ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 28 ตอนที่ 28

#28บทที่ 28

ตอนที่ 28

หลังประกาศผลสอบหน้าพระที่นั่ง วังหลวงมีการจัดงานเลี้ยงฉยงหลินให้แก่เหล่าขุนนางหน้าใหม่

เช้าตรู่ หวังฉินเซียงเตรียมเสื้อผ้าและกวานให้หวังโย่ว เมื่อเห็นก้านดอกเหมยที่อยู่นอกเรือนแตกกิ่งเข้ามาด้านใน เขาตัดกิ่งดอกเหมยด้วยความอารมณ์ดี จัดใส่แจกันในห้องของหวังโย่ว

ได้ยินว่างานเลี้ยงฉยงหลิน ไม่เพียงขุนนางคนสำคัญจะร่วมงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ก็ทรงร่วมงานเลี้ยงด้วย ขุนนางจำนวนไม่น้อยต่างอาศัยงานเลี้ยงในคืนนี้ มองหาบุรุษรูปหล่อมากความสามารถให้กับบุตรีของตน งานเลี้ยงในอดีตที่ผ่านมา ถึงขั้นมีหลายคู่ที่ได้รับสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้

แม้เมื่อวานคุณชายของเขาจะปฏิเสธการแต่งงาน แต่ไม่แน่ว่าเนื้อคู่ของคุณชายอาจปราฏตัวคืนนี้ก็เป็นได้

หวังฉินเซิงยิ่งมองก็ยิ่งถูกใจดอกเหมยนั้น ภาพในความคิดของเขาคือเรือนที่ตบแต่งด้วยผ้าแพรสีแดง ภาพคุณชายสวมชุดแต่งงาน ครุ่นคิดดูแล้ว คุณชายของเขากำลังจะเป็นขุนนาง น่าจะไม่แต่งงานในเรือนหลังนี้

ทว่าคิดไม่ถึงเมื่อคุณชายเดินเข้ามาในห้องแล้วเห็นดอกเหมยก้านนี้ เขาขมวดคิ้ว ตามด้วยมองขาของตน แววตาฉายความกังวลที่น้อยครั้งจะได้พบเห็น

หวังโย่วไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงหยิบผ้าคลุมเท่านั้น

“คุณชายจะออกไปข้างนอกหรือขอรับ” หวังฉินเซิงถาม

“รับประทานอาหารเช้ากับท่านแม่”

เป็นเรื่องปกติที่หวังโย่วไม่ให้หวังฉินเซิงคอยรับใช้ยามเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาสวมเสื้อคลุมแล้วเดินออกไป

หวังฉินเซิงรีบตามออกไป

นับตั้งแต่ข่าวคุณชายใหญ่สอบได้คะแนนอันดับหนึ่งเมื่อเดือนก่อนแพร่สะพัดออกไป ฮูหยินก็สุขภาพแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ลุกออกจากเตียงได้เป็นครั้งคราวแล้ว

เมื่อวานรู้ว่าคุณชายสอบติดจอหงวน สีหน้าของฮูหยินเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา

ฮูหยินหวังแข็งแรงขึ้นมา นางและหวังฝูช่วยกันทำอาหารเช้า

อากาศเริ่มอบอุ่น ความเป็นจริงฮูหยินหวังเป็นคนที่มีอารมณ์สุนทรีย์มาก นางจัดโต๊ะอาหารเช้าใต้ต้นแปะก๊วยในลานหน้าเรือน แม้จะเป็นตอนเช้า แต่นางก็หยิบเหล้าบ๊วยที่เพิ่งหมักเมื่อช่วงฤดูคิมหันต์ออกมา

ตอนหวังโย่วไปถึง หวังฝูกำลังลากเก้าอี้ให้ภรรยา พยุงแขนของภรรยาให้นางนั่งลง “ในครัวมีอะไรอีก ข้าไปหยิบเอง เจ้านั่งพักก่อน”

ฮูหยินหวังยิ้มอย่างอ่อนโยน ยกมือทั้งสองข้างขึ้นด้วยความจนปัญญา “ข้าเข้าไปล้างมือ”

ตอนเช้านางทำอาหารจำพวกเส้น ในมือจึงเปื้อนคราบแป้งเล็กน้อย

หวังฝูเห็นเช่นนั้น จึงพยุงนางเข้าไปในห้อง

“พ่อ ช่วงนี้ข้าแข็งแรงขึ้นมาก ไม่ได้อ่อนแรงเหมือนเมื่อก่อน”

ฮูหยินหวังเงยหน้าขึ้นมองสามี เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขา นางเอามือถูหน้าตาที แป้งสีขาวเปื้อนหน้าหวังฝู ฮูหยินหวังหัวเราะชอบใจ

เดิมทีหวังฝูก็อยากจะหัวเราะเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นหวังโย่วเดินมา เขาจึงกระแอมไอ “เช่นนั้นฮูหยินไปล้างมือ ข้ากับซู่จือจะรอท่าน”

ขณะพูด เขาใช้แขนเสื้อเช็ดคราบแป้งทิ้ง จากนั้นกล่าวทักทายหวังโย่วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วให้เขานั่งลง

ดวงตีสีนิลของหวังโย่วมีลำแสงบางอย่างแล่นเข้า ก้มมองต่ำ ซ่อนเร้นรอยยิ้มชั่วร้ายของตนเอง มุมปากของเขายกขึ้น

หวังฉินเซิงอ้อมค้อม เขาแอบหัวเราะด้านหลัง

ความสัมพันธ์ของนายท่านและฮูหยิน ดีมาโดยตลอด ตลอดหลายปีมานี้ที่ฮูหยินหวังนอนป่วยอยู่บนเตียง เขาไม่เคยเห็นหวังฝูรังเกียจแม้แต่น้อย ยามไม่มีคน สองสามีรักใคร่กันราวกับคู่สามีภรรยาหนุ่มสาว

งานเลี้ยงเมื่อคืนหวังฝูคอยดูแลญาติมิตรและบ้านใกล้เรือนเคียง ด้วยเหตุนี้สองพ่อลูกจึงไม่มีเวลาค่อยคุยกันเท่าใดนัก

หวังฝูนั่งลงเขาก็อยากถามเรื่องดูรายงานจับลูกเขยของตระกูลเวินเมื่อวานทันที ครุ่นคิดนึกถึงคำพูดของฮูหยินหวังเมื่อวาน ให้กลืนถ้อยคำเหล่านั้นลงคอ จากนั้นยกเหล้าบ๊วยในมือขึ้น “ซู่จือ เมื่อวานงานยุ่งทั้งวัน ข้ายังไม่ได้แสดงความยินดีกับเจ้า”

“ข้าขอแสดงความยินดีกับเจ้าด้วย ประสบความสำเร็จในการสอบเช่นนี้ ขอให้เจ้ามีอนาคตยาวไกล หน้าที่การงานก้าวหน้า”

คำพูดนี้เมื่อวานหวังฝูฟังนับครั้งไม่ถ้วน วันนี้ยังคงไม่รู้สึกเบื่อ หวังโย่วสอบคัดเลือกขุนนางผ่าน เขาดีใจจากใจจริง อยากให้ลูกชายมีอนาคตยาวไกล

“ขอบคุณท่านพ่อ” หวังโย่วยกถ้วยน้ำชาขึ้น

พ่อลูกเงยหน้าขึ้นเวลาเดียวกัน แล้วดื่มสุรา

“แต่ว่าซู่จือต้องระมัดระวัง อย่าลืมความตั้งใจแรกของตนเอง” หวังฝูมองลูกชายที่สง่าผ่าเผย แล้วพูด

ชีวิตนี้ของหวังฝู มีความฝันหนึ่งที่ไม่อาจสานฝันให้สำเร็จ

ขุนนางในปัจจุบัน ผู้ยิ่งใหญ่กุมอำนาจ เหล่าปัญญาชนจากตระกูลยากไร้ล้วนต้องดิ้นรน เมื่อยี่สิบปีก่อน มองดูแล้วคล้ายจะเป็นการสอบคัดเลือกขุนนางที่ยุติธรรม ทว่าล้วนถูกพวกตระกูลชั้นสูงกลั่นแกล้ง หากไม่ระวัง ก็จะล้มลงได้

ตอนเรียนหนังสือเขาก็บอกกับตนเองว่า วันหนึ่งหากเขาได้เป็นขุนนาง ไม่ขอให้ตนเป็นขุนนางที่ดี แต่ขอให้ตนเป็นขุนนางยศสูง เพื่อจะได้เปิดทางให้บรรดาบัณฑิตในตระกูลยากไร้ ให้พวกชนชั้นสูงได้เห็น ไม่ใช่ว่าพ่อแม่มีความสามารถแล้วลูกจะมีความสามารถ พ่อแม่โง่เขลาแล้วลูกจะโง่เขลา

ทว่าว่ายังไม่ถึงการสอบหน้าพระที่นั่ง เขาก็ถูกพวกชนชั้นสูงกำจัดออกจากการสอบคัดเลือก ตลอดหลายปีมานี้ เขาจึงฝากความหวังไว้ที่หวังโย่ว

หวังโย่วมีพรสวรรค์มากกว่าเขา ทั้งยังทระนงตนมากกว่า สังคมในปัจจุบันดีกว่าอดีตมาก ฮ่องเต้เจียเหอคือจักรพรรดิดีๆ ที่ร้อยปีจะมีสักครั้ง หวังโย่วได้กุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่อาชีพขุนนางแล้ว เขาเองก็ภาคภูมิใจและเชื่อมั่นว่าหวังโย่วจะทำความฝันของเขาให้เป็นจริง

ไม่ ไม่ใช่แค่เขาที่มีความทะเยอทะยาน

ตลอดหลายปีมานี้หวังโย่วอยู่กับพวกเขา เห็นความละโมบโลภมากของขุนนาง เห็นความลำบากของชาวบ้าน เขารู้ดี นี่คือความต้องการของหวังโย่วเช่นเดียวกัน

ร่ำเรียนพร่ำเพียรอย่างหนักมาหลายปี เพื่อจงรักภักดีต่อโอรสแห่งสวรรค์ มอบชีวิตดีๆ ให้ชาวบ้าน สร้างสังคมที่ดี รักษาความสงบ!

“ท่านพ่อ” หวังโย่วยกสุราขึ้นมาอีกครั้ง แววตาของเขาฉายความหนักแน่นและคมเฉียบที่น้อยครั้งจะได้เห็น “ข้าจะไม่ทำให้ผิดหวังขอรับ”

“ท่านคุยอะไรกับโย่วเอ๋อร์อีกแล้วเจ้าคะ” ฮูหยินหวังได้ยินหวังโย่วพูดคำว่า ‘ข้าจะไม่ทำให้ผิดหวัง’ นางรู้แล้วว่าหวังฝูกำลังล้างสมองหวังโย่ว จึงส่งสายตาให้หวังฝู แล้วเก็บสุราของทั้งสองคน

“เช้าเช่นนี้รับประทานอาหารอุ่นๆ ดีกว่า” ฮูหยินหวังตักแกงฝูหรงให้หวังโย่ว

หวังฝูรู้ว่าตนทำให้ฮูหยินไม่สบอารมณ์ ลูบหนวดเครา แล้วตักแกงฝูหรง

“โย่วเอ๋อร์” ฮูหยินหวังตักเกี้ยวนึ่งที่ทำด้วยตนเองให้เขา “อย่าฟังพ่อเจ้า”

“ฟังแม่” นางนั่งลงข้างๆ หวังโย่ว ดวงหน้าเปี่ยมไปด้วยความรัก มองหวังโย่ว “โย่วเอ๋อร์ แม่อยากให้เจ้ามีชีวิตที่มีความสุข อย่าแบกรับเรื่องการเมืองตั้งแต่อายุยังน้อย เข้าใจหรือไม่”

ความอ่อนโยนของหวังโย่วในตอนนี้ ไม่ใช่เพียงเปลือกนอก เขาตักแกงฝูหรงให้ฮูหยินหวัง ยื่นให้นาง “ท่านแม่วางใจเถอะขอรับ ลูกรู้”

ฮูหยินหวังมองลูกชายที่เชื่อฟังของตนเอง ยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า

นางรู้ดีว่าหวังโย่วฉลาดหลักแหลม มีความคิดเป็นของตนเอง นางไม่อาจเกลี้ยกล่อมด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำได้ จึงไม่ได้พูดอะไรอีก รับแกงฝูหรงมาจากหวังโย่ว

“ฉินเซิง เจ้ายืนทำอะไร นั่งลงกินข้าว” หวังฝูโบกมือเรียกหวังฉินเซิง

“ขอรับ! มาแล้วขอรับ!” หวังฉินเซิงมองความสัมพันธ์ของพ่อแม่ลูกที่ราวกับภาพวาด นั่งลงด้วยความดีใจ

การที่เขาได้เป็นบ่าวรับใช้ของตระกูลนี้ น่าจะเพราะเมื่อชาติก่อนเขาทำบุญเอาไว้มาก จึงวาสนาดี

ภายใต้แสงแดด ทั้งครอบครัวรับประทานอาหารเช้าใต้ต้นเปะก๊วยที่เพิ่งผลิบานอย่างมีความสุข

มีเสียงพูดคุยและหัวเราะระหว่างรับประทานอาหาร เป็นเรื่องปกติที่พบเจอบ่อย ทว่าหายากเช่นเดียวกัน

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ฮูหยินหวังจับมือหวังโย่ว “โย่วเอ๋อร์ วันนี้แม่มีเรี่ยวแรง พวกเราขึ้นเขาหวูหลี่กันเถอะ”

สีหน้าของนางยังคงเปี่ยมไปด้วยความรัก ความอิดโรยจากการป่วยไม่อาจกลบความอ่อนโยนของนางได้ นางพูดเสียงแผ่วเบา “ลูกสอบได้คะแนนดี เรื่องดีๆ เช่นนี้ ควรบอกพ่อกับแม่ของลูก”

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 28 ตอนที่ 28