เขาโดดเดี่ยว เย็นชาและยากจะเข้าถึง แม้กับองค์หญิงใหญ่ผู้เป็นมารดา ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ห่างเหินกันมาก มีเพียง ‘รักแรก’ อย่างนางเท่านั้นที่เขาปฏิบัติแตกต่าง คล้ายในสายตาเขา มีเพียงนางเท่านั้นที่ถือเป็นมนุษย์คนหนึ่ง

แต่ว่าเผยโย่วเมื่อชาติก่อน กระโดดน้ำลงไปช่วยจ้าวซีจื้อ? เวลานี้ครุ่นคิดดูแล้ว รู้สึกว่าเขาไม่เหมือนคนที่จะทำเรื่องเช่นนี้

เวินหนิงไม่ได้คิดอะไรมาก และไม่ได้กลับเข้าไปในงานเลี้ยง เวินหนิงบอกกับนางกำนัลที่เดินผ่าน ให้ช่วยบอกทุกคนว่านางปลอดภัย รวมถึงตามหลิงหลานมาให้นางหน่อย

เวินหนิงเปลี่ยนชุดแล้ว หากเข้าไปในงานเลี้ยง ย่อมถูกจับตามอง ทั้งยังถามคำถามมากมายอย่างแน่นอน

นางรู้สึกว่าตนแสดงละครต่อหน้าเผยโย่วประมาณหนึ่งแล้ว ไม่อยากจะทำให้คำว่า ‘เวินหนิง’ กลายเป็นตราประจำตัวของเขา จึงบอกกับนางกำนัลว่านางว่ายน้ำขึ้นฝั่งเอง

เมื่อหลิงหลานเห็นนางก็ตกใจมาก หลิงหลานรู้ว่านางว่ายน้ำไม่เป็น

ในรถม้าระหว่างทางกลับจวน เวินหนิงไม่ได้ปิดบัง เพียงเล่าให้ฟังคร่าวๆ

หลิงหลานอ้าปากกว้าง “คุณ...คุณหนู คุณหนู...ไม่ได้กระโดดลงไปเองจริงๆ หรือเจ้าคะ”

เวินหนิง “...”

ก็ได้ แม้กระทั่งในสายตาสาวใช้ของนาง นางคือหญิงที่คลั่งไคล้เผยโย่วมาก เอ่อ...นางประสบความสำเร็จ?

เวินหนิงไม่รู้ว่าควรร้องไห้หรือหัวเราะ ถามหลิงหลานเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

หลิงหลานเล่า “บ่าวเห็นคุณหนูตกลงไปในทะเลสาบจากที่ไกลๆ จากนั้นคุณชายรองเสิ่นก็กระโดดลงไปอย่างไม่ลังเล! แต่...แต่สุดท้ายคนที่เขาช่วยขึ้นมา กลับเป็นคุณหนูจ้าว! อีกทั้ง...”

หลิงหลานพูดด้วยความไม่พอใจ “อีกทั้งคนมากมายล้วนเห็นคุณชายรองเสิ่นช่วยคุณหนูจ้าวขึ้นมาจากน้ำ ทุกคนจึงพูดกันว่า พวกเขาสองคนทำให้ฮองเฮาไม่เสียแรงเปล่าเจ้าค่ะ!”

แม้เวินหนิงจะถอนหมั้นกับเสิ่นจิ้นแล้ว แต่หลิงหลานเป็นคนรักเจ้านาย รู้สึกว่าผู้ชายดีๆ อย่างคุณชายรองเสิ่น ควรเป็นของเวินหนิง!

“จ้าวซีจื้อกับเสิ่นจิ้น?” เวินหนิงพูดด้วยความแปลกใจ

ผิดคู่ไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ หากรู้เช่นนั้นตั้งแต่แรก...นางไม่ควรมาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้

จ้าวซีจื้อ เป็นบุตรีเอก ถูกตามใจมาโดยตลอด นิสัยค่อนข้างเอาแต่ใจ เมื่อชาติก่อนตอนที่นางวิ่งไล่ตามเผยโย่ว คอยหาเรื่องตนเป็นประจำ

สตรีเช่นนี้แต่งงานกับเสิ่นจิ้น รับมือกับเหลียงซื่อได้ แต่เสิ่นจิ้นเล่า...

ช่างเถอะๆ

นางกับเสิ่นจิ้นเดินคนละทางแล้ว นางจะเป็นห่วงเขาทำไม

ต่างคนต่างมีชะตาชีวิตของตนเอง นับตั้งแต่นางตัดสินใจถอนหมั้นกับเขา นางก็ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของเขาอีก

บนถนนฉังอัน รถม้ากำลังขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงท่ามกลางความมืด แต่หวังฉินเซิงยังคงรู้สึกว่าช้า เขายื่นหน้าออกไปเร่งสารถี แล้วหันก่อไปเตาผิงให้ไฟแรงขึ้น

อากาศหนาวเช่นนี้ คุณชายกลับเปียกไปหมดทั้งตัว ถูไป๋เล่า เขาคือยอดฝีมือไม่ใช่หรือ ติดตามคุณชายตลอดเวลาไม่ใช่หรือ เหตุใดสถานการณ์เช่นนี้เขาจึงหายไป ไม่รู้จักหาเสื้อผ้าให้คุณชายหน่อยหรือ!

หวังฉินเซิงไม่พอใจ แต่เขาร่ำเรียนมารยาทมาระดับหนึ่ง ไม่ได้แสดงความรู้สึกของตนต่อหน้าเผยโย่ว เขาอยากจะเกลี้ยกล่อมเผยโย่วให้เปลี่ยนเสื้อผ้ากับตน แต่เขาก็รู้ดีว่าเผยโย่วไม่มีวันยอม จึงทำได้เพียงนั่งเงียบ

ไม่นาน รถม้าก็มาถึงจวนกั๋วกง ทันทีที่หวังฉินเซิงลงจากรถม้า เขาบอกให้บ่าวรับใช้รีบเข้าไปในเรือน เตรียมน้ำอุ่นให้คุณชายอาบน้ำ

งานเลี้ยงในวังหลวงยังไม่เลิกรา บุตรอนุภรรยาแต่ละคนในจวนยังไม่กลับมา แม้วันนี้องค์หญิงใหญ่จะไม่ได้เข้าวังหลวง แต่ท่านชอบความเงียบสงบ ด้วยเหตุนี้จวนกั๋วกงจึงเงียบมาก

เมื่อเห็นเผยโย่วกลับมา ทั้งยังกลับมาด้วยสภาพเปียกปอน บ่าวรับใช้สงสัย แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร ไม่กล้าแม้แต่จะมอง ทำได้เพียงเดินถือตะเกียงไฟและคอยนำทางเท่านั้น

เวลาอาบน้ำ เผยโย่วไม่ชอบให้ใครปรนนิบัติรับใช้ หวังฉินเซิงอาศัยเวลานี้รีบไปชงน้ำชา ตอนเขากลับมา เผยโย่วไม่อยู่ในห้องแล้ว

น่าจะอยู่ในห้องหนังสือ

หวังฉินเซิงถือกาต้มน้ำชาครู่หนึ่ง ไม่ได้เดินตามไป

ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เขาไม่ค่อยเข้าไปในห้องหนังสือของเผยโย่วแล้ว ตอนนี้ฐานันดรศักดิ์ของคุณชายไม่เหมือนเดิม แผนการต่างๆ ของคุณชาย ย่อมแตกต่างจากเดิม

เขารู้ดีว่าคุณชายหวังดีกับเขา เขาเป็นคนโง่เขลา ทั้งยังปิดปากไม่สนิท เรื่องหลายเรื่องไม่รู้ดีที่สุด

เผยโย่วอยู่ในห้องหนังสือ เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ม้วนผมขึ้นเสร็จสรรพ คล้ายว่าคนที่กระโดดลงทะเลสาบเมื่อครึ่งชั่วยามก่อนไม่ใช่เขา

ถูไป๋ที่อยู่ข้างๆ รายงานด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “คุณหนูเวินกลับถึงจวนแล้วขอรับ ทั้งไม่ได้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ให้ใครฟัง”

เผยโย่วหลุบตาลง พ่นลมหายใจเบาๆ “นับว่านางหลักแหลม”

“แต่ว่าวันนี้...” ถูไป๋พูดด้วยความลำบากใจ “เป็นเพราะ...มืดเกินไป คุณชายจึงช่วยผิดคนหรือขอรับ”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้นัยน์ตาของเผยโย่วหม่นหมองลง

เขาย่อมไม่ได้ช่วยผิดคน ถึงขั้นที่ว่าเวลานั้นเขากำลังจะคว้าแขนเสื้อของจ้าวซีจื้ออยู่แล้ว แต่เวลานี้กลับได้ยินเสียง ‘ตู้ม’ ตามด้วยเสียงร้องเรียก ‘พี่เวิน’ ‘คุณหนูเวิน’ อย่างตกใจ

ตอนที่เขาดึงสติกลับมานั้น สุดท้ายคนที่เขาช่วย กลับเป็นเวินหนิง

การถูกควบคุมโดยไม่รู้ตัวเช่นนี้ ทำให้เขาไม่ชินและหงุดหงิดยิ่งนัก

“ตระกูลจ้าว พวกเรารอดูก่อนดีหรือไม่ขอรับ” ถูไป๋เอ่ยถาม

จ้าวซีจื้อตกทะเลสาบในวันนี้ เดิมทีคือแผนการ

ตลอดระยะเวลาครึ่งปีที่ผ่านมานี้ เผยโย่วสืบเรื่องไฟไหม้ตระกูลหวังมาโดยตลอด

เบื้องหน้าคดีนี้จบลงแล้ว เพื่อไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น ยิ่งเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าแท้จริงแล้วคู่สามีภรรยาหวังยังไม่ตาย เผยโย่วจึงปฏิเสธการชันสูตรศพตามคำขอของเจ้าเมืองจิงจ้าว ทว่าเขาลอบสืบเรื่องนี้อย่างลับๆ มาโดยตลอด

คนเขาสงสัยตั้งแต่แรกและง่ายต่อการสงสัยที่สุด คือองค์หญิงใหญ่หรงหวา

เพราะว่าในสายตาของพวกคนชนชั้นสูงบางคน ซื่อจื่อ มีบิดามารดารับเลี้ยงยากจน ไม่ใช่เรื่องที่ดี

แต่ตลอดครึ่งปีมานี้เขาไม่เจอร่องรอยใดๆ องค์หญิงใหญ่สวดมนต์กินเจ แทบจะไม่ออกจากจวนกั๋วกง ดูแล้วไม่ใช่คนที่จะฆ่าคน แค่เพราะคำพูดไม่กี่คำของคนบางคน

ทว่าร่องรอยบางอย่างเพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

หลังจากเกิดเรื่องเผยโย่วและถูไป๋ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุรอบหนึ่ง ไฟไหม้รุนแรง ตระกูลหวังแทบจะไม่เหลือชิ้นดี แต่สุดท้ายพวกเขาก็เจอเบาะแสบางอย่าง

หน้าต่างห้องหวังโย่วและฮูหยินหวัง มีเศษผ้าติดอยู่

คาดว่าคนวางเพลิงคงรีบวิ่งหนี จึงชนหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ หน้าต่างไม้ทั้งหนาและหนัก จึงทำให้ชายเสื้อของเขาฉีกขาด ชายเสื้อจึงติดหน้าต่างเช่นนี้

เพียงเศษผ้าธรรมดาเท่านั้น เดิมทีคิดว่ายากจะเจอเบาะแส แต่ในเมื่อได้เบาะแสมาแล้ว เขาก็ไม่อยากยอมแพ้ง่ายๆ

ถูไป๋นำเศษผ้าไปถามร้านผ้าทุกร้าน ในที่สุดก็มีเถ้าแก่คนหนึ่งรู้

เถ้าแก่บอกว่าผ้านี้มาจากทางใต้ เพราะราคาสูง เขาจึงนำเข้ามาหนึ่งพับ วันแรกที่วางขายก็มีสตรีคนหนึ่งชื่นชอบ พร้อมทั้งบอกกับเขาว่าห้ามนำเข้าผ้าชนิดเดิมอีก “ข้าต้องการผ้าที่มีเพียงหนึ่งเดียวในเมืองหลวง หากเจ้ากล้าให้ใครอื่นตัดเย็บผ้าชนิดเดียวกับข้า ก็เลิกขายซะ!”

คุณหนูคนนั้น คือจ้าวซีจื้อบุตรีเอกของท่านเสนาบดีจ้าว

สตรีที่ถูกเลี้ยงในเรือน ไม่มีทางเป็นคนร้ายวางเพลิงอย่างแน่นอน แต่ผ้าพับหนึ่งอยู่ที่ใด ต้องเริ่มสืบจากนาง

จวนกั๋วกงทำงานในราชสำนักมานาน ทว่าไม่ได้สนิทสนมกับจ้าวตี๋ เผยโย่วจึงเลือกลงมือกับจ้าวซีจื้อ ดังนั้นจึงเกิดแผนการ ‘วีรบุรุษช่วยเหลือหญิงงาม’ ในค่ำคืนนี้ขึ้น

เดิมทีอยากอาศัยโอกาสนี้เข้าหาจ้าวซีจื้อ แล้วค่อยสืบตามเบาะแสเดียวที่มี ทว่าคิดไม่ถึง...

ถูไป๋รอคำสั่งเผยโย่วเงียบๆ

ครึ่งปีก่อนเขานับถือเผยโย่วเป็นนาย เขารู้ดีว่าท่านซื่อจื่อคนนี้ไม่ได้อ่อนแอและผ่าเผยเหมือนเบื้องหน้าที่เห็น ในทางตรงกันข้าม เขาก็เป็นคนรอบคอบ เจ้าแผนการ เพียงทำตามคำสั่งเขา ย่อมไม่เกิดข้อผิดพลาด

ขนตาของเผยโย่วยังคงชุ่มเล็กน้อยเพราะเขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ผมหมาดปล่อยยาวสยาย น้อยครั้งนักที่จะเห็นเขาในสภาพนี้

เผยโย่วครุ่นคิด พูด “ไม่อาจรีบร้อน รอมาครึ่งปีแล้ว ไม่ต้องเร่งรีบ รอไปก่อน บางทีอาจจะมีโอกาสที่ดียิ่งกว่า”
 ถูไป๋รับทราบ ประสานมือทำความเคารพ แล้วออกไป

เผยโย่วนวดระหว่างคิ้ว โน้มตัวพิงเก้าอี้ หลับตาลง

สืบมานานกว่าครึ่งปี ยังคงไร้วี่แวว ถึงขั้นที่ว่ายังไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดอีกฝ่ายจึงอยากสังหารคู่สามีภรรยาตระกูลหวัง

หากทำเพราะเขา เช่นนั้นครึ่งปีมานี้อีกฝ่ายกลับไม่มีการเคลื่อนไหว แม้จะอิงจากเบาะแสที่สืบได้ก่อนหน้า ตระกูลจ้าวมีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ แต่ไม่ว่าจะเขาหรือว่าหวังฝูและฮูหยินหวัง ล้วนไม่เคยข้องเกี่ยวกับจ้าวตี๋ แล้วจะมีปัญหากับเขาได้อย่างไร

เผยโย่วครุ่นคิด ขณะตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง ภาพบางอย่างค่อยๆ ฉายขึ้นมาตรงหน้า

เดือนเก้ารัชศกเจียเหอปีที่สิบสี่ เข้าสู่สารทฤดู อากาศดียิ่งนัก เผยโย่วพากู้เฟยที่ไปที่ร้านยาเหรินเหอ

หลังกลับมาอยู่จวนกั๋วกง เขาเริ่มตามหาสตรีคนนั้นอีกครั้ง

หากตอนนั้นนางไม่โกหกเรื่องอายุของตน เช่นนั้นปีนี้นางน่าจะเข้าพิธีปักปิ่นแล้ว เขาเคยให้คำสัญญากับนาง ไม่มีวันยอมให้นางแต่งกับคนแก่และเป็นอนุภรรยาเด็ดขาด

แต่ตามหามาสามสี่เดือนแล้ว ยังคงไร้วี่แวว

ร้านยานี้ เมื่อก่อนเขากับนางมาซื้อยาสมุนไพรที่นี่บ่อยๆ เถ้าแก่ถึงขั้นรู้จักกับเขา ทั้งยังบอกอีกว่าตลอดหลายปีมาานี้ เขาไม่เจอเด็กสาวคนนั้นจริงๆ

“ท่านซื่อจื่อ เถ้าแก่บอกว่าไม่รู้จักสตรีนามเสี่ยวหย่า คล้ายไม่ได้โกหกขอรับ” กู้เฟยเดินออกมาจากร้านขายยา พร้อมกับประสานมือยามรายงาน

เป็นไปตามคาด แต่แววตาของเผยโย่วยังคงหม่นหมอง ขณะที่เขากำลังจะก้าวออกไป เหลือบเห็นหญิงสาวที่ร้านขายผ้าข้างๆ

นางตัวเล็กบอบบาง สวมชุดกระโปรงสีเขียว ดวงตาทอประกายหยุดลงตรงหน้าเขาครู่หนึ่ง ตามด้วยยิ้ม

ช่างเป็นภาพที่งดงาม

นางใช้นิ้วชี้เชิดจมูกตนเองขึ้น

หัวใจที่หยุดเต้นของเผยโย่วในตอนแรกกลับมาสงบ จากนั้นเต้นเร็วยิ่งกว่าเดิม

เสี่ยวหย่า

เมื่อก่อนตอนเขาเจอนาง ใบหน้าของนางมอมแมมทุกครั้ง แรกเริ่มเขาเตือนนาง ตอนหลังทุกครั้งที่นางมองเขา นางก็จะเช็ดจมูกตนเอง “จมูกเปื้อนอีกแล้ว? เหมือนลูกสุนัขใช่หรือไม่ ฮ่าๆ”

ผ่านมานาน นางยังคงอยู่ในเมืองหลวง อยู่ตรงหน้าเขา

เผยโย่วยกเท้า เดินไปอย่างรวดเร็ว หยุดลงตรงหน้านาง สีหน้าทะเล้นของนางหายไปแล้ว นางทำความเคารพเขาอย่างมีมารยาท “เวินซื่ออาหนิง น้อมทักทายท่านซื่อจื่อเจ้าค่ะ”

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 44 ตอนที่ 44